เธอที่ผมเริ่มมอง โดยไม่รู้ตัว

    บทที่ 10: หลังเลิกเรียน...กับเธอ

    เช้าวันธรรมดา แดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหน้าต่างห้องเรียน 

    เสียงนกกระจอกยังคงร้องจิ๊บ ๆ เหมือนทุกวัน แต่วันนี้ต่างออกไปนิดหน่อย... เพราะเป็๞วันเรียนคาบพละ 

    “วันนี้ผู้ชายไปสนามฟุตบอล ผู้หญิงไปโรงยิมนะ” 
    เสียงอาจารย์พละพูดขึ้นหลังเช็กชื่อเสร็จ 

    ผมเดินตามเพื่อน ๆ ไปที่สนามหญ้า เคนตะเดินข้าง ๆ พร้อมลูกฟุตบอลในมือ 
    “วันนี้จะโชว์ฝีเท้าให้ซาโยะดูรึเปล่า?” เขาแซว 

    “บ้าเหรอ...” ผมตอบพลางเบือนหน้าหนี แต่ก็อดเหลือบตามองไปทางโรงยิมไม่ได้ 

    ในโรงยิม ซาโยะอยู่ในชุดพละแขนยาวสีขาวกับกางเกงวอร์ม 
    เธอกำลังยืดเส้นยืดสายกับมิซากิ ผมเห็นเธอหัวเราะเบา ๆ ตอนที่มิซากิพยายามตีลูกวอลเลย์แต่พลาด 
    แค่เห็นรอยยิ้มของเธอจากระยะไกล หัวใจก็รู้สึกเบาขึ้นอย่างประหลาด 

    ระหว่างที่ผมเล่นฟุตบอลอยู่นั้น ผมก็เห็นซาโยะมองมาจากที่ไกล ๆ 
    ผมหันไปสบตากับเธอที่กำลังพูดอะไรบางอย่าง แม้จะไม่ได้ยิน แต่ก็พออ่านปากได้ว่า 
    “สู้ ๆ นะ ฮารุกิคุง” พร้อมกับกำมือให้กำลังใจ 

    ตอนนั้นแรงที่กำลังจะหมดของผมกลับฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง 
    เพียงเพราะคำพูดจากคนที่ผมแอบชอบ 

    “เอ้านี่ ฮารุกิ!” 
    เคนตะส่งลูกบอลมาให้ผมแบบจงใจ เหมือนจะให้ผมโชว์เท่ต่อหน้าซาโยะ 
    ผมก็ไม่ปฏิเสธความหวังดีของเพื่อนหรอกนะ 

     

    หลังคาบพละจบลง ผมเดินเช็ดเหงื่ออยู่หน้าห้องเรียน 
    อากาศยังอุ่น ๆ อยู่ แต่หัวใจผมกลับเต้นแรงกว่าเดิม 

    ระหว่างที่กำลังจะเดินกลับห้อง ผมก็พบกับซาโยะโดยบังเอิญ 
    เธอกำลังเดินมาทางนี้พอดี 

    ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เพราะกลัวว่ากลิ่นเหงื่อจะทำให้เธอไม่ชอบ 
    แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา 

    “ซาโยะ” 
    เธอหันมา ดวงตายังสดใสเหมือนเดิม 
    “หืม?” 

    “หลังเลิกเรียน... ว่างไหม?” ผมถามเบา ๆ 
    เสียงตัวเองเบาจนแทบไม่ได้ยิน 

    เธอยิ้มบาง ๆ แล้วตอบ 
    “ฉันว่าจะไปเดินเล่นแถวร้านข้างทางหน่อย... อยากไปด้วยกันไหม?” 

    ผมชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้า 
    “อืม ไปสิ” 

    นี่เป็๞ครั้งแรกที่ผมชวนเธอไปไหน โดยไม่มีเหตุผลอื่น 
    แค่เดินเล่นด้วยกัน... ฟังดูธรรมดา แต่สำหรับผม มันพิเศษมาก 

    ถึงเราจะยังไม่ได้เป็๲อะไรกัน 
    แต่แค่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้... ก็เพียงพอแล้ว 

     

     

    หลังเลิกเรียน เราเดินไปตามถนนเล็ก ๆ ข้างโรงเรียน 
    อากาศเย็นลงเล็กน้อย แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านต้นไม้ริมทาง 

    สองข้างทางมีร้านเล็ก ๆ เรียงราย ทั้งร้านเครป ร้านเครื่องเขียน และร้านขายของจุกจิก 
    เสียงพูดคุยของนักเรียนคนอื่น ๆ ดังแว่ว ๆ อยู่รอบตัว แต่ผมกลับได้ยินแค่เสียงหัวใจของตัวเอง 

    ซาโยะหยุดยืนหน้าร้านขายของน่ารัก ๆ 
    เธอจ้องพวงกุญแจรูปสัตว์เล็ก ๆ ที่แขวนอยู่หน้าร้านด้วยแววตาเป็๞ประกาย 

    “น่ารักดีนะ” เธอพูดเบา ๆ ราวกับพูดกับตัวเอง 

    ผมมองตามสายตาเธอไป เห็นพวงกุญแจคู่รูปกระต่าย 
    ตัวหนึ่งสีชมพู อีกตัวสีน้ำเงิน 

    “เธอชอบกระต่ายใช่ไหม?” ผมถาม 

    เธอพยักหน้าเบา ๆ 
    “อืม... เพราะมันดูน่ารักดีน่ะ” 

    ผมหยิบพวงกุญแจทั้งสองอันขึ้นมา แล้วเดินไปที่แคชเชียร์โดยไม่พูดอะไร 
    ซาโยะมองตามอย่างงุนงง 

    “เอ๊ะ... ฮารุกิคุงซื้อสองอันเลยเหรอ?” 

    “ใช่แล้ว” ผมหันมายิ้ม 
    “อันหนึ่งให้ซาโยะ อีกอันผมขอเก็บไว้นะ” 

    เธอหน้าแดงขึ้นมาทันที 
    “ทะ... ทำไมถึงให้ฉันเหรอคะ?” 

    “ไม่มีเหตุผลหรอก... แค่อยากให้” 
    ผมพูดพลางยื่นพวงกุญแจสีชมพูให้เธอ 

    เธอรับมันไว้ด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย 
    “งั้น... ฉันขอรับไว้นะคะ” 
    แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ติดพวงกุญแจไว้ทันที 

    “ของฮารุกิคุงจะติดไว้ตรงไหนเหรอคะ?” เธอถาม 

    “ไม่รู้สิ... อาจจะทำเหมือนซาโยะก็ได้” 

    “งั้นเดี๋ยวฉันใส่ให้นะคะ” 
    เธอพูดพร้อมยื่นมือมารับโทรศัพท์จากผม 

    ผมยื่นให้เธอโดยไม่พูดอะไร 
    เธอจัดการติดพวงกุญแจให้อย่างตั้งใจ แล้วส่งคืนกลับมาพร้อมรอยยิ้ม 

    “เหมือนคู่รักกันเลยนะคะ” 

    ผมชะงักไปทันที ใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว 
    “เอ่อ... อะ...อืม...” 
    ผมตอบอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้มเขิน ๆ 

    ใครจะคิดว่าเธอจะพูดแบบนั้น... 
    หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา 

     

    ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็๲สีส้มอ่อน แสงแดดอ่อน ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น 
    เราสองคนเดินไปตามถนนเล็ก ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าร้านขายผักสด 

    “จริงสิ... ฉันว่าจะทำอาหารเย็นอยู่พอดี” ผมพูดขึ้น 
    “แต่ยังไม่ได้ซื้อวัตถุดิบเลย” 

    ซาโยะหันมามอง 
    “จะทำอะไรเหรอ?” 

    “ยังไม่แน่ใจเลย... แต่ถ้าได้กินฝีมือซาโยะแบบร้อน ๆ ก็คงดีนะ” 
    ผมพูดเล่น ๆ พลางหัวเราะเบา ๆ 

    เธอชะงักไปนิด ก่อนจะหัวเราะตาม 
    “งั้น... ไปซื้อของด้วยกันไหมล่ะ?” 

    “จริงเหรอ?” ผมถามอย่างไม่อยากเชื่อ 

    “อืม... ฉันก็อยากทำอะไรให้ฮารุกิคุงกินเหมือนกัน” 
    เธอยิ้มบาง ๆ แต่แววตาเต็มไปด้วยความจริงใจ 

     

    เราสองคนเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยกัน 
    เดินดูของไปเรื่อย ๆ ทั้งผักสด เนื้อสัตว์ และเครื่องปรุง 

    ระหว่างเลือกของ เราก็ช่วยกันคิดเล็กน้อยว่าจะทำ แกงกะหรี่ หรือ ข้าวผัด ดี 
    สุดท้ายเราตกลงกันว่าจะทำ ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด 
    เพราะซาโยะบอกว่าอยากลองทำหมูทอดดู 

    ระหว่างเดินกลับบ้านพร้อมถุงของในมือ 
    ผมก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ 

    “ใครสอนซาโยะทำอาหารเหรอ?” 

    “แม่ของฉันค่ะ ท่านทำอร่อยมากเลยนะ 
    ฉันยังไม่ได้ครึ่งของแม่เลยด้วยซ้ำ” 

    “แต่สำหรับผมฝีมือของซาโยะ... อร่อยที่สุดเลยล่ะ” 
    ผมพูดออกไปโดยไม่ทันคิด 

    เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ 
    “ขอบคุณคะ... งั้นให้ฉันทำให้ทานทุกวันเลยไหมคะ?” 

    “เอ๋...” 
    ผม๻๷ใ๯กับคำพูดนั้น มันฟังดูเหมือนคำพูดของภรรยาใหม่ยังไงยังงั้น 

    “ดะ... ได้เหรอ?” 

    “ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้นะ” เธอยิ้มเ๯้าเล่ห์เล็กน้อย 

    “ข้อแม้อะไรบ้างเหรอ?” 

    “ค่าวัตถุดิบเราหารครึ่ง จานฮารุกิคุงต้องล้าง 
    แล้วก็... สถานที่เป็๞ห้องของฮารุกิคุงได้ไหมคะ?” 

    ผมหัวเราะเบา ๆ 
    “ได้สิ ถึงไม่บอก ผมก็อยากช่วยทุกอย่างอยู่แล้ว” 

    ในใจผมตอนนั้นแทบจะ๹ะเ๢ิ๨ด้วยความดีใจ 
    แค่คิดว่าจะได้เจอกันบ่อยขึ้น กินอาหารฝีมือเธอทุกวัน 
    ได้คุยกันทุกวัน... มันก็เหมือนฝันไปแล้ว 



     

    หลังจากที่เราถึงห้องพัก 
    เราสองคนก็แยกย้ายกันไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องของตัวเอง 
    ก่อนจะกลับมารวมตัวกันที่ห้องของผมเพื่อเริ่มทำอาหารเย็น 

    ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น 
    ผมรีบเดินไปเปิดประตู และพบว่าซาโยะยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับถุงวัตถุดิบในมือ 

    “ขอโทษที่ให้รอนะคะ” เธอยิ้ม 

    “ไม่เลย ผมก็เพิ่งจัดของเสร็จพอดี” 
    ผมเปิดทางให้เธอเข้ามา 

    ซาโยะไม่รอช้า เธอจัดแจงวางของและเริ่มลงมือเตรียมวัตถุดิบ 
    ส่วนผม... ก็ได้แต่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ เพราะไม่อยากเกะกะ 

    “ฮารุกิคุงนั่งดูเฉย ๆ ไม่เบื่อเหรอคะ?” เธอหันมาถาม 

    “ไม่เบื่อหรอก แค่ได้ดูซาโยะทำอาหารก็เพลินแล้ว” 
    ผมตอบพร้อมรอยยิ้ม 

    เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วหันกลับไปหั่นแครอทต่อ 
    เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็๲จังหวะสม่ำเสมอ กลิ่นหอมของเครื่องเทศเริ่มลอยอบอวลไปทั่วห้อง 

    ระหว่างที่เธอกำลังทอดหมู ผมก็เดินเข้าไปช่วยจัดจาน 
    แต่ดันเผลอทำซอสหกใส่มือเธอเล็กน้อย 

    “อ๊ะ! ขอโทษนะ!” ผมรีบคว้าทิชชู่มาเช็ดให้ 

    “ไม่เป็๞ไรค่ะ แค่หยดเดียวเอง” 
    เธอหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อ 
    “แต่แบบนี้ก็เหมือนฉากในละครเลยนะคะ” 

    ผมหัวเราะตาม 
    “งั้นต้องมีฉากพระเอกช่วยเช็ดมือให้นางเอกด้วยสินะ” 

    “อืม... แล้วพระเอกจะเขินจนหน้าแดงแบบนี้ไหมคะ?” 
    เธอแกล้งถามพลางยิ้ม 

    ผมรีบหันหน้าหนี 
    “ก็...ก็ไม่รู้สิ!” 

    ไม่นานนัก ซาโยะก็เรียกผม 

    “ฮารุกิคุง รบกวนช่วยยกอาหารไปที่โต๊ะกินข้าวให้หน่อยค่ะ” 

    “อืม ได้เสมอเลย” 

    เราช่วยกันยกอาหารไปที่โต๊ะ 
    กลิ่นหอมของแกงกะหรี่ร้อน ๆ กับหมูทอดกรอบ ๆ ทำให้ผมน้ำลายสอทันที 

    ผมลองชิมคำแรก แล้วก็ต้องหลับตาพริ้มด้วยความฟิน 
    เนื้อหมูที่ผ่านการหมักอย่างดี ไม่มีกลิ่นคาวเลย 
    กลับกัน มีกลิ่นหอมของซอสและพริกไทยที่เข้ากันอย่างลงตัว 
    ความกรอบของแป้งทอดก็พอดี ไม่อมน้ำมันแม้แต่นิดเดียว 

    “อร่อยมากเลยล่ะ!” 
    ผมพูดออกมาทันทีด้วยความประทับใจ 

    ซาโยะยิ้มกว้าง 
    “ขอบคุณมากค่ะ เห็นฮารุกิคุงกินอร่อยแบบนี้ ฉันก็มีความสุขแล้วค่ะ” 

    ผมมองรอยยิ้มของเธอ แล้วรู้สึกว่า... 
    อยากเห็นรอยยิ้มนี้ทุกวัน 

     

    หลังจากที่เราทานอาหารกันจนหมดเกลี้ยง 
    ผมก็เก็บจานทั้งหมดไปล้าง ส่วนซาโยะก็เดินไปนั่งที่โซฟา เปิดทีวีดูรายการวาไรตี้เบา ๆ 

    เสียงน้ำไหลจากก๊อกดังสม่ำเสมอ 
    แต่ในหัวผมกลับเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวาย 

    ‘นี่เรากำลังก้าวข้ามเส้นบาง ๆ ระหว่างเพื่อนกับคนพิเศษอยู่หรือเปล่านะ?’ 

    ผมล้างจานเสร็จแล้วเช็ดมือให้แห้ง ก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ ซาโยะบนโซฟา 
    ทันทีที่ผมนั่งลง เธอก็สะดุ้งเล็กน้อย 

    “ขอโทษนะ... ผมนั่งใกล้เกินไปสินะ” ผมรีบพูด 

    เธอส่ายหน้าเบา ๆ 
    “มะ... ไม่เป็๞ไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้รังเกียจฮารุกิคุงค่ะ” 

    คำพูดนั้นทำให้ผมรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก 
    “ขอบคุณนะ ที่ไม่รังเกียจกัน” 

    เรานั่งดูทีวีด้วยกันเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง 
    แสงจากหน้าจอสะท้อนบนใบหน้าของเธอ ทำให้ผมแอบมองเธออยู่เงียบ ๆ 

    เธอไม่ได้พูดอะไร แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของเธอ 
    ทำให้ผมรู้สึกว่า... บรรยากาศระหว่างเราสองคนมันเปลี่ยนไปแล้ว 

    ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมชั้นอีกต่อไป 
    แต่มันเหมือนกับว่า... เรากำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน