เจียงตั่วพยายามอดทนข่มความร้อนบางอย่างที่อธิบายไม่ได้แล้วบรรจงผูกข้าวของที่หมิงจูซื้อมากับจักรยานโดยไม่พูดอะไร
เธอไม่เพียงซื้อถั่วเหลืองหลายสิบชั่งแต่ยังซื้อแป้งหยาบอีกหลายชั่ง เนื้อและผักอีกเล็กน้อย... ในตะกร้าไม้ไผ่เล็กๆมีหนอนไหมจำนวนมากกำลังกระดุกกระดิกอยู่ด้วย
เจียงตั่วผูกของไปพลางถามไปพลางว่า “ในสหกรณ์ร้านค้าไม่มีขายหนอนไหมเธอไปซื้อมาจากไหน?”
หมิงจูยืนอยู่ข้างๆยิ้มหวานและตอบตามตรง “ฉันไปตลาดมืดมาค่ะของที่นั่นถูกกว่าในสหกรณ์ร้านค้าเยอะเลย”
ได้ยินคำนั้นเจียงตั่วเงยหน้าขึ้นมองเธอ “เต้าหู้ของเธอเอาไปขายที่ตลาดมืดเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ วันนี้โชคดีสุดๆ ไม่รู้ว่าเทพองค์ไหนมาโปรดพอลงจากรถก็เจอคนของสหกรณ์ร้านค้าจะมาจับจ่ายซื้อของพอดีฉันก็เลยขายเต้าหู้ให้เขาหมดภายในไม่กี่นาที... คิดว่ายังมีเวลาเหลือเลยลองไปตลาดมืด ซื้อของพวกนี้มาไงคะ”
ด้วยเงินจำนวนเท่ากันสามารถซื้อของได้มากกว่า หมิงจูไม่คิดว่ามีอะไรไม่ดีเลย แต่ในสายตาของเจียงตั่วมันกลับเป็นเรื่องที่ไม่สมควรกระทำอย่างยิ่ง
“ไปที่นั่นมันผิดกฎหมาย เธอไม่ควรไปอีกนะ”
เห็นเจียงตั่วผูกของเสร็จแล้วหมิงจูขึ้นนั่งบนคานด้านหน้าของจักรยานอย่างชำนาญ เงยหน้ามองเขา“ผู้กองเจียงอย่าเคร่งครัดนักสิคะ ฉันก็เพิ่งไปครั้งแรกเอง”
น้ำเสียงนั้นแฝงความน้อยใจอยู่บ้างเจียงตั่วได้ยินแล้วใจอ่อนลงทันที
“ถ้าอย่างนั้น คราวหน้าอย่าไปอีกแล้วกัน”
เสียงของเขาอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัวที่นั่นเป็นแหล่งรวมของคนหลายประเภท ถ้าเขาไม่อยู่ข้างเธอเธอก็ไม่กลัวเลยหรืออย่างไร?
“ก็ได้ค่ะ ไม่ไปแล้ว” หมิงจูรับคำอย่างว่าง่ายแล้วเปลี่ยนเรื่อง พูดถึงเรื่องราวที่เจอมาในวันนี้
เดิมทีเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปตลาดมืดตั้งใจจะเข้าไปในเมืองแล้วตรงไปยังหน้าที่พักข้าราชการเลย
คนที่นั่นมีรายได้มั่นคงถ้าได้ลองกินเต้าหู้นี้แล้ว จะต้องเป็นลูกค้าประจำอย่างแน่นอนซึ่งจะทำให้ช่องทางการขายของเธอมั่นคงขึ้น
แต่หมิงจูเองก็ไม่คาดคิดว่าเพิ่งเข้าเมืองมาก็เจอคนของสหกรณ์ร้านค้าไม่เพียงประหยัดค่าขนส่ง แต่ยังประหยัดเวลาไปได้ทั้งครึ่งบ่าย
เจียงตั่วก้มลงมองหมิงจูตอนนี้เธอกำลังพูดเจื้อยแจ้ว ไม่นานก็หันกลับมาขยิบตาสดใสคู่นั้นให้เขา
เธอหันหลังให้แสงอาทิตย์ยามเย็นร่างกายเปล่งปลั่งราวกับห่อหุ้มด้วยผงทอง ใบหน้าที่หวานอยู่แล้วยิ่งงดงามน่ามองในชั่วขณะนั้นจังหวะการเต้นของหัวใจของเจียงตั่วก็แปลกไป
สายตาของเขามองลงไปที่ใบหน้าเล็กๆของหญิงสาวชั่วครู่ แล้วก็รีบละสายตาไป ไม่ขัดจังหวะการพูดจ้อของเธอ
เมื่อก่อนเขาเกลียดเสียงรบกวนของคนอื่นมากแต่หลังจากได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับหมิงจูได้ไม่กี่วันเขากลับชินกับเสียงพูดพล่ามของเธอเสียแล้ว!
ความเคยชินบางครั้งก็เป็นเรื่องน่ากลัวจริงๆ
เมื่อทั้งสองคนกลับถึงบ้านท้องฟ้าก็มืดแล้ว
สิ่งแรกที่หมิงจูทำเมื่อเข้าบ้านคือตักถั่วเหลืองสิบชั่งไปแช่ไว้
หมิงชุนนีทำขนมปังแป้งข้าวโพดเสร็จแล้วเมื่อหมิงจูแช่ถั่วเสร็จ เธอก็รับหน้าที่เป็นแม่ครัว หั่นเนื้อไปพลางพูดกับเจียงตั่วไปพลางว่า “ผู้กองเจียงคะรบกวนคุณไปตามผู้กองเฉียวมาหน่อยได้ไหมคะเขามาช่วยเราก่ออิฐดินดิบกับเราหลายวันแล้ว แต่ละวันก็กินข้าวแบบขอไปทีวันนี้เราซื้อเนื้อมา เลยอยากจะถือโอกาสเลี้ยงข้าวเขาอย่างดีบ้างค่ะ”
เจียงตั่วช่วยทำอาหารไม่ได้จึงล้างมือแล้วออกไปตามคน
หมิงจูทำอาหารเสร็จอย่างรวดเร็วแต่ก็ยังไม่เห็นคนกลับมาเสียที
เธอเดินไปที่ประตูยืนอยู่ใต้ต้นหลิวเก่าแก่ มองออกไปข้างหน้า...กำลังคิดว่าเจียงตั่วติดธุระอะไรถึงได้ล่าช้าแต่แล้วก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
หมิงจูหันกลับไปเธอเห็นเจียงตั่วและเฉียวปินกำลังเดินเข้ามาหาเธอ
“เอ๊ะ ทำไมพวกคุณถึงมาจากทางเชิงเขาล่ะคะ?”
เฉียวปินตอบว่า“พี่สะใภ้หัวหน้าบอกว่าพี่สะใภ้เคยเห็นไก่ป่ากับกระต่ายบนเขาใช่ไหมครับผมเลิกงานก็เลยขึ้นเขาไปจับสัตว์ป่ามา...”
หมิงจูมองไปที่ทั้งสองคนต่างก็มือเปล่า สัตว์ป่าล่ะ?
“จับไม่ได้เหรอ? ได้วางกับดักไว้ไหม?”
“เฮ้อ! อย่าพูดถึงเลยครับ ผมเดินวนอยู่เป็นชั่วโมงไม่เห็นแม้แต่ขนกระต่ายสักเส้นเลย พี่สะใภ้ ผมมาอยู่ที่นี่ครึ่งปีแล้วยังไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตบนเขานี้เลย คุณไปเจอที่ไหนมาครับ?”
หมิงจูชี้ไปที่บริเวณกลางทางของภูเขาด้านทิศเหนือ“กลางภูเขานั่นแหละ ลึกเข้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงที่มีต้นหวายเก่าแก่เป็นหย่อม”
“ตรงนั้นผมค้นละเอียดแล้ว ไม่เห็นเลยนะครับ”
หมิงจูก็สนใจเรื่องนี้มากเช่นกันจึงรีบพูดว่า “เดี๋ยวเรากินข้าวเสร็จแล้วค่อยขึ้นไปดูกันอีกทีก็ได้วันนั้นฉันเห็นจริงๆ นะ กระต่ายป่าตัวใหญ่สีเทา อ้วนพีเลยล่ะ”
เฉียวปินตอบรับอย่างกระตือรือร้น“ได้เลยครับ!”
ท่าทีที่ฮึกเหิมของทั้งสองคนตกอยู่ในสายตาของเจียงตั่วสายตาของเขาพลันเย็นชาลงเล็กน้อย
เฉียวปินคนนี้เมื่อก่อนดูจะเกรงใจหมิงจูมากแต่หลังจากไม่กี่วันมานี้ เขากลับกล้าขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้จักกาลเทศะ
ต่อหน้าขนาดนี้นัดกับภรรยาของเขาว่าจะขึ้นเขาด้วยกันในตอนกลางคืน!
เฉียวปินสังเกตเห็นสายตาของเจียงตั่วที่ราวกับจะกินเขาเป็นๆก็หดคอลง ไม่เข้าใจว่าตนพูดอะไรผิดไปอีกแล้ว
สายตาของหัวหน้าช่างน่ากลัวจริงๆ!
หมิงจูชวนทั้งสองคนเข้าไปกินข้าวเฉียวปินไม่กล้าขยับตัวเลย จนกระทั่งเจียงตั่วละสายตาอันเย็นชาออกไปแล้วแค่นเสียงสั่งว่า “เข้ามากินข้าว!”
เฉียวปินถึงได้เดินตามเข้าประตูไปแบบหงอยๆ
เขามาหลายครั้งแล้วจากที่เมื่อก่อนกินเยอะแล้วอาย ตอนนี้กล้าพูดว่ายังไม่พอกิน“พี่สะใภ้ครับ ผมอยากได้ขนมปังแป้งข้าวโพดเพิ่มอีกชิ้น”
และเขาก็รู้สึกได้จริงๆว่าหลังจากสนิทกันแล้ว เขาพบว่าหมิงจูเป็นคนเข้าถึงง่ายมาก!
หลังจากกินข้าวเสร็จหมิงชุนนีก็อาสาไปล้างจาน หมิงจูไม่ได้ห้ามอะไรแต่กลับชวนเฉียวปินขึ้นเขาอย่างกระตือรือร้นก่อนออกไปก็ไม่ลืมหันกลับไปมองเจียงตั่ว แล้วถามขึ้นมาลอยๆ ว่า“เจียงตั่ว คุณจะไปด้วยไหมคะ?”
เจียงตั่วหน้าถมึงทึงไม่ตอบอะไร
เฉียวปินเห็นดังนั้นก็รู้สึกตัวทันทีว่าตนเผลอทำเรื่องผิดพลาดร้ายแรงจึงรีบพูดตัดหน้าว่า “หัวหน้าไปแน่นอนครับเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เลยนะครับ!”
หมิงจูได้ยินดังนั้นก็หัวเราะคิกคัก“งั้นหัวหน้าคะ พวกเราไปกันเถอะ!”
เจียงตั่วขมวดคิ้วทันที“เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
เธอถึงกับเรียกเขาตามเฉียวปินงั้นหรือ?
หมิงจูไม่รู้ความคิดของเจียงตั่วเลยเธอหัวเราะคิกคัก คิดว่าเขาไม่ชอบคำเรียกนี้แล้วเธอก็เปลี่ยนมาเรียกอย่างอ่อนหวานว่า “พี่ขาไปกันเถอะค่ะ”
เฉียวปินขนลุกซู่ทันที!
เมื่อกี้เขาได้ยินอะไร?
เขาคงเป็นคนที่มีหูเป็นส่วนเกินถ้าเป็นคนหูหนวกไปเลยก็คงจะดีกว่านี้ เวรกรรมจริงๆ เลย!
ทางเจียงตั่วก็ไม่สามารถทำอะไรกับหมิงจูที่'คิดไวทำไว' เช่นนี้ได้เลยและถูกเธอควบคุมได้อย่างง่ายดาย
สุดท้ายเจียงตั่วกับเฉียวปินก็หยิบเครื่องมือออกไปโดยมีหมิงจูเดินยิ้มตามไป
เธอถือไฟฉายโบราณและเพื่อเป็นการประหยัดไฟ หลังจากเข้าป่าไปจนมองไม่เห็นแสงจันทร์เธอถึงได้เปิดไฟฉาย
ปีนป่ายอยู่นานในที่สุดก็มาถึงบริเวณที่เธอเคยเจอไท่สุ้ย เธอหันไปมองเจียงตั่วที่อยู่ใกล้ๆแล้วกระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า “ฉันเจอไท่สุ้ยตรงนี้แหละ...”
หมิงจูยืนอยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างสูงตอนนี้เธออยู่ระดับเดียวกับไหล่เจียงตั่วคำพูดแผ่วเบานี้ราวกับลมหายใจที่เป่าผ่านหูเขา ทำให้เขารู้สึกชาไปทั้งตัวเขาส่งเสียง 'อืม' ตอบกลับอย่างเคอะเขิน
เฉียวปินที่เดินอยู่ข้างหน้าเห็นว่าทั้งสองคนยังไม่ตามมาจึงหันกลับมาถามว่า “พี่สะใภ้ที่นี่คือ...ตรงนั้นที่ว่าเหรอครับ?”
โอ้สวรรค์ นี่เขาเพิ่งเห็นอะไร จูบ... จูบกันหรือ!
ใช่แล้วจากมุมมองของเฉียวปิน หมิงจูที่ยืนอยู่ในความมืดกำลังจูบแก้มของเจียงตั่ว!
ใบหน้าแก่ๆของเฉียวปินแดงก่ำในทันที ทำไมถึงได้จูบกันล่ะ?
เขาเป็นคนหูหนวกยังไม่พอตอนนี้ตาบอดไปเลยดีกว่า!