บทที่32
ออกหน้า
ลู่หยางจ้องมองชายร่างกายอ้วนท้วนด้านหน้าเขาทำท่าทีที่จะพุ่งเข้าไปเอาเื่มันหลังจากที่มันสั่งผู้คุ้มกันสองคนหวังจะเข้ามาเล่นงานเขา
อาจารย์ใหญ่ผู้ที่กำลังนั่งอยู่บริเวณเก้าอี้ตำแหน่งประธานมองเห็นเหตุการณ์ลุกลามกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ หยุดไว้ก่อนเถอะขอรับ ”
ลู่หยางหันมองไปที่ผู้าุโด้านหลังของตนใช้ดวงตาของตนเองมองไปที่ผู้าุโพี่เป็อาจารย์ใหญ่ผู้นั้น
อย่างไรเสียในสายตาของเขาคนผู้นี้ก็มีความน่าเคารพอยู่บ้างในเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาเช่นนั้นเขาเองก็สงบปากของตนเองก้าวถอยมาตามคำขอร้อง
เมื่อเห็นเขาทำการก้าวถอยหลังมาเช่นนั้นผู้ที่อยู่ด้านหน้ามันไม่ได้การกระทำของมันเลยแม้แต่น้อยในทางกลับกันมองเห็นบุรุษที่แสนธรรมดาด้านหน้าก้าวถอยหลังไปมันคิดว่าตัวของมันนั้นเป็ฝ่ายที่ได้เปรียบจึงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงข่มขู่“ เ้ากล้าทำร้ายข้าเ้าคงจะไม่มีหน้าอยู่ที่เมืองนี้อย่างแน่นอน!!! ”
ลู่หยางภายในใจเกิดเปลวเพลิงแห่งโทสะจากคำยั่วยุนั้นไหนตอนแรกเขาคิดว่าตัวเขาจะปล่อยมันไปแล้วเชียว
เขาทำการก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวแต่เมื่อเขาทำการก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวผู้ใดจะคิดเล่าว่ามีแขกผู้ที่ไม่คาดคิดก้าวเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้โดยที่ไม่มีผู้ใดเชิญมาคนผู้นั้นก้าวเข้ามาแล้วก็เลยเสียงดังลั่น “โปรดหยุดมือเอาไว้ก่อนเถอะขอรับท่านลู่ ”
ลู่หยางที่กำลังจะตรงปรี่เข้าไปเอาเื่เอาราวมันได้ยินเสียงที่คุ้นเคยหยุดเท้าของตนเองเขาใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังดูที่ปรากฏกายอยู่บริเวณประตู
เช่นเดียวกับทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้ต่างพากันมองไปเป็ตาเดียวพวกเขามองเห็นผู้ที่ปรากฏกายออกมาเช่นเดียวกัน
คนที่ปรากฏนายออกมาคือคุณชายของตระกูลเว่ยที่มีนามว่าเว่ยเจ๋อจง ที่จริงแล้วคนผู้นี้สมควรจะเรียกว่าเถ้าแก่แต่ว่าตัวของเขานั้นอายุยังน้อยต้องขึ้นบริหารจัดการเื่ราวทุกอย่างแผนครอบครัว
ผู้คนเลยมองเห็นเขาว่ายังคงมีรูปลักษณ์ที่หนุ่มฉกรรจ์เลยพากันเรียกคุณชายไม่ได้เรียกเถ้าแก่เว่ยตามฐานะของเขาในตอนนี้ที่เป็คนดูแลและจัดการทุกอย่างภายในตระกูล
เว่ยเจ๋อจงปรากฏการณ์ออกมาพร้อมพ่อบ้านของตนเองที่ยืนอยู่ทางด้านซ้ายพ่อบ้านเว่ยผู้นี้เป็คนที่ลู่หยางเคยช่วยชีวิตเขาไว้แล้วก็เป็คนที่ทำให้ลู่หยางและเว่ยเจ๋อจงได้คบหากันเป็สหาย
ชายผู้นี้ปรากฏกายออกมาไม่ว่าผู้ใดภายในสถานที่แห่งนี้ก็ต่างพากันให้ความเคารพเขาเป็คนที่มีอำนาจมากเกือบจะที่สุดภายในเมืองแห่งนี้
ตระกูลนี้คุมการค้าขายทางด้านฝั่งทิศบูรพาแทบจะทั้งหมดเขาไม่ได้เป็พ่อค้าที่มีเพียงแค่เงินทองแต่ไร้อำนาจแต่ด้วยเส้นสายของเขาที่ปลูกฝังมาตั้งสามรุ่นทำให้เขานั้นมีทั้งเงินทองแล้วก็มีเส้นสายมากมายทางด้านฝั่งทิศบูรพาถือได้ว่าเป็คนทรงอิทธิพล
พวกอาจารย์ที่ยืนเรียงหน้ากันอยู่หลายสิบชีวิตเห็นคนพรุ่งนี้ปรากฏกายออกมาต่างพากันยกมือทั้งสองข้างกลมคารวะอย่างไม่ลังเล
แม้ว่าบางคนจะมีความาุโกว่าแต่ด้วยฐานะพวกมันเองก็ยอมที่จะทำการก้มคารวะลงไปเว่ยเจ๋อจงไม่ได้เป็เพียงแค่พ่อค้าธรรมดาเท่านั้นสำหรับภายในสถานที่แห่งนี้ตัวของเขาเองก็เป็คนที่ถือได้ว่าคอยสนับสนุนเงินทุนแล้วก็เงินกองกลางจำนวนมากให้กับสถานศึกษา
ภายในสถานที่แห่งนี้ถ้าจะมีคนที่ไม่จำเป็จะต้องคารวะและรับการคารวะจากคุณชายตระกูลเว่ยก็คงจะมีแต่เพียงผู้เดียวนั่นก็คืออาจารย์ใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตำแหน่งประธาน
เว่ยเจ๋อจงยกมือคารวะอาจารย์ใหญ่ที่นั่งอยู่ตามมารยาท
หนิงหนิงมองเห็นท่านลุงเว่ยปรากฏกายออกมานั่งทำการร้องเรียกอย่างสุดเสียงด้วยท่าทางตื่นตระหนกใ“ ท่านลุงเว่ย!!! ”
เว่ยเจ๋อจงอายุมากกว่าลู่หยางอยู่หลายปีเพราะแบบนั้นหนิงหนิงเคยเรียกเขาว่าท่านลุง
ใน่เวลาก่อนหน้านี้คุณชายเว่ยเดินทางไปที่บ้านของลู่หยางตั้งอยู่บริเวณเขตชานเมืองอยู่บ่อยครั้งเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเื่ราวโลกบุปผาสีชาด
เพราะแบบนั้นเลยได้พบเจอเด็กน้อยผู้นี้และเพราะว่าไปอยู่บ่อยครั้งเลยทำให้ได้พบเจอกันมากขึ้นเลยสนิทสนมกันเป็อย่างดี
หนิงหนิงนางเป็เด็กฉลาดไม่ว่าผู้ใดก็ต่างพากันเอ็นดูนางทั้งสิ้นแบบนั้นก็ไม่แปลกที่คุณชายเว่ยผู้นี้จะทำการเอ็นดูนาง
ก่อนหน้านี้ได้ยินเื่ราวใหญ่โตที่เกิดขึ้นเว่ยเจ๋อจงหลังจากที่ได้ยินก็ทำการให้บ่าวไพร่สื่อเกี่ยวกับเื่นี้เพียงแค่ครู่เดียวเมื่อได้รู้ข่าว
ก็ได้รีบลุกหน้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะยื่นมือช่วยสหายของตนเองที่คบหากัน
คุณชายเว่ยยิ้มเล็กน้อยพยักหน้าตอบรับหนิงหนิงแล้วก็ยืดอกมองตรงไปยังพ่อค้าตระกูลผิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
สายตาดุจเพชฌฆาตทิ่มแทงตรงไปมันก็ทำให้ขนทั่วทั้งกายของคนแซ่ผิงผู้นั้นลุกพองขึ้นมาทั่วทั้งร่างกายมองเห็นเด็กน้อยผู้นั้นเรียกคุณชายเว่ยทางสนิทสนมก็รู้ได้ในทันทีว่าความสัมพันธ์เป็อย่างไร
ภายในใจของมันหัวใจเต้นรัวตอนนี้หัวใจภายในอกของมันกำลังจะตกลงไปอยู่ที่ฝ่าเท้าคนผู้นี้กำลังหน้าซีดเผือด บนใบหน้าอ้วนท้วนและเต็มไปด้วยเนื้อของมันกำลังเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหลพรากออกมาเป็ทางยาว
แม้ว่าตระกูลของมันจะเป็ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจภายในเมืองแห่งนี้พอตัวก็มีการค้ามากมายภายในเมืองแห่งนี้ใหญ่โตแต่ว่ามีหรือว่าที่มันจะสู้อำนาจของผู้ที่อยู่ด้านหน้าของมันได้
ตระกูลเว่ยใหญ่โตเพียงใดผู้ใดจะไม่รู้ตระกูลนี้ทำการค้ามาตั้งหลายรุ่นการค้าของพวกเขาใหญ่โตขยายไปทั่วทั้งดินแดนทางฝั่งบูรพาเส้นสายเองก็มีมากมายตระกูลของมันแม้ว่าจะมีการค้าที่ใหญ่โตแต่ก็ใหญ่โตเพียงแค่ประมาณสองถึงสามเมืองบริเวณรอบๆเมืองตี้หนานเท่านั้น
เพราะแบบนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยถ้าจะต่อกรกับตระกูลเว่ยรู้ได้ในทันทีว่าพวกมันเองก็คงจะไม่มีทางต่อกรได้
แม้จะเห็นคุณชายที่อยู่ด้านหน้าปรากฏกายออกมาแล้วพอจะคาดเดาความสัมพันธ์ได้แต่เถ้าแก่ผิงยังคงแสดงท่าทางเรียบเฉยของตนเองไว้มันพยายามข่มความรู้สึกภายในใจของตนเอง แล้วก็พยายามแสดงท่าทางให้นิ่งที่สุดเพื่อประเชิญหน้ากับผู้ที่อยู่ด้านหน้า
เว๋ยเจ๋อจงเมื่อปรากฏกายออกมาเขาก็จัดการเื่ราวทุกอย่างเสร็จสรรพหันไปมองด้านหลังผู้คุ้มกันร่างกายใหญ่โตเขาโยนคนผู้หนึ่งเข้ามา
ผู้ที่ถูกโยนเข้ามาเป็คนทำความสะอาดภายในสถานศึกษาแห่งนี้ในร่างกายผอมแห้งถูกคนร่างกายใหญ่ั์โยนเข้ามาราวกับลูกขนุน
นอนกลิ้งไปกลิ้งมาแล้วไม่หยุดลงตรงหน้าของเหล่าอาจารย์มากมายคุณชายเว่ยเขาที่กำลังยืนอยู่ยิ้มเล็กน้อยแล้วก็กล่าวขึ้น “ตอนที่เกิดเหตุการณ์ทุกอย่างที่เป็ต้นตอของปัญหาพวกนี้คนผู้นี้มองเห็นเหตุการณ์นั้นโดยบังเอิญเขาหลบอยู่หลังต้นไม้สอบถามความจริงกับเขาคงจะได้ความจริงทั้งหมด ”
เว่ยเจ๋อจงที่เขาเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ช้ากว่าเวลามันก็เป็เพราะว่าพยายามสืบหาความจริงแล้วก็หาหลักฐานมาช่วยในครั้งนี้
ได้ยินคุณชายผู้ที่อยู่ด้านหน้าเลยออกมาเช่นนั้นผู้ที่อยู่บริเวณรอบๆใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองมาที่ชายชราร่างกายผอมแห้งผู้นั้น
หลังจากนั้นก็ทำการสอบถามเกี่ยวกับเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นแน่นอนว่าการเรียกร้องความจริงจากปากของมันไม่ได้ยากเย็นเลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่ทำการขู่เข็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นคนผู้นั้นก็ทำการคลายออกมาทั้งหมดมันทำการบอกออกมาเกี่ยวกับเื่ราวทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น
โดยตัวของมันเล่าว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นเริ่มจากการที่คุณชายผิงทำการหาเื่เด็กน้อยผู้นี้ก่อนหลังจากนั้นก็มีการคิดจะลงไม้ลงมือจนกระทั่งนายท่านผู้ที่เป็บิดาเข้ามาช่วยเอาไว้
แน่นอนว่าเมื่อเราความจริงออกมาเช่นนั้นมีผู้ใดเล่าที่จะบอกว่าลู่หยางเป็ฝ่ายที่ผิด
เถ้าแก่ผิงได้ยินเื่ราวเช่นนี้ใบหน้าของมันเปลี่ยนสีมากกว่าเดิมในตอนแรกพยายามคงท่าทางของตนเองเอาไว้ แต่ในตอนนี้ไม่สามารถทำได้แล้วตอนแรกแม้ว่าบุตรชายของมันจะถูกหรือผิดแน่นอนว่ามันจะต้องลงโทษคนผู้ที่จะทำให้บุตรชายของมันปรากฏาแเช่นนี้
แต่ในตอนนี้เมื่อหลักฐานแ่าและคนผู้ที่ออกหน้าออกมาคือคุณชายเว่ยมีหรือว่ามันจะสามารถทำอันใดได้
เว่ยเจ๋อจงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆเถ้าแก่ผิงตัวของเขายื่นหน้าเข้ามาใช้ดวงตาจ้องมองไปที่มาราวกับว่าจะข่มขู่และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเ็า“ น้องลู่เป็สหายของข้าหนิงหนิงเองก็เป็หลานสาวของข้าในครั้งนี้หวังว่าเถ้าแก่ผิงคงจะรู้ดีว่าเื่ราวเช่นนี้คนของข้าไม่ได้เป็คนผิดคงจะไม่สามารถกระทำอย่างที่ท่านมักจะกระทำในการสลับดำเป็ขาวได้ ”
ให้คำนั้นเหมือนกับถ้อยคำข่มขู่เถ้าแก่ผิงมันรู้ดีว่าภายในถ้อยคำนั้นแฝงเร้นหลายๆอย่างเอาไว้มันรู้ดีว่าคุณชายเว่ยกำลังข่มขู่มันเกี่ยวกับเื่ที่มันชอบทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะเป็การปลอมแปลงเอกสารต่างๆเกี่ยวกับการค้าขายของมันและก็เื่ต่างๆที่มันก็ทำเอาไว้เป็จำนวนมาก
เพราะแบบนั้นตอนนี้มันก็เลยบังเกิดความหวาดกลัวภายในใจเป็อย่างมากคู่นี้คงจะไม่กล้าตอบปากต่อคำอีกมันทำการก้มศีรษะยอมรับความผิดในครั้งนี้
แล้วเื่ราวทุกอย่างมันก็จบลงด้วยดีด้วยการที่ยื่นมือเข้ามาช่วยของคุณชายเว่ย
ยามอาทิตย์อัสดงสาดส่องแสงสว่างไสวสีส้มอมแดงผ่านม่านเมฆ้าลงมาด้านล่างด้านหน้าสำนักศึกษาขนาดใหญ่บริเวณประตูทางด้านหน้าคุณชายเว่ยกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของลู่หยาง
ลู่หยางยกมือทั้งสองข้างของตนเองขึ้นมาประสานกันแล้วก็ก้มคารวะผู้ที่อยู่ด้านหน้าพร้อมกับทำการกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อม“ ขอบคุณคุณชายเว่ยเป็อย่างมากที่ยื่นมือเข้ามาช่วยค่าในครั้งนี้ ”
เว่ยเจ๋อจงที่ยืนอยู่ด้านหน้ายิ้มเล็กน้อยส่ายใบหน้าไปมาพลางกล่าว“ เื่นั้นไม่ต้องใส่ใจหรอกเราถือเป็สหายกันเื่แค่นี้ออกหน้าก็ไม่มากเกินแรงของข้าแต่เื่ที่สำคัญในตอนนี้คือเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้นมากกว่าข้าคิดว่าเ้าควรจะให้หนิงหนิงอยู่บริเวณภายในบ้านของเ้าไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักศึกษาสักพักควรจะดีกว่า”
เว่ยเจ๋อจงกล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังเป็ห่วงความปลอดภัยเกี่ยวกับโรคระบาดที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ เข้าใจแล้วขอรับ… ”
จบบท