“ พรึ่บ!! ” “ เคร้ง!! ” “ โครม!! ”
ผ้าสีขาวที่ถูกปูรองไว้ที่โต๊ะอาหาร ถูกกระชากและสะบัดอย่างแรง จนทำให้เหล่าจานชามถ้วยแก้วที่ถูกวางเรียงไว้บนโต๊ะอาหารอย่างสวยหรู กระเด็นกระดอนปลิวลอย และตกลงสู่พื้นอย่างระเนระนาด เธอ ? ที่เตรียมตัวไว้อย่างดี ตั้งท่าเตรียมรอรับประทานอาหารเลิศหรูนั้น ก็ต้องรู้สึกผิดหวังอย่างแรง.. เสียงผู้ชายผมสีขาวตัวสูงและหล่อล่ำ ในมือของเขาถือมีดดาบที่ยาวเฟื้อยเหมือนในหนังจีนกำลังภายใน
“ ข้าบอกให้ยกนังผู้หญิงคนนี้มาให้ข้าไง ” เสียงเข้มของชายผมขาวที่ทรงผมของเขานั้นสุดเซอร์อยู่มากๆ เขาเตรียมพร้อมที่จะทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างให้สิ้นซาก ตามความพึงพอใจของเขา
“ เ้าบ้า!! หน้าไม่อาย ดินแดนแห่งนี้ยังคงอยู่ในเขตแดนของข้า แคว้น ฮัมเบิร์ต อยู่นะเฟ้ย!! เ้าคนป่าเถื่อน ไป!! ออกไปให้พ้นก่อนที่ฉันจะทนแกไม่ไหว เ้าของเสียงนี้คือผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง และผอมบาง ผมสีบรอนผสมสีขาว
แต่ที่แน่ๆทั้งคู่ มีั์ตาสีแดงดั่งเื ดูน่ากลัวในนาทีแรกที่เจอ
แต่คนที่นี่ในดินแดนแห่งนี้ ทุกคนล้วนต่างก็มีดวงตาสีเืที่เหมือนกัน
ทำไมพวกเขาทั้งสองคนต้องทะเลาะกันอยู่น่ะเหรอ ?
เหตุผล.. ก็แค่แย่งตัวผู้หญิงอยู่คนคนหนึ่ง..
และผู้หญิงคนนั้นก็คือเธอ ' วิศณีตุลย์ ' ซึ่งตัวของเธอในตอนนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุใดๆทั้งสิ้น
ทั้งที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่เธอก็ให้รู้สึกหวาดกลัวและหวั่นเกรงต่อคนทั้งคู่มาก พวกเขาไม่สนใจว่าร้านอาหารของที่นี่จะฟังยับเยินกันแค่ไหน ข้าวของที่อยู่ใกล้ถูกนำ..มาโยนและปาใส่ฝ่ายตรงข้ามกันอย่างสนุกมือ
เธอพยายามหลบและวิ่งหนีออกไปที่นอกประตู
" เฮ้ย.. มันหนีไปแล้ว!! " ชายผมขาวะโ
" ใครอยู่ข้างนอกช่วยจับตัวผู้หญิงคนนั้นที " เสียงของชายร่างสูงโปร่งผมสีบลอนด์ผสมะโอีกคน
" ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!! ใครก็ได้ช่วยที มีใครเข้าใจฉันบ้าง แง.. แง.. "
คนที่อยู่นอกร้านกลูกันเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ พวกเขานึกว่าเ้านายสั่งให้รบกับอีกฝ่ายตรงข้าม เสียงดาบและขวานกระทบกันพวกทหารของทั้งสองฝ่ายที่อยู่ด้านนอกเปิดฉากการต่อสู้และไม่มีใครสนใจในตัวของวิศณีตุลย์เลยสักนิด
" ฉันบอกให้จับตัวผู้หญิงไว้ไง " ชายผมบลอนด์ผสมะโขึ้นอีกครั้ง
" เฮ้ย!!.. เ้านายบอกให้จับมันมาฆ่า เอาเลยพวกเรา " เสียงพวกลูกสมุนลิ่วล้อะโส่งต่อกันแบบผิดเพี้ยน จนทำให้มีไอ้บ้าคนนึง เอามีดมาเสียบที่กลางหลังของเธอ
" สวบ!! " " อั๊ก!? "
วิศณีตุลย์ล้มลงเืนองไปที่พื้น อา.. เธอนอนนิ่งสนิท.. นี่.. เธอได้ตายไปแล้ว…
……
" หวา~ " วิศณีตุลย์สะดุ้งผวาจนใตื่น
" อ่าว.. นี่ฉันฝันไปเหรอเนี่ย มันช่างน่ากลัวจริงๆ " เธอยังคงลอกแลกและพยายามมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง และจับดูที่หลังของเธอว่ามีอะไรผิดปรกติไหม
" เฮ้อ.. โล่งอกไปทีที่เป็ความฝัน แต่ฝันบ้าอะไรแบบนี้ เหมือนจริงเป็บ้า " เธอถอนหายใจพลางหันกลับไป..ดูที่ตรงหัวนอน
" โอ้ย.. เพิ่งจะตี 5 เอง จะรีบตื่นมาทำไมกันล่ะเนี่ย โธ่เอ้ย.. จะนอนก็หลับไม่ลงแล้วเนี่ย " เธอมองนาฬิกาด้วยอาการหงุดหงิดเป็เท่าตัว แต่ก็ต้องฝืนตัวเองและลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ
" ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตื่นก็ได้.. งั้นไปใส่บาตรดีกว่า ยิ่งฝันน่ากลัวๆอยู่ เผื่อจะดีขึ้น "
……
ก่อนวันที่เธอจะเริ่มฝันร้ายเมื่อ 5 วันก่อน
วิศณีตุลย์ เธอทำอาชีพเป็หมอดูรายวัน ด้วยอายุของเธอในตอนนี้ 28 ปี แต่เธอรับดูดวงมาั้แ่ตอนเด็กๆแล้ว ( ประมาณอายุ 14 ปีเห็นจะได้ ) การดูดวงชะตาของเธอนั้น ในบรรดา ลูกค้าทั้งหลายของเธอก็ต่างพูดกันเป็เสียงเดียวกันว่าเธอดูแม่นบ้างล่ะ ถูกต้องบ้างล่ะ ซึ่งตัวของเธอจริงๆแล้ว มักจะพูดไปเองเป็ตุเป็ตะ ( คือโกหกบ้าง แต่งเื่ขึ้นมาบ้าง ) จะมีเพียงเื่จริงและถูกต้องจริงแค่ 10% เท่านั้นเอง แต่บุคคลที่เข้ามาหาพวกหมอดูทั้งหลายนั้น ต่างก็มีความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นถ้าถูกจี้ไปที่ปมถูกจุดแล้วล่ะก็ ต่างก็จะเชื่อหมอดูผู้ที่พูดอย่างฝังหัวกันเลยทีเดียว ซึ่งในความเป็จริงนี้ วิศณีตุลย์นั้นเธอทราบข้อเท็จจริงในเื่นี้เป็อย่างดี
อย่างวันนี้ก็เช่นกัน เธอได้มีลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาหาเธอเพื่อที่จะมาดูดวงกับเธอ โดยที่ลูกค้าคนนี้หล่อนดูมีอายุน่าจะประมาณ 40 - 50 ปีเห็นจะได้ ด้วยทักษะที่เธอเป็หมอดูมานานเธอจึงคาดคะเนว่า ลูกค้าคนนี้คงจะ้าอยาก..รู้เื่โชคลาภหรือไม่ก็เื่ลูกหลาน กับเครื่องธุรกิจเป็แน่แท้
" เอ่อ.. ไม่ทราบว่า้าถามเื่อะไรคะ ? " วิศณีตุลย์เอ่ยขึ้น
" อ๋อ.. คืออยากทราบว่าตัวดิฉันเนี่ยอยากจะลงทุนโดยหุ้นกับหุ้นส่วนที่เป็คนรู้จักน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าควรที่จะลงทุนกับเขาดีไหมคะ จะได้ผลกำไรกับงานในครั้งนี้ไหม หรือว่าไม่ควรลงทุนดีกันแน่คะ ? กลัวโดนหลอกเหมือนกันน่ะค่ะ " ลูกค้าท่านนี้เริ่มเอ่ยถาม
" เอ่อ.. ขอทราบวันเดือนปีเกิดของหุ้นส่วนของคุณด้วยค่ะ และก็ของคุณด้วยนะคะ " วิศณีตุลย์เธอยิ้มสวยๆให้กับลูกค้าของเธอ
" คือว่า ดิฉันไม่ทราบวันเดือนปีเกิดของฝ่ายตรงข้ามเลยค่ะ แปบนะคะเดี๋ยวขอโทรถามหน่อยค่ะ " หล่อนหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าถือใบเล็กของหล่อนขึ้นมา เพื่อที่จะโทร..
" ฮัลโหลจ้า.. จะ.. พี่อยากถามอะไรหนูหน่อยนะ คือพอดีวันนี้พี่มาดูดวงกับอาจารย์น่ะ และพอดีพี่จะขอวันเดือนปีเกิดของน้องแก้วด้วยน่ะจะ จะได้ผูกดวงกันเื่หุ้นส่วนไงคะ.. อ๋อ.. จะ.. จ้ะ.. โอเคจ้า.. แล้วจะโทรหานะ บายจ้า "
" ได้แล้วค่ะ อาจารย์ เธอบอกว่าเธอเกิดวัน… "
ลูกค้าได้บอกวันเดือนปีเกิดไป และเธอก็ได้รับคำตอบจาก วิศณีตุลย์ ว่า
" เอ่อ.. ดวงของคุณพี่นะคะ พื้นดวงเป็คนทำธุรกิจเกี่ยวกับจิวเวลรี่หรือเครื่องประดับอะไรแบบนี้จะดีมากเลยนะคะ ส่วนหุ้นส่วนของคุณถ้ามีส่วนร่วมในการลงแรงอาจจะทำให้กิจการไม่ลื่นไหลนะคะ แต่ถ้าให้เขาได้แค่ร่วมลงทุนเฉยๆจะดีกว่าค่ะ จะไม่ขัดต่อผลประโยชน์ที่จะตามมาค่ะ "
" แล้วเค้าจะมีการคิดคดโกงไหมคะอาจารย์ ? "
" ไม่มีทางเป็ไปได้ค่ะ.. ถ้าคุณพี่ให้เขาแค่ลงทุนทางการเงินค่ะ อย่าให้เขามีส่วนในการบริหารหรือเข้ามาจัดการระบบการทำงานค่ะ คือพูดง่ายๆแค่ลงทุนและคุณแบ่งผลกำไรคืนให้เขาค่ะ กิจการจะรุ่งเรืองนะคะ "
" เป็อย่างนั้นหรือคะ โอ้ว.. ดีจังเลยค่ะ และอาจารย์น่ะแน่จริงๆเลยนะคะ ดิฉันยังไม่ได้บอกเลยนะคะว่า ดิฉันจะทำธุรกิจจิวเวลรี่ และเพชรพลอย แหม!! พอดีเลยค่ะ "
คุณลูกค้าล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าถือของเธอและหยิบกล่องเล็กๆออกมาหนึ่งกล่อง ในกล่องใบนั้นลูกค้าเปิดให้เธอดู ข้างในมันคือ จี้ห้อยคอพร้อมสร้อย เป็เงินรูปร่างเป็แท่งสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดส่วนตรงกลางมีลักษณะกลวงแต่บรรจุหลอดแก้วใสที่น้ำข้างในนั้นเป็สีชมพูจางๆดูสวยงามและน่ารักมาก ถูกใจกับวิศณีตุลย์เสียจริงๆ
" นี่ค่ะ เป็สร้อยและจี้เงิน ที่ทางดิฉันเป็คนออกแบบ เป็ไงคะ สวยไหม ? "
" สวยและน่ารักมากค่ะ " วิศณีตุลย์บอกกับลูกค้าของเธอ
" จริงเหรอคะ ? อุ้ย.. ดิฉันให้อาจารย์เลยค่ะ สินค้าตัวนี้เป็สินค้าตัวอย่างค่ะ ทางเราจะออกแบบให้ดูดีและคลาสสิคกว่านี้ค่ะ ดิฉันเห็นว่าอาจารย์ชอบนะคะ ปรกติจะไม่ให้ใครเห็นตัวอย่างกันง่ายๆค่ะ เพราะกลัวคนเอาไปลอกเลียนแบบก่อน แต่ชิ้นนี้ดิฉันจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้วค่ะ ดิฉันให้อาจารย์ด้วยความเสน่ห์หานะคะ "
วิศณีตุลย์ หรือให้เรียกอีกอย่างว่า ตุลย์ เธอได้รับของขวัญที่สวยงามและน่ารัก มันคือจี้เงินพร้อมสร้อยเงินที่ตัวเธอนั้นรู้สึกชอบเป็พิเศษ มันดูหรูหราและดูสวยแบบเรียบๆเข้ากับบุคลิกของเธอ และน้ำใสๆสีชมพูในหลอดแก้วตรงกลางนั้นดูสวยและน่าดึงดูดสำหรับเธอ ซึ่งตุลย์เองก็รู้สึกแปลกใจในตัวเองเหมือนกัน..
…….
ั้แ่วันที่เธอได้รับของขวัญชิ้นนั้นมา เธอก็เริ่มฝันแปลกๆขึ้น ในความฝันของเธอจะเป็สถานที่ที่เธอก็ไม่เคยรู้จัก และมีผู้คนแปลกๆ อยู่มากมาย ผู้คนที่นั่นมีผมสีขาวและตาสีแดงดูหน้ากลัวเสียเหลือเกินสำหรับเธอ พวกเขาพูดอะไรกันก็ไม่รู้ เธอยังฟังไม่ออกแต่ในทุกๆครั้งที่เธอฝันเธอจะต้องถูกตามล่าและโดนฆ่าตายในทุกๆครั้งไป เธอฝันแบบเดิมซ้ำๆกันเป็เวลา 5 วันติดต่อกันมาแล้ว
“ นี่มันเป็ฝันดีหรือฝันร้ายกันแน่เนี่ย ตามตำราทำนายฝันเขาบอกไว้ว่า ถ้าฝันว่าโดนฆ่าตายจะดีไม่ใช่เหรอ สงสัยต้องออกไปหาซื้อลอตเตอรี่ไว้บ้างและ เผื่อฉันจะได้เป็คุณนาย วิศณีตุลย์ กับเค้าบ้าง โฮะๆ “ ว่าแล้วหล่อนคงจะเพี้ยนไปพักนึง จะไม่ให้เพี้ยนไปได้ยังไง อยู่คนเดียวและพูดคนเดียว!?
แต่เอ๊ะ..! เธอได้สังเกตบ้างไหมว่า จี้ห้อยคอของเธอนั้นมันเปลี่ยนไปนิดนึงนะ…
……
ทุกๆคืนที่เธอฝัน อย่างเช่นในครั้งนี้ เธอได้เข้ามาในสถานที่ที่เธอต่างก็ไม่รู้จัก ( ฝันครั้งที่ 6 )
“ คราวนี้เป็ที่ไหนกันอีกล่ะเนี่ย ? ” เธอมองไปรอบๆเห็นเป็ห้องที่สวยงามหรูหราและกว้างใหญ่ มีเตียงนอนวางอยู่กลางห้องกันเลยทีเดียว ของทุกสิ่งที่ประดับประดาในห้องนั้นมีสีทองเหมือนทำมาจากทองคำจริงๆ
‘ ทอง!! อุ้ย.. เอากลับบ้านไปสักชิ้นสองชิ้นได้ไหมเนี่ย ? แหม.. เ้าของคงรวยน่าดูเลยนะ หรือไม่ก็โอเวอร์ขนาดหนัก แบบไม่เห็นทองแล้วกูจะนอนไม่หลับ อะไรประมาณนี้.. ฮึ ๆ.. ’
เธอเดินหันไปมาดูนั่นดูนี่และไม่ระวังทำสิ่งของที่ตั้งวางไว้หล่นลงพื้น
“ โครม!! กึกๆๆ ” เสียงพานใส่ผลไม้ร่วงสู่พื้นกลิ้งคลุกๆไป
“ นั่น.. ใครน่ะ!? ” เสียงห้าวๆและทุ้มต่ำร้องถามออกมาแต่ทางวิศณีตุลย์เธอได้ยินเป็แบบนี้
“ %#.. *###%%+== !? ”
แต่ด้วยเป็เสียงของคน แต่ภาษาอะไรเธอก็ฟังไม่รู้เื่ ไม่ใช่ภาษาที่คุ้นเคยและไม่เคยได้ยิน เธอจะแปลออกไปได้ยังไง ?
‘ เวรกรรมแล้ว.. สงสัยเ้าของห้องคงจะตื่นขึ้นมาแล้ว เราจะทำยังไงดี ’
ยังไม่ทันที่เธอจะนึกอะไรออก ชายเ้าของเสียงก็พุ่งเข้ามาที่ตัวเธอพร้อมด้วยดาบในมือของเขา ที่เงื้อขึ้นแล้วฟันฉับลงมาที่ร่างของเธอ
“ ฉัวะ!! ”
วิศณีตุลย์ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น เืท่วมร่างของเธอ และเธอก็สิ้นใจ….
“ เฮือก!! ”
เธอสะดุ้งตื่น ด้วยอาการใและเหนื่อยหอบ เธอหายใจอย่างแรงหัวใจของเธอเต้นไม่เป็ส่ำ
“ อะไรกันอีกนี่!! ฉันจะตายในเวลาอันใกล้นี้หรอ ? หรือว่ากรรมมาตามทันเสียแล้วที่ฉันไปหลอกต้มผู้คน เลยโดนสาปแช่งให้ฝันร้ายอยู่อย่างนี้ อาร้ายยยย แง้.. แง.. ”
เธอก้มหน้าก้มตาร้องไห้ กว่าจิตใจจะสงบเล่นเอาน้ำตาเกือบหมดตัว.. เธอลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อชำระร่างกายให้สะอาดสดใส และเสร็จแล้วก็ต้องเสริมสวยเสียหน่อยเพื่อให้อารมณ์ของเธอดีขึ้น เธอส่องกระจกเพื่อจะ..
คราวนี้เธอ.. เพิ่งสังเกตเห็นจี้เงินที่เธอสวมใส่อยู่นั้นมันแปลกไปกว่าตอนแรกที่เธอใส่อยู่มาก เธอเอะใจว่าทำไมสีของน้ำที่อยู่ในหลอดแก้วตรงกลางทำไมถึงเปลี่ยนสีไป
“ หรือว่าตอนอาบน้ำเราไม่ได้ถอดออก แล้วน้ำมันเข้าไปได้.. รึเปล่านะ ? ไม่น่าจะใช่ ถ้าน้ำซึมเข้าไปสีมันต้องจางลงสิไม่ใช่เข้มขึ้นแบบนี้ ”
ใช่แล้วสีของน้ำในหลอดแก้วตรงกลางของจี้เงินนั้นมีสีที่เข้มขึ้น เข้มขึ้นในแต่ละวัน มันค่อยๆเข้มจากสีชมพูอ่อนจางๆ จนตอนนี้กลายเป็สีแดงแบบจางๆไปเสียแล้ว
“ โอ้ย..!! ช่างสีมันไปเถอะ..!? สงสัยวันนี้ต้องไปขอน้ำมนต์ที่วัดมาอาบซะหน่อยแล้ว เผื่อจะได้เลิกฝันบ้าๆแบบนี้ซะที ” พูดเสร็จเธอก็ได้แต่งตัวเพื่อจะไปที่วัด
……
วิศณีตุลย์ตัดสินใจไปวัดเพื่อ้าที่จะปรึกษากับหลวงพ่อเื่ฝันของหล่อน เธอเตรียมตัวมาทำสังฆทานและเดินมาที่กุฏิของเ้าอาวาส ซึ่งในตอนนี้ก็พอมีญาติโยมอยู่บ้างสองสามคน เธอนั่งรอจนถึงคิวของเธอ..
“ กราบนมัสการค่ะหลวงพ่อ ” เธอยกมือขึ้นไหว้และก้มลงกราบท่านเ้าอาวาส
“ มีอะไรเหรอโยม ? ”
“ ดิฉันมาทำสังฆทานค่ะหลวงพ่อ และก็มีเื่จะถามหลวงพ่อด้วยค่ะ ”
“ จะถามอะไรเหรอโยม ”
และแล้ววิศณีตุลย์ก็เล่าเื่ความฝันของหล่อนให้หลวงพ่อฟัง.. หลวงพ่อก็บอกว่า
“ มันคือความฝัน ชื่อมันก็บอกว่าคือความฝันไม่ใช่ความจริง ส่วนภาพฝันของโยมนั้นที่มันดูโหดร้ายเพราะจิตใจของโยมต้องคิดต้องเครียดจนเกินไป อาจจะเป็เพราะว่าเื่งานของโยมด้วยล่ะที่ทำให้เครียดเลยเก็บไปฝันน่ะนะ อาตมาแนะนำให้โยมไปหาหมอ.. จะดีกว่านะโยม.. ”
“ เอ่อ.. หลวงพ่อคะ ยังไงๆ หนูก็ขอน้ำมนต์ไปอาบล้างซวยหน่อยนะคะ เผื่อมีคนทำของมาใส่หนูน่ะค่ะ ”
“ ตักไปตาม้าเลยโยม เอาใส่ขวดใส่ถุงไปแล้วค่อยไปผสมเพิ่มเติมที่บ้านเอาไว้อาบ นู้น.. น้ำมนต์อยู่ในโอ่งหน้ากุฏิเลยโยม ”
เธอเดินไปตักน้ำมนต์ที่หลวงพ่อบอกใส่ขวดน้ำพลาสติกและนำเอากลับมาบ้าน
“ คราวนี้แหละ.. ฉันไม่กลัวแล้วเพราะฉันมีน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ไอ้พวกผีร้ายและคำสาปแช่งทั้งหลาย ฮ่าๆ ลองเจอน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์หน่อยเป็ไง ฮ่าๆ ” วิศณีตุลย์คงจะได้เพี้ยนกันจริงๆก็คราวนี้
แต่ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ พอเธอกลับบ้านมา เธอก็ได้เจอกับลูกค้าอย่างแ่า
“ อะไรกันอีกล่ะเนี่ย ทำไมคนเยอะขนาดนี้กัน ? ”
“ ไปไหนมาคะท่านอาจารย์ ” คุณลูกค้าท่านนั้นนั่นเอง
“ เอ่อ.. พอดีไปวัดมาน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าใครมาก่อนกันคะ อีกหน่อยสงสัยดิฉันต้องทำบัตรคิวแน่ๆเลยค่ะ ” เธอพูดไปอมยิ้มไป ( จะไม่ให้ยิ้มยังไงไหว เงินทั้งนั้นนี่นา )
“ อ๋อ.. ไม่เป็ไรค่ะอาจารย์ คนพวกนี้ พี่พามาเองทั้งหมดค่า พอดีว่าที่อาจารย์บอกไว้ตอนนั้นมันเฮงสุดๆไปเลยค่ะ ตอนนี้กิจการของพี่มันดีมากๆเลยค่ะ พี่เลยไปบอกพวกเพื่อนๆที่คิดจะทำธุรกิจว่าให้มาให้อาจารย์ดูดวงให้น่ะค่ะ อุ้ย.. อาจารย์ใส่สร้อยเส้นนี้แล้วสวยจริงๆเลยค่ะ ชิ้นนั้นเป็ผลงานชิ้นโบว์แดงเลยนะคะ เหมาะกับอาจารย์มากๆเลยค่ะ ”
“ ค่ะ งั้นดีเลยนะคะ ดิฉันจะดูดวงให้ทุกท่านตามคิวเลยนะคะ เชิญค่ะ ” วิศณีตุลย์ยิ้มการค้าเพื่อเรียกแขก..
……
กว่าจะหมดคน เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะ แค่คิดว่าเธอจะต้องพูดกับคนเป็จำนวนมากแต่ต้องคุยทีละคน ทีละคน เหมือนเธอทำงานเป็ที่ปรึกษาปัญหาครอบครัวเลยแฮะ แต่เงินที่ได้ มันก็คุ้มค่าไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยเธอก็มีวาทะศิลป์ในการพูดโน้มน้าวจิตใจคนได้ดี
“ กว่าจะหมดวัน เฮ้อ.. เหนื่อยเหลือเกิน ” เธอดูอ่อนแรงและเหนื่อยเสียเหลือเกิน
“ ไม่ได้ ไม่ได้ เราต้องอาบน้ำมนต์ก่อนจะได้ไม่ต้องฝันร้ายอีก ห้ามหลับตอนนี้ ”
เธอตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำก่อนที่ตัวเองจะงีบหลับไปก่อน แต่เธอก็ยังไม่วายหยิบน้ำมนต์ที่ไปขอหลวงพ่อมาผสมอาบด้วย หวังว่าการอาบน้ำในครั้งนี้จะเป็ผลดีต่อตัวเธอนะ..
อาบน้ำเสร็จและแล้วเธอก็ได้นอนสมใจ และหลับไปอย่างง่ายดาย..
…..