ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 96 ไม่มีหน้าพบใครแล้ว

            มู่อวิ๋นจิ่นรีบพยุงตัวเดินกลับเรือนลี่เฉวียนด้วยการไปงานโคมไฟในคืนนี้ นางมิได้ให้จื่อเซียงติดตามไปด้วย ในเวลานี้นางจึงนอนอยู่เพียงคนเดียวในห้อง

            เมื่อถอดอาภรณ์ชุดนอกออกเสียงเคาะประตูดังขึ้น ตามด้วยเสียงแม่นมเสิ่น “พระชายาน้ำร้อนอาบน้ำเตรียมเรียบร้อยแล้วไปอาบน้ำก่อนเถอะเจ้าค่ะ”

            “อืม” มู่อวิ๋นจิ่นรับคำแล้วเดินไปห้องข้าง ๆ

            แม่นมเสิ่นยกน้ำขิงอุ่นๆ เข้ามา แล้วแนะนำว่า “พระชายาไปอาบน้ำก่อนเถิด เสร็จแล้วจะได้มาดื่มน้ำขิงอุ่น ๆค่อยพักผ่อนเจ้าค่ะ”

            “ถึงแม้อากาศในหน้าร้อนจะสูงขึ้นแล้ว แต่เมื่อร่างกายเปียกไปทั้งตัวก็อาจไม่สบายได้เจ้าค่ะ”

            เมื่อแม่นมเสิ่นพูดจบก็ชามน้ำขิงลงและพามู่อวิ๋นจิ่นไปอาบน้ำอาบท่า

            ทันทีที่มู่อวิ๋นจิ่นจุ่มเท้าลงไปในอ่างก็ซูดปากขึ้นจากนั้นค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปนั่งอย่างเชื่องช้า

            แม่นมเสิ่นยืนดูฉากกันลมด้านหลังเพื่อช่วยมู่อวิ๋นจิ่นจัดเตรียมอาภรณ์ “พระชายาพลัดตกน้ำตกท่ามาหรือเจ้าคะ?”

            “ใช่” มู่อวิ๋นจิ่นตอบเสียงราบเรียบ

            “ทำไมไม่ระวังเลยล่ะเจ้าคะ โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากนะเจ้าคะ” แม่นมเสิ่นเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

            จากนั้นไม่นานมู่อวิ๋นจิ่นก็ลุกขึ้นสวมอาภรณ์ชุดใหม่เรียบร้อย แม่นมเสิ่นเข้ามาช่วยประคองนางเดินออกมาจากนั้นยกชามน้ำขิงอุ่น ๆ ยื่นให้มู่อวิ๋นจิ่น “ตอนนี้ไม่ร้อนมากแล้ว อุ่น ๆ แล้ว รีบดื่มเถิดจะได้พักผ่อนเจ้าค่ะ”

            มู่อวิ๋นจิ่นยกชามน้ำขิงขึ้นดื่มกลิ่นน้ำขิงที่รุนแรงทำให้นางกลั้นหายใจกัดฟันดื่มจนหมดในรวดเดียว

            น้ำขิงไหลเข้าไปในท้องทำให้ร่างกายของมู่อวิ๋นจิ่นเริ่มอบอุ่นขึ้นมาบ้าง

            แม่นมเสิ่นรับถ้วยน้ำขิงมาวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินเข้าไปช่วยห่มผ้าให้กับมู่อวิ๋นจิ่นไม่นานนัก นางก็ผล็อยหลับสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย

            …

            ในเช้าวันถัดมาห้องโถงจวนองค์ชายหก มีของล้ำค่าต่าง ๆ พระราชทานลงมา

            แม่นมเสิ่นน้อมรับราชโองการจากขันทีลู่แล้วกลับหลังหันมาเห็นฉู่ลี่นั่งจิบน้ำชาอยู่ด้านบน

            “ที่แท้เมื่อคืนนี้พระชายาได้กระโดดไปช่วยคนตกน้ำ มิน่าอาภรณ์ถึงเปียกปอนไปทั้งตัวแม้แต่ฝ่าบาทยังพระราชทานสิ่งของเป็นการยกย่องความดีงามเลยเจ้าค่ะ” แม่นมเสิ่นมองดูของพระราชทานด้วยความปลื้มปีติ

            ติงเสี่ยนที่เห็นเหตุการณ์เมื่อคืนอยู่ไกลๆ ก็ยิ้มออกมาเช่นกัน “เสียดายที่แม่นมเสิ่นไม่เห็นว่าพระชายาของพวกเรากล้าหาญมากเพียงใดเมื่อเช้าตอนออกไปทำธุระด้านนอก ผู้คนในตลาดต่างเล่าถึงเรื่องนี้กันไปทั่ว พระชายาของพวกเราในสายตาของชาวบ้านได้กลายเป็นยอดสตรีไปแล้ว”

            “อืม พระชายาของพวกเรายอดเยี่ยมจริงเชียว เมื่อคืนข้าถามเกี่ยวกับเรื่องนี้พระชายากลับบอกว่าลื่นไถลตกน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ” แม่นมเสิ่นเล่าออกมา

            ในระหว่างนั้นเองฉู่ลี่ได้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พลันเอ่ยถามขึ้นว่า “ตอนนี้ยามใดแล้ว มู่อวิ๋นจิ่นยังไม่ตื่นอีกหรือ?”

            “บ่าวจะไปดูให้เจ้าค่ะ” จากนั้นแม่นมเสิ่นจึงเดินไปยังเรือนลี่เฉวียน

            หลังจากแม่นมเสิ่นเดินจากไปจื่อเซียงเดินกลับจากจวนอัครเสนาบดีมู่มาถึงจวนองค์ชายหก เมื่อเห็นฉู่ลี่ นางก็รีบทำความเคารพทันที

            “บ่าวคารวะองค์ชายหกเพคะ” จื่อเซียงเอ่ยเสียงต่ำ

            ฉู่ลี่ตอบรับแล้วจ้องไปที่จื่อเซียงก่อนถามขึ้นว่า “มู่อวิ๋นจิ่นว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

            “เออ…” จื่อเซียงเลือกก้มหน้าก้มตาแทนการสบตากับฉู่ลี่ เมื่อเช้านี้นางได้ยินผู้คนเล่าเรื่องคุณหนูกระโดดน้ำช่วยชีวิตคนตัวนางเองยังนึกว่าหูฟาดไปเสียด้วยซ้ำ

            ด้วยนางติดตามรับใช้มู่อวิ๋นจิ่นข้างกายตั้งแต่เล็กแต่น้อยยังไม่รู้เลยว่าคุณหนูว่ายน้ำเป็นด้วย สมัยที่คุณหนูถูกกักบริเวณอยู่ในเรือนมวลบุปผาคุณหนูห้าเคยผลักมู่อวิ๋นจิ่นตกในบ่อจนเกือบจมน้ำตาย สุดท้ายบ่าวรับใช้ชายหลายคนมาช่วยดึงมู่อวิ๋นจิ่นขึ้นจากน้ำถึงรอดมาได้

            ด้วยความจนปัญญาและลนลานจนไม่รู้จะตอบอย่างไรดีจู่ ๆ จื่อเซียงนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้ มู่อวิ๋นจิ่นมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอดังนั้นนางจึงคิดหาข้ออ้างตอบกลับฉู่ลี่ไปว่า “เมื่อก่อนคุณหนูสนิทสนมกับคุณชายใหญ่สงสัยคุณชายใหญ่คงสอนคุณหนูว่ายน้ำเพคะ”

            “อ๋อ” ฉู่ลี่พยักหน้ารับทราบ

            “แย่แล้ว ๆ ๆ ๆ รีบไปตามหมอมาเร็วเข้า” แม่นมเสิ่นวิ่งพรวดเข้ามาในห้องโถง พลางกวักมือพร้อมตะโกนสั่งให้บ่าวรับใช้รีบไปตามหมอมา

            ฉู่ลี่จ้องแม่นมเสิ่นอย่างงงงวย“เกิดอะไรขึ้น?”

            “เมื่อคืนนี้พระชายาอาจแช่อยู่ในน้ำเย็นนานจนเกินไปจึงไม่สบาย เมื่อครู่บ่าวได้เรียกพระชายาพบว่าร่างกายของพระชายาร้อนเป็นไฟเลยเจ้าค่ะ” แม่นมเสิ่นเล่าอย่างตกใจ

            สิ้นเสียงเล่าฉู่ลี่ลุกขึ้นเดินตรงไปที่เรือนลี่เฉวียนในทันที

            มู่อวิ๋นจิ่นนอนอยู่บนเตียงนุ่มนิ่มด้วยอาการตาปรือพยายามจะลุกขึ้นนั่งพิงหัวนอน แต่กลับรู้สึกอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง จนต้องใช้ผ้าห่มคลุมตัวทั้งหมด

            ประตูถูกผลักออกมู่อวิ๋นจิ่นได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่กรูกันเข้ามาทางนาง

            จากนั้นผ้าห่มที่นางคลุมตัวอยู่นั้นคล้ายว่าเหมือนมีคนพยายามดึงมันลงเบา ๆ ทันใดนั้นแสงสว่างก็ลอดเข้าไป จนนางต้องหรี่ตาลงและพยายามพลิกตัวหนีแสง

            ฉู่ลี่ยืนอยู่ด้านข้างเตียงเห็นนางขดตัวอยู่ในผ้าห่ม จึงยื่นมือเข้าไปจับชีพจรตรงลำคอของนาง

            ตอนนี้ร่างกายของมู่อวิ๋นจิ่นร้อนเป็นไฟไปทั้งตัวนางจึงสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่บริเวณลำคอได้อย่างรวดเร็ว จนรีบคว้าความเย็นนั้นไว้แน่น

            ฉู่ลี่ตั้งใจเพียงแค่จับดูว่านางตัวร้อนมากน้อยเพียงใดแล้วก็จะดึงมือกลับทว่าเห็นมู่อวิ๋นจิ่นจับข้อมือตนไว้แน่น จึงมิกล้าที่จะดึงมือกลับ

            “เอี๊ยด…” เสียงประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้ง

            ท่านหมอคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาด้านในพร้อมกล่องยาหลังจากทำความเคารพฉู่ลี่เป็นที่เรียบร้อยจึงไปนั่งข้างเตียงเห็นฉู่ลี่กับมู่อวิ๋นจิ่นจับมือกันแนบแน่นพลางหัวเราะออกมา “องค์ชายหก ข้าน้อยขอจับชีพจรพระชายาหน่อยได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

            ฉู่ลี่พยักหน้าแล้วค่อยๆ ดึงมือออก ดูเหมือนมู่อวิ๋นจิ่นยิ่งกำแน่นขึ้นจนข้อมือสั่นระริก

            ท่านหมอเดินขึ้นไปก้าวหนึ่งก่อนจะวางผ้าไหมลงข้อมือแล้วจับชีพจรมู่อวิ๋นจิ่น

            ท่านหมอยกมือประสานโค้งคำนับฉู่ลี่แล้วรายงานอาการ“เมื่อคืนนี้พระชายาอาจอยู่ในน้ำนานจนเกินไปส่งผลให้เป็นหวัด ตอนนี้ตัวร้อนเป็นอย่างยิ่งข้าน้อยจะไปเตรียมยาให้พระชายาได้ต้มดื่ม ไม่นานก็หายเป็นปกติดังเดิมพ่ะย่ะค่ะ”

            “เช่นนั้นท่านหมอหวาง ตามบ่าวไปจัดยาเถอะเจ้าค่ะ” แม่นมเสิ่นบอกกท่านหมอหวาง

            ท่านหมอหวางรับทราบรีบเดินตามแม่นมเสิ่นออกไปด้านนอก

            หลังจากแม่นมเสิ่นพาท่านหมอหวางออกไปแล้วจื่อเซียงจึงใช้ผ้าชุ่มน้ำเย็นมาเช็ดที่บริเวณคอให้มู่อวิ๋นจิ่น

            “เจ้าดูแลนางให้ดี” ฉู่ลี่มองมู่อวิ๋นจิ่นที่นอนป่วยอยู่บนเตียง แล้วค่อย ๆดึงมือออกแล้วเดินออกจากห้องไป

            จื่อเซียงเห็นฉู่ลี่เดินออกไปแล้วค่อยหายใจอย่างโล่งอก

            …

            จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงยามปั้งหว่าน[1] อาการตัวร้อนของมู่อวิ๋นจิ่นค่อยทุเลาเบาลง เรี่ยวแรงของนางเริ่มกลับมา สามารถกัดฟันลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงได้แล้ว

            “คุณหนูลุกขึ้นมาได้ยังไงเจ้าคะ?” จื่อเซียงยกยาที่เพิ่งต้มเดินเข้ามาในห้องเห็นมู่อวิ๋นจิ่นนั่งอยู่จึงถามเอ่ยด้วยความแปลกใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วบิดตัวไปมา “แค่กระโดดลงทะเลสาบเท่านั้น แต่ร่าง ๆ นี้กลับทรมานอย่างหนัก ช่างอ่อนแอเหลือเกิน”

            “คุณหนูมิใช่อิฐใช่ปูนที่จะไม่ต้องเจ็บป่วยนะเจ้าคะ รีบดื่มยาก่อนเถิด เมื่อบ่ายดื่มไปชามหนึ่งแล้วเห็นผลได้ดีเกินคาด”จื่อเซียงใช้ช้อนตักยาขึ้นมาเป่าเบา ๆ ทีละช้อน

            มู่อวิ๋นจิ่นรู้สึกขยาดกับยาสีดำในชามเหลือทนได้แต่ยกมือปฏิเสธ “ยกออกไปเถอะ ข้าไม่ดื่มแล้ว นอนอีกหน่อยก็ดีขึ้น”

            “มิได้นะเจ้าคะ ท่านหมอหวางบอกไว้ต้องดื่มติดต่อกันสามวัน หนึ่งวันดื่มสามมื้อคุณหนูเพิ่งดื่มช่วงบ่ายไปหนึ่งชามเองเจ้าค่ะ”

            จื่อเซียงพูดไปด้วยยื่นช้อนที่มียาส่งให้มู่อวิ๋นจิ่นได้ดื่ม

            มู่อวิ๋นจิ่นได้แต่ถอดใจก้มหน้าก้มตาดื่มยาอย่างเลือกมิได้ ในลำคอเต็มไปด้วยความขมที่แผ่ซ่าน ทำให้นางต้องหลับตาปี๋กลั้นหายใจดื่มจนหมดในครั้งเดียว

            ในตอนนี้นางนึกถึงยาตะวันตกที่เป็นเม็ดและแคปซูลเสียเหลือเกิน!

            หลังจากกล้ำกลืนฝืนทนยกยาขึ้นซดจนหมดชามมู่อวิ๋นจิ่นขมคอจนแทบทนไม่ไหว ดีที่จื่อเซียงเตรียมน้ำผึ้งไว้จึงรีบดื่มเข้าใจดับความขมในลำคอให้ทุเลาลงได้บ้าง

            จื่อเซียงเดินเอาชามไปล้างและเก็บเรียบร้อยก่อนจะเดินกลับมานั่งคุยเป็นเพื่อนมู่อวิ๋นจิ่น “คุณหนู วันนี้ฝ่าบาทพระราชทานของล้ำค่ามากมายตรัสว่าคุณหนูมีความกล้าหาญอย่างยิ่ง เหมาะสมที่จะได้รับการชื่นชม”

            “ฝ่าบาททรงทราบเรื่องแล้วอย่างนั้นหรือ?” มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วขึ้น

            “ใช่แล้วเจ้าค่ะ บัดนี้ในเมืองเตี๋ยฮวาต่างเล่าเรื่องนี้กันไปทั่ว มีบางคนเล่าว่าคุณหนูฉินก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่คุณหนูฉินกลับยืนงงปล่อยให้เด็กน้อยตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ!นึกไม่ถึงเลยว่าพระชายาหกจะกระโดดลงน้ำไปช่วยเด็กน้อยคนนั้นเอาไว้เจ้าค่ะ” จื่อเซียงเล่าไปด้วยความภูมิใจในตัวคุณหนูของนางยิ่งนัก

            “เรื่องเล่าพวกนี้ไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์หรือกำลังทำร้ายข้ากันแน่” มู่อวิ๋นจิ่นยู่ปาก

            จื่อเซียงหัวเราะคิกคัก“แน่นอนว่าเป็นประโยชน์ต่อคุณหนูสิเจ้าคะ เมื่อคืนตอนที่บ่าวได้ยินเรื่องคุณหนูกระโดดไปช่วยเด็กน้อยตกน้ำบ่าวตกใจแทบแย่คุณหนูว่ายน้ำเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมบ่าวไม่รู้เรื่องเลยล่ะเจ้าคะ?”

            “ข้าก็เรียนกับพี่ชายนะสิ” มู่อวิ๋นจิ่นรีบหาข้ออ้างเอาตัวรอด

            “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง วันนี้องค์ชายหกถามบ่าวถึงเรื่องนี้ บ่าวก็ละล่ำละลักตอบไม่ถูกแต่พอคิดไปคิดมาก็เลยบอกเหมือนที่คุณหนูบอกบ่าว ว่าคุณชายใหญ่สอนเจ้าค่ะ” จื่อเซียงเล่า

            คิ้วทั้งสองข้างของมู่อวิ๋นจิ่นขมวดเข้าหากัน“ฉู่ลี่ถามเรื่องนี้กับเจ้าด้วยหรือ?”

            “ใช่เจ้าค่ะ วันนี้ก่อนยามอู่สือ[2]ที่ท่านหมอหวางจะมาถึงจวนองค์ชายได้ถามบ่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่หลังจากที่ท่านหมอดูอาการของคุณหนูเสร็จ ก็มิทราบว่าองค์ชายหกนั้นไปไหนแล้วเจ้าค่ะ” จื่อเซียงย้อนคิดก่อนเล่าขึ้นมา

            มู่อวิ๋นจิ่นไม่รู้ว่าตอนนี้จะพูดอะไรดีจนกระทั่งจื่อเซียงพูดขึ้นต่อไปว่า “ก่อนที่ท่านหมอหวางจะมาถึงจวน คุณหนูเอาแต่จับมือขององค์ชายหกมิปล่อยเลยเจ้าค่ะ”

            “เจ้าว่าอะไรนะ?” มู่อวิ๋นจิ่นสะดุ้งโหยง ถลึงตาจ้องจื่อเซียง

            จื่อเซียงหัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจ“บ่าวบอกว่า วันนี้ตอนคุณหนูตัวร้อนเป็นไฟไม่ได้สติ เอาแต่จับมือองค์ชายหกไม่ปล่อยเจ้าค่ะ”

            “…”

            “...”

            ชั่วพริบตานั้นมู่อวิ๋นจิ่นทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน นางพยายามระลึกถึงเหตุการณ์ช่วงบ่ายแต่กลับนึกอะไรไม่ออกเลย

            “ข้าจับมือฉู่ลี่ไม่ปล่อยแล้วเขามีปฏิกิริยาอะไรบ้าง?” มู่อวิ๋นจิ่นรุกถามจื่อเซียงต่อ ตามด้วยแอบมองมือเจ้ากรรมของนาง

            องค์ชายหกมิได้ว่ากระไรปล่อยให้คุณหนูจับไว้อย่างนั้น จนกระทั่งท่านหมอหวางจับชีพจรเสร็จแล้ว จึงค่อย ๆ ปลดมือออกเจ้าค่ะ

            “ตายแล้ว ตายแล้วจริง ๆ คราวนี้จบเห่เป็นแน่ ข้าไม่มีหน้าไปสู้หน้าฉู่ลี่อีกแล้ว”มู่อวิ๋นจิ่นยกมือขึ้นจับแก้มทั้งสองข้าง ไม่รู้ว่าอาการป่วยเป็นเหตุหรือมิอาจสู้หน้าได้ใบหน้าถึงได้กลับมาร้อนระอุแดงฉานขึ้นมา

            …………………………………………………………………………………..

            [1] ยามปั้งหว่าน คือช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00 - 20.00 น.

            [2] ยามอู่สือ คือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 11.00-13.00 น.

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185