จะมัวใจเย็นอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้วจะมัวใจเย็นอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้ว
อี้เหิงทำหน้าเคร่งเครียดยกมือกอดอก คิดในใจอย่างกลัดกลุ้ม ตอนนี้เวลาได้ผ่านมานานมากแล้ว ร่างกายของเขาจะเป็อย่างไรบ้างน่าเป็ห่วงยิ่งนัก เื่ลอบสังหารอาเหยียนอีกจะปลอดภัยหรือไม่ไหนจะต้องหาวิธีกลับร่างของตนเองด้วย
ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวนัก
"คุณหนูน้ำชาหายร้อนแล้วเ้าค่ะ"เสียงฮุ่ยเจียงเอ่ยเตือน
อี้เหิงมองสาวใช้ที่กำลังเปลี่ยนน้ำชาตรงหน้านี่ก็เป็อีกสาเหตุหนึ่งที่เขาทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะมีสาวใช้ดูแลข้างกายตลอดเวลา นางก็ช่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีจริง ๆ อี้เหิงนึกเข็นเขี้ยวในใจ
"ฮูหยินผู้เฒ่าฝากมาถามว่าอีกสามวันข้างหน้าจะไปวัดหลิงซานเพื่อขอพรให้คุณหนูเ้าค่ะถ้าคุณหนูหายดีแล้ว จะตามฮูหยินผู้เฒ่าไปด้วยหรือไม่เ้าคะ"
วัดหลิงซาน งั้นหรือ ตากลมโตเปล่งประกายวาบ
"ไป ข้าหายดีแล้ว" เสียงหวานเอ่ยตอบด้วยความกระตือรือร้น
นับเป็โอกาสอันดีออกจากจวนครานี้สืบข่าวสถานการณ์ทางฝั่งอาเหยียนดีกว่านึกแล้วอนาถใจตัวเองในเวลานี้เมื่อก่อนตัวเขามีอิสรเสรีมากเพียงใดเพราะถือเป็คนสนิทข้างกายอันอ๋องผู้ยิ่งใหญ่
แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างของคุณหนูฮั่วผู้นี้กลับต้องระมัดระวังตัวทุกฝีก้าวเพราะกลัวความแตกว่ามีิญญาหนุ่มมาสิงร่างสตรีแล้วจะโดนจับเผาทั้งเป็
เมื่อคิดได้ อี้เหิงก็นำหนังสือจรรยาสตรีที่เขาซุกไว้ตรงอกออกมาเปิดอ่านอีกครั้ง
เป็สตรีนี่ยากจริงจริ๊ง
สามวันผ่านไป
รถม้าหรูหราสองคันมีตราสกุลฮั่วรถขับเคลื่อนอย่างช้า ๆตามคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่าที่ยังเป็ห่วงร่างกายของหลานสาวภายในรถม้าปูด้วยเบาะนุ่มกันกระแทกอย่างดี มุ่งหน้าไปยังวัดหลิงซาน
ระหว่างทางผ่านตลาดเจอผู้คนเดินขายของตามทางเดินะโเรียกหาลูกค้าให้แวะชมสินค้าของตัวเอง อี้เหิงแอบมองผ่านลอดผ้าม่านออกไปด้านนอกมองคนผู้เดินผ่านไปมาด้วยความสนใจ
"คุณหนู มานั่งตรงนี้เถิดเ้าค่ะ"ฮุ่ยเจียงเรียกเสียงเบานางมองคุณหนูของนางที่วันนี้แต่งกายด้วยชุดสีชมพูอ่อนลวดลายดอกไห่ถังทรงผมถูกถักเปียไว้รอบศีรษะทิ้งผมบางส่วนลงมาแล้วประดับด้วยปิ่นผีเสื้อที่ส่ายไปมาเมื่อขยับตัวมองแล้วคุณหนูของนางช่างงดงามยิ่งนัก
รถม้าเดินทางมาถึงวัดหลิงซานในเวลาหนึ่งชั่วยามถัดมา อี้เหิงเหยียบเก้าอี้ลงมาจากรถม้า
"เป็อย่างไรบ้างเหนื่อยหรือไม่อาหราน" ฮูหยินผู้เฒ่าลงจากรถม้าเรียบร้อยแล้ว ส่งเสียงถามหลานสาว
"ข้าไม่เหนื่อยเ้าค่ะ สบายมาก" อี้เหิงตอบฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วด้วยน้ำเสียงสดใสขณะเดินเข้าไปใกล้แล้วพยุงแขนผู้สูงวัยเดินขึ้นไปบนวัด
ฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วสังเกตหลานสาวของตนเองนิสัยของนางเปลี่ยนไปมากหลังจากฟื้นขึ้นมา ถึงจะบอกว่าสูญเสียความทรงจำแต่นิสัยและท่าทางกิริยาที่นางได้ฟังมาจากสาวใช้กลับเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมยังดีที่อาหารการกิน ความชอบในเื่หมากของนางยังเหมือนเดิม ไม่เช่นนั้นนางคงนึกว่าิญญาร้ายมาสิงร่างหลานสาวของนางเป็แน่
เพื่อความสบายใจของตัวนางที่แก่ชราผู้นี้จึงได้ชักชวนฮั่วอี้หรานมาวัดหลิงซานวัดแห่งนี้มีนักพรตมีญาณแก่กล้า นักพรตซือไต้คงเป็เ้าอาวาสของวัดที่มีคนเมืองหลวงนับถือเป็อย่างมากนางจะได้ให้ท่านนักพรตซือไต้คงดูอาการหลานของนางด้วย
จู่ ๆ อี้เหิงก็รู้สึกขนลุกขึ้นมากะทันหัน
เมื่อเดินเข้าไปในเขตวัดก็ได้ยินเสียงสวดมนต์ดังขึ้น อี้เหิงและฮูหยินผู้เฒ่าเดินเข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปที่ตั้งไว้ในวัด
อี้เหิงหลับตายกมือขึ้นประกบกันสวดขอพรในใจ
พระพุทธองค์ขอรับข้าขอให้จิติญญาของข้ากลับสู่ร่างของตนโดยเร็วด้วยเถิด
อี้เหิงตั้งใจสวดมนต์เพื่อแสดงความตั้งใจให้พระพุทธองค์เห็นอีกด้านของฮูหยินผู้เฒ่าก็ตั้งใจสวดขอพรเหมือนกันนางขอให้บุตรชายที่อยู่ต่างเมืองปลอดภัยปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
พระพุทธองค์เ้าคะ หลานสาวของข้าเวลานี้แปลกไปยิ่งนักหญิงแก่นางนี้กลัวเหลือเกินขอให้พระพุทธองค์ได้โปรดช่วยให้หลานข้ากลับมาเป็ปกติด้วยเถิด
ผู้คนที่มายังวัดหลิงซานเห็นคู่ยายหลานสวดมนต์ขอพรอย่างตั้งใจก็แสดงความเลื่อมใสอยู่ภายในใจ
พออี้เหิงสวดขอพรเสร็จก็ก้มกราบสามครั้งเพื่อแสดงความเคารพเมื่อกินอาหารเจของวัดเสร็จแล้วอี้เหิงถูกฮูหยินผู้เฒ่าไล่ให้ไปเดินเล่นภายในวัดนางถือว่าตนแก่แล้วอยากจะพักผ่อนห้องที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้สักหน่อย
อี้เหิ้งเดินตามหลังเณรน้อยที่จะพาไปเที่ยวชมบริเวณวัดวัดหลิงซานเป็วัดที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงผู้คนที่มาวัดแห่งนี้จึงมีมากกว่าที่อื่น อี้เหิงเห็นหญิงสาวรุ่นราวเดียวกันกับฮั่วอี้หรานและฮั่วอี้ชิงจับกลุ่มพูดคุยกันกระซิบกระซาบพลางเหลือบมองมาที่เขาเป็ระยะ หูของอี้เหิงลอบฟังพวกนางคุยกันเผื่อจะได้ข่าวของอันอ๋องบ้าง
พวกนางไม่เคยเห็นบุรุษรูปงามหรือยังไง
อี้เหิงได้แต่คิดฉุนเฉียวในใจเมื่อถูกแอบมองแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้ตัวเขาเองอยู่ในร่างของฮั่วอี้หราน
เขาคงไม่โชคร้ายเจอคนคุ้นเคยของคุณหนูฮั่วเข้านะ อี้เหิงคิดอย่างหวาดหวั่นก้มหน้าเดินลงอีกนิด
"สีกาที่นี่คือสวนที่เ้าอาวาสตั้งใจจัดขึ้นมาขอรับ"
อี้เหิง มองสวนที่จัดอย่างเรียบง่ายตรงหน้า สวนกว้างที่มีดอกเบญจมาศหลากสีสันขึ้นไปทั่วละลานตามีต้นท้ออยู่กลางสวนต้นเดียว
"ขอบใจ เณรน้อยยิ่งนัก"
"อมิตาภพุทธ" เณรน้อยก้มหัวกล่าวเมื่อเดินมาส่งถึงที่หมายก็ปลีกตัวออกไปจากสวนเบญจมาศแห่งนี้ ปล่อยให้อี้เหิงและฮุ่ยเจียงชมสวนเพียงลำพัง
อี้เหิงเดินชมดอกเบญจมาศไปตามทางเดินในหัวก็คิดถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้ตอนนี้จิติญญาของเขามาอยู่ในร่างของคุณหนูฮั่วแล้วจิติญญาของฮั่วอี้หรานล่ะนางไปอยู่ที่ใด
หรือว่า ตอนนี้นางจะอาศัยอยู่ในร่างของข้า
แค่คิดถึงเื่นี้เหงื่อก็ซึมออกข้างขมับของอี้เหิงทันทีเป็ไปได้มากทีเดียว
"คุณหนูพักสักหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ"ฮุ่ยเจียงสังเกตเห็นเหงื่อของอี้เหิงก็รีบพูดขึ้นมา
"ดีเหมือนกัน"เขาชักจะเริ่มหน้ามืดแล้วเมื่อคิดถึงเื่ที่อาจเกิดขึ้นกับร่างเขา
"พี่อี้หราน"
เสียงสดใสดังขึ้นด้านหลังเอ่ยทักทาย ก่อนที่ตัวจะปรากฏขึ้นตรงหน้าอี้เหิงสาวน้อยชุดเขียวตรงหน้ามีรูปร่างสมส่วน ตัวต่ำกว่าร่างฮั่วอี้หรานเล็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักยิ่งนัก ใบหน้ายิ้มกว้างนางเดินเข้ามาทักทายฮั่วอี้หรานพร้อมกับมีบุรุษเดินตามหลังนางมา อี้เหิงคาดเดาว่าน่าจะเป็ญาติของสาวน้อยชุดเขียวเพราะหน้าตาคล้ายกันยิ่งนักแค่มีส่วนที่หล่อเหลาคมคายของบุรุษมากกว่า
บุรุษผู้นี้ส่งสายตาห่วงใยมาที่อี้เหิงทำให้เ้าตัวรู้สึกขนลุกซู่