“หิมะร่วงตกปลิวล่องในใจกลางสายน้ำ
บุรุษผู้แข็งแกร่งทนทานแต่ไม่สามารถหลบหลีกได้จากชะตา
คู่เคียงจะแตกแยก แต่ก็ยากจะหนีจากโชคชะตา
เพราะเราเป็ส่วนหนึ่งของกันและกัน แม้ความมืดปกคลุม…"
ท่ามกลางแสงจ้าแผดออกจากคำภีร์วิถีเซียนที่กระจายแสงสีฟ้าเหมือนสายธารแห่งความรู้ ร่างของเฉินฟูฟู่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงนั้น มือของเขาที่กำลังจะััหนังสือโบราณถูกหยุดชะงักเมื่อเงาดำที่แหวกออกมาจากหลุมลึกของห้องใต้ดินพุ่งเข้าหาเขาในพริบตา!
เถาฟาหมุนตัวเร็วปานสายฟ้า มือยกขึ้นป้องกัน กระบี่เล่มเก่าของเขาถูกชักออกจากฝักและพุ่งไปตัดผ่านอากาศ
ราวกับฟันเข้าไปในความว่างเปล่าของมิติ
“ระวัง!” เสียงของเถาฟาดังก้อง เมื่อกระบี่ของเขารู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่เย็นะเืและแปลกประหลาด
แม้กระบี่ของเถาฟาจะฟันไปเต็มแรง แสงมืดมนที่พุ่งเข้าหาเฉินฟูฟู่ก็ไม่สะท้าน ทุกๆ เสี้ยววินาทีที่มันเคลื่อนไหว ก็เหมือนกับการสะท้อนความตายของผู้ที่ต้องเผชิญหน้า
“หยุด!” เสียงของเฉินฟูฟู่ดังขึ้น เขาไม่แม้แต่จะหันหลังไปมองห่วงใย เงาของเขาเจิดจ้าด้วยพลังจากคำภีร์วิถีเซียนที่เริ่มเปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่ในมันเขาเอื้อมมือออกไปััหนังสือ แต่ความมืดจากเงานั้นก็ยิ่งลอยขึ้นมาหมายจะพัดทุกสิ่งให้แตกกระจาย
“มาริญญา—!”
เถาฟาเสียงแหบพยายามะโทัดทาน แต่ภาพที่เห็นต่อหน้ากลับถูกบิดเบือนอยู่ในหลืบมิติของความจริงและมายา
“มันคือเงาของ... ชะตา” เฉินฟูฟู่พูดเสียงเบา ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่เงาดำที่ลอยล่องออกมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของมันคุ้นเคย เขาเคยเห็นมันในฝัน ก่อนหน้าที่เขาจะออกเดินทางมายังที่นี่
เถาฟามองไปที่เฉินฟูฟู่อย่างไม่เข้าใจ ความมืดเริ่มหายไปหลังจากนั้น เงาร่างนั้นคล้ายจะหลอมรวมเข้ากับแสงอันแปรปรวนของคำภีร์วิถีเซียน เสียงคำรามดังขึ้นในใจของเฉินฟูฟู่
"เ้า... ออกมา!"
พริบตานั้นเอง เงาดำเบื้องหน้าก็เผยให้เห็นใบหน้าของบุรุษผู้หนึ่ง ใบหน้าที่ยิ้มเยาะหยันอย่างทระนง
“พญามาร... ของโลกที่ถูกลืม...ยังไม่ตาย”
เฉินฟูฟู่รู้สึกถึงการสะท้านในร่าง ร่างของเขากำลังถูกดึงไปสู่สิ่งหนึ่งที่เก่าแก่และทรงพลัง มันคือเงาของผู้ที่ถูกผนึกไว้และไม่อาจหลุดพ้นจากการพ่ายแพ้
“ท่าน...” เสียงของเถาฟาฟังดูหวาดหวั่น “ท่านจะต้องใช้คำภีร์เพื่อช่วยเราทุกคนออกไปจากที่นี่!”
เฉินฟูฟู่ไม่ตอบกลับ เขามองไปที่หน้าของพญามารที่ส่องประกายด้วยความแค้นท่วมท้น ราวกับเป็คำแช่งที่จารึกอยู่ในโชคชะตา
“เพียงแต่...” พญามารหัวเราะในลำคอเบา ๆ “พวกเ้าคิดว่า... การได้คำภีร์จะช่วยให้เ้าเป็ผู้ควบคุมชะตา? ฟ้า...ไม่มีผู้ใดเหนือชะตาได้”
คำพูดนั้นทำให้ใจของเฉินฟูฟู่สะท้าน เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่คำแช่ง แต่มันเป็ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เถาฟาเห็นท่าทางของเฉินฟูฟู่ที่ดูเหมือนจะสูญเสียกำลังใจ พลันรู้สึกเจ็บแปลบในใจ เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
“ฟูฟู่ อย่าลืม... เราไม่เคยเดินทางนี้เพียงลำพัง” เถาฟากล่าวเสียงดังกังวาน ราวกับจะปลุกพลังบางอย่างในใจของเฉินฟูฟู่ให้ตื่นขึ้น
เฉินฟูฟู่หันกลับมามองเถาฟา สายตาของเขาสดใสขึ้นในพริบตา ความกลัวและความสงสัยที่หล่อเลี้ยงมานานหลุดหายไปในทันที
“เราจะทำตามสิ่งที่ต้องทำ... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” เฉินฟูฟู่พูดเสียงหนักแน่น มือของเขายื่นออกไปััหนังสือคำภีร์วิถีเซียนอย่างมั่นคง
ทันใดนั้นเอง แสงจากหนังสือก็พุ่งออกมาเป็สายฟ้าฟาด กรงเล็บแห่งชะตาเริ่มมืดมน ลึกลงไปในห้วงิญญาที่รอคอยผู้ที่มีโชคชะตาสูงสุด
บังเกิดแสงสว่างรอบตัวเขาทั้งสอง ดั่งทุกสิ่งในโลกหยุดเคลื่อนไหว เสียงของพญามารเริ่มหายไป เหลือแต่เพียงความเงียบที่รกร้าง
แสงที่เจิดจ้ายามสุดท้าย... แห่งความหวัง
เสียงคำรามจากพญามารดังขึ้นอีกครั้ง ความมืดเริ่มโหมกระหน่ำทุกทิศทาง ราวกับแผ่นฟ้าได้หลอมรวมกับพื้นดิน แต่ทว่า ภายในห้วงความมืดมิดนั้นกลับมีแสงเจิดจ้าเปล่งประกายออกมา จากคำภีร์วิถีเซียนที่ยังคงลอยเด่นเหนือมือของเฉินฟูฟู่ แม้จะถูกพลังที่มืดมิดของพญามารพยายามดึงลงไป
"เ้าไม่อาจหลบหนีจากชะตาของตนเองได้!" เสียงของพญามารดังขึ้นดังก้องไปทั่วทุกมุมที่ล้อมรอบ คำพูดนั้นเปรียบเสมือนการคุกคามจิตใจของเฉินฟูฟู่แต่เฉินฟูฟู่ยืนนิ่ง ท่ามกลางคลื่นกระแทกของพลังที่ปะทะเข้ามา เขาไม่ยอมหลบหลีก เขาจับกระบี่ในมือแน่นยิ่งขึ้น ความมุ่งมั่นในใจของเขาไม่มีวันหายไปเหมือนพายุมืดที่หมุนวน
“ข้าจะไม่หนีจากโชคชะตา... ข้าจะเดินทางไปตามทางที่มันชี้นำ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิต!”
คำพูดของเฉินฟูฟู่ดังก้องไปในอากาศ สั่นสะท้านทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ่เวลาเ่าั้นานเหมือนหนึ่งชีวิต แต่ก็แค่พริบตา
ทันใดนั้นเอง แสงจากคำภีร์วิถีเซียนก็กระจายออกไปอย่างมหาศาล เปล่งประกายราวกับการอาบแสงแห่งดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง จนพญามารไม่อาจทนได้ ร่างของมันเริ่มสั่นสะท้าน ราวกับกำลังถูกแผดเผาโดยพลังที่สูงส่งกว่าตัวมัน
“พลังนี้...!” เสียงของพญามารแหบพร่าดังขึ้น มันเริ่มหดตัวลงเหมือนกับการที่ถูกกดดันจากแรงลึกลับที่ไม่มีใครเข้าใจ
“เ้า... เ้าไม่สามารถหลีกหนีจากคำภีร์นี้ได้” เถาฟาพูดขึ้นมาเสียงหนักหน่วง ดวงตาของเขาแสดงถึงความมั่นใจและความมั่นคงที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแต่ในขณะนั้นเอง พญามารกลับยิ้มเหี้ยม
“แม้เ้าจะเอาชนะข้าไปได้ในตอนนี้... แต่เ้าก็ยังไม่อาจข้ามผ่านอุปสรรคที่แท้จริงของมันได้”
พญามารกระตุกมือขึ้น ร่างมันสลายเป็หมอกมืดหนา สลายไปในอากาศเช่นเดียวกับควันจากไฟที่เผาผลาญหมดสิ้น ทุกสิ่งรอบตัวเฉินฟูฟู่เริ่มกลับคืนสู่สภาพเดิม
ความเงียบเข้าปกคลุม หุบเขาที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความมืดและความตายตอนนี้กลับดูเหมือนจะสงบลง
เฉินฟูฟู่ลมหายใจออกยาวๆ ก่อนที่จะหันไปมองเถาฟา ท่าทางของเขานิ่งสงบ ทว่าในดวงตานั้นมีประกายแห่งความมุ่งมั่น
“สิ่งที่พวกเราต้องเผชิญยังไม่จบแค่นี้... เราต้องไปต่อ ไม่ว่าจะมีสิ่งใดขวางทาง”
เถาฟาพยักหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจ เขารู้ดีว่าเส้นทางที่ทั้งสองต้องเดินนั้นยากลำบากแค่ไหน แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเฉินฟูฟู่ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใด
“เรา...จะต้องเดินไปพร้อมกัน” เถาฟาเอ่ยเสียงแ่ แต่ชัดเจน
“ใช่... เราจะเดินทางไปยังหุบเขาิญญาหลงทาง” เฉินฟูฟู่ตอบในที่สุด
การเดินทางในครั้งนี้จะพาพวกเขาไปสู่สถานที่ที่ลึกที่สุดในหุบเขา ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถกลับออกมาได้
การเดินทางที่ไม่สามารถรู้ผลได้ว่าจะจบลงที่ใด...แต่เพราะพวกเขามีความเชื่อในคำภีร์วิถีเซียน จึงไม่มีทางที่พวกเขาจะยอมแพ้
"แม้จะเห็นภาพฝันร้ายที่ท้าทายชะตา แต่มิตรภาพและความกล้าหาญ
ก็ยังคงเป็พลังที่ผลักดันให้มนุษย์กล้าเผชิญกับอุปสรรค
แม้เส้นทางนั้นจะเต็มไปด้วยความมืดมิดและความไม่แน่นอน
ผู้ที่มั่นใจในความถูกต้องของการกระทำย่อมมีพลังที่จะข้ามผ่านเงามืดไปได้"
ws-mars
11/4/68