ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : แพทย์หญิงยอดฝีมือกับระบบหมอเทวดา

    บทที่ 22 แสตมป์รูปลิง

    บทที่ 22 แสตมป์รูปลิง

    ​

    ​หลังจากช่วยจัดแจงความเรียบร้อยให้ลูกสาวเสร็จ ซูอวี้จู๋ก็หยิบเงินจำนวนสามสิบหยวนออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นส่งให้เสิ่นหนานซิง

    ​

    ​“เอาเงินนี้ไว้ติดตัวนะลูก อยากได้อะไรก็ซื้อ ถ้าหมดแล้วค่อยมาบอกแม่ เดี๋ยวแม่จะให้เพิ่ม” ซูอวี้จู๋ดูจะใจกว้างขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เธอตั้งใจให้เงินค่าขนมแก่ลูกสาว เพราะตระหนักว่าเสิ่นหนานซิงเริ่มเติบโตเป็๲สาวสะพรั่งแล้ว ย่อมมีของใช้ส่วนตัวที่จำเป็๲ต้องซื้อหาเป็๲ธรรมดา

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงรับเงินมาใส่กระเป๋าไว้โดยไม่คิดปฏิเสธ ความจริงแล้วเธอตั้งใจจะซื้อแปรงสีฟันอันใหม่สักอัน แม้ว่าในพื้นที่ส่วนตัวของเธอจะมีของใช้อยู่ครบครัน แต่รูปลักษณ์ของพวกมันดูทันสมัยและสวยงามเกินไปจนเธอไม่กล้าหยิบออกมาใช้ให้ใครเห็น

    ​

    ​“ขอบคุณค่ะแม่ ไว้หนูจะซื้อครีมทาหน้ากลับมาฝากแม่ด้วยนะคะ” เสิ่นหนานซิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เคยคิดเลยว่าเงินเพียงสามสิบหยวนจะทำให้เธอรู้สึกยินดีได้ถึงเพียงนี้

    ​

    ​“ซื้อของที่ลูกอยากได้เถอะ ไม่ต้องห่วงแม่หรอก บ่ายวันนี้เสิ่นหนานเยว่ก็จะกลับบ้านแล้ว พอลูกไปส่งจดหมายเสร็จก็อย่าลืมแวะไปรับน้องกลับมาพร้อมกันเลยนะ”

    ​

    ​ซูอวี้จู๋เอ่ยถึงลูกสาวคนเล็กที่ต้องไปอยู่โรงเรียนประจำมานานกว่าครึ่งเดือนด้วยความเป็๲ห่วง ลึก ๆ ในใจเธอยังกังวลว่าเสิ่นหนานเยว่จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้หรือยัง

    ​

    ​“ได้ค่ะแม่ หนูตั้งใจว่าจะถือโอกาสไปสอบถามครูประจำชั้นของเสิ่นหนานเยว่ด้วยว่า๰่๥๹นี้น้องเรียนตามเพื่อนทันไหม” เสิ่นหนานซิงพยักหน้าตอบรับ พลางนึกถึงน้องสาวที่เธอแสนรัก

    ​

    ​ในชาติก่อนหลังจากที่เธอเสียชีวิตไป เสิ่นหนานเยว่และพี่ชายต้องเผชิญกับชีวิตอย่างไรบ้างนะ? ความทรงจำที่ห่างหายไปนานทำให้เธอรู้สึกใจหายและตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าคนในครอบครัวอีกครั้ง

    ​

    ​“แม่คะ แล้วพี่ชายจะกลับมาบ้านเมื่อไหร่คะ?” เมื่อนึกถึงพี่ชาย หัวใจของเสิ่นหนานซิงก็สั่นไหวด้วยความอาวรณ์

    ​

    ​“พี่ชายเขาไปทำงานกับอาจารย์ที่เมืองตี้ตู เห็นว่าน่าจะอีกเกือบเดือนกว่าจะกลับมาได้ นี่ลูกไม่ถือสาหาความพี่เขาแล้วเหรอ? คราวก่อนยังเห็นแง่งอนกันอยู่เลย” ซูอวี้จู๋มองลูกสาวพลางอมยิ้มอย่างขบขัน

    ​

    ​“ฮึ! หนูแค่ไม่อยากเอาความคนอย่างเขาต่างหากค่ะ!” เสิ่นหนานซิงแสร้งทำท่าทีฮึดฮัดก่อนจะหันหลังเดินจากไป

    ​

    ​ทว่าทันทีที่ลับตามารดา เธอก็แอบปาดเหงื่อที่หน้าผากด้วยความโล่งอก เพราะเธอจำไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าในอดีตนั้นเธอทะเลาะกับพี่ชายด้วยเ๱ื่๵๹ขี้ผงอะไร

    ​

    ​ซูอวี้จู๋มองตามแผ่นหลังของลูกสาวพลางส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู เธอรู้ดีว่านั่นคืออาการเขินอาย พี่น้องคู่นี้มักจะลิ้นกับฟันทะเลาะกันด้วยเ๱ื่๵๹เล็กน้อยเสมอ ทว่าพอต้องแยกห่างกันไกล ความสัมพันธ์กลับดูจะแน่นแฟ้นขึ้นอย่างประหลาด

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงเดินฝ่าเปลวแดดที่ร้อนระอุไปยังสถานีอนามัย เพื่อรับจดหมายจากลุงเฉิงที่จ่าหน้าซองและติดแสตมป์เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว หน้าที่ของเธอมีเพียงนำมันไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์เท่านั้น

    ​

    ​สายตาของเธอเหลือบมองที่อยู่บนซองจดหมายซึ่งระบุถึงเมืองตี้ตู ดูเหมือนว่าบ้านเกิดหรือร่องรอยในอดีตของลุงเฉิงจะมาจากที่นั่นจริง ๆ เธอจึงลอบจดจำข้อมูลนี้ไว้เงียบ ๆ

    ​

    ​เส้นทางระหว่างหมู่บ้านไปสู่ตัวเมืองขนาบข้างไปด้วยทุ่งข้าวโพดกว้างขวาง ไร้ซึ่งร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ พื้นดินที่ระอุไปด้วยความร้อนส่งผ่านรองเท้าผ้าใบจนเธอรู้สึกแสบฝ่าเท้า เสิ่นหนานซิงจึงต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าปกติจนกระทั่งถึงเขตตัวเมือง เธอตรงไปยังที่ทำการไปรษณีย์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลแล้วรีบนำจดหมายหย่อนลงในตู้ไปรษณีย์สีเขียวเข้มทันที

    ​

    ​ในขณะที่กำลังจะหันหลังมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้า ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว เธอจึงตัดสินใจหมุนตัวกลับเข้าไปในที่ทำการไปรษณีย์อีกครั้ง

    ​

    ​“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้มีแสตมป์ลายไหนจำหน่ายบ้างคะ?”

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงนึกถึงองค์ความรู้จากอนาคตที่เธอเคยประสบมา แสตมป์บางรุ่นจะกลายเป็๲สมบัติล้ำค่าที่มีมูลค่ามหาศาลในภายหลัง เธอจึงอยากจะลองเสี่ยงดวงดูสักตั้ง

    ​

    ​“ลองเลือกดูในนี้สิ มีลายที่วางขายอยู่ทั้งหมดนั่นแหละ อยากได้ใบไหนเดี๋ยวฉันหยิบให้” เ๽้าหน้าที่ไปรษณีย์ที่มีท่าทางอิดโรยหยิบสมุดตัวอย่างแสตมป์ขึ้นมาวางบนเคาน์เตอร์

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงบรรจงเปิดดูทีละหน้าอย่างใจเย็น เธอชี้เลือกแสตมป์ลายต่าง ๆ ไปหลายแบบ จนกระทั่งเปิดมาถึงหน้าสุดท้าย ปลายนิ้วของเธอก็พลันหยุดชะงักลง

    ​

    ​มันคือแสตมป์รูปลิงสีดำบนพื้นหลังสีแดงสดสะดุดตา มูลค่าหน้าดวงเพียงแปดเฟิน ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจเธอเต้นรัวคือมันไม่ได้มีเพียงดวงเดียว แต่วางเรียงกันมาเป็๲แผ่นใหญ่!

    ​

    ​“คุณน้าคะ หนูขอซื้อแบบนี้ค่ะ ขอซื้อยกแผ่นเลยนะคะไม่ต้องฉีกแบ่ง” เสิ่นหนานซิงพยายามระงับความตื่นเต้นสุดขีดเอาไว้ในใจพลางชี้ไปที่แสตมป์แผ่นนั้น

    ​

    ​“จะรับลายนี้จริง ๆ เหรอ? เหมือนฉันจะมีเหลืออยู่อีกแผ่นนะ เธอสนใจจะรับไปด้วยเลยไหม?” เ๽้าหน้าที่รีบก้มลงหยิบออกมาเสนอขายด้วยความยินดี

    ​

    ​“รับค่ะ! รับทั้งสองแผ่นเลย รบกวนคุณน้าช่วยตรวจสอบให้หน่อยนะคะ พอดีน้องสาวหนูเกิดปีลิง เธอคลั่งไคล้ลายลิงแบบนี้มากเลยค่ะ” เสิ่นหนานซิงยังคงปั้นหน้าเรียบเฉยขณะยื่นมือไปรับแสตมป์ทั้งสองแผ่นมาถือไว้

    ​

    ​ในยุคนี้แสตมป์ยังคงจำหน่ายตามราคาหน้าตั๋ว แม้ในอนาคตมันจะมีมูลค่ามหาศาลชนิดที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่ในตอนนี้เธอใช้เงินไปไม่ถึงเจ็ดเหมาด้วยซ้ำ หากรวมกับแสตมป์แบบอื่นที่เธอซื้อไว้ก่อนหน้านี้ เงินที่จ่ายไปก็ยังไม่ถึงหนึ่งหยวนเสียด้วยซ้ำ

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงจ่ายเงินแล้วรีบก้าวออกจากไปรษณีย์ทันที มือของเธอเริ่มสั่นระริกด้วยความยินดี 'รวยแล้ว... รวยมหาศาลเข้าแล้ว!' แม้ผลกำไรนี้จะต้องรอนานหลายปีในอนาคต แต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกรางวัลใหญ่เข้าอย่างจัง

    ​

    ​เธอลอบชื่นชมแสตมป์ในมืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเก็บมันเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่าความตื่นเต้นอาจจะทำให้เธอเผลอทำพวกมันเสียหาย

    ​

    ​เมื่อจัดการธุระสำคัญเสร็จสิ้น เสิ่นหนานซิงก็เดินหน้าต่อไปยังห้างสรรพสินค้าด้วยอารมณ์ที่เบิกบานยิ่งกว่าเดิม เป้าหมายถัดไปของเธอคือการซื้อแปรงสีฟันและของใช้ที่จำเป็๲

    ​

    ​ห้างสรรพสินค้าในยุคนั้นกำลังอยู่ใน๰่๥๹เปลี่ยนผ่านจากร้านค้าสหกรณ์ไปสู่กิจการเอกชน ทำให้เริ่มมีการแข่งขันและนำสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาวางจำหน่ายมากขึ้น สำหรับคนในพื้นที่ที่นี่อาจเป็๲เพียงอาคารสองชั้นธรรมดา ๆ แต่ในฐานะร้านค้าหลักของอำเภอเฉิงเติง ที่นี่นับเป็๲แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่และครบครันที่สุดในเมืองซีซี

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงเดินสำรวจสินค้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงชั้นสอง สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่จักรยานคันงามที่วางโชว์อยู่ ความคิดหนึ่งพลันแล่นเข้ามาในหัว

    ​

    ​เนื่องจากเสิ่นฟางไห่ผู้เป็๲พ่อมีอาชีพขับรถ และที่ผ่านมาครอบครัวของเธอยังไม่ได้แยกบ้านออกมาอย่างเป็๲ทางการ ครอบครัวเสิ่นจึงไม่เคยมีจักรยานเป็๲ของตนเอง เวลาจะไปไหนมาไหนก็ต้องคอยไปขอยืมจากเพื่อนบ้านแล้วตอบแทนด้วยไข่ไก่เสมอ ซึ่งมันทั้งลำบากและน่าอึดอัดใจ

    ​

    ​ทว่าในยุคที่ระบบตั๋วจักรยานเริ่มถูกยกเลิกไปเช่นนี้ ขอเพียงมีเงินสดในมือ การจะเป็๲เ๽้าของจักรยานสักคันก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยากอีกต่อไป

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงหมายตาจักรยานแบบที่เธอชอบไว้ในใจ พลางคิดว่าหากซื้อมา เธอและแม่จะได้สลับกันขี่ไปทำธุระได้อย่างสะดวกสบาย

    ​

    ​นาฬิกาบนผนังร้านบอกเวลาสี่โมงเย็น เสิ่นหนานซิงจึงไม่รอช้า รีบจัดการซื้อแปรงสีฟัน ขนมขบเคี้ยวที่ตั้งใจจะเอาไปฝากน้องสาว และครีมทาหน้าตลับงามให้แม่ ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปสู่จุดหมายสุดท้าย คือโรงเรียนมัธยมต้นที่หนึ่งอำเภอเฉิงเติง

    ​

    ​โรงเรียนมัธยมแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองนัก เสิ่นหนานเยว่จึงถูกส่งมาเรียนที่นี่เนื่องจากความสะดวกในการเดินทาง และน้องสาวของเธอก็ทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนน่าชื่นชม หากยังรักษามาตรฐานนี้ไว้ได้ การสอบเข้ามัธยมปลายในเมืองย่อมอยู่แค่เอื้อม

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงเดินไปลงทะเบียนกับเ๽้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตู สอบถามตำแหน่งห้องพักครูของครูประจำชั้นเสิ่นหนานเยว่ แล้วจึงก้าวเดินเข้าไปในเขตรั้วโรงเรียน

    ​

    ​อาคารเรียนเป็๲ตึกสามชั้นที่ดูมั่นคง ห้องพักครูตั้งอยู่ที่ชั้นล่างสุด เสิ่นหนานซิงใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็หาห้องทำงานของครูระดับชั้นมัธยมต้นปีที่สองจนเจอ

    ​

    ​“ขอประทานโทษค่ะ ครูมู่ที่สอนห้อง 2-1 ประจำอยู่ที่นี่ไหมคะ?” เสิ่นหนานซิงเคาะประตูเบา ๆ บรรดาครูที่กำลังสนทนากันอยู่ต่างพากันหันมามองที่ต้นเสียง

    ​

    ​“ฉันคือมู่อวิ๋นค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเป็๲ใครหรือคะ?” ครูหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีลุกขึ้นทักทาย

    ​

    ​เสิ่นหนานซิงแนะนำตัวและอธิบายเหตุผลในการมาพบในวันนี้ ครูมู่ดูจะมีท่าทีชื่นชมเสิ่นหนานเยว่เป็๲พิเศษ เพราะเด็กสาวเป็๲นักเรียนที่ขยัน มีกิริยามารยาทเรียบร้อย และไม่เคยสร้างปัญหาใด ๆ ให้ครูต้องปวดหัว

    ​

    ​เธอเอ่ยชมเชยเสิ่นหนานเยว่อยู่ครู่ใหญ่ ทว่าใน๰่๥๹ท้ายของการสนทนา สีหน้าของครูมู่กลับเริ่มปรากฏแววลังเลใจออกมา

    ​

    ​“ครูมู่คะ หากมีเ๱ื่๵๹อะไรติดค้างในใจ ครูบอกฉันได้เลยนะคะ ไม่ต้องกังวลค่ะ” เสิ่นหนานซิงสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นจึงเอ่ยปากเพื่อให้ครูสบายใจ

    ​

    ​“ในฐานะที่เธอเป็๲พี่สาว ครูอยากบอกว่าหนานเยว่เป็๲เด็กที่มีอนาคตไกลมาก ถ้าเธอยังรักษาความตั้งใจแบบนี้ไว้ได้ การสอบเข้ามัธยมปลายในเมืองซีซีก็คงไม่ใช่เ๱ื่๵๹ยาก”

    ​

    ​“แต่ว่า... ๰่๥๹หลัง ๆ มานี้ ครูสังเกตเห็นว่าเธอมักจะมีอาการใจลอยบ่อย ๆ ในเวลาเรียน และดูเหมือนว่าเธอจะมีความสนิทสนมกับนักเรียนชายคนหนึ่งจากห้องข้าง ๆ มากเกินไปสักหน่อยค่ะ”

    ​

    ​ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเสิ่นหนานซิงก็เคร่งขรึมลงทันที ภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับน้องสาวในชาติก่อนฉายซ้ำเข้ามาในความทรงจำราวกับภาพหลอน เธอสาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด!

    ​

    ​“ครูมู่คะ ขอบพระคุณมากจริง ๆ ค่ะที่กรุณาแจ้งเ๱ื่๵๹นี้ให้ฉันทราบ ฉันจะคอยสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดด้วยตัวเองค่ะ และฉันอยากขอความกรุณาจากครูด้วยว่า ในระหว่างที่เ๱ื่๵๹ยังไม่ชัดเจน อย่าเพิ่งไปเอ่ยถามหนานเยว่โดยตรงเลยนะคะ”

    ​

    ​ครูมู่ซึ่งเป็๲ผู้มีเหตุผลพยักหน้าเห็นพ้องกับข้อเสนอนั้น

    ​

    ​“เข้าใจแล้วค่ะ หนานเยว่กำลังอยู่ในวัยที่อารมณ์แปรปรวนได้ง่าย บางครั้งเพียงการตัดสินใจที่ผิดพลาดชั่ววูบก็อาจเปลี่ยนชีวิตของเด็กคนหนึ่งไปตลอดกาล ครูฝากทางบ้านช่วยดูแลเธอให้ดีด้วยนะคะ”

    ​

    ​“ได้ค่ะ ฉันจะดูแลน้องอย่างดีที่สุดแน่นอน ส่วนที่โรงเรียนก็ต้องรบกวนครูมู่ช่วยเป็๲หูเป็๲ตาให้อีกแรงด้วยนะคะ” เสิ่นหนานซิงกล่าวขอบคุณในความหวังดีของครูอีกครั้ง

    ​

    ​เมื่อเห็นว่าครอบครัวให้ความสำคัญและยินดีร่วมมือเช่นนี้ ครูมู่จึงรับปากด้วยความเต็มใจว่าจะคอยสอดส่องและดูแลเสิ่นหนานเยว่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกหลังจากนี้