
ตอน ฝันร้าย
โรงเรียนประจำในฮ่องกง… สามปีก่อนหน้า
“ญ่าหลิน ญ่าหลิน ตื่นเถอะ”
เสียงเรียกของซิสเตอร์มาเรียปลุกเด็กสาวขึ้นมากลางดึก ระหว่างที่เพื่อนๆ ร่วมห้องของเธอต่างนอนหลับพักผ่อนกันอยู่บนเตียง
“ค่ะ ซิสเตอร์”
ญ่าหลินงัวเงียลืมตาขึ้นมา
“ขอโทษที่มากวนนะแต่มีคนมาหาเธอ พวกเค้าบอกว่ามีเื่สำคัญมาก” ซิสเตอร์มาเรียจับมือของเด็กสาว มีบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในดวงตาที่แสนอารีของนาง
“เอ๋ มีเื่สำคัญกับหนูเหรอคะซิสเตอร์”
ญ่าหลินทำหน้างง เธอมองไปรอบๆ ห้อง นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบตีสอง
“คุณพ่อคุณแม่ของหนูพวกเค้ามางั้นเหรอคะซิสเตอร์”
เด็กสาวยกมือขยี้ตา
“เอ่อ”
ซิสเตอร์มาเรียเม้มปากสีหน้าของนางบ่งบอกความอึดอัดใจ ที่ไม่สามารถเอ่ยออกมาต่อเด็กสาวได้
“ไม่ใช่หรอกค่ะญ่าหลิน ซิสเตอร์ว่าหนูควรจะรู้เื่นี้จากผู้ชายคนนั้นเองจะดีกว่า ตามซิสเตอร์มาสิคะ”
ซิสเตอร์มาเรียเดินนำหน้าญ่าหลินลงไปยังห้องโถงรับแขก ภายในห้องนั้นมีผู้ชายตัวโตรูปร่างท้วมแต่งกายภูมิฐานนั่งรออยู่บนเก้าอี้พร้อมกับบอดี้การ์ดสามถึงสี่คน ญ่าหลินจำได้ดีว่าชื่อของเขาคือ เฉิง จื้อเหว่ย์ ผู้ซึ่งเป็ทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนของบิดาเธอนั่นเอง
“โอ้มาแล้วเด็กน้อยผู้น่าสงสารของฮัน”
เฉิง จื้อเหว่ย์ ลุกขึ้นยืนกางแขนออก ทว่าญ่าหลินไม่ได้โผเข้าไปหาเขาเหมือนที่ชายรุ่นพ่อคิดเอาไว้แต่แรก เค้าจึงได้แต่ลดมือลงพร้อมกับรอยยิ้มเก้อเขิน
“คุณลุงเฉิง ซิสเตอร์บอกว่าคุณลุงมาหาหนู มีเื่อะไรงั้นเหรอคะ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ของหนูล่ะคะพวกท่านทั้งสองไม่ได้มาด้วยหรือคะ”
ญ่าหลินมองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า ในห้องไร้เงาของคุณพ่อและคุณแม่ของเธอ หุ้นส่วนของบิดาตีหน้าเศร้ายกมือขึ้นป้องปาก ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้เด็กสาวถึงกับหัวใจแทบหยุดเต้น
“ฉันมาที่นี่เพื่อบอกข่าวร้ายเกี่ยวกับพ่อและแม่ของเธอไงล่ะ”
“ขะ… ข่าวร้าย เกิดอะไรขึ้นกับคุณพ่อคุณแม่ของหนูคะคุณลุงเฉิง”
ญ่าหลินมองหน้าแขกยามวิกาลสลับกับใบหน้าที่ซีดเผือดของซิสเตอร์มาเรียที่ตอนนี้เดินเข้ามาประคองไหล่เธอจากทางด้านหลัง
“ฉันเสียใจจริงๆ ที่ต้องเป็คนบอกข่าวร้ายนี้แก่เธอ รถยนต์ที่พ่อแม่ของเธอโดยสารมาเกิดอุบัติไม่คาดฝัน ตอนนี้พ่อของเธอเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนแม่ของเธอตอนนี้อยู่โรงพยาบาลอาการสาหัสเป็ตายเท่ากัน”
แวบหนึ่งราวกับมีรอยยิ้มในดวงตาของชายผู้เป็หุ้นส่วนบิดาเด็กสาว ที่ฉายแววอำมหิตออกมา ก่อนจะเลือนหายไปเหลือเพียงแววตาแห่งความเศร้าสลดหดหู่
“มะ… ไม่จริงใช่ไหมคะ ซิสเตอร์คะ หนูฝันไปใช่ไหม ฮือๆๆ”
ร่างบอบบางทรุดลงกับพื้นหยาดน้ำตาแห่งความเสียใจพรั่งพรูออกมาเป็สาย โลกทั้งใบที่เคยสวยงามของเธอคล้ายถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกสีเทา
“ญ่าหลินทำใจดีดีเอาไว้นะ”
“ฮือๆๆ ไม่นะ คุณพ่อ คุณแม่ อย่าทิ้งญ่าหลินเอาไว้คนเดียวแบบนี้สิคะ ฮือๆๆ”
ร่างบางสะอื้นทั้งที่ยังหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงผ้าใบ มือข้างหนึ่งยกขึ้นไขว้คว้าบางอย่างในอากาศ กระทั่งถูกมือใหญ่ของคนข้างๆ จับกุมมือเย็นเฉียบของเธอเอาไว้
“กำลังฝันร้ายสินะ”
เชฟเกรียนจ้องมองใบหน้าหวานที่เปื้อนเปรอะไปด้วยหยาดน้ำใสๆ หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ เขาค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนออกอย่างอ่อนโยน เด็กสาวเผลอหลับไประหว่างที่เขานั่งดื่มเบียร์อยู่ข้างๆ เธอ แล้วจู่ๆ ญ่าหลินก็ร้องเอะอะขึ้นเหมือนคนละเมอ
“ชู่ววว์ ไม่ต้องกลัวไปนะ ฉันอยู่กับเธอตรงนี้แล้วญ่าหลิน ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอได้อีก”
มือเล็กนุ่มนิ่มบีบมือเค้าตอบอย่างแรง ก่อนจะร่างกายของเด็กสาวจะค่อยๆ ผ่อนคลายจากอาการเกร็งพร้อมทั้งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นก็หายไปด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง สายลมเย็นอ่อนๆ ยังพัดโชยมาเป็ระยะ ดวงหน้าหวานของคนข้างๆ หลับตาพริ้มมีรอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นมาทั้งที่คราบน้ำตายังเหือดแห้งสนิท โดยที่มือของเธอยังกุมมือของเชฟเกรียนเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
“ต้องเป็คนที่เจอเื่เลวร้ายมามากมายขนาดไหนกันนะถึงเก็บเอามานอนละเมอร้องไห้ได้แบบนี้ เฮ้ออ”
เชฟเกรียนถอนหายใจออกมายาวเหยียด ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงผ้าใบมือที่ว่างอยู่อีกข้างยกขวดเบียร์กระดกเข้าปาก