เื่พาผู้หญิงส่งมาที่ห้องของเขาไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนทำแต่ทุกครั้งก็ถูกเขาจับส่งออกไปหมดทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้กลับมีคนใจกล้าส่งผู้ชายมาให้เขา!
อาจจะคิดว่าส่งผู้หญิงมามันไม่ได้ผล หรือจะสงสัยในรสนิยมของเขาที่ไม่เหมือนคนอื่นเลยอยากจะให้เขาลองเปลี่ยนรสนิยมอะไรใหม่ๆ ดู?
มู่อี้เฉินหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากเสื้อสูทและกดโทรหาหมายเลขหนึ่ง
“เหลิ่งคุนแกรีบมาที่นี่หน่อย! ฉันอยู่ที่...”
เหลิ่งคุนคือผู้ที่เป็ทั้งบอดี้การ์ดและคนขับรถของเขา ซึ่งในที่ทำงานนั้นก็ยังเป็ผู้ช่วยของเขาอีกด้วยหรือจะเรียกว่าเป็หนึ่งในบุคคลที่เขาไว้ใจที่สุดเลยทีเดียว
ในใจอาเจี๋ยรู้สึกเสียดายเป็อย่างมาก ต้องโทษตัวเขาเองที่โลภมากถึงได้ไปหาเื่กับคนที่ไม่สมควรหาเื่ด้วยอย่างนี้
“เป็ใครส่งแกมา?”
ดูแลกิจการมาตั้งนาน ทั้งคู่แข่งทั้งศัตรูก็มีอยู่ไม่น้อยแต่การที่กล้าขนาดใช้วิธีสกปรกมาเล่นงานเขาแบบนี้ในโลกนี้ เห็นทีคงมีอยู่เพียงไม่กี่รายหรอก
“เป็คุณผู้หญิงสวยๆ คนหนึ่งครับ ผมไม่รู้จักเธอ โอ๊ย! ได้โปรดเบามือด้วยเถอะครับผมไม่รู้จักเธอจริงๆ ว่าเธอเป็ใคร แต่ว่าเธอสวยมากๆ บางทีอาจจะดูสวยกว่าดาราอีกด้วยซ้ำเหมือนผมจะได้ยินเถ้าแก่ของพวกเราเรียกเธอว่าคุณจ้าวครับ”
มู่อี้เฉินขมวดคิ้วน้อยๆ เขาเพียงแค่อยากจะรู้ว่าใครคิดจะทำร้ายเขาแต่ฝ่ายตรงข้ามกลับชมคนนั้นให้เขาฟังอีกนี่ไม่เท่ากับว่าเขากำลังเสียเวลาอยู่หรอกหรือ!
“คนอยู่ไหน?”
“ออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกอีกสักครู่น่าจะกลับเข้ามาครับ”
“เธอใส่เสื้อผ้าสีอะไร?”
“อ่า...เสื้อโค้ตสีครีมครับ”
อ๊าก!
หลังจากเสียงกระดูกหลุดสองท่อนก็มีเสียงร้องโอดโอยด้วยความเ็ปตามมา
อาเจี๋ยเจ็บจนนอนกลิ้งไปกับพื้น ในใจพลางคิดว่าขนาดเขาเป็เพียงแค่ “ลูกสมุน” ยังโดนหนักขนาดนี้นี่ไม่รู้ว่าคุณผู้หญิงคนนั้นที่เป็ “นายใหญ่” หากโดนจับได้แล้วจะรักษาชีวิตไว้ได้หรือไม่
สาวสวยหน้าตาดีเสียขนาดนั้นหากเป็อะไรไปก็เท่ากับว่าน่าเสียดายมากจริง ๆ
จนตอนนี้จ้าวตงหานที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ข้างนอก ก็ยังไม่รู้ว่าในห้องน้ำกำลังเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นแม้แต่สักนิด
คนที่โทรศัพท์มาคือจ้าวเซี่ยหน่วน พี่สาวของเธอเอง ซึ่งถามจ้าวตงหานว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านและเธอก็จะได้เตรียมมื้อดึกเอาไว้ให้
จ้าวตงหานมองดูนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลา จึงบอกจ้าวเซี่ยหน่วนไปว่าให้เธอรีบพักผ่อนตนเองยังมีงานค้างคาที่ต้องเคลียร์อีก ส่วนเื่มื้อดึกเดี๋ยวเธอจัดการด้วยตนเองจากข้างนอก
ั้แ่เล็กจนโตเห็นจะมีแค่พี่สาวคนนี้เท่านั้นเพียงคนเดียวที่เป็ห่วงเธอ
คุยไปคุยมาไม่กี่นาทีจ้าวตงหานก็วางสายโทรศัพท์ และเอาโทรศัพท์เก็บลงใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ตเช่นเดิมนี่ผ่านไปก็นานมากแล้ว เ้าพีอาร์หนุ่มนั่นคงจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วสินะ!
เธอหมุนตัวเดินกลับเข้ามาในห้อง ยื่นมือออกไปผลักประตู
กำลังจะเดินเข้าไป ข้อมือซ้ายก็พลันถูกจับอย่างแรงฝ่ายตรงข้ามใช้กำลังดึงเข้ามาทำให้เท้าของเธอสะดุดลงเสียหลักและถูกโยนเหวี่ยงเข้าไปในห้องนั้น
จ้าวตงหานในใจตกตะลึงเงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดีกับสายตาของมู่อี้เฉิน
ไม่ได้การ เขาฟื้นขึ้นมาแล้ว!
หรือว่ายาที่เธอใส่มันน้อยเกินไป?
สองั์ตาของชายหนุ่มดำสนิท จับจ้องไปที่เธออย่างเอาเป็เอาตายทั้งโกรธแค้นและเ็า ทั้งหน้าตาก็ปรากฏสีหน้าเขียวคล้ำ
ข้อมือเหมือนกับถูกคีมหนีบ หันมองไปทางอาเจี๋ยที่แสดงอาการร้องครางเพราะความเ็ปอยู่บนพื้นจ้าวตงหานก็เข้าใจทันทีว่าแผนการล้มเหลว
“เป็เธอใช่ไหม?”
มู่อี้เฉินถามอาเจี๋ย
อาเจี๋ยพยายามลืมตามองมาทางจ้าวตงหานและออกแรงพยักหน้า
จ้าวตงหานใช้แรงกระแทกไปที่ตัวเขา พยายามวิ่งหนีไปที่ประตูทว่ามู่อี้เฉินเพียงก้าวตามไปสองก้าวก็ตามทันเสียแล้วพุ่งพรวดเข้าไปและใช้กายที่สูงใหญ่กดดันไปข้างหน้าทำให้เธอยืนได้ไม่สะดวกจึงถอยหลังไปสองสามก้าว แต่ด้านหลังก็กลับชนกำแพงที่ทั้งเย็นทั้งแข็งปิดกั้นไม่ให้ออกไปได้
แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้เจ็บไม่น้อย เธอทนไม่ไหวจนต้องหอบหายใจออกมาและใช้ขาขวาเตะออกไปทางมู่อี้เฉิน
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหนีออกไปให้ได้เธอคาดเดามู่อี้เฉินเอาไว้แล้วว่า ถ้าหากตกอยู่ในเงื้อมมือเขาผลลัพธ์จะเป็อย่างไรไม่อยากจะคิด
เธอรู้กำลังของตัวเองดี!
มู่อี้เฉินแสยะยิ้มมุมปาก หลบการจู่โจมของเธอได้โดยง่ายดายเขาใช้ขายื่นไปเกี่ยวขาของเธอเอาไว้ข้างหนึ่งพลันเห็นเธอส่งหมัดคืนมาให้เขาจึงรวบข้อมือทั้งสองข้างและกดเอาไว้ด้านหลังของเธอ และใช้แรงแขน่ข้อศอกกดลงไปที่ระหว่างหน้าอกของเธออีกครั้ง
จ้าวตงหานสู้จนยิบตาแต่ก็ยากที่จะเอาชนะพละกำลังอันน่าตกตะลึงของฝ่ายตรงข้ามได้ทำให้เธอในตอนนี้ไม่สามารถดิ้นหลุดออกจากการกักกันของเขาได้ ทั้งยังถูกไล่ต้อนกดทับแน่นไปกับผนังกำแพง
ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมชายคนนี้ถึงกล้าที่จะออกไปไหนมาไหนคนเดียวโดยที่ไม่มีบอดี้การ์ดที่แท้เขามีฝีมือที่เก่งกาจไม่เบาเลยทีเดียว มือไม้รวดเร็วว่องไวแทบจะเรียกว่าสามารถปกป้องตัวเองจากอันตรายได้ทั้งหมด!
ในเวลาเดียวกันก็มีชายสวมสูทสีดำโผล่เข้ามาชายผู้นี้รูปร่างสันทัด คิ้วดกหนา ยิ่งไปกว่านั้นหน้าประตูยังมียืนรออีกสิบกว่าคน
“นายน้อยไม่เป็ไรใช่ไหมครับ?”
เมื่อเจอเหลิ่งคุนเดินเข้ามา มู่อี้เฉินพยักหน้าเบาๆ และใช้สายตามองไปยังพีอาร์ชายที่นอนแผ่พังพาบลุกไม่ขึ้นอยู่กับพื้นแล้วพูดกับเหลิ่งคุนว่า
“พวกแกออกไปให้หมด!”
“ครับ!”
เหลิ่งคุนที่ติดสอยห้อยตามมู่อี้เฉินมานานปีไม่จำเป็ต้องถามให้มากเื่มากความก็รู้ได้ในทันทีว่า “พวกแก” ที่นายน้อยกล่าวถึงเป็ใครเขามองไปยังผู้หญิงที่ถูกนายน้อยของพวกเขากดไว้กับกำแพงแวบหนึ่ง และก้มโค้งลงไปลากเ้าหนุ่มพีอาร์ชายนั่นออกไป
ระหว่างที่เขากำลังเดินออกไปข้างนอกก็นึกประหลาดใจ เคยได้ยินว่าเพราะเื่ของคุณผู้หญิงนี่แหละซึ่งทำให้นายน้อยั้แ่ยังเด็กก็เกลียดผู้หญิงเป็อย่างมากหลังจากเขามาอยู่ข้างกายมู่อี้เฉินนับว่าเป็ครั้งแรกที่เห็นนายน้อยผู้ที่คอยพยายามจะหลีกเลี่ยงให้อยู่ห่างจากผู้หญิงนั้นกดทับผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้
เมื่อประตูได้ปิดลง ในห้องก็เหลือเพียงมู่อี้เฉินและจ้าวตงหานเพียงสองคน
มู่อี้เฉินมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างนึกสงสัย ดีมากถ้าหากคิดว่าการกระทำอันใจกล้าของเธอสามารถดึงดูดความสนใจของเขาเอาไว้ได้อย่างนั้นก็ยินดีกับเธอด้วยเพราะว่าเป้าหมายของเธอสำเร็จแล้ว
เธอทำให้เขา “สนใจ” เป็อย่างมากและก็จะไม่ปล่อยเธอไปด้วย
น้อยมากที่เขาจะมองผู้หญิงอย่างเต็มตาขนาดนี้แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาตัดสินใจว่าจะมองอย่างละเอียดเป็พิเศษ
จ้าวตงหานรูปร่างสูงเพรียว วันนี้เธอใส่โค้ตสีครีมกับเสื้อเชิ้ตลายสกอตด้านในผมยาวนุ่มสลวยจรดเอวงอนผูกหางม้าไว้ด้านหลังอย่างละเอียดลออ
เธอมีรูปโฉมงามปานล่มเมือง ผิวพรรณััอ่อนนุ่ม เพียงลมพัดก็อาจทำให้เสียหายได้ขนตาแพงดงามยิ่งกว่าขนนกเบาบางอ่อนพลิ้วปลิวลมนั่น ภายใต้ขนตามีดวงตาคู่หนึ่งที่ราวกับบอกความนัยได้ฉายประกายแววความตระหนกสะท้อนให้เห็นถึงความประหม่า
จมูกจิ้มลิ้มโด่งสวยรับกับใบหน้าริมฝีปากน้อยกำลังอ้าผ่อนอากาศหายใจเข้าออก
อืม เ้าหนุ่มเมื่อครู่ไม่ได้พูดเกินไปเลยสักนิด สาวน้อยคนนี้รูปร่างหน้าตาอาจจะงดงามกว่าที่พูดอีกก็เป็ได้
พวกเขาอยู่ใกล้กันมาก กระทั่งลมหายใจยังััถึงกลิ่นอายของชายหนุ่มทำให้จ้าวตงหานรู้สึกหายใจอย่างอึดอัด
ชายคนนี้เปรียบดั่งสิงโตกำลังออกล่าเหยื่อศีรษะจรดปลายเท้าเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเ้าป่า เพียงเข้าใกล้เขาสามก้าวก็ชวนให้ััถึงบรรยากาศอันน่าหวาดกลัวอย่างน่าพิศวง
“ฉันน่าจะเข้าผิดห้องน่ะคุณพวกเราก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณปล่อยฉันไปได้ไหมคะ?”
พละกำลังของทั้งสองต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เธอได้แต่ขยับคางแหงนขึ้นไปแสร้งใช้ดวงตาไร้เดียงสาอย่างไร้ความผิดถามออกไปเบาๆ แต่ในสมองกลับคิดหาทางโต้ตอบอย่างเร็วไว
เสแสร้งกับเขา?
หรือว่าเธอคิดว่าการทำหน้าตาไร้เดียงสาใส่เขา เพียงพูดสองสามคำแล้วก็จะหลอกเขาให้ปล่อยเธอไปได้?
มันจะไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ
เขามองไปทางหญิงสาวที่ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์เสียเต็มประดาตรงหน้าลดตัวลงเข้าไปเบียดเธอมากขึ้นกว่าเดิม ั์ตาเผยแววระลอกที่ทำให้คนใ จมูกโด่งเป็สันที่อีกนิดเดียวจะแปะไปที่แก้มนวลของเธอปากจึงขยับพูดพลางใช้น้ำเสียงเย็นเยียบออกมาสองคำว่า
“ชื่ออะไร!”
“ถ้าพูดชื่อออกมาแล้วคุณจะปล่อยฉันไปไหมล่ะ?”
จ้าวตงหานปรับลมหายใจของตนให้เป็ปกติ เพื่อที่เธอจะได้พูดออกมาอย่างเป็ธรรมชาติยิ่งมู่อี้เฉินกดดันเธอมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่าทำอะไรไม่ถูกแม้แต่คำพูดที่กล่าวออกมาก็ไม่มีการประนีประนอมสักนิด
“้าต่อรองกับผม? หืม?”
มู่อี้เฉินส่งเสียงสบถต่ำอย่างเ็า ฟังไม่ออกสักนิดเดียวว่าอยู่ในอารมณ์ไหน
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #readAwrite ด้วยน้า