สวัสดีครับ ผมคาเตอร์ ครับ ตอนนี้ นานามิ เป็เป้าหมายแรกที่ผมจะกลั่นแกล้งต่อเหล่าสาวงามซะที ฮะ ฮะ ฮ่า อดทนมานาน เื่มันเป็ไงมาไงนะเหรอ ก็ต้องเล่าย้อนหลังไปในขณะที่ผมกำลังจะนอนอยู่ที่โซฟาในโรงแรม นานามิได้เข้ามาแล้วร้องเพลงกล่อมเด็กอันแสนไพเราะให้ฟังเพื่อให้ผมนอนหลับได้อย่างสบายใจ แต่ผมนึกสนุกขึ้นมาได้จึงได้แกล้งเธอ เพราะการอยู่ใกล้เธอมันทำให้ผมรู้สึกอยากกลั่นแกล้งเธอขึ้นมา
' จะมายุ่งกับตรูทำไมวะ ' ผมคิด และเริ่มแผนการชั่วร้ายต่อ นานามิในทันที
" เธอร้องเพลงเสียงหลงมากเลยรู้มั๊ย " ผมกล่าว เพราะอยากแกล้งผู้หญิงคืนบ้าง แม้เสียงของนานามิ จะไพเราะ ราวกับสวรรค์ส่งมาเกิด ก็ตาม
" จริงเหรอคะ? อาจารย์คาเตอร์ " นานามิ พูดราวกับไม่เชื่อหูของตัวเอง เธอเป็นคนประเภทขาดความมั่นใจ
" ใช่แล้วละ แต่ผมมีวิธีแก้ " ไอปีศาจอันชั่วร้ายของผมเริ่มออก
" ทำยังไงเหรอคะ อาจารย์ คาเตอร์ " นานามิ ทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ ไร้เดียงสาของหญิงงามพึงมี ต่อหน้าผม มันช่างอินโนเซ้นเสียนี่กระไร ไม่ต่างจากเด็กน้อย นี่แหละหนาเด็กสาวอายุ 16 เหมือนใบไม้เพิ่งแรกแย้ม ผมยิ้มเยาะความใสซื่อของเธอทันที และนี่คือโอกาสของผมได้แกล้งเธอ
" ลองเอาถังครอบหัว แล้วเอาน้ำราดตัวให้ชุ่มและไปร้องเพลงในห้องน้ำคนเดียวดูสิ มันดีกับเธอรู้มั๊ย "
" อืม ขอบใจที่ช่วยนะ อาจารย์ คาเตอร์ " นานามิกล่าว และคิดว่าการแนะนำของผม เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ เธอจึงทำตามอย่างว่าง่าย เธอเริ่มเอาน้ำราดตัวให้ชุ่ม จนเสื้อผ้าสีขาวของเธอแฉะ จนเห็นชุดชั้นในสีชมพูของเธอ แล้วเอาถังครอบหัวไปร้องเพลงในห้องน้ำคนเดียว อย่างที่ผมบอกจริงๆ
ไม่นึกเลยว่าแค่การโกหกเล็กๆน้อยๆกับนานามิ เธอจะทำอย่างผมว่าจริงๆ
' ทำไมเราต้องรู้สึกผิดด้วยนะ ได้แกล้งสาวคืนบ้างมันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไง ' สติฝ่ายดีของผมเริ่มต่อสู้กับสติฝ่ายชั่วร้าย ผมเริ่มรู้สึกผิดมาก แต่แกล้งไปแล้ว คือแกล้งไปแล้ว
ผมออกมาจากห้องหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า ไปดื่มเหล้าที่ร้านของเจ๊มาเจนเต้ มันเป็นร้านสไตล์ อเมริกากลาง ทรงตะวันตก เหมือนผับในหนังเรื่อง คาวบอย
" วันนี้ก็มาอีกแล้วรึ หนุ่มน้อย " เจ๊มาเจนเต้กล่าวก่อนจะนำเหล้าผลไม้อย่างดีมาให้ผมดื่ม ผมดื่มไปคุยไปอย่างออกรส แม้ในใจจะกลัว เจ๊แก ลากขึ้นเตียงก็ตาม
ในขณะที่ผมดื่มเหล้าอยู่นั้น ก็ได้มีสาวเสิร์ฟขานรับ ออเดอร์อยู่อย่างสดใส ผมอดคิดไม่ได้ว่า ตอนกลางคืน เธอก็คงอยู่กับแฟนหนุ่มของเธอเหมือนกัน แล้วแฟนหนุ่มของเธอจะแกล้งเธอ เหมือนผมแกล้ง นานามิไหม
ผมดื่มเหล้าไปหัวเราะไปเหมือนคนบ้า แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งมาหยุดความบ้าของผม
" ออร์ค บุกแล้ว " ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวอย่างรีบเร่ง เขารีบนำบรรดาชายหนุ่มในร้านเหล้าออกไปจับอาวุธขึ้นสู้กับ พวกออร์คเหล่านั้น
" แล้วหนุ่มน้อยจะไปด้วยรึ " เจ๊ มาเจนเต้ ถามด้วยความเป็นห่วงที่ว่าที่สามี จะไปออกรบ
" ครับ " ผมกล่าว พร้อมกับดีดเหรียญเงินหนึ่งเหรียญให้กับเธอเป็นค่าเหล้าผลไม้ อย่างดี ที่เธอจัดให้ในคืนนี้
ผมวิ่งไปพร้อมกับเหล่าชายหนุ่มกล้ามล่ำบึกที่เป็นชาวบ้าน พวกเขาเฮโล กันเข้าไปสู้ กับพวกออร์ค ที่กำลังข่มขืนหญิง ความชุลมุนเกิดขึ้นในทันใดแต่พวกเขากลับถูกพวกออร์ค ฆ่าได้อย่างง่ายดาย จนนอนกองเป็นซากศพอยู่แทบเท้าพวกมัน แม่ง ตัวประกอบชัดๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย พวกออร์คพวกนี้ ถือคติว่า ฆ่าผู้ชายทำลายผู้หญิง มันไม่มีความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวมันเลย
ดูเหมือน ออร์คตัวหนึ่งจะสังเกตเห็นผม มันเริ่มหันดาบมาโจมตีผม ถึงแม้ผมจะอ่อนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงก็ตาม แต่สำหรับออร์คแล้วผมไม่เคยกลัว ผมเริ่มทบทวนความจำเกี่ยวกับเวทย์มนต์ที่ได้เรียนจาก สำนักช่างหิน ในทันที มันเป็นเวทย์ไฟที่ใช้หลอมหิน และผมเริ่มกล่าวนามอันศักดิ์สิทธิ์นั้น
" ไฟเยอร์บอล " ลูกไฟเปลวเพลิง ขนาด 10เซนติเมตร วิ่งออกมาด้วยความเร็วสูง ราวกับรถมอเตอไซด์ พุ่งเข้าชนออร์คโชคร้ายตัวนั้น จนร่างท่อนบนของมันขาดกระจุย ชิ้นเนื้อกระเด็นไปทั่ว จนมีกลิ่นหอมของเนื้อหมูย่าง วิ่งเข้ามาแตะจมูก นี่แหละหนาหม้อไฟหมู
พวกออร์ค ตนอื่นๆต่างหันมามองผมเป็นตาเดียว พวกมันเลิกข่มขืนผู้หญิงแล้ว และวิ่งเข้ามาหาผมทีเดียวนับสิบตัว ผมแทบบ้าถ้ามัวยิงลูกไฟทีละลูกละก็ได้เสร็จพวกมันแน่ๆ ผมคงโดนมันทุบลงไปนอนกองกับพื้นเป็นซากศพดีๆนี่เอง
ผมเริ่มร่ายคาถาอีกครั้ง ครั้งนี้ผมตั้งใจรวบรวมมาน่า อย่างมากถึงมากที่สุด ไม่ได้อยากโชว์หญิงหรอกนะ แต่มันจำเป็น
ผมยิงลูกไฟอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ลูกไฟที่ปรากฏออกมามีความเข้มข้นของพลังเวทย์สูง สูงซะจนผมตกใจ แถมมีจำนวนหลายสิบลูก พุ่งเข้าใส่กลุ่มออร์ค เสียงดัง กัมปนาทจนผมต้องอุดหูเลยทีเดียว
เมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นมา พวกออร์ค พวกนั้นก็ล้มตายลงหมดแล้ว ช่างเป็นความสำเร็จที่ดีเหลือเกิน เหล่าสาวๆที่นอนเปลือยอยู่และเห็นเหตุการณ์ ต่างตะโกนส่งเสียงเชียร์
ทว่า.....
ตึง ตึง ตึง
การปรากฏตัวของ โอเกอร์ดำ ทำให้จิตใจของผมสั่นไหว มันสูงกว่า 3เมตรเลยก็ว่าได้ พวกออร์คเป็นสมุนของโอเกอร์ดำ ตัวนี้หรือ
ผมชักดาบออกมาเตรียมต่อสุ้กับมันในทันที
" หนี หนีเถอะ ใครจะไปสุ้กับ โอเกอร์ดำได้ " ผู้ชายชาวบ้านคนหนึ่งพูด ในขณะที่วิ่งหนีไป เขาก็ได้ฉี่ราดออกมาเป็นสาย ช่างน่าอัปยศจริงๆ
ผมก็อยากหนีเหมือนกัน แต่ขาไม่ยอมขยับ ในขณะที่คิดอะไรอยู่นั้น ก็มีเสียงอันคุ้นเคยดังมา
" คาเตอร์ พวกเรามาช่วยแล้ว " เป็นเสียงของ ไรชินนั่นเอง เขามากับ แม่ทัพอูกุส
แต่ว่าเมื่อพวกไรชินเห็น โอเกอร์ดำ ขาของพวกไรชินก็อดสั่นไม่หยุดไม่ได้ แม้แต่แม่ทัพอูกุส คนที่ดูเหมือนนักรบที่สุดยังอดวิตกไม่ได้ เขาเป็นห่วง ความปลอดภัยของผม และ ไรชิน
" ตอนสำคัญอย่างนี้ นานามิหายไปไหน " ไรชิน กล่าวออกมาด้วยการโมโห นานามิ ที่ไม่ยอมมาร่วมปาร์ตี้ หากพวกเขารุ้ว่าเป็นฝีมือผมที่ทำให้ นานามิไม่อยู่ในเหตุการณ์สำคัญแบบนี้ละก็ ผมคงถูกลงโทษตายสถานเดียว
พวกไรชิน มองดูโอเกอร์ดำ และส่ายหัว มันเป็นศัตรูที่ไม่อาจเอาชนะได้
" หนีเถอะ คาเตอร์ กลับไปให้กองทัพอัศวินมากำจัดมันดีกว่า " ไรชินกล่าว และกำลังหันหลังวิ่งหนีไป พร้อมกับแม่ทัพ อูกุส
ผมนึกถึงกลุ่มอัศวิน แล้วอดโมโหไม่ได้ หวังพึ่งกลุ่มอัศวินรึ ฝันไปเถอะ ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกก
ผมรวบรวมความกล้าทั้งหมด เค้นออกมาเป็นพลังปราณเวทย์ และหันหน้าเข้าต่อสู้กับโอเกอร์ดำ ที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผมอย่างดุร้าย
"โอม ข้าแห่งเทพแห่งไฟ ผุ้สถิตย์อยู่เหนือท้องนภา โปรดมอบเปลวเพลิงที่จะแผดเผาสัตว์ร้ายนี้ให้มอดไหม้ไป ด้วยเถอะ เวทย์ไฟ ขั้น 10 เมเทโอสโตรม"
ผมวัดดวงกับโอเกอร์ดำ มันเป็นไพ่ตายเพียงใบเดียวของผม ไฟขนาดใหญ่ พุ่งกระแทกตัวโอเกอร์ดำ อย่างบ้าคลั่งและ ดุร้าย แต่มันยังคงวิ่งมาหาผมไม่หยุด และกำลังจะฟาดดาบใส่ผม ห่างจากหน้าผมเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก่อนที่มันจะชะงักไป และล้มลงต่อหน้าผม ผมแทบเยี่ยวราดออกมา แต่ความสำเร็จ คือ ความสำเร็จ
ผมมองดูผลงานของผมที่ล้มลงห่างจากผมเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แล้วยิ้มออกมา พวกไรชินกับแม่ทัพอูกุส รีบวิ่งเข้ามากอด แสดงความดีใจกับผม ทำให้ผมแทบอ้วกออกมา
"ไม่นะ ผมไม่เอาผู้ชายยยยยยยยยย" ผมวิ่งหนีพวกไรชินไปรอบหมู่บ้าน ด้วยความกลัว
และเรื่องราวความเก่งกาจของผมที่หมู่บ้านนี้ก็ถูกร่ำลือ มีเพียง นานามิคนเดียว ที่ยังไม่รู้ เพราะเธอนั่งร้องเพลง เอาถังปิดหัวอยู่ในส้วม โอ้นานามิ ผู้น่าสงสาร..............จบ