“บอสหมายความว่ายังอยากให้ผมทำงานเป็เลขาให้แต่ไม่ใช่ที่บริษัทของตระกูลเกาใช่มั้ยครับ” หลังจากฟังรายละเอียดทั้งหมดเหวินเปาก็สามารถสรุปได้ทันที
“อืม ถ้านายตกลงพรุ่งนี้เราจะเข้าไปดูงานที่ห้างสรรพสินค้าทีกัน ว่าจะแก้สถานการณ์ยังไงได้บ้าง”
“ตกลงครับ บอสไปไหนผมไปด้วย”เหวินเปาตอบอย่างไม่ลังเลใจเพราะคนที่ให้โอกาสและเห็นถึงศักยภาพในตัวก็คือฉิงิมาั้แ่แรก ไม่อย่างนั้นตัวเขาที่จบบริหารมาในเกรดที่ธรรมดาจะถูกเรียกเข้ามาทำงานในบริษัทใหญ่ของตระกูลเกาได้ยังไงกัน
“งั้นวันนี้ก็พักผ่อนที่นี่ให้สบายนะคะ ถือซะว่ามานอนโรงแรมก็ได้ฝากด้วยนะคะพี่ฉี” ซือเย่ยิ้มให้ในอดีตเหวินเปาเป็เลขาที่ซื่อสัตย์มากไม่ว่าจะเป็เื่อะไรก็สามารถจัดการให้ฉิงิได้ทุกเื่เสียดายที่ชาติที่แล้วพี่ิและตัวเธอเลือกที่จะออกไปใช้ชีวิตกัน ไม่รู้ว่าตอนนั้นเหวินเปาจะลำบากขนาดไหน
หลังจากเหวินเปาเดินออกไปไม่นานพี่ฉีก็นำนายทะเบียนเข้ามา
“ขอบคุณที่มานะคะ ลำบากแย่เลย”ซือเย่ยืนต้อนรับเ้าหน้าที่สูงวัยพร้อมกับฉิงิ
“ลำบากอะไรกันครับคุณหนู เป็โชคดีของลุงเสวี่ยแล้วที่ได้มาเป็ตัวแทนนายทะเบียนและสักขีพยานระหว่างคุณหนูกับคุณชายเื่ชื่อที่คุณชาย้าเปลี่ยน ลุงทำเอกสารมาให้พร้อมแล้วในใบจดทะเบียนก็เป็ชื่อใหม่เรียบร้อย”
เธอยิ้มขอบคุณลุงเสวี่ยเมื่อได้เห็นเอกสารและใบจดทะเบียนที่ลุงเสวี่ยได้เตรียมมาลุงเสวี่ยถือได้ว่าเป็ญาติผู้ใหญ่ของตระกูลหลิวสายรองที่สนิทกับเธอมาก ๆ
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ตระกูลหลิวอย่างเป็ทางการนะ หลิวฉิงิ ลุงขออวยพรให้ทั้งคู่รักกันนานๆ มีลูกมีหลานสืบสกุลเยอะ ๆ”เมื่อทั้งคู่จรดปากกาเซ็นชื่อลงบนทะเบียนสมรสเรียบร้อยหลิวห้าวเสวี่ยก็ยิ้มอย่างยินดี
“วันนี้คุณพ่อกับคุณแม่ไม่อยู่ลุงเสวี่ยเลยอดทานข้าวกับท่านเลย”
“ไม่เป็ไร ๆ ไว้วันหลังลุงมาใหม่ วันนี้อาชงจะพาไปกินข้าวในเมืองพอดี ไว้เจอกันใหม่นะ”
“ลุงเสวี่ยยังแข็งแรงอยู่เลยนะ”
“เห็นแบบนั้นท่านอายุมากกว่าคุณพ่อนะคะ วันนี้พี่ิเหนื่อยหน่อยนะวุ่นวายทั้งวันเลย”
“เราเองก็เหมือนกัน ขึ้นไปอาบน้ำกันจะได้ลงมากินข้าว”
“ว้าย พี่ิ”ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรฉิงิก็อุ้มตัวของเธอขึ้นจนเธอใเผลอร้องออกมาเสียงดังแต่เมื่อการ์ดและแม่บ้านเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็พากันกระจายตัวออกไปไม่ได้ขัดขวาง
“พี่ิลืมหรือเปล่าว่าพี่ฉีก็ยังยืนอยู่นะคะ”
“ผมไม่เห็นอะไรเลยครับคุณหนู”เทียนฉีพูดแบบกลั้นยิ้มก่อนจะเดินผละออกไป
“พี่ิ!” เธอฟาดไปที่หน้าอกฉิงิอย่างเขินอาย
ฉิงิหัวเราะก่อนจะพาซือเย่เดินขึ้นลิฟท์กลับขึ้นไปยังห้องนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น
ทั้งสามคนได้มีโอกาสเข้ามาทานอาหารเช้าพร้อมพ่อกับแม่ที่ตึกใหญ่เหวินเปายืนมองคฤหาสน์ขนาดใหญ่กว่าเมื่อวานด้วยอาการมึนงงจนพ่อบ้านเทียนหลิวที่ยืนมองอยู่ต้องเดินเข้ามาเรียก
“หลับสบายกันมั้ย ซือเย่ไหนเอาใบจดทะเบียนมาให้พ่อดูเร็ว” เทียนฉีที่ตามมาด้วยเป็คนเดินถือเอกสารเข้าไปให้นายใหญ่ของบ้านดู
“อืมดี พี่เสวี่ยงานเร็วมากเลย” ซูเหยียนดูใบจดทะเบียนก่อนจะยื่นไปให้ภรรยาดูต่อ
“ยินดีด้วยนะลูก หลังจากนี้ก็ดูแลกันดี ๆ โมโหหรือโกรธอะไรกันก็ต้องค่อย ๆพูดกันนะทั้งสองคน” อี๋เหวินมองด้วยรอยยิ้มยินดีเ้าตัวรอวันที่ลูกสาวของตนจะมีใครมาคอยดูแลข้างกายนานแล้ว แต่ไม่เห็นวี่แววหลังจากนี้เธอจะได้หมดห่วงเสียที
“ผมจะดูแลซือเย่ให้ดี คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ”ฉิงิรู้สึกได้ถึงความรักและเอ็นดูจากทั้งพ่อและแม่ของคนรักทำให้อดที่จะคิดถึงพ่อของตนเองไม่ได้คนคนนั้นไม่แม้แต่จะเห็นตัวเขาอยู่ในสายตาด้วยซ้ำทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงเ้าตัวจะให้เลขามาบอกให้ไปทำงานอื่นแทนแล้วพาน้ารั่วซีหรือซีเซินไปออกงานด้วยกัน
“อดีตก็ปล่อยให้มันเป็อดีตตอนนี้เป็ลูกเขยตระกูลหลิวแล้วก็อย่าให้ใครมาดูถูกง่าย ๆ เข้าใจมั้ย” ซูเหยียนเตือนสติลูกเขยเมื่อเห็นว่าเ้าตัวนิ่งไปแถมสายตายังมีร่องรอยความหม่นหมองอยู่จางๆ
“ครับคุณพ่อ” ฉิงิรับปากก่อนจะกลับมาตั้งสติและตั้งใจว่าจะไม่ทำให้พ่อตาและคนในตระกูลหลิวผิดหวังให้สมกับที่เขาได้รับโอกาสในการเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลโดยไม่รังเกียจ
“คุณพ่อคุณแม่ครับ นี่เหวินเปา เป็ทั้งเลขาและเพื่อนสนิทของผมเองครับ”
“อืมดี พ่อกำลังจะถามเลยว่าผู้ช่วยจะเอายังไง มีคนคอยช่วยที่รู้ใจก็ดีแล้วเอาเถอะทานข้าวกันเดี๋ยวพ่อกับแม่ต้องออกไปธุระข้างนอกหน่อย”เหวินเปาเหมือนจะเป็เพียงคนเดียวที่นั่งทานอาหารแบบเกร็ง ๆ ใครจะไปคาดคิดว่าอยู่ๆ ก็ได้เจอผู้นำตระกูลหลิวตัวเป็ ๆ ต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ทุกคนในประเทศนี้รู้ดีว่าการจะเข้าพบตระกูลหลิวได้นั้นต่อให้มีเงินมากขนาดไหนก็ไม่อาจพบได้ง่ายๆ
“พี่ฉีคะเดี๋ยวออกไปข้างนอกนะคะ ซือเย่จะไปดูที่ห้างสรรพสินค้าทีหน่อยค่ะว่าต้องเริ่มยังไงดี แล้วก็น่าจะค้างในเมืองเลย”หลังทานอาหารเสร็จซือเย่ก็บอกพ่อบ้านคนสนิทที่ควบตำแหน่งเลขาส่วนตัว
“พี่เหวินเปาออกไปพร้อมกันเลยนะคะ เดี๋ยวซือเย่ไปส่งที่หน้าบริษัทค่ะ”
“อืมนายเอาเอกสารนี่ไปยื่นให้ฉันด้วยแล้วก็จัดการเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อยเลยจะได้ไม่ต้องกลับเข้าไปอีกแล้ว ส่วนเื่คอนโดก็เก็บไว้ก่อนเอาแค่เสื้อผ้ากับของจำเป็มา”
“งั้นเดี๋ยวเสร็จจากที่บริษัทแล้วผมจะกลับไปเก็บของที่คอนโดแล้วจะตามไปเจออีกทีนะครับ” โชคดีที่ทั้งบริษัทตระกูลเกาคอนโดและห้างสรรพสินค้าทีนั้นอยู่ในระแวกเดียวกัน
“มีอะไรก็โทรเข้ามาที่เบอร์ใหม่นะ”ฉิงิบอกเหวินเปา
“ครับบอส”
“เดี๋ยวขึ้นไปที่ตึกออฟฟิตก่อนนะคะคุณพ่อท่านบอกกับประธานคนปัจจุบันไว้แล้ว”
“ได้สิ”รถมาจอดที่หน้าตึกสำนักงานที่อยู่ข้างกันกับตัวห้างสรรพสินค้าโดยพื้นที่ครึ่งหนึ่งของตึกถูกแบ่งไว้สำหรับเป็สำนักงานให้เช่า
“นี่เป็บัตรผ่านเข้าออกของที่นี่นะครับ ชั้นที่เราจะขึ้นไปคือชั้น 35โดยใช้ลิฟต์ฝั่งด้านนี้จะเป็ลิฟต์สำหรับบริษัทเราโดยเฉพาะไม่ต้องใช้ร่วมกับใคร” พี่ฉีเดินนำทั้งคู่เข้าไปยังลิฟต์ที่อยู่คนละฝั่งกับโถงลิฟต์กลางของตึกที่บริษัทและพนักงานคนอื่นใช้
ทั้งสามคนขึ้นมาถึงชั้น35 โถงหน้าลิฟต์มีผู้ชายสองคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“สวัสดีครับ ผมต้วนจื่อหวงประธานคนปัจจุบันครับถ้าคุณหนูหลิวยังคงจำได้ส่วนนี่เป็เลขาของผมชื่อหลี่หมิน” จื่อหวงไม่ถือตนว่าอายุมากกว่า
“ซือเย่จำได้ค่ะ ส่วนนี่หลิวฉิงิสามีของซือเย่เอง”
“ยินดีที่ได้พบครับคุณชายหลิว ตอนนี้ผู้ถือหุ้นและบอร์ดบริหารกำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องประชุมถ้าไม่รังเกียจอยากเข้าไปฟังด้วยผมก็ยินดีครับ”
“ดีเลยค่ะ ถ้ายังไงเดี๋ยวขอเข้าร่วมด้วยนะคะว่าแต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ถือหุ้นคนไหน้าขายออกมั้ยคะ”
“ตอนนี้ยังถือว่าโชคดีครับแม้ว่ายอดโดยรวมของห้างสรรพสินค้าจะลดลงแต่ก็ยังนับว่ากำไรและปันผลหุ้นนั้นยังคงได้ผลดีอยู่จึงไม่มีใครอยากขายส่วนใหญ่จะถามถึงแนวทางการดำเนินงานในอนาคตมากกว่าบางท่านยังเสนอที่จะเพิ่มสัดส่วนเงินลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพอีกด้วย”
“ขออนุญาตเรียกว่าพี่นะครับ เราอายุห่างกันไม่มาก นับว่าพี่มีหุ้นส่วนที่ดีมากเลยครับ”ฉิงิบอกเพราะหากนี่เป็สถานการณ์ที่เกิดกับตระกูลเกาแล้วล่ะก็คงได้โดนรุมทึ้งแย่งเนื้อชิ้นสุดท้ายแน่นอน
“ขอบคุณครับ ได้เจอผ่าน ๆ ตามงานประชุม พี่ชื่นชมเรามากเลยนะอายุเท่านี้แต่พาตระกูลเกาเดินหน้ามาไม่น้อย เสียดายแทนจริง ๆ”แม้จื่อหวงจะไม่ได้รู้เบื้องลึกเื้ัของตระกูลเกาแต่เื่ที่ผู้นำคนปัจจุบันไม่ได้รักใคร่เกาฉิงินั้นทุกคนก็พอเดาได้จากการกระทำแถมเมื่อครู่เ้าตัวยังแนะนำตนเองด้วยตำแหน่งสามีดวงใจแห่งตระกูลหลิวแบบนี้ตระกูลเกาคงเกินเยียวยาแล้วไม่รู้กินดีหมีตนไหนเข้าไป
แกร๊ก
“คุณหนูหลิว”เดินเข้ามาในห้องประชุมบรรยากาศที่เคยตึงเครียดกลับผ่อนคลายลงเมื่อหลายคนด้านในเห็นซือเย่เดินเข้ามา
“สวัสดีทุกท่านค่ะ ยินดีที่ได้เจอ”
“โอ้นี่หมายความว่ายังไงกันคุณชายเกา”หนึ่งในบอร์ดบริหารที่เคยพบเจอกับฉิงิตอนที่เ้าตัวบริหารตระกูลเกาอยู่
“นี่หลิวฉิงิ สามีซือเย่เองค่ะ”ซือเย่เดินเข้าไปกุมมือคนรักก่อนที่จะยิ้มให้กันทุกคนในห้องแม้จะสงสัยกับการแต่งงานสายฟ้าแลบของคู่ตรงหน้าแต่บรรยากาศสีชมพูยามที่ทั้งคู่ยิ้มให้กันนี่ไม่ใช่เื่ล้อเล่นทั้งคู่ดูเหมาะสมและเข้ากันได้ดีราวกับคู่รักที่แต่งงานกันมาหลายสิบปี
“ผมยื่นจดหมายลาออกจากบริษัทตระกูลเกาแล้วครับป่านนี้น่าจะประกาศอย่างเป็ทางการไปทั่วแล้ว”
“จริงด้วยค่ะ เมื่อสักครู่เว็บไซต์และโซเชียลของตระกูลเกาออกจดหมายประกาศอย่างเป็ทางการแล้ว” หญิงสาว หนึ่งในผู้บริหารที่กำลังเช็คข่าวสารต่าง ๆ อยู่ เปิดจดหมายดังกล่าวขึ้นโปรเจคเตอร์ทันทีเรียกได้ว่าเป็จดหมายตัดขาดอย่างเป็ทางการเสียมากกว่า เนื้อหาด้านในกล่าวถึงความไม่รับผิดชอบจนทำให้บริษัทของตระกูลได้รับความเสียหายจึงได้ทำการปลดเกาฉิงิพ้นทุกตำแหน่งของตระกูลเกาโดยมีคำสั่งแต่งตั้งเกาชีเซินเข้ารับตำแหน่งแทนทันทีนับเป็การกระทำที่ค่อนข้างไม่ให้เกียรติและไร้มารยาทมาก
“ไม่เป็ไรนะคะ” ซือเย่อ่านแล้วรีบหันกลับมามองคนรัก
“พี่โอเค ขอบคุณนะ” ผมมองซือเย่ที่ทำหน้าตาเป็กังวลแล้วเผลอยกมือขึ้นลูบหัวด้วยความเคยชินก่อนจะรีบเอาลงเพราะพี่ฉีกระแอมเตือน
เมื่อผู้บริหารและบอร์ดทุกคนที่ได้เห็นท่าทางของทั้งคู่ก็มั่นใจไปได้เปลาะหนึ่งว่าฉิงิไม่ได้เข้าหาซือเย่เพียงเพราะฐานะแน่นอนบอร์ดหลายคนในที่นี้นับได้ว่าเป็เพื่อนของพ่อเธอจะเป็ห่วงหลานสาวมากสักหน่อยก็ไม่แปลก
“ที่คุณชายหลิวมาในวันนี้เพราะว่ามีความคิดเห็นดี ๆ มาเสนอถูกต้องมั้ยคะ”ในวงการคนที่ทำงานจริงมีใครไม่รู้บ้างว่าฉิงินั้นมีความสามารถและความคิดที่ก้าวไกลขนาดไหนต่อจากนี้บริษัทของพวกเธอจะต้องเติบโตแบบก้าวะโแน่เพราะตรงนี้ยังมีคุณหนูหลิวอีกคนใครจะไม่รู้จักเธอก็ได้แต่พวกเธอผู้ที่บริหารบริษัทนี้มาั้แ่เริ่มจะไม่รู้จักคนที่ทำให้ห้างสรรพสินค้าทีก้าวขึ้นมาเป็ห้างอันดับหนึ่งใน่ปีนั้นได้ยังไงซึ่งนั่นก็เป็ความคิดและไอเดียซือเย่ที่ตามผู้เป็พ่อมาเข้าประชุมสมัยยังเรียนอยู่เท่านั้นเอง