ว่าที่ลูกเขยของบุตรสาวคนโตออกไปจากบ้านพร้อมกับลูกสาวคนเล็กสร้างความแปลกใจให้กับคุณโฉมฉายผู้เป็มารดาที่สุด
“คุณแม่มองใครอยู่เหรอคะ?” สาวมั่นอยู่ในชุดแสนสวยเดินลงมาจากชั้นสอง
“มนลูก ทำไมเพิ่งลงมาล่ะลูก ปพนขึ้นไปปลุกตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?” นี่ก็อีกเื่ที่แสนจะแปลกประหลาด
“ปพนมาบ้านเราแล้วเหรอคะแม่ มนไม่เห็นจะรู้เื่เลยแล้วปพนขึ้นไปปลุกมนตอนไหนกัน ั้แ่ตื่นมามนก็เห็นหน้าคุณแม่เป็คนแรกคุณพ่อหรือยัยหนูนิก็ยังไม่เห็น” คุณโฉมฉายมองใบหน้าลูกสาวเื่มันเป็มายังไงกันล่ะเนี่ย ก็นางเห็นกับตาว่าปพนขึ้นไปปลุกลูกสาว้าก่อนจะเห็นว่าที่ลูกเขยเดินลงมาพร้อมกับลูกสาวคนเล็กแล้วออกไปทำธุระข้างนอกด้วยกัน
“ปพนมาบ้านเราสักพักแล้วลูก มาขอตัวพายัยหนูนิออกไปข้างนอกบอกว่าจะไปทำธุระด้วยกัน” นางบอกไปตามความที่ได้ยิน
“มนไม่รู้เื่เลยค่ะคุณแม่” งงไปหมดแล้วทั้งแม่ทั้งลูก
“ลองโทรคุยกันดูนะลูก เดี๋ยวแม่ไปยกข้าวต้มของโปรดมาให้ทาน” คุณโฉมฉายแนะนำแล้วปล่อยให้เป็เื่ของเด็กๆ จัดการกันเอาเอง
“ขอบคุณค่ะ” กริ่ง กริ่ง กริ่งมนทกานติคว้าโทรศัพท์หมายจะโทรไปเช็คกับแฟนหนุ่ม ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือเปล่า่นี้ช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปพนกว้างขึ้นทุกทีแต่ยังไม่ทันจะโทรออก ก็มีสายสำคัญเรียกเข้ามาเสียก่อน
สายที่เธอไม่อยากรับแต่ครั้งนี้มนทกานติเลือกที่จะไม่ตัดสายทิ้ง
“สวัสดีค่ะบอส”
“หืม ก็ได้ค่ะ” ทำไงได้...เ้านายเล่นมัดมือชกอย่างนี้มนทกานติรับปากด้วยความเซ็ง
“ข้าวต้มร้อนๆมาแล้วจ้า อ้าว นั่นมนจะออกไปข้างนอกอีกคนเหรอลูก?” ร้องทักเมื่อเห็นลูกสาวสะพายกระเป๋าเตรียมพร้อม
“ค่ะคุณแม่ คุณจิณวัตรมารอรับอยู่หน้าบ้านแล้วค่ะยังไงมนจะกลับมาให้ทันทานข้าวเย็นนะคะแม่ จุ๊บ” มนทกานติรีบเข้าไปหอมแก้มมารดาที่ยืนถือชามข้าวต้นหอมกรุ่น...ก่อนตนเองจะเร่งรีบออกไปจากบ้านอีกคน
ยังไงวันนี้...วันที่เธอจะยุติความสัมพันธ์บ้าๆระหว่างเ้านายกับลูกน้องลงทั้งหมดหากมันยากเย็นเกินไปหนัก เธอก็จะขอลาออกให้มันสิ้นเื่สิ้นราว
มนทกานติกำโทรศัพท์มือถือของตนเองแน่นสุดบีบคั้นหัวใจเมื่อจิณวัตรเลือกพาเธอมาคุยที่บ้านแถบชานเมืองของเขาแล้วขณะนี้ดวงตาคมเข้มไม่ได้จ้องมองเธออีกต่อไป
“ถ้ามนไม่รับก็ส่งมา เดี๋ยวผมรับให้”
“ว้ายย ไม่น่ะบอส อย่ายุ่งกับโทรศัพท์ของมน ไม่น่ะ เอาคืนมา เอาคืนมา”สองร่างแย่งชิงอุปกรณ์เครื่องเล็กเป็พัลวัน
“เหอะ! อย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด ที่แท้ก็สายจากไอ้คู่หมั้นของมนนี่เอง”จิณวัตรกล่าวอย่างดูถูกดูแคลนภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ…มันช่างเป็หนามตำใจ
“บอสไม่มีสิทธิ์ละเมิดความเป็ส่วนตัวของมนนะคะ อีกอย่างตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลางานด้วยโปรดมีมารยาทด้วยค่ะ” น้ำเสียงสาวมั่นเรียบนิ่งแต่ชายหนุ่มมองออกว่าเธอโกรธจริง
“มีสิทธิ์ ไม่มีสิทธิ์เดี๋ยวมนก็จะได้รู้ ตี๊ด ฮัลโหล...” มนทกานติช๊อคจนตาตั้งเมื่อไอ้คนไม่มีมารยาทกดรับสายโทรศัพท์อย่างหน้าตาเฉย
ปพนจะรู้เื่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเ้านายหนุ่มไม่ได้เพราะปพนคือผู้ชายที่เธอเลือกแล้ว
ยังไงเสียเวลานี้เธอก็เหมาะสมกับปพนมากที่สุดทุกๆสังคมก็รับรู้เป็อย่างดีว่าเราสองคนคบหาดูใจกัน
“คุณเป็ใคร?” หนุ่มหล่อยืนพิงระเบียงห้องเพ้นท์เฮ้าท์เขาไม่ได้มีท่าทางใที่อยู่ๆมีหนุ่มที่ไหนมารับโทรศัพท์ของว่าที่คู่หมั้นที่กำลังถูกลดสถานะให้เป็อดีต
“ผมเป็ใครไม่สำคัญ แต่ผมอยากเตือนว่า...คุณอย่าโทรมาหามนอีกจะดีกว่า”ของของใคร คนๆนั้นย่อมจะห่วงเป็ธรรมดา ยิ่งมนทกานติเป็ของเขาแล้วจิณวัตรจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ
“อย่างนั้นเหรอครับ ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดี...” ตู๊ดตู๊ด ตู๊ด ปพนกดวางสายทันที ใบหน้าของหนุ่มหล่อปรากฏรอยยิ้มเขายังมีโอกาสหน้าไว้เคลียร์กับมนทกานติโดยตรงแค่ได้รับฟังคำเสียงจากหนุ่มปริศนาผ่านโทรศัพท์ของมนทกานติก็พอรู้แล้วว่าอะไรเป็อะไรปพนไม่ได้โง่จนมองไม่ออกว่ามนทกานติก็มีผู้ชายอีกคน หรือหลายๆคนมาพัวพันในชีวิตเธอ
คู่หมั้นไม่เกิดอารมณ์หึงหวงหรือเสียหน้าสักนิด...ปพนยอมรับตรงๆเขารู้สึกโล่งใจมากเสียด้วยซ้ำ เพราะถ้าหากจบความสัมพันธ์กับมนทกานติไม่สวยนั่นหมายถึงความรักครั้งแรกระหว่างเขาและนิศานาถอาจไม่ราบรื่นด้วยเช่นกัน
“เอาโทรศัพท์คืนมาเดี๋ยวนี้นะ” มนทกานติแย่งสมบัติตนกลับคืนมาได้สำเร็จ
“โปรดจำไว้ด้วยนะคะบอสไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวกับของใช้ส่วนตัวมนอย่างเมื่อกี้อีกไม่อย่างนั้นจะหาว่ามนไม่เตือน” สาวมั่นกล้าเชิ่ดใส่เ้านายตัวเองที่ทำงานร่วมกันมาตลอดหลายปี
“ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์น่ะ สิทธิ์ในความเป็ผัวของคุณไง...มนทกานติ” จิณวัตรกล่าวเสียงเรียบสมองยังเฝ้าขบคิดเื่ของคู่หมั้นของเธอจนถึงตอนนี้...ปพนไม่แม้จะมีความหึงหวงในน้ำเสียง
ซึ่งมันผิดปกติอย่างมาก
“บอส! พูดเื่นี้ขึ้นมาก็ดีเหมือนกันค่ะมนตั้งใจจะมาคุยกับบอสให้รู้เื่ ไม่อย่างนั้นเราสองคนคงร่วมงานกันยากขึ้น”หญิงสาวโกรธลมแทบออกหู โชคดีที่ที่นี่เป็สถานที่ส่วนบุคคลถ้าเกิดเื่นี้เพร่งพรายออกไปต่อสาธารณะ...ชื่อเสียงคงป่นปี้
“คุย คุยอะไร”
“เื่คืนนั้นเป็แค่เื่วันไนท์แสตนท์ค่ะเราทั้งคู่ไม่ได้มีความรักหรือสายใยอะไรกันทั้งนั้นมนอยากให้บอสลืมๆเื่นี้ไปซ่ะ ไม่อย่างนั้น...โอ้ย”
“คุณจะทำไมมนทกานติ ไม่อย่างนั้นจะทำไม?” จิณวัตรฟิวขาดเข้าไปเขย่าเลขาคนสวยอย่างแรง
วันไนท์แสตนท์อย่างนั้นเหรอ...เขาไม่มีทางยินยอม
“ไม่อย่างนั้นมนคงต้องขอลาออกค่ะ เราคงเป็เ้านายลูกน้องเหมือนเดิมอีกไม่ได้”หญิงสาวตัดความสัมพันธ์ มนทกานติอยากให้เื่ความผิดพลาดจบลงตอนนี้เวลานี้เลย
“ใช่แล้วมน ผมกับคุณคงเป็เ้านายกับลูกน้องเหมือนเดิมกันไม่ได้อีกต่อไป”จิณวัตรยิ้มเยาะ
“ขอบคุณนะคะบอส ขอบคุณที่เข้าใจมน” ขอบคุณที่เข้าใจว่าเธอมีคนรักคนที่พร้อมจะใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอยู่แล้วมนทกานติส่งมอบรอยยิ้มแสนยินดีไปให้บุคคลตรงหน้า
“เข้าใจสิมนทกานติ เพราะต่อไปนี้เราจะคบหาดูใจกันแบบคนรักอย่างจริงจังคุณเป็เมียของผมแล้วผมคงไม่อนุญาตให้ไปยุ่งเกี่ยวกับนายปพนหรือผู้ชายคนไหนได้อีก...ไม่ได้อีกเป็อันขาด”รอยยิ้มของหนุ่มสาวหุบลงฉับ จิณวัตรมีร่องรอยแห่งความมุ่งมั่นตั้งใจส่วนฝ่ายสตรีมาดมั่นสุดช๊อค ชะงักกับประโยคเ่าั้
“คุณมันบ้าไปแล้ว มนไม่คิดเลยว่าจะทำงานกับคนบ้ามาตลอดหลายปีมนมีแฟนอยู่แล้วนะคะ แล้วเรากำลังจะแต่งงานกันด้วย เข้าใจมั้ยคะบอสเข้าใจที่มนพูดบ้างหรือเปล่า” เื่ราวมันบานปลายมาถึงจุดนี้ได้อย่างไง
“แต่ผมรักคุณมนทกานติ ผมแอบรักคุณมานานมาแล้ว คุณบอกผมว่ามีแฟนแล้วแต่มั่นใจแล้วเหรอว่าคุณรักไอ้หมอนั้นมันจริงๆถ้าคุณรักมันจริง...คืนที่พัทยาเราคงไม่มีความสุขขนาดนั้นหรอก”
“...” มนทกานติไม่เถียง เื่ความรู้สึกของค่ำคืนนั้น...เพราะเธอรู้สึกไม่ต่างกันกับเขา
“เลิกหลอกตัวเองสักที ผมจะบอกให้นะไอ้หมอนั้นมันก็ไม่ได้รักหรือจริงจังอะไรกับคุณด้วยเหมือนกัน” จิณวัตรค่อนข้างมั่นใจ
“ไม่จริง บอสเอาอะไรมาพูด มนกับปพนเรารักกันค่ะแล้วปพนก็ขอมนแต่งงานแล้วด้วย” แม้จะยังไม่เป็ทางการ แต่มันเกิดสัญญาใจขึ้นแล้วระหว่างเขาและเธอ
“เอาอย่างนี้มั้ย ถ้าคุณพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณและมันรักกันมากจริงๆชีวิตนี้ขาดกันไม่ได้...ผม...ผมจะยอมหลีกทางให้” จิณวัตรจะหลีกทางให้ถาวรแม้มันจะยิ่งกว่าเอามีดมาเฉือนหัวใจของเขาก็ตามเถอะ
การเดิมพันครั้งนี้...เขาขอเอาร่างกายและหัวใจเข้าเสี่ยง
“มนรับคำท้าค่ะ มนรักปพนและปพนเองก็รักมนมากๆด้วย” บทจะง่ายมันก็ง่ายอย่างเหลือเชื่อ
ปพนปพน ปพน ปพน ปพน ปพน
มนทกานติท่องจำชื่อคนรักให้ฝังสลักใจต่อไปนี้เธอจะไม่หวั่นไหว หรือเขว้ไปกับชายอื่นอีกแล้ว
“เหรอ มั่นใจขนาดนั้นเชียว” จิณวัตรมองแค่หางตาเพราะไม่้าเจ็บที่หัวใจไปมากกว่านี้
“มั่นใจสิคะ บอสกรุณาทำตามสัญญาด้วยนะเราสองคนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก...ไม่ว่าเื่งานหรือเื่ส่วนตัว....มน ขอ ลาออก ค่ะ” มนทกานติย้ำในเจตนารมณ์ของตนช้าๆ ชัดๆ
“ผมจะเซ็นต์อนุมัติใบลาออก หลังจากที่เราสองคนไปดูงานที่เชียงใหม่พร้อมกันสองต่อสองเป็เวลา1 สัปดาห์”
“ว่าอะไรนะคะ” ตามกำหนดการที่เธอรับรู้ในฐานะเลขาจิณวัตรต้องไปประชุมที่เชียงใหม่แค่ 2 วันใน่สิ้นเดือนหน้า ซึ่งมันก็อีกหลายวัน
“ใช่แล้วครับ ผมจะขอเลื่อนนัดลูกค้ามาเป็อาทิตย์นี้เลย แล้วเราสองคนจะไปเชียงใหม่ด้วยกันนอกเหนือจากเื่งาน มนก็แค่แสดงให้ผมเห็นชัดๆย้ำให้มั่นใจว่าคุณทั้งสองคนรักกันจริงๆ เป็ห่วงเป็ใยกัน ถ้าคุณทำได้หลังจากกลับจากเชียงใหม่ผมจะอนุมัติใบลาออกของคุณทันที” เดิมพันครั้งนี้...ใครกันแน่จะแพ้หรือชนะ
บางที...อาจมีคนแพ้มากกว่าหนึ่งฝ่ายย่อมเป็ไปได้
“คำเอื้อยลูก เดี๋ยวไปเก็บกวาดบ้านเชิงเขาของนายให้ป้าหน่อยนะลูก”
“...”ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากหญิงสาวที่ยืนล้างจานชามอยู่
“คำเอื้อย เอื้อย คำเอื้อย” จันทราเพิ่มเลเวลของเสียงก่อนเดินไปใกล้ๆด้วยความเป็ห่วง
“จะ เ้า ป้าจันทร์เรียกเอื้อยทำไมเหรอเ้า” คนที่สติหลุดลอยหายได้สติกลับคืนมา
“คำเอื้อยเป็อะไรหรือเปล่า ป้าว่าพักนี้เรามีอาการแปลกๆไปนะเ้าภิเสือก็มาบ่นกับป้าว่าคำเอื้อยพูดจาน้อยลง ผอมลง ไหนดูสิเนี่ยผอมแห้งเหลือแต่กระดูกแล้ว” ผู้จัดการไร่สำรวจตรวจตราหลานสาวเบื้องหน้านางเองกำลังวุ่นๆเื่การรีโนเวลครั้งยิ่งใหญ่ของไร่แสงฝางทำให้ไม่มีเวลาให้เท่าที่ควร
“เอื้อยไม่ได้เป็อะไรหรอกเ้าป้า ป้าจันทร์ไม่ต้องเป็ห่วง”
“แต่ใบหน้าของคำเอื้อยดูหม่นๆ มีเื่ไม่สบายใจอะไรก็บอกป้ามานะป้ารักคำเอื้อยเหมือนลูกสาวอีกคนรู้ใช่ไหม” นางเห็นเด็กคนนี้มาั้แ่ตัวแบเบาะยิ่งตอนที่เธอต้องกำพร้าพ่อแม่ ตอนนั้นยิ่งน่าสงสารจับใจ
“เอื้อยไม่เป็อะไรจริงๆเ้าแล้วเออ...ตกลงป้าจันทร์มีอะไรจะใช้เอื้อยหรือเปล่าเ้า”
“ตายจริง ลืมไปเลย เดี๋ยวเสร็จงานในครัวป้ารบกวนคำเอื้อยไปเก็บกวาดเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ความเรียบร้อยต่างๆที่บ้านเชิงเขาหน่อยนะลูก”
“บ้านเชิงเขาเหรอเ้า เปลี่ยนทำไมเ้า หรือว่า...” ดวงตากลมสวยเปิดกว้างทุกคนรู้ว่าบ้านหลังนั้นเป็ของเ้านายเพียงคนเดียว นี่หมายความว่า...
“พรุ่งนี้นายจิณแจ้งมาว่าเสร็จธุระจากในเมืองจะมาพักที่นี่นายโทรบอกป้าั้แ่เมื่อเช้าแล้วล่ะ แต่ป้าวุ่นๆเลยเกือบลืมเื่นี้ไปเสียสนิทฝากด้วยนะลูก เดี๋ยวป้าไปคุยงานกับคุณโชคต่อ”
“จะ เ้า” หากจันทราที่หันหลังออกไปจากโซนครัวหันกลับมามองหลานสาวที่เปรียบดั่งลูกสาวของตนสักนิดนางจะได้เห็นใบหน้าหม่นหมองบัดนี้หายไป มีรอยยิ้มประดับและน้ำตาแห่งความดีใจที่กลั้นเอาไว้ไม่อยู่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
คำเอื้อยเป็ทุกข์ระทมนานหลายวันสาเหตุนี้ทำให้กินไม่ได้ ทุกคืนต้องข่มตาให้หลับด้วยความยากลำบากหญิงชาวดอยเคยมีความคิดว่าจะเดินทางไปยังกรุงเทพไปยังเมืองหลวงที่ตนไม่เคยรู้จักเพื่อตามหาสามีตามพฤตินัย เธออยากไปให้เห็นหน้าอยากพูดจาถามไถ่เพียงเล็กน้อยก็ยังดี ไม่ใช่ทำได้แค่รอลมๆแล้งๆแบบทุกวันนี้แต่ความคิดเ่าั้ต้องพังลง เหมือนลองสอบถามที่อยู่จากป้าจันทรา พี่ภิเสือบุคคลทั้งสองไม่มีใครรู้จักบ้านของเ้านายสักคน
“นะ นาย ฮือ ฮือ นายกลับมาหาเอื้อยแล้วใช่ไหมเ้า” เขากลับมาแล้วกลับมาตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้
คิดถึงคิดถึงมากมายเหลือเกินทูนหัวของคำเอื้อย
บ้านเชิงเขาถูกดูเเลจัดการด้วยความใส่ใจคำเอื้อยกลับมาถึงห้องพักใน่ค่ำก็รีบบรรจงร้อยพวงมาลัยลักษณะพิเศษเธอเลือกใช้ดอกรัก ดอกกุหลาบเเละดอกมะลิ ร้อยเป็เส้นยาวเพื่อความสวยงามเเละเกิดกลิ่นหอมพรุ่งนี้ตอนเช้าจะรีบนำมันไปเเขวนประตูหน้าต่างทุกบานของบ้านพักหลังเล็กของเ้านาย
สิ่งที่ดีที่สุดเกิดขึ้นสำหรับคนที่พิเศษที่สุดของเธอนั่นเอง
ใบหน้าเเต่งเเต้มรอยยิ้มมือเล็กๆ ลูบไล่เนื้อผ้าไหมพรมที่ถักทออย่างประณีต นายจิณวัตรเดินทางมาก่อนกำหนดตั้งเยอะหากเเต่เสื้อกันหนาวกลับเสร็จทันเวลา
ของขวัญชิ้นเเรก
ที่เธอตั้งใจจะหมอบให้เขา
โครงการอสังหาริมทรัพทย์ขนาดใหญ่ในภูมิภาคภาคเหนือใช้เวลาประชุมและทำข้อตกลงกันเพียง2วันเท่านั้นก่อนเสร็จสิ้น จิณวัตรรีบพามนทกานติออกจากโรงแรมในตัวจังหวัดทันที
ท่านประธานหนุ่มจะใช้โอกาสนี้เรียนรู้โลกของเธอและให้เธอได้เรียนรู้โลกของเขาเช่นกัน
“บอสจะพามนไปไหนคะ?” เส้นทางที่รถหรูขับเคลื่อนเริ่มเล็กลงและสูงชันขึ้นเรื่อยๆ
“พาไปอยู่กับธรรมชาติ” สถานที่ที่เขาชื่นชอบชายหนุ่มเชื่อว่าหากมนทกานติได้ัักับวิถีชีวิตเงียบง่าย ไม่วุ่นวายเธออาจจะหลงเสน่ห์ของความสงบเหล่านี้ด้วยก็ได้
เหมือนเขานั่นแหละ...ถึงแม้เป็นักธุรกิจหนุ่มในเมืองศิวิไลแต่เมื่อได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติคร่าใดเขาจะหลงรักชีวิตสงบทุกที
“ธรรมชาติเหรอคะ หึ บอสก็รู้ว่ามันไม่ใช่สไตล์ของมนเลย” แล้วเธอจะทนอยู่เข้าไปได้อย่างไงตั้ง 5 วันมีหวังร้องไห้ั้แ่คืนแรกด้วยซ้ำ
“ไม่แน่หรอกครับ” คนเดิมพันเดิมพันเื่ราวครั้งนี้ด้วยหัวใจ
ไร่ชาเล็กๆบนดอยสูงสถานที่ที่จิณวัตรซื้อเก็บไว้ต่อจากคนรู้จักที่้าเงินเพื่อไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเขาปล่อยให้พนักงานเดิมบริหารจัดการที่นี่อยู่เสียนานเพิ่งจะมีโอกาสมาครั้งที่แล้ว ที่จิณวัตรพอมีเวลาเข้ามาดูแล ใส่ใจพัฒนาต่อยอดไร่ชาและรีสอร์ทแห่งนี้
“ที่นี่ที่ไหนคะบอส?” สาวสวยมองไปรอบๆูเาใหญ่น้อยหลายลูกที่เต็มด้วยใบชา ที่นี่มีบ้านพักเป็หลังๆสไตล์รีสอร์ทที่ดูเหมือนมีเหล่าพนักงาน คนงานกำลังก่อสร้างมันอยู่
“ไร่ชาของผมเอง ไร่ชาแสงฝางยินดีต้อนรับครับ มาเถอะมนเราจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงวันกลับ” จิณวัตรลากจูงหญิงสาวลงจากรถจุดมุ่งหมายของเขานั่นคือกระท่อมเชิงเขาที่ร่มรื่นและเย็นสบายตลอดทั้งวันตลอดทั้งปี
อาศัย่เวลาที่มนทกานติกำลังอาบน้ำชำระกายจิณวัตรรีบก้าวเดินไปยังจุดหมายอีกแห่งของเขา...ยังมีเื่ให้ต้องสะสางอีกหนึ่งเปราะ
ส๊วบส๊วบ ส๊วบ เสียงเท้าของคนบางคนเดินใกล้เข้ามาด้านหลังต้นมะขามที่ให้ร่มเงาใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขา คำเอื้อยสอดสายตามองดูยิ่งเขาใกล้เข้ามา ความชัดเจนแจ่มแจ้งปรากฎ
“นาย นายกลับมาแล้ว” ในที่สุดเขาก็กลับมาหาเธอตามสัญญาที่ให้ไว้จริงๆมือข้างหนึ่งถกผ้าถุงพื้นเมืองขึ้นเล็กน้อยส่วนอีกข้างจับกุมเสื้อกันหนาวไหมนุ่มนิ่มส่งกลิ่นหอมแนบหว่างอกหญิงสาวชาวป่าดอยก้าววิ่งตามพละกำลังของตนเอง วิ่งเร็วที่สุดเท่าที่เป็ไปได้เธอก้าวไปหาชายผู้เป็ที่รัก คนที่คิดถึงสุดหัวใจ
“นายจิณเ้า นาย ฮือ ฮึก” คำเอื้อยโผล่กอดด้วยความสุดหวงแหนฝันของเธอเป็จริง นับต่อจากนี้ไม่มีวันที่จะฝันร้ายอีกต่อไป เมื่อเขาอยู่ที่นี่อยู่ตรงนี้แล้ว อยู่กับเธอ
ใต้ต้นมะขามใหญ่จิณวัตรยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้หญิงสาวกอดเขาซบเขาอย่างที่เธอ้าจะทำ...เพราะครั้งนี้ มันคือครั้งสุดท้าย
เ้าของไร่แสงฝาง้าให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอยุติลงนับจากนี้ให้หลงเหลือเพียงความเป็เ้านายกับลูกน้องเท่านั้น
“เออ...เออเอื้อยขอโทษเ้า นายจิณ” หญิงสาวจอมเอียงอายเขินหน้าแดงระเรื่อเวลาผ่านไปทำให้เธอหลงลืมไปว่าอาจแสดงกิริยาที่ไม่ค่อยเหมาะสม เธอยืนกอดเขากลางไร่ไม่ดีเลย ไม่เป็ตัวของตัวเองเอาเสียเลยคำเอื้อย...แต่ทำไงได้เล่า ก็คนมันดีใจมันตื่นเต้น มันคิดถึงมากๆเลยนี่
“เธอไม่ควรทำอย่างนี้ เข้าใจมั้ยคำเอื้อย?” น้ำเสียงเขาราบเรียบใบหน้าเข้มขรึมน่ากลัว
“เอื้อยขอโทษเ้า ต่อไปจะไม่ทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้แล้ว เออ...นี่เ้าเสื้อกันหนาว เอื้อยถักเอาไว้ให้นาย” การถักทออย่างประณีตเนื้อผ้าที่ซื้อมาก็เป็ผ้าชั้นดี ถึงมันไม่ใช่ของแบรนด์เนม แต่คนทำก็ภูมิใจและคิดว่าเสื้อตัวนี้ไม่ด้อยไปกว่าเสื้อกันหนาวตัวอื่นๆเลยพนักงานสาวส่งยิ้มพร้อมยื่นผ้าไหมพรมส่งกลิ่นหอมไปให้เขา แต่จิณวัตรกลับนิ่งเขาไม่ยอมรับเครื่องนุ่งห่มชิ้นนั้นมา
“เอื้อยซักเรียบร้อยแล้วเ้า อากาศที่ไร่เริ่มๆหนาวนายใส่เอาไว้นะเ้าร่างกายจะได้อบอุ่น เดี๋ยวเอื้อยช่วยสวมให้” เธอกางเสื้อแขนยาวออก หมาดหมายจะสวมใส่ทับให้เขา
“พอที หยุดพล่ามได้แล้ว” จิณวัตรตวาดเสียงลั่นเขาจับเสื้อผ้าเ้าปัญหาตัวนั้นเหวี่ยงทิ้งไปไม่สนทิศทางหญิงสาวตรงหน้าที่เขาเคยรู้จักมักเป็คนพูดน้อย แต่ทำไมมาวันนี้ถึงได้พูดเอาๆเจรจาพาทีเก่งหนักหนา
“นะ นาย” ดวงตาคู่สวยเบิกโตใในการกระทำรุนแรงของเขา เสื้อไหมพรมอย่างดีถูกกองอยู่ใต้โคนมะขามสาวชาวดอยแววตาแวววาวสั่นระริกด้วยความไม่เข้าใจ
“ฟังฉันให้ดีๆนะคำเอื้อย ฉัน้าให้เื่ของเราจบลงตรงนี้และเดี๋ยวนี้เื่ที่ผ่านมาขอให้เธอลืมๆมันไป อ่อถ้าเธอยังอยากทำงานอยู่ที่นี่ต่อก็อย่าเล่าให้ใครฟังเด็ดขาดเข้าใจความหมายที่ฉันพูดมั้ย” จิณวัตรคิดว่าเขาเองพูดทุกอย่างเคลียร์แล้ว
“ฮึก ฮือ ฮือ ไม่เข้าใจ เอื้อยไม่เข้าใจเ้า นายจิณหมายความว่าอย่างไร”สาวดอยอึ้ง น้ำตาค่อยๆรินไหล เธอไม่เข้าใจอะไรสักอย่างไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“ฉันพูดขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอคำเอื้อย เฮ้ออ” ท่านประธานหนุ่มถอนหายใจยาว
“เื่ของเราจบลงได้อย่างไงเ้า นายจิณเคยบอกว่านายเป็สามีส่วนเอื้อยเป็เมียของนาย ฮึก ฮือ นะ นายบอกให้เอื้อยรอ” แล้วเธอก็เฝ้ารอเขาอยู่ทุกลมหายใจ
จิณวัตรได้ฟังก็เกิดโมโหมากเขาจับหัวบ่าเล็กและเขย่ารุนแรง
“เธอไม่ใช่เมียของฉันอีกต่อไปแล้ว เมียของฉันคือคุณมนทกานติคนเดียวจำเอาไว้แล้วฉันก็รักมนมากด้วย ที่นี้เข้าใจหรือยัง” เมื่อก่อนเขาแค่เหงาและสับสนจึงทำให้เกิดเื่เผลอไผลที่ผิดพลาด
“มน คุณมนทกานติเหรอเ้า” ชื่อไพเราะชื่อนี้เป็ชื่อของใครกัน
“ใช่ ที่ฉันมาที่ไร่แสงฝางครั้งนี้ ฉันพาเมียของฉันมาด้วยพวกเรามาพักผ่อนกัน 5 วันและฉันไม่้าให้มนทากานติรู้เื่ราวระหว่างเรา หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ...อ่อถ้าหากเื่นี้ถูกเพร่งพรายมาเข้าหูเมียฉันแล้วล่ะก็ เธอ ป้าจันทร์ของเธอนายภิเสือของเธอ เตรียมตัวไสหัวออกจากไร่นี้ไปได้เลย ฉันจะไล่ทุกคนออก” จิณวัตรไม่เพียงข่มขู่ เขาเอาจริง
หากมีใครทำร้ายเขา...เขาจะไม่ยอมอยู่เฉยๆแน่
พลั๊ก
“โอ้ยยยย” เ้าของไร่พลักร่างบอบบางอย่างแรงก่อนหันหลังเดินจากไปจิณวัตรรับรู้ว่าคำเอื้อยล้มลงกองบนพื้นดินแต่เขาไม่เสียเวลาหันกลับมามองแม้แต่น้อย
“ฮึก ฮึก ฮึก ฮือ ฮือ ฮือ ฮือ” เธอเจ็บตรงสะโพกเพราะแรงกระแทกแต่น้ำตาที่พาลไหลต่อเนื่องไม่ได้เกิดจากความบอบช้ำทางกายมันเกิดจากความเจ็บร้าวภายในใจต่างหากที่ทำให้คร่ำครวญไม่หยุด
ผู้ชายที่เป็เ้าของร่างกายและหัวใจเข้ามาทำร้ายให้เ็ปเจียนตายดวงตาระคายปวดแสบปวดร้อนจากความพร่ามัวของหยอดน้ำตาร่างบางคลานเข้าไปใกล้โคนต้นมะขาม คว้าเสื้อผ้าเนื้อดีเปอะเปื้อนมากอดไว้สุดหวงแหนคำเอื้อยหลับตาลงอย่างคนหมดสิ้นหวัง ดวงใจอ่อนล้า ร่างกายทุกๆส่วนค่อยๆอ่อนแรง
“ฮือ ฮือ พ่อจ๋า แม่จ๋า ฮึก ฮือ มารับเอื้อยไปอยู่ด้วยนะเ้า” หมดแล้วชีวิตนี้ หมดสิ้นคุณค่า หมดสิ้นหวัง หมดสิ้นความรักดวงใจดวงนี้เเหลกสลาย พังพินาศเป็เศษเถ้าธุลีดิน