ตอนที่ 4 เด็กชายผู้รอดชีวิต
อาเค่อสิ้นสติไปอย่างยาวนาน ในห้วงแห่งความฝันอันไร้สติ มันได้เห็นนิมิตอันลางเลือน าที่โหดร้าย ซากศพกองสุมทับกันดุจูเา สารธารโลหิตหลั่งไหลเจิงน้องไปทั่วปฐี ในานั้นมีเผ่าพันธ์มากมายเข้าร่วม แต่สิ่งที่เด่นชัดจนอาเค่อจดจำได้คือตัวตนที่ทรงพลังสูงสุดในาแห่งนี้ มีชายคลุ้มคลั่งผู้หนึ่ง ร่างกายอาบย้อมด้วยโลหิต ดวงตาทอแสงสีแดงกล้าตัดกับดวงตาสีดำขลำ มันต่อสู้ด้วยความดุดันโหดร้าย อีกด้านหนึ่งเป็ชายและหญิงสาวคู่หนึ่งซึ่งผลัดกันจู่โจมตั้งรับอย่างสูสี ทั้งคู่ปลดปล่อยคลื่นพลังที่แกร่งกล้าสูงสง่าบริสุทธิ์ ดาบในมือของชายผู้นั้นทั้งทรงพลังอำนาจและรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ทุกครั้งที่ฟาดฟันมิติโดยรอบต่างบิดเบี้ยวปริแตกออกจากกัน เปลวเพลิงสีเงินบริสุทธิ์ที่ลุกโหมอยู่บนวงแหวนาด้านหลังของหญิงสาว และดวงธาตุทั้งสี่ที่โคจรหมุนวนอยู่รอบร่างกายต่างมีพลังสรรสร้างสิ่งต่างๆได้อย่างลี้ลับ จังหวะของสงคราเร้งเร้าขึ้นจนถึงขีดสุด ขั้วพลังทั้งสามที่สูสีกันมาโดยตลอดพลันแปรเปลี่ยน เมื่อดวงตาสีดำขลับของชายคลุ้มคลั่งพลันแปรเปลี่ยนเป็สีแดงดุจดั่งโกเมน เส้นผมของมันพลันแปรเปลี่ยนป็นสีขาว โลหิตที่เจิ่งนองอยู่ทั่วทั้งสนามรบถูกมันดูดกลืนเข้าสู่ร่างจนแห้งเหือด พลังอำนาจและแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ได้กดทับลงมาดุจท้องฟ้าล่มสลาย จากนั้นอาเค่อก็ตื่นขึ้น
“ท่านตา หลินหลิน”อาเค่อแผดร้องด้วยความหวาดผวา ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านยังคงเด่นชัดราวกับว่าเหตุการณ์นั้นเพิ่งเกิดขึ้น เมื่อสายตาเริ่มคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ อาเค่อก็ค้นพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในกรงบนรถที่กำลังเคลื่อนที่ ในกรงยังมีเด็กร่วมชะตากรรมเช่นเดียวกับมันอีกนับสิบคน ทุกคนต่างมีสีหน้าที่อิดโรย แววตาไร้ซึ่งประกายแสงอันสดใส
“นี่ปล่อยข้าเถอะ ข้าต้องกลับไปหาท่านตาที่หมู่บ้าน ได้โปรด”อาเค่อพยายามส่งเสียงร้องอ้อนวอน แต่หามีใครสนใจมันไม่
“เ้าน่ะ เงียบเถอะ อ้อนวอนไปก็มีแต่เหนื่อยเปล่า อีกอย่างหมู่บ้านของเ้าน่ะไม่มีอีกแล้ว”เด็กชายที่สภาพแจ่มใสกว่าคนอื่นเอ่ยเตือนไม่ให้อาเค่อเสียแรงเปล่า
“เ้าว่าอะไร มันเกิดะไรขึ้น”อาเค่อพยายามถาม แต่สิ่งที่เด็กชายผู้นั้นรู้มีไม่มากนัก มีโจรคนหนึ่งจับตัวอาเค่อมาด้วยสภาพเต็มไปด้วยเื ทั้งหมู่บ้านถูกเปลวเพลิงเผาทำลาย มีเพียงอาเค่อที่รอดชีวิต แต่สุดท้ายก็ถูกจับมาขังร่วมกับเด็กคนอื่นๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่ว่างเปล่าจิตใจแตกสลายของอาเค่อมันก็เงียบลง ทิ้งให้อาเค่อทำใจยอมรับเื่ราวเพียงลำพัง ขบวนขนส่งยังคงเดินทางไปต่อจวบจนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า พวกมันจึงหยุดพักที่ริมแม่น้ำสายหนึ่ง กลุ่มโจรกระจายกำลังกันตามหน้าที่ต่างๆ มีเพียงสองคนทำหน้าที่เฝ้ายามควบคุมดูแลเด็กๆในกรงขัง
ภายในกรงขังที่อับชื้น อาเค่อพยายามยอมรับเื่ราวที่เกิดขึ้น ชีวิตของมันแลกมาด้วยชีวิตของบุคคลอันเป็ที่รัก มันจะต้องใช้ชีวิตให้ดี มีชีวิตอยู่อย่างมีความหมาย มันจ้องมองกรงขังที่ทำจากท่อนไม้เนื้อหยาบใหญ่อย่างครุ่นคิด
"อาหารมาแล้ว กินซะ รุ่งเช้าพวกเรายังต้องเดินทางกันต่อ"อาหารในชามที่โจรร้ายนำมาให้ มีปริมาณเพียงน้อยนิด เด็กๆในกรงขังต่างยื้อแย่งอาหารกัน แม้แต่เศษอาหารที่ตกลงพื้นก็ถูกเลียกินอย่างหิวโหย มีเพียงอาเค่อและเด็กชายอีกคนหนึ่งที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้า
"นี่เ้าเด็กใหม่ ข้าชื่อเหล่าซัน ทำไมเ้าไม่สนใจอาหารเหมือนคนอื่นๆ"
"ข้า้าออกไปจากที่นี่มากกว่า"คำตอบของอาเค่อ ทำให้เหล่าซันเกิดความสนใจในตัวของมันขึ้น
"แม้เ้าจะออกไปจากกรงขังได้ ด้านนอกยังมีโจรเฝ้ายามกับกลุ่มโจรคนอื่นๆอีก"เหล่าซันกล่าวเตือน แต่อาเค่อยังคงมุ่งมั่นสำรวจจนทั่ว มันเชื่อมั่นว่าขอเพียงยังไม่ตาย ไม่มีสถาณการณ์ใดที่สิ้นหวังอย่างแท้จริง
"ถึงอย่างไรข้าก็ต้องหาทางหนีให้ได้ ข้าไม่มีวันก้มหน้ารับชะตากรรมโดยไม่ดิ้นรนขัดขืน"เหล่าซันถึงกับปรบมือชมเชยให้กับความมุ่งมั่นอันแรงกล้านี้
“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกัน พวกเราร่วมมือกันดีหรือไม่” อาเค่อครุ่นคิด ถึงอย่างไรสองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว เมื่อมีผู้ร่วมอุดมการณ์ขวัญกำลังใจมันก็เพิ่มพูนขึ้น ทั้งสองแลกเปลี่ยนเื่ราวกันอยู่ครึ่งค่อนคืนจึงหลับตานอนลงได้
หลายวันผ่านไป อาเค่อและเเหล่าซันใช้เวลาร่วมกันจนกลายเป็สหายสนิท เหล่าซันประกอบอาชีพเป็พรานป่าดำรงชีวิต ดังนั้นคุ้นชินกับสภาพป่าโดยรอบอย่างระอียด ขอพียงสลัดหลุดจากกองโจรที่ควบคุมขบวนรถไปได้ ย่อมอาศัยพนาไพรหลบซ่อนกบดานหลบหนีได้เป็ผลสำเร็จ อาเค่อที่อยู่ร่วมกับชายชรามาหลายปี มันได้ร่ำเรียนวิชาพืชสมุนไพรจนแตกฉานดุจเดียวกับมารดา ทั้งสองช่วยกันครุ่นคิดจนได้อุบายหลบหนีประการหนึ่ง
“เ้าแน่ใจหรือ หากมันไม่ได้ผลก็ยุ่งยากมากแล้ว”เหล่าซันถามไถ่อย่างกังวล
“ใบสามเถาวย์ที่พวกมันใช้เผาไฟมีฤทธิ์ไล่แมลงพิษและสัตว์ร้ายจริง แต่เมื่อรวมกับควันจากดอกสามรากจะกลายเป็ตัวยากล่อมประสาทบรรดาลให้ผู้คนคิดใคร่หลับไหล ระหว่างทางข้าพยายามสังเกตุและรอจนพบโกาส ทางป่าด้านนั้นมาดอกสามรากอยู่ ท่านจดจำลักษณะของมันจนขึ้นใจแล้วใช่หรือไม่”เหล่าซันหวนนึกถึงลักษณะที่อาเค่อให้ท่องจำจนขึ้นใจพลางพยักหน้ารับ
“ข้าจะทำให้ตนเองคลื่นไส้อาเจียร นี่เป็วิชาขับพิษเบื้องต้นท่านไม่ต้องกังวล เพียงดำเนินแผนตามขั้นตอนให้ดีก็พอ”เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วอาเค่อก็เริ่มใช้วิชากดจุดกระตุ้นให้ตนเองคลื่นไส้อาเจียรออกมา แผนหลบหนีทั้งหมดพวกมันทั้งสองร่วมกันเค้นสมองออกมาตามความสามารถที่พวกมันมีติดตัว อาเค่อรับผิดชอบการหลบหนี่แรก เมื่อสลัดออกจากขบวนได้เหล่าซันจะรับ่ต่อจากนั้นเอง
“ช่วยด้วยๆ ท่านน้าสหายของข้าอาหารเป็พิษอาเจียรอย่างรุนแรง เปรอะเปื้อนห้องขังไปครึ่งหนึ่งแล้ว”เสียงร่ำร้องของเหล่าซันประสบผลยิ่ง เหล่าโจรลักพาตัวไม่ได้เป็ห่วงใยเด็กเหล่านี้เท่าใดนัก แต่เด็กๆล้มป่วยง่ายหากมีเด็กคนหนึ่งป่วยต้องจัดการให้ดีไม่เช่นนั้นหากเด็กคนอื่นๆพลอยป่วยตามสินค้าที่พวกมันคิดทำกำไรคงต้องขาดทุนแล้ว
“เ้าพยุงสหายเ้าไปล้างเนื้อตัวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดที่ริมลำธาร ส่วนพวกเ้าใช้น้ำผสมเกลือทำความสะอาดกรงขัง”โจรสองคนที่ควบคุมรถกรงขังเด็กๆ แยกกันควบคุมเด็กๆเป็สองส่วน เหล่าซันพยุงอาเค่อที่ร่างอ่อนระโหยโรยแรงเปรอะเปื้อนอาเจียรเหม็นคลุ้งไปที่ริมน้ำ โดยมีโจรผู้หนึ่งคอยควบคุมอยู่ด้านหลัง ทั้งคู่ล้างเนื้อล้างตัวผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดจนเสร็จสิ้น ระหว่างพยุงอาเค่อกลับไปที่กรงขังเหล่าซันก็ดำเนินแผนต่อไป
“ท่านน้าๆ ข้าน้อยทนไม่ไหวแล้ว”เมื่อพยุงอาเค่อมาได้ระยะทางหนึ่งร่างกายเหล่าซันเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้างใบหน้าของมันจึงมีเม็ดเหงื่อผุดพราย
“อย่าได้หยุดเดิน หวายของข้าหาได้มีเมตตาไม่”น้ำเสียงของโจรร้ายเหี้ยมเกรียมไร้ปราณีจริง เหล่าซันที่แสร้งขาดเขลาหวาดกลัวกลับพูดโพร่งขึ้นอย่างไม่กลัวตัวตาย
“เดินต่อไม่ไหวแล้ว ระหว่างล้างเนื้อล้างตัวช่วยเหลือมันท้องไส้บิดเกร็งข้าศึกจ่อประชิดจนกำแพงจะพังทลายแล้ว หากท่านน้าฟาดหวดมาที่อาบเนื้อล้างตัวมาคงไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง”น้ำเสียงของมันอัดอั้นยิ่ง ใบหน้าซีดขาว เส้นขนทั่วร่างลุกชี้ชันจนโจรร้ายยังสังเกตุเห็น
“รีบไปจัดการธุระของเ้าซะ อย่าได้คิดหนีหากยังรักชีวิต”เหล่าซันไม่ได้สนใจสายตาและคำขู่อาฆาตของโจรร้าย แม่นรีบแล่นตะบึงเข้าดงไม้ดุจสายลมหอบหนึ่ง
“หากเพื่อนเ้าหลบหนี เ้าจะเป็ศพแรกระบายโทสะข้า ต่อจากนั้นข้าจะล่าเพื่อนเ้ามาต้มรับประทาน”อาเค่อที่นอนระโหยโรยแรงหาได้สนใจคำขู่ของโจรร้ายไม่ มันมิใช่เหล่าซันที่กลองกลิ้งเสแสร้งแสดงเก่ง วิชาขับพิษเบื้องต้นที่มันใช้ออกทำให้มันหมดเรี่ยวแรงไปชั่วเวลาหนึ่งจริงๆ
หลังจากรัดเข้าดงไม้เหล่าซันก็ไม่รอช้าเร่งรีบตามหาดอกสามรากที่จำเป็สำหรับแผนการหลบหนี ดอกสามรากเป็เถาวัลย์ลักษณะดุจเดียวกันกับใบสามเถาวย์ ต่างกันเพียงใบสามเถาวย์มีใบเป็จุดเด่น ดอกสามรากมีดอกเป็จุดเด่น รากแต่ล่ะรากที่งอกออกจากเกสรดอกลอยอยู่ในอากาศสามารถสังเกตุได้โดยง่าย เมื่อค้นหาจนพบเหล่าซันรีบเก็บซ่อนดอกสามรากไว้ในอกเสื้อรีบกลับไปพบอาเค่อด้วยความเป็ห่วง
“นับว่าเ้ามีสหายที่ดี”โจรร้ายกล่าวกับอาเค่อเมื่อเห็นเหล่าซันกลับมา การแสดงของหล่าซันแเียิ่ง แม้โจรร้ายพยายามสังเกตุกลับไม่พบเห็นพิรุธันใด เมื่อพวกมันกลับมาถึงค่ายพักแรมเหล่าซันก็ขอร้องโจรร้ายให้มันได้ต้มน้ำสะอาดให้อาเค่อดื่ม เหล่าโจรรู้หลักความสะอาดอยู่บ้างจึงอนุญาตตามที่ขอ เมื่อน้ำเดือดเหล่าซันจึงฉวยโอกาสนำดอกสามรากผสมเข้ากองไฟก่อนจะรีบกลับมารวมกับอาเค่อ ควันจากดอกสามรากและใบสามเถาวย์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณค่ายพักแรมตามแผนการของอาเค่อและเหล่าซัน พวกมันทั้งคู่ใช้ชายเสื้อสะอาดชุบน้ำร้อนปิดจมูกจึงไม่โดนฤทธิ์ควันเหมือนคนอื่นๆ ระยะเวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามค่ายพักแรมก็เงียบสงัด ทุกคนหลับตานอนหายใจสม่ำเสมอแสดงว่าวิธีการของอาเค่อสัมฤทธิ์ผล
“สิ่งที่ข้าจะแสดงออกมาเ้าต้องรับปากว่าจะปกปิดมันไปชั่วชีวิต”เหล่าซัน้าคำมั่นสัญญาจากอาเค่ก่อนจะแสดงวิชาฝีมือ ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงย่อมเก็บงำซุกซ่อนไพ่ตายสำหรับช่วยชีวิต นี่เป็ไพ่ตายเอาชีวิตรอดของผู้อื่นอาเค่อไหนเลยไม่รับปาก เมื่ออาเค่อให้คำมั่นสัญญาหล่าซันจึงใช้ฝีมือออกมา ในบริเวณเทือกเขาสามดินแดนเป็ป่ารกทึบสัตว์และแมลงร้ายชุกชุม ชาวบ้านแถบนั้นส่วนใหญ่จึงสวมใส่รองเท้าหนังสัตว์ เหล่าซันเองก็สวมรองเท้าสัตว์คู่หนึ่ง รองเท้าของมันพิเศษยิ่งในพื้นรองเท้ากลับกลวงเป็ช่องทั้งยังซุกซ่อนเส้นเอ็นสัตว์ไว้เส้นหนึ่ง
“นี่เป็ของวิเศษประจำตระกูลข้าเอง เชือกเอ็นสัตว์เหนี่ยวหยุ่นพิเศษ ทั้งยังเคลือบด้วยหินเหล็กดำ สามารถเลื่อยตัดได้ทั้งไม้และเหล็กกล้า”เหล่าซันไม่ได้โอ้อวดเกินไป มันดึงเส้นเชือกไปมาไม้ลูกกรงหยาบเท่าแขนผู้ใหญ่กลับขาดออกในไม่กี่อึดใจ เมื่อลูกกรงไม้ขาดออกเป็ช่องเหล่าซันก็หดตัวเคลื่อนกระดูกข้อต่อ แม้ท่าทางจะดูเ็ปไม่น้อยแต่คนกลับลื่นไหลราวไร้กระดูกเล็ดลอดออกไปได้ จากนั้นมันจึงค่อยๆโขมยกุญแจปลดโซ่ตรวนห้องขังชักนำอาเค่อออกมา
“พวกเรารีบไปก่อนฤทธิ์ยาจะหมด”เหล่าซันพยุงอาเค่อที่ยังฟื้นฟูเรี่ยมแรงไม่เต็มที่หลบหนีเข้าป่า ทั้งคู่ไม่ได้กังวลว่าต้องช่วยเหลือเด็กคนอื่นออกมาด้วย เด็กๆซึมซับตัวยาได้น้อยกว่าจึงสมควรมีสติแจ่มใสก่อน เมื่อตื่นมาพบประตูห้องขังเปิดอยู่จะเลือกเส้นทางชีวิตแบบใดก็ให้พวกมันกำหนดเอง นี่เป็ทางช่วยเหลือเดียวที่พวกมันทำได้โดยไม่เกิดผลเสียกับพวกมันเอง
เมื่อต้องช่วยพยุงอาเค่อเคลื่อนไหว การหลบหนีและกลบเกลื่อนร่องรอยจึงลำบากอยู่บ้าง แต่เหล่าซันก็ทำอย่างเต็มความสามารถ ยากนักที่พวกมันจะมีโอกาสดำเนินแผนการหลบหนีได้อย่างราบรื่น แม้จะหลบหนีมาได้เกือบสองชั่วยามแล้วแต่ระยะห่างระหว่างพวกมันกับค่ายพักแรมยังไม่ห่างไกลเท่าใดนัก อาเค่อกระตุ้นเตือนว่าใกล้ถึงเวลาที่ฤทธิ์ยาหลับไหลจะคลายลงแล้ว หากยังไปไม่ได้ไกลกว่านี้มิสู้ทิ้งมันไว้แล้วให้เหล่าซันหลบหนีไปเพียงผู้เดียวจะดีกว่า แต่เหล่าซันยืนกลานเสียงแข็งพวกมันเป็สหายร่วมเป็ร่วมตายกันแล้วย่อมไม่ทิ้งกันกลางทางอย่างเด็ดขาด ลัดเลาะป่าทึบมาได้อีกระยะทางหนึ่งเหล่าซันพบเห็นทิวทัศน์คุ้นตายิ่ง ดวงตาพลันกระจ่างวูบเห็นทางรอดตายสายหนึ่งขึ้น
“อาเค่อ ครั้งนี้เราท่านล้วนรอดชีวิตแล้ว”เหล่าซันจดจำออกว่ามีถ้ำหมีร้ายที่ตนเคยติดตามบิดาที่เป็พรานป่าออกมาล่าอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนี้ในถ้ำหมีไร้เ้าของทั้งยังซับซ้อนมีแต่มันที่รู้เส้นทางภายในหากไปถึงรับรองว่ารอดชีวิตอย่างแน่นอน ขณะลิงโลดดีใจพลันปรากฏเสียงหวีดหวิวอันตรายกระทบโสตประสาท เหล่าซันที่ประสาทฉับไวจึงรีบผลักอาเค่อล้มลงกลิ้งไปบนพื้นดิน ปรากฏลูกธนูดอกหนึ่งปักอยู่ตำแหน่งต้นขาตะโพกของเหล่าซัน
“อ๊ากกก”เหล่าซันร้องด้วยความเ็ป อาเค่อชุดลากมันขึ้นมาพยายามหนีไปยังปากถ้ำนั้น
“เดรัจฉานน้อยที่เ้าเล่ห์นัก หาญกล้าวางยาพวกข้า วันนี้ข้าจะเอาศพพวกเ้าไปเป็ตัวอย่างให้เด็กที่คิดหลบหนีคนอื่นชมดู”โจรร้ายกล่าวด้วยความอาฆาต หลังจากเด็กๆตื่นขึ้นมาส่วนหนึ่งหลบหนีอกไปได้ ส่วนหนึ่งกลับทำเสียงดังจนพวกมันตื่นขึ้น กลุ่มโจรทั้งหมดจึงรู้ว่าผิดท่าต่างกระจายกำลังกันออกค้นหาติดตามเด็กๆที่กระจายกันหลบหนี หนึ่งในพวกมันกลับพบร่องรอยของอาเค่อกับเหล่าซันจึงเร่งรีบติดตามมาจนพบ
“เด็กคนอื่นหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต แต่พวกเ้ากลับรู้จักกลบเกลื่อนอำพรางร่องรอย ถ้าข้าคาดเดาถูกแผนหลบนี้พวกเ้าเป็เ้าของอุบายความคิดอย่างแน่นอน”ทางหนึ่งวิเคราะห์อย่างใจเย็นทางหนึ่งก้าวเข้าหาอย่างเชื่องช้าดุจเสือดาวจ้องขย้ำคอหอยเหยื่อ สำหรับมันการฆ่าโคกระบือยังยากเย็นกว่าฆ่าเด็กสองคนนัก
อาเค่อไม่เสียเวลารับฟังถ้อยคำที่โจรร้ายวิเคราะห์เื่ราว มันพยุงเหล่าซันที่าเ็หลบหนี ตัวมันเองก็แทบสิ้นไร้เรี่ยวแรงจึงเคลื่อนไหวได้เชื่องช้าไม่ต่างจากหอยทาก โจรร้ายติดตามาถึงด้านหลังเตะออกเท้าหนึ่ง เตะจนร่างอาเค่อกระเด็นออกไปกระแทกต้นไม้จนกระอักโลหิต ดาบในมือโจรร้ายยกขึ้นเหนือศรีษะฟาดฟันด้วยท่าฟันแหวกูเา เหล่าซันหลับตาเตรียมรับความตาย
“ม่ายยยย”อาเค่อตวาดก้อง ภาพเบื้องหน้าซ้อนทับกับความทรงจำอันปวดร้าว ไม่ไม่้าเห็นสหายและบุคคลอันเป็ที่รักตกตายต่อหน้าอีกต่อไป