ต้นจามจุรี (ก้ามปู) สองต้น ยืนตระหง่านแผ่กิ่งก้านสาขาน้อยใหญ่ปกคลุมพื้นที่บริเวณห้องน้ำทั้งหมดไว้ เป็ร่มเงาทมึนกรองแสงให้ความร่มเย็นยามตะวันส่องแสงร้อนแรง และให้ความรู้สึกน่ากลัวในยามที่แสงจากดวงอาทิตย์หดหายไป เปลี่ยนเป็แสงจันทร์นวล ระเรื่อ...ที่อาบน้ำของโรงเรียนตั้งอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่คู่นี้ มีแสงสว่างจากไฟนีออนหลายดวง เพิ่มแสงสว่างและขับไล่ความน่ากลัวในยามที่ฟ้ามืดมิดได้เป็อย่างดี....ซ่า ๆ ๆ --- เสียงน้ำกระทบกายและตกลงสู่พื้นคอนกรีต...
--ซ่า--
"เฮ้ย! ไอ้ปักร์ กูอาบเสร็จแล้ว ไปขี้แป๊บนึง! รอกูด้วย" ทัศนะเทน้ำจากขันราดหัว โยนมันลงตุ่มน้ำข้างหน้าอย่างลุกลี้ลุกลน เขย่งขาโหยก ๆ เอามือกำตูดของมันไว้ วิ่งหายไปตรงทางออก...เสียงโครมครามวิ่งเข้าออกห้องน้ำจ้าละหวั่น
"บ้าเอ๊ย!! ไม่มีกลอน"
"เฮ้ย! .... นี่ก็ประตูเป็รู!"
เมื่อเสียงคนปวดขี้! สงบลง..เสียงสาว ๆ ...พูดคุย หัวเราะหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน ลอยแว่วมาตามสายลมของฤดูหนาวกระทบหูของปกปักร์ที่เอาน้ำราดตัวอย่างเงียบ ๆ และปกติ...
"โห --- แกขาวมากอ่ะ ฟ้าก็ขาวโบ๊ะ!...ทำยังไงบอกเคล็ดลับมา"
"ขาวธรรมชาติค่าาา"
"พี่รสาก็หน้าอกสวยดีนะคะ..."
"อย่าหาแซวพี่นะ...ยัยฟ้า! ไอ้บ้าทัศมันยิ่งชอบบอกว่าพี่เป็กระดานโต้คลื่นอยู่ เสียความมั่นใจหมด!...
...โอ้! ดูของเธอสองคนซิ แยงตาชะมัด...นี่แน่ะ!" คนพูดยืนมือพรวดไปจับ "ผลแตงโม""> ที่แขวนอยู่บนหน้าอกของคนขาวธรรมชาติ
"ว้าย! ยัยโรคจิต!" คนโดนจับสะดุ้ง หน้าแดง
"ว้าย! อย่านะพี่สา" อีกคนยกมือขึ้นมาปิดไว้ได้ทัน ไม่ถูกบีบผลแตงโมจากยัยโรคจิต
"ดูแกสิ...ยังกะของเด็ก ม.ต้น ผ้าถุงจะเกาะไม่อยู่แล้ว" ฮ่า ๆ ๆ ลลิตโต้กลับ ยื่นมือจับผ้าถุงของรสากระตุกลง
"ฮ้า-- ฉันไหวตัวทันหรอกน่าแก อิอิ" คนถุูกดึงผ้าถุงจับไว้ได้ทัน แผนการของลลิตไม่ได้ผล
เด็กสาวอายุอานามราวสิบหกสิบเจ็ดปี..ต่างหยอกล้อกันเล่นสาดน้ำอย่างสนุกสนาน คนหนึ่งผมสีน้ำตาลยาว ผิวขาวสดใส ใบหน้าเรียวคมที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา น่ามอง ชวนให้สบายใจ..คนผมสีน้ำตาลอ่อนสั้นหยักศก ยาวปะบ่า ผิวขาวชมพูใส แขนขาเรียวสวย ใบหน้าสดใส ตาสีน้ำตาลเป็ประกาย..อีกคนที่เล่นอยู่ด้วยกันในผ้าใบสีฟ้าขาวที่กั้นเป็ห้องอาบน้ำสำหรับผู้หญิงยามนี้ เธอมีผมดำเป็เงายาวถึงหลัง ผิวขาวละเอียด แขนขาเล็กบาง หุ่นเพรียวอย่างกับนางแบบในหนังสือแฟชั่น ใบหน้าสวย ดูมีเสน่ห์ น่าหลงใหล...ความมืดเริ่มปกคลุม ตะวันกำลังจะลับขอบฟ้า หมวกอาบน้ำถูกนำมาสวมไว้บนหัวของสาว ๆ ขันหลากสีลอยตุ๊บป่องในตุ่มน้ำ...
"ลลิต!"
"อะไร?"
"ฉันได้ยินมาว่า......ห้องดุริยางค์ของเรามี ผี!" คนกล่าวเื่ผีหน้าตาเฉย กำลังถูสบู่ ลูบไล้ตามแขน หัวไหล่ และขา
"อ๋อ...ที่แกเข้าวงมาเพราะเื่นี้?"
"ใช่.....ที่ไหนเล่า!! ใครจะบ้าขนาดนั้น ฉันมีเหตุผลของฉันน่า"
"แล้วเหตุผลอะไรล่ะ?"
"เื่นั้นช่างมันก่อน ...จะฟังต่อไหมเนี่ย?"
น้ำฟ้า และน้อง ๆ ม.ต้น สองสามคน บังเอิญได้ยินสิ่งที่รุ่นพี่นั่งคุยกระซิบกระซาบกันอยู่ ขยับเข้าไปรวมกลุ่มขอรับฟังด้วย อาจจะด้วยหัวข้อสนทนานั้นเกี่ยวข้องกับพวกเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกคนต่างอยู่ในชุดกระโจมอก ไม่มีใครสนใจการแต่งกายของตนแต่อย่างไร...
"ตอนแรกฉันว่าจะไม่เล่าแล้วนะ แต่มันน่าสงสัยตรงที่ เมื่อคืนวานฟ้าเห็นผี! ลักษณะเหมือนกับเื่ที่ฉันจะเล่า"
"เพื่อนของฉันคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ครู นักเรียน แม้กระทั่งภารโรง ที่ใช้เส้นทางถนนลูกรังจากอาคาร 4 ไปแปลงเกษตร เมื่อผ่านอาคารคหกรรมซึ่งเป็ที่ตั้งของห้องดุริยางค์ บางครั้ง จะได้ยินเสียงเพลงเศร้า โหยหวน ลอยออกมาจากชั้นสอง!"
"โถ่ พี่สา ห้องดุริยางค์ก็ต้องมีเสียงซ้อมดนตรีป่ะคะ" ฟาง เด็กสาวไซซ์มินิหน้าตาน่ารัก ขัดจังหวะ
"ย้ำนะ เพลงโหยหวน" รสาเล่าต่อไม่ได้สนใจคนขัดจังหวะ
"และที่สำคัญ จากการสอบถามพยานหลายปาก สรุปได้ว่า...จะได้ยินใน่หลังเที่ยงคืนไปแล้วทั้งนั้น!"
"ใครมันจะมาซ้อมตอนหลังเที่ยงคืน?" ลลิตพึมพำ
"ก็นั่นแหละ...
...แล้วฉันก็ไปหาข้อมูลและได้ฟังจากหลาย ๆ คนในโรงเรียน เล่าตรงกันว่า เคยเดิน หรือปั่นจักรยานผ่านห้องดนตรี่ดึก ๆได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้หญิง บางคนก็รู้สึกเสียวสันหลัง เหมือนมีใครบางคนหรืออะไรบางอย่างจ้องมองมาจากชั้นสอง แต่พอมองขึ้นไปก็เห็นแต่เพียงระเบียงที่ว่างเปล่า และที่เด็ดสุด พยานสองปากเห็นพร้อมกันเวลาเดียวกัน...สองคนนั้นเล่าว่า ตอนที่เข้าค่ายลูกเสือเนตรนารีเมื่อปีก่อน ต้องกางเต็นท์ค้างแรมที่โรงเรียนสองคืน มีการเก็บคะแนนตามฐานต่าง ๆ รวมถึง การทำอาหารส่งครูด้วย เย็นวันแรก พอกลับจากเดินทางไกลแล้ว ไข่ไก่ที่เตรียมมาโดนขโมยไป ทั้งสองคิดขึ้นได้ว่าที่แปลงเกษตรพวกตนเคยไปเรียนวิชาเกษตรแล้วครูให้เก็บไข่ จากแม่ไก่ที่เลี้ยงไว้ในเร้า จึงมีไอเดียไปขโมยไข่ที่แปลงเกษตร เพื่อน ๆ ในหมู่เห็นดีเห็นงามด้วย รอจนตีสามซึ่งเป็เวลาที่หมู่ของพวกเขาเป็เวรยาม แล้วแยกตัวออกมาสองคนพร้อมถุงพลาสติกใบใหญ่ ......ขาไปไม่มีอะไร แต่ขากลับนี่แหละ ทั้งสองเล่าตรงกันว่า..
"พอเดินมาถึงตึกคหกรรม จู่ ๆ ลมก็พัดวูบ แรงมาก แล้วอากาศก็เย็นเฉียบ พวกผมนี่ขนลุกไปหมด แล้วเหมือนอะไรไม่รู้ดลใจให้ผมสองคนมองขึ้นไปที่ระเบียงชั้นสองโดยที่ไม่ได้นัดหมาย สิ่งที่พวกผมเห็นทำให้ผมขาแข็ง ตัวแข็ง หายใจไม่ออก และรู้สึกเหมือนหัวใจมันะโออกมาข้างนอก...ผู้หญิง! .ใส่ชุดนักเรียนหญิง ม.ปลาย ผมดำยุ่งเหยิงยาวเกือบถึงเอว ผิวกายและใบหน้าซีดบวมอืด ลิ้นจุกอยู่ที่ปากสีดำคล้ำ ั์ตาสีแดงฉาน จ้องมองมาที่พวกผม!" รสาหยุดเล่า หายใจเฮือกใหญ่
จะด้วยการแต่งกายและร่างกายที่เปียกชุ่มของพวกเธอและอากาศที่หนาวเย็นยามนี้ หรือเพราะเื่เล่าที่ได้รับฟัง...ทุกคนต่าง ขนลุกซู่! หายใจไม่ทั่วท้อง!
"แล้วยังไงต่อคะพี่?"
"เป็ยังไงกับสองคนนั้นคะ?"
"สองคนนั้นน่ะหรอ...ก็ยังรอดมาเล่าเื่นี้ให้พี่ฟังนี่ไง" ใบหน้าของคนพูดมีรอยยิ้มติดตลก
"เป็ลมหมดสติ!ไข่แตก!"
"ถึงกับไข่แตกเลยหรอคะ?"
"เธอคิดไปถึงไหนเนี่ย...ไข่ไก่ไง ที่ขโมยมาจากแปลงเกษตร แตกหมด เพราะทั้งสองคนสลบนอนอยู่กลางถนนลูกรังนี่แหละ จนเพื่อนเห็นไปนานผิดสังเกตเลยมาตามถึงได้รอดไง" รสา เล่าต่อด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
"พอเหอะแก-- มืดแล้วด้วย รีบอาบน้ำก่อน ...มาเล่าอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้" ลลิตสีหน้าไม่สู้ดีนัก ขอร้องเพื่อนหน้าเป็ของเธอ
"จ้า -- โทษที แต่มันคันปากอยากเล่าน่ะ" เสียงสดใสตอบกลับ
จากนั้น เด็กสาวทั้งห้าคนต่างรีบใช้ขันจ้วงน้ำจากตุ่ม ราดตัว ราดหัว อาบน้ำอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แข่งกับแสงตะวันที่กำลังจะหายไป และต่างแยกย้ายเข้าห้องน้ำเพื่อผลัดเสื้อผ้าชุดใหม่...
กรี๊ดดดด!!......
--เสียงร้องของใครบางคน ดังมาจากห้องน้ำหญิง!!
****จบตอน****