รุ่งเช้า นนท์สะท้านตื่น ร่างกายปลิดปลิวเบาสบายเริ่มสำรวจร่างกาย " ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลอมรวมกายาขั้นที่สาม " นนท์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
" แต่ผิวยังกายยังเหมือนเดิม หิวๆๆ กินก่อน พี่หมีมาเถิด " นำเนื้อหมีหลังขาวมาย่าง และกินอย่างมีความสุข
" คงต้องหาถ้ำเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย " นนท์เร่งรุดเดินทางหาถ้ำ ระหว่างทางพบเจอสัตวอสูรระดับต่างๆ ไม่เกินแรงของนนท์แล้ว
สำนักขุนเขาเหมันต์ " อาจารย์ ท่านจำเื่ลูกไฟที่ตกลงมาจากฟ้าเมื่อแปดเดือนก่อนได้หรือไม่ "
หญิงสาวสวมหน้ากาก เอ่ยกับอาจารย์ของตน นอกจากจะเป็อาจารย์แล้วนางยังเป็เ้าสำนักอีกด้วย
" อืม จำได้สิ " หญิงสาวสวมหน้ากากนางเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเตี้ยมวิหคเหิน
" เย่เอ๋อร์เ้าสงสัยชายชุดดำในวันนั้นรึ " อาจารย์สงสัย " เ้าค่ะ ศิษย์ลงสัยว่าชายชุดดำนั่น ต้องเกี่ยวข้องแน่นอน "
หลันอิงเย่กล่าวอย่างหนักแน่น
" อาจารย์ ศิษย์ขออนุญาตสืบเื่นี้เ้าค่ะ " นางเว้าวอนต่ออาจารย์ " ได้ แต่เ้าต้องระวังตัว "
" ขอบคุณท่านอาจารย์ ศิษย์จะระวังตัว ศิษย์ขอลา " หลันอิงเย่ คารวะอาจารย์ของตน แล้วจากไปเพื่อสืบเื่ราวของนนท์
" เจอถ้ำซะที กลิ่นแปลกๆ ปากถ้ำมีเมือกสีขาว พิษไร้แรง ดูซิจะจัดการเ้าตัวข้างในได้มั๊ย "
นนท์หยิบเอาขวดพิษไร้แรงขึ้นมา เปิดฝาออกพิษระเหยในอากาศ ใช้มือโบกสะบัดพิษลอยเข้าไปในถ้ำ
" กิ๊ซซซซ " เสียงของสัตว์อสูรร้องในถ้ำ " นนท์ยังไม่รีบเข้าไป " เอาละ ลุย " ว่าแล้วกระชับกระบี่ที่มือขวา เดินเข้าไปในถ้ำ
" นั่น อสรพิษมรกต ฮ่า ฮ่า ฮ่า สัตว์อสูรระดับห้า " นนท์ดูท่าทีของอสรพิษมรกตจีงเริ่มลงมือ
หลังจากจัดการซากอสรพิษมรกตแล้ว นนท์จัดแจงถ้ำให้เป็ที่พักของตน
" ฮือ พลังปรานฟ้าดิน เข้มข้นจริงๆ มิน่าล่ะเ้างูั์ถึงอยู่ที่นี่ เอาล่ะเริ่มปรับสมดุลร่างกายดีกว่า " นนท์นั่งขัดสมาธิและเริ่มปรับสมดุลร่างกาย
สองชั่วยามผ่านไป " ฮืออออ หลอมรวมกายาขั้นที่สี่ " นนท์กำหมัดเพื่อทดสอบพลัง " อืม ดี แข็งแกร่งขึ้นอีก "
" จะรักษาิัได้ยังไงนะ " นนท์เริ่มสำรวจแหวนมิติอีกครั้ง " นี่มันโอสถหลอมกระดูกผลัดกาย ลองดูเผื่อช่วยได้ "
นนท์เสี่ยงใช้โอสถหลอมกระดูกผลัดกาย " อึก " นนท์กลืนโอสถหลอมกระดูกลงในท้อง
ความเ็ปถาโถมเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง " ครึก ๆ ๆ ๆ " เสียงกระดูกเสียดสีและเลื่อนลั่น ทั้งตัวสั่นสะท้าน
ร่างกายร้อนรนดั่งไฟเผา เหมือนผันผ่านจากนรกก็มิปาน ิัเก่าเรื่มหลุดร่อน ก่อกำเนิดิัใหม่ขึ้นแทน ผ่านไปเนิ่นนานความเ็ปคลายบรรเทา ผมเริ่มงอกยาว
" ฟูวววววว จบซะที " นนท์ลืมตาสำรวจร่างกายของตน " ฮ่า ฮ่า ฮ่า หลอมรวมกายาขั้นที่ห้า สุดยอด "
ผิวพรรณเปล่งปลั่งนุ่มนวลชวนหลงไหล " ดี ดียิ่งนัก ในที่สุดแผลไฟไหม้ก็หายแล้ว ร่างกายแกร่งขึ้นอีกระดับ
ในขณะที่นนท์กำลังดีใจอยู่นั้น " เ้าโจรชั่ว " หลันอิงเย่พุ่งเข้ามาในถ้ำพร้อมกระบี่คู่ใจ เสียดแทงปลายกระบี่มาที่นนท์
นนท์ถีบตัวสะท้านไปด้านหลัง ในสภาพเปลือยเปล่า แต่ด้วยขั้นพลังที่ต่างกัน ถีงจะหลบปลายกระบี่พ้น
แต่ก็ยังหลบลมปรานที่ถูกส่งออกมาจากกระบี่ไมได้ " อั่ก " นนท์กระอักเืออกมา ร่างลอยปลิวกระแทกผนังถ้ำ
ในใจคิดจะทำเช่นไรหากเป็อย่างนี้สงสัยตายแน่ๆ ไวเท่าความคิดขวดยาพิษไร้แรงถูกเปิด นนท์สบัดมือวูบนึง
พิษไร้แรงระเหยลอยไปทางหลันอิงเย่ หลันอิงเย่พุ่งกระบี่เข้าหาหมายจะสังหารนนท์ แต่กลับไร้เรี่ยวแรงทื้งตัวทรุดลงกับพื้นถ้ำ
นนท์รีบลุกขึ้นเช็ดเืที่มุมปาก สืบเท้าเดินเข้าหาหลันอิงเย่ในสภาพเปลือยเปล่า หลันอิงเย่หลับตาไม่อาจมองร่างอันเปลือยเปล่าของนนท์
นนท์หยิบไหมทองคำในแหวนมิติเพื้อมัดหลันอิงเย่ไว้ก่อน แล้วกินโอสถรักษา ผ่านไปหนึ่งเค่อยาพิษไร้แรงหมดฤทธิ์
หลันอิงเย่เริ่มสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากพันธนาการของไหมทองคำ นนท์เห็นเช่นนั้นจึงใช้พิษไร้แรงอีกครั้ง
ผ่านไปเพียงอึดใจหลันอิงเย่ก็สิ้นฤทธิ์ นนท์ยื่นมือถอดหน้ากากของนางออก " อา " ใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ติดุจดั่งเทพธิดาจาก์ลงมาจุติบนโลก
นนท์ตะลึงในความงามของหลันอิงเย่ แต่ความโกรธยังประทุในใจ จะทำยังไงถึงจะระบายความโกรธได้ " อ้า ใช่แล้ว เคล็ดวิชาผสานหยินหยาง "
นนท์เดินไปที่ปากถ้ำเลื่อนหินก้อนใหญ่มาปิดปากถ้ำไว้ นึกได้ว่าในแหวนมิติมีเตียงอยู่นำเตียงออกมา แล้วนำร่างของหลันอิงเย่วางลงบนเตียงอย่างแ่เบา
" เ้าโจรชั่วเ้าจะทำอะไรข้า " นนท์ยิ้ม หลันอิงเย่เห็นรอยยิ้มนั้นพลันใจสะท้าน ได้แต่หลับตานึกด่าตัวเองในใจว่าไม่น่าประมาท
นนท์นั้นไม่ตอบแต่ชี้นิ้วไปที่หน้าผากหลันอิงเย่ เพื่อถ่ายทอดเคล็ดวิชาผสานหยินหยางให้เธอ " นี่มัน " หลันอิงเย่อุทาน
" แม่นางสิ่งที่ข้าจะทำต่อไปนี้ เ้าอาจไม่ชอบ แต่ข้าเชื่อว่าเ้าจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน "