เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ร้านยาซินเซิ่งถัง
ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน)กำลังนั่งอ่านตำรายาแบบไม่ใส่ใจ โดยมีหลินซินเหยียน (ในร่างไป๋อี้เฟย)ยืนกอดอกมองเขาอย่างหงุดหงิด
“นี่เ้า! อ่านตำรายาไปก็เท่านั้นเ้าจะทำเป็หรือไง?” หลินซินเหยียนพูดขึ้นพลางถอนหายใจ
“หึ! อย่างน้อยมันก็ดีกว่านั่งเฉยๆเหมือนเ้าเมื่อวาน” ไป๋อี้เฟยสวนกลับด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
“ข้าทำตัวนิ่งสง่าข้าไม่ใช่เ้าเสียหน่อยที่ชอบทำหน้าบูดบึ้งเหมือนคนอมทุกข์!”
“นี่เ้า!”
ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มต้นการทะเลาะอีกครั้งเสียงของเถ้าแก่ร้านน้ำชาที่อยู่ข้างๆ ก็ดังขึ้นมาแทรกพอดี
“ว่าแต่พวกเ้าได้ยินข่าวหรือไม่?ผู้เฒ่าหยางแห่งเขาหยุนซานกลับมาที่เมืองซางเฉิงแล้วนะ!”
หลินซินเหยียนชะงักก่อนจะหันไปถามด้วยความสนใจทันที
“ผู้เฒ่าหยาง? ท่านหมายถึงนักพรตลึกลับคนนั้นน่ะหรือ?”
“ใช่แล้ว!ข้าล่ำลือกันว่าท่านผู้นั้นมีวิชามากมาย รู้เื่ทั้งอดีตและอนาคตหากใครมีปัญหาเกี่ยวกับิญญาหรือเื่ประหลาด ท่านผู้เฒ่าก็สามารถแก้ไขได้!”
คำพูดนั้นทำให้ไป๋อี้เฟยและหลินซินเหยียนหันมามองหน้ากันทันที
“บางทีผู้เฒ่าหยางคนนี้อาจช่วยพวกเราได้!” หลินซินเหยียนพูดเสียงเบา แต่แววตามุ่งมั่น
ไป๋อี้เฟยพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก“ก็ลองดู แต่เ้าต้องทำตัวให้สงบเสงี่ยมหน่อย อย่าทำให้ข้าขายหน้าอีก”
“เ้านั่นแหละต้องทำตัวให้เหมือนข้ามากขึ้นต่างหาก!”
“หึ!”
ทั้งสองคนถึงกับถอนหายใจพร้อมกันก่อนจะเริ่มต้นวางแผนการเดินทางไปพบผู้เฒ่าหยางที่เขาหยุนซาน
การเดินทางไปยังเขาหยุนซานไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด
หลินซินเหยียน (ในร่างไป๋อี้เฟย)เดินนำไปข้างหน้าในชุดคุณชายรองเต็มยศแต่ท่าทางของเธอทำให้ทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาต่างหันมามองด้วยความสงสัย
“คุณชายรองเดินท่าอะไรของเขา?”
“ท่านอี้เฟยดูแปลกๆ ไปนะวันนี้...”
หลินซินเหยียนพยายามเดินให้สง่างามตามแบบฉบับคุณชายแต่กลับดูเหมือนคนที่กำลังเขย่งเท้าด้วยความประหม่า
ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน)เดินตามหลังมาโดยพยายามไม่มองภาพตรงหน้า แต่สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว
“เ้า! เดินให้มันดีๆหน่อยได้หรือไม่!?” เขาพูดพลางกระชากแขนเธอ
“ก็ข้าพยายามแล้วนี่ไง!ข้าไม่ชินกับขายาวๆ ของเ้า!”
“หึ!ข้าล่ะไม่เข้าใจว่าทำไมข้าต้องมาทนลำบากกับเ้าด้วย!”
“เพราะเ้าอยู่ในร่างข้าไงเล่า!”
การเถียงกันไปมาของทั้งสองทำให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาพากันหัวเราะคิกคัก
“นี่มันอะไรนักหนา!”ไป๋อี้เฟยสบถเบาๆ ก่อนจะเดินลิ่วไปข้างหน้า ทิ้งให้หลินซินเหยียนต้องรีบวิ่งตาม
เมื่อมาถึงกระท่อมของผู้เฒ่าหยางทั้งสองก็พบชายชราผมขาวยาวเฟื้อยในชุดนักพรตยืนยิ้มบางๆ อยู่หน้ากระท่อม
“ข้ามารอพวกเ้าอยู่แล้ว”ผู้เฒ่าหยางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก
หลินซินเหยียนและไป๋อี้เฟยมองหน้ากันอย่างใ
“ท่านรู้ว่าพวกเราจะมา?” ไป๋อี้เฟยถามขึ้น
ผู้เฒ่าหยางพยักหน้าพลางหัวเราะเบาๆ“เื่ที่เ้าสลับร่างกัน ข้าย่อมรู้ดี แต่การที่เ้าจะกลับคืนร่างเดิมนั้นพวกเ้าต้องผ่านบททดสอบเสียก่อน”
“บททดสอบอะไรหรือท่านผู้เฒ่า?”หลินซินเหยียนถามอย่างสงสัย
ผู้เฒ่าหยางยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือเรียกทั้งสองคนให้เดินเข้าไปในกระท่อม
ภายในกระท่อมมีโต๊ะไม้ตัวหนึ่งและมีกระจกวางอยู่สองบาน ผู้เฒ่าหยางชี้ไปที่กระจกทั้งสองบานนั้น
“จงมองตัวเองในกระจกให้ดีแล้วตอบข้าว่า ‘เ้าเห็นสิ่งใด’”
ไป๋อี้เฟยและหลินซินเหยียนต่างมองหน้ากันก่อนจะเดินไปยืนหน้ากระจก
ไป๋อี้เฟย (ในร่างซินเหยียน) มองไปที่กระจกตรงหน้าก่อนจะเห็นภาพสะท้อนของตัวเอง
ทว่าในกระจกกลับไม่ใช่ใบหน้าของหลินซินเหยียนแต่เป็ใบหน้าของเขาเอง...ไป๋อี้เฟย ผู้มีสีหน้าเ็าแต่แววตากลับแฝงไปด้วยความโดดเดี่ยว
“เ้าเห็นสิ่งใด?” ผู้เฒ่าหยางถามขึ้น
ไป๋อี้เฟยนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ข้าเห็นตัวข้าเอง...”
“เ้าเห็นตัวเองแต่เ้ารู้หรือไม่ว่าตัวตนของเ้าแท้จริงคืออะไร?”
คำถามนั้นทำให้ไป๋อี้เฟยชะงักเขาหันกลับไปมองผู้เฒ่าหยางอย่างไม่เข้าใจ
ในขณะเดียวกัน หลินซินเหยียน(ในร่างไป๋อี้เฟย) มองไปที่กระจกของตัวเองและเห็นภาพสะท้อนเป็ตัวเธอเองที่กำลังหัวเราะอย่างสดใสแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสับสน
“ข้าเห็นตัวข้าเอง...ข้าไม่เข้าใจทำไมข้าถึงดูสับสนเช่นนี้?”
ผู้เฒ่าหยางหัวเราะเบาๆ“เพราะพวกเ้าทั้งสองยังไม่เข้าใจตัวเองอย่างแท้จริง”
หลังจากบททดสอบผู้เฒ่าหยางก็มองทั้งสองคนพลางถอนหายใจ
“การที่พวกเ้าสลับร่างกันไม่ใช่เพราะโชคชะตากลั่นแกล้งแต่เป็เพราะพวกเ้ายังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้จากกันและกัน”
“เรียนรู้จากกันและกัน?” หลินซินเหยียนทวนคำอย่างไม่เข้าใจ
“ใช่แล้วจงใช้ชีวิตในร่างของอีกฝ่ายให้ดีที่สุด เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพวกเ้าจะรู้เองว่าต้องทำเช่นไร”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งสองคนต่างรู้สึกหงุดหงิดปนสับสน
“นี่มันคำใบ้แบบไหนกัน!”ไป๋อี้เฟยบ่นออกมาเสียงดัง
ผู้เฒ่าหยางเพียงหัวเราะเบาๆก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในกระท่อม ทิ้งให้ทั้งสองคนยืนมองหน้ากันอย่างจนปัญญา