ป้าเมียด เดี๋ยวบอกให้คนงานขนกระเป๋าให้ผมหน่อยนะครับ” ธันทราชเดินลงมาพร้อมกับบอกแม่บ้านที่ยืนรออยู่
“เข้ากรุงเทพหรือคะนาย” ป้าเมียดถามเขาจึงพยักหน้า “แล้วจะกลับเมื่อไรหรือคะ?” นางถามอีกพร้อมกับรินกาแฟให้เ้านาย
“กลับทางเรือ คุณเพ็ญบอกว่าเรือที่ซื้อต่อมาซ่อมเสร็จแล้วผมจะไปลองใช้ดูสักหน่อย” เขาบอก นางเงียบลงเพราะเข้าใจความหมายว่าการกลับทางเรือของนายหนุ่มคือการเริ่มงานที่เขารอมานาน
“จะให้เมียดจัดการอะไรไว้ให้ไหมคะ เผื่อว่า...” นางถามลองเชิง เห็นสีหน้าของนายหนุ่มเรียบเฉยเดาใจไม่ถูก
“ไม่ต้อง เดี๋ยวให้คนมาอยู่จัดการเอาเอง และอีกเื่ป้าคงทราบว่าผมจะพาใครมา” ชายหนุ่มบอกเป็นัย นางพยักหน้า
“ค่ะ ป้าทราบ ให้ป้าทำยังไงกับเธอคะ”
“ให้เธอทำ...เท่าที่มี ทุกอย่าง” ธันทราชยิ้มมุมปากรอยแค้นฉายออกมาทางดวงตาหรี่คม
นางพยักหน้า พร้อมที่จะทำตามที่เ้านายสั่ง เพราะนางเองก็เคียดแค้นลูกน้องทรยศของนายใหญ่ ยิ่งนางรู้ทุกอย่างมาตลอดก็ยิ่งแค้น
นายใหญ่เป็คนดี ซื่อสัตย์มาตลอด คนในไร่ต่างเคารพนับถือเรียกเป็พ่อเลยก็ว่าได้ ทุกคนพร้อมทำทุกอย่างเพียงนายใหญ่สั่งการลงมา
นายใหญ่ของเมียดช่างเป็คนดี อ่อนโยน และซื่อสัตย์
เพราะอย่างนี้ที่ทำให้คนอื่นหวังผลจากความดีของท่านอย่างน่ารังเกียจ
นางจำอัมราได้ดี ผู้หญิงคนนั้นเวลามาที่บ้านไร่ทำท่าเหมือนกำลังอยู่บนกองขยะ อัมรามักจะทำท่าอย่างนั้นก็ตอน ที่สั่งงานพวกคนงานหรือนางเมียด แต่เวลาพูดกับนายใหญ่กลับ ดูสุภาพเป็คนดี ทำให้นายใหญ่ไว้ใจ
แต่พอถึงคราวคับขันลายก็เริ่มออก ปัดสวะให้พ้นตัว โยนมาให้นายใหญ่ของนางรับความผิดเพียงคนเดียว ส่วนมันก็มีความสุขอยู่บนกองเงินกองทองที่กอบโกยมาได้ แม้แต่เกียรติยศชื่อเสียงที่มันไต่ขึ้นไปจากความตายของนายใหญ่
ถึงเวลาแล้วที่มันควรจะได้รับผลกรรมกลับไปบ้าง คุณธันทราชก็ดูจะแค้นมากถึงกับวางแผนเป็ปีๆ
เห็นได้ว่าความแค้นนั้นมีมากมายนัก แม้แต่เวลาก็ไม่ช่วยเยียวยาได้ เช่นเดียวกับนางที่รอวันนี้เช่นเดียวกัน
ตอนแรกนางคิดว่าเ้านายจะพานางอัมรามาที่ไร่ แต่กลับเป็ลูกสาวของนางอัมราแทน
“อัมรารักลูกสาวมาก ผมจะพาคนที่ผู้หญิงคนนั้นรักมากที่สุดมาทำงานที่ไม่ต้องใช้สมองนอกจากแรงงาน ลองคิดดูสิว่าคุณหนูลูกนักการเมืองดังจะทนเพื่อผู้หญิงคนนั้นไปได้สักกี่น้ำ”
นางไม่ได้คัดค้านแผนการนายของนางเลยสักนิด เพราะทุกอย่างมันสาสมกับสิ่งที่นางอัมราได้กระทำกับครอบครัวนายใหญ่แล้ว
เอมอรปรือตาขึ้นรับรู้ถึงที่ตนอยู่ มันเป็ห้องกว้างที่มีแต่แสงไฟสลัว หล่อนกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้าง มีผ้าปูเตียงพาดตัวหล่อนอยู่ และสภาพของหล่อนก็เหมือนถูกโยนลงบนเตียงมากกว่า
เอมอรลุกขึ้นนั่งด้วยอาการมึนหัวก่อนจะใช้มือกุมขมับตัวเอง
“พวกนั้นใช้ยาสลบ? ตอนไหนนะ” เอมอรรีบตรวจดูร่างกายตัวเอง แล้วให้สบายใจขึ้นมาที่เสื้อผ้าถึงจะยับย่นไปหมดแล้วก็ตาม แต่ไม่มีร่องรอยถอดหรือใส่ เมื่อสำรวจตัวเองแล้ว ก็สอดส่ายสายตาไปทั่วห้อง
พวกนั้นหายไหนกันหมดแล้ว...แล้วนี่ มันที่ไหน
เอมอรหันขวับไปทางระเบียงห้องที่อยู่ด้านหลังหล่อน เพ่งมองครู่หนึ่งก็พบว่ามีเงาตะคุ่มนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียง นี่ถ้าหล่อนไม่ได้ยินเสียงมือของคนนั้นวางแก้วน้ำก็ไม่คิดเลยว่าจะมีคนเฝ้าหล่อนอยู่
“ตื่นเร็วดี คิดว่าต้องรออีกสองสามชั่วโมงเสียอีก” เสียงห้าวนั่นทำให้เอมอรผุดลุกออกจากเตียงทันที
“คุณ...คุณเป็ใคร” เอมอรหยุดรอฟังเขา แต่เขาไม่พูด “คุณเป็คนพาฉันมาที่นี่ใช่ไหม?”
“ลูกน้อง...ฉัน...พาเธอมาที่นี่ เอมอร...ชัยรัฐ ฉันไม่ลดตัวลงไปฉุดผู้หญิงอย่างเธอมาด้วยตัวเองหรอก”
“ยิ่งกว่าน่ะสิ” เอมอรขยับถอยเมื่อร่างบนเก้าอี้ชะโงกคล้ายจะลุกขึ้น “คุณจับฉันมาทำไม ปล่อยฉันออกไปนะ” หญิงสาวเริ่มตวาด แต่เขากลับดูนิ่งเฉยเสียจนหล่อนรู้สึกสั่นขึ้นมา
ธันทราชลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้องและหยุดหันกลับมาที่หล่อน “ยังหรอก ฉันยังปล่อยเธอไม่ได้จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอคือ เอมอร ชัยรัฐ ลูกสาวของอัมรา ชัยรัฐตัวจริง” ธันทราชกดสวิทช์ไฟพรึบขึ้น แล้วจ้อง ร่างหญิงสาวตรงหน้าโดยไม่กระพริบตา
เวลาสามปีไม่ได้ทำให้หญิงสาวคนนี้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ใบหน้า ดวงตากลมโตสุกใส เหมือนลูกกวางตื่นภัย จมูกเชิดนิดหน่อยบอกว่าเป็คนไม่ค่อยยอมใคร และริมฝีปาก...ดีจริงๆ
“ใช่เธอแน่ๆ ถึงหน้าตาเธอจะไปทางเจษดามากกว่าก็เถอะแต่แววตาเธอก็เหมือน...ผู้หญิงคนนั้นไม่มีผิด” ธันทราชย่างเท้า เข้ามาใกล้แล้วก้มหน้ามองจนชิดใบหน้าหญิงสาว “แววตาเ้าเล่ห์ ตลบตะแลง หลอกลวง ปลิ้นปล้อนอย่างนี้ฉันจำได้ไม่มีทางลืม” ชายหนุ่มผงกหน้าขึ้นเมื่อหญิงสาวเหวี่ยงมือหมายจะฟาดหน้าเขา เขาคว้าเอวหล่อนไปยึดไว้กับตัว “ร้ายพอกันเลยนะ คิดทำร้ายฉันทีเผลองั้นเหรอ” เขากดตัวหล่อนไว้กับตัวเขาแน่นจนหล่อนแทบหายใจไม่ออก
“ปล่อยฉันนะ ถือดียังไงมาว่าแม่ฉัน ปล่อย!” เอมอรทุบเขาแรงทำให้เขาสะบัดเหวี่ยงหล่อนลงบนเตียง หญิงสาวหน้านิ่วเพราะแขนของหล่อนลงก่อน
“ฉันทำได้มากกว่านั้นเอมอร แม่เธอเป็อะไรที่...ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานทำเสียอีก”
“หยุดนะ” เอมอรตวาด มองเขาตาวาว แต่ธันทราชยืนอยู่เหนือร่างหล่อนและแสยะยิ้มใส่
“ฉันจะทำให้แม่ของเธอทรมานยิ่งกว่าที่ฉันเคยเป็ มากกว่าคนที่ฉันรักได้รับ มากกว่า!...ร้อยเท่า พันเท่า” มือใหญ่คว้าแขนหล่อนไปกุมไว้จนหล่อนร้องเพราะมันเจ็บไปถึงกระดูก หล่อนสบตาเขาแล้วกัดปากปิดเสียงเพราะเหมือนเขาจะยิ้มที่เห็นหล่อนร้องเ็ปออกมา “รู้ไว้ด้วยว่าแม่เธอต้องชดใช้ให้ฉัน ฉันจะทำให้แม่เธอตายทั้งเป็!” ธันทราช กระชากเสียงใส่ เห็นว่าน้ำตาคลอแต่ริมฝีปากนั้นปิดสนิท เขาปล่อยมือจากแขนหล่อนทันที ไม่อย่างนั้นหล่อนคงแขนหักไปตลอดชีวิต
“แม่ฉัน...ไปทำอะไรให้คุณ ทำไมคุณต้องอาฆาตท่านด้วย” เอมอรถามเสียงแ่พยายามแล้วที่จะไม่ให้เสียงสะอื้นออกมา หล่อนกุมแขนที่ปวดร้าวราวกับมันขาดไปแล้ว ความเจ็บนี้เป็ของจริง ทำไมเขาต้องรุนแรงกับหล่อนมากขนาดนี้ แล้วยังแววตาเขาราวกับฆาตกร