และเช้าวันนี้ก็เป็วันที่เราต้องเดินทางไปที่หัวหินเพื่อเข้าค่ายสร้างสัมพันธ์ แต่ฉันว่ามันเหมือนจะเป็การสร้างศัตรูมากกว่านะ ดูยัยแอ๋มกับเพื่อนดิ จ้องพวกเราอย่างกับจะกินเืกินเนื้อซะขนาดนั้น นี่ถ้าพวกฉันเป็ปลากัดก็คงออกไข่สักสองโหลได้แล้วอ่ะ
“สงสัยพวกอาจารย์จะไม่รู้เื่จริงๆ”
ฉันพูดพร้อมกับหันไปมองอาจารย์ทั้งหลายที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเช็คชื่อนักเรียนต่อไป ไม่เห็นมีใครสนใจกลุ่มพวกเรากับพวกยัยแอ๋มที่ยืนเขม่นกันอยู่เลย
“มีใครเห็นพี่เอิร์ทรึยังอ่ะ”
“ยังเลย” ฉันตอบยัยแจงแล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดบทสนทนาของเรา
“พวกเธอนี่โหด ดิบ เถื่อน กันจริงๆ เลยนะ มาวันแรกก็สร้างวีรกรรมไว้ที่หอชาย แถมยังไปมีเื่ต่อที่หอหญิงอีก” ตาบ้าขี้เก๊กจอมทะลึ่งเมลล์นี่เอง
“อยากโดนอีกทีมั้ยล่ะ”
“อูย กลัวจังเลยค่ะ กลัวจนขนลุกซู่ซ่าเลย” นายเมลล์พูดล้อเลียนฉันกลับ ใครมีรองเท้าเบอร์ใหญ่ๆ บ้าง จะเอามาฟาดหมอนี่ให้จุกสักที
“นี่นายลี นายเห็นพี่ชายฉันรึเปล่า”
“มีสิทธิ์อะไรมาเรียกผมว่าลี ชื่อนี้สำหรับคนในแก๊งเท่านั้น”
“ถ้างั้น...นายเจลี นายเห็นพี่เอิร์ทรึเปล่า”
“โห่ ชื่ออะไรของคุณวะ”
“อย่ามาเยอะน่า ตกลงนายรู้มั้ยว่าพี่ฉันอยู่ไหน”
“ไม่รู้ครับ ผมไม่ใช่คู่เกย์ป๋าเอิร์ท อยากรู้ถามไออาร์ตมันนู่น”
วันนี้นายอาร์ตมาลุคเรกเก้เต็มตัว ทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า หมวก แว่น ครบเซ็ต ฉันว่าให้พวกสเต็ปเทพไปตัดหัวทิ้งเถอะ แต่ละคนสติสตังไม่สมประกอบ ไม่น่ามีหัวหล่อๆ ประดับบ่าเลย
นายพวกนั้นยังคงเห่าหอนกันอย่างสนุกสนานไม่มีทีท่าตื่นเต้นกับการเดินทางไกลในวันนี้เลย ผิดกับฉันที่กำลังกังวลอย่างหนักเื่การนั่งรถทัวร์เป็เวลานานหลายๆ ชั่วโมง เพราะมันทำให้ฉันอ้วกแตกทุกครั้ง
นี่ฉันไม่ได้ลืมอะไรแล้วใช่มั้ยเนี่ย กระเป๋าเสื้อผ้า เงิน โทรศัพท์ ยากันยุง แล้วก็...O_O เฮ้ย! ตายแน่ ลืมเอายาแก้เมารถมา
“แจง ฉันลืมหยิบยาแก้เมารถมาว่ะ”
“ยัยฟีน! ฉันเตือนแกแล้วนะ”
“ฟีน แจง ไปไหน รถจะออกแล้วนะ”
สาะโถาม แต่ฉันไม่มีเวลาที่จะหันไปตอบแล้ว
“แกเอาไว้ไหน เค้าเริ่มปล่อยรถกันแล้วนะ”
ตอนนี้เราทั้งสองคนกำลังช่วยกันรื้อลิ้นชักโต๊ะในห้องกันอยู่
“หาอยู่”
“เร็วๆ”
“เออเจอแล้ว”
“โธ่ ไม่ทันแล้ว” ยัยแจงโอดครวญแทบลงไปดิ้นกับพื้นเมื่อเราทั้งคู่กลับลงมาที่จุดนัดและพบว่ารถของเราได้ออกไปแล้ว
“ไปไหนกันมาเนี่ย” เสียงนี้มันคุ้นๆ จัง
เอ๊ะ นายอีกแล้วเหรอ นายเมลล์!
“นี่พวกนายยังไม่ไปกันอีกเหรอ”
“ก็เพราะพวกเธอสองคนหายไป รถของเราเลยต้องรอไง” เจลีบ่นเซ็งๆ
“อย่าบอกนะว่าฉันต้องนั่งรถคันเดียวกับพวกนาย” ฉันมองทั้งนายเจลีและนายเมลล์สลับกันไปมา
“จะพูดมากอีกนานมั้ย คนบนรถเค้ารอพวกเธอแค่สองคนนะ” นายเมลล์ประชดพร้อมกับลากแขนฉัน
“เฮ้ยๆๆ เดินเองได้น่า อย่ามาฉวยโอกาส”
“โอ้โห่ ผมไม่คิดจะทำอะไรคุณหรอกครับ หาความเซ็กซี่ไม่ได้แบบนี้”
ว่าแล้วฉันก็ถูกนายเมลล์ผลักให้ขึ้นรถไป และพวกเราก็ถูกต้อนรับด้วยเสียงโห่อย่างล้นหลามโดยมีนายพีทกับนายมุเป็แกนนำ
จากที่ฉันได้ประเมินสถานการณ์แล้ว โชคดีของการขึ้นรถคันนี้ คือ ได้อยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อทั้งไทยแท้และลูกครึ่งเยอะแยะมากมาย ส่วนโชคร้ายน่ะเหรอ
ไอพวกสเต็ปเทพ =_=
“ฟีน แจง ทางนี้ๆ” เสียงสาะโเรียกมาจากที่นั่งด้านหลังสุด
“เฮ้ย นึกว่าจะเหลือแค่เราสองคนซะแล้ว” ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วรีบเดินไปหากลุ่มเพื่อนๆ โชคดีจริงๆ ที่บิว สา และรถเมล์ก็อยู่บนรถคันนี้ด้วย
“หายไปไหนกันมาเนี่ย”
“ไปเอายาแก้เมารถอ่ะ” ฉันตอบสาพร้อมกับหย่อนก้นลงนั่ง “ไม่อยากนั่งหลังรถเลยอ่ะ ฉันต้องเวียนหัวแน่ๆ เลย”
“เอาน่า เดี๋ยวแกก็หลับแล้ว” ยัยแจงว่า
“แต่ฉันยังไม่ได้กินยาเลย”
“อ้าว แล้วทำไมแกไม่กินอ่ะ”
“ก็มันไม่มีน้ำ แกจะให้ฉันกินยังไง ฉันไม่อยากตายเพราะยาติดคอหรอก”
“ไม่มีน้ำก็กินได้ ไม่ติดคอตายด้วย” ยัยแจงเถียง
“ไหนแกกินให้ฉันดูดิ๊”
“อย่าท้านะอย่าท้า” ยัยแจงพูดแล้วเอื้อมหยิบยาจากมือฉันยื่นไปให้ยัยรถเมล์ “รถเมล์ เธอกินยาโดยไม่ต้องกินน้ำตามได้มะ”
“ได้สิ มา รถเมล์จะโชว์ให้ดู”
เดี๋ยวก่อน ในแผงยามันเหลือแค่เม็ดเดียวเองนี่หว่า ถ้ารถเมล์กินเข้าไปแล้วเราจะเอายาที่ไหนกินอ่ะ
“เฮ้ย รถเมล์ หยุด!”
ฉันะโลั่นก่อนจะพุ่งเข้าไปคว้ายาจากมือรถเมล์คืนแต่ไม่ทันแล้ว
“อะไรอ่ะ” ยัยตุ๊กตามองหน้าฉันด้วยแววตาใสซื่อ
“ยาล่ะ”
“กลืนไปแล้ว”
รถเมล์ตอบพร้อมแลบลิ้นให้ดูเพื่อยืนยันว่ากินไปแล้วจริงๆ
“แจง!”
“อะไร”
“แกเอายาให้รถเมล์กิน แล้วฉันจะกินอะไรอ่ะ”
“กินความรักจากผมมั้ยครับ” นายพีท!
“ไปไกลๆ ได้ป่ะ ฉันไม่มีอารมณ์จะเถียงกะพวกนายนะ”
“ไม่มีอารมณ์เดี๋ยวปลุกอารมณ์ให้มั้ยครับ”
นายพีทยังคงไม่สะท้านและทำล่อหน้าล่อตาพวกฉันต่อไป
นี่ขนาดรถยังไม่ออกจากกรุงเทพ ฉันก็เริ่มเวียนหัวแล้ว ไม่ไหวจะเถียงหรอก หลับดีกว่า
“ฟีน พี่ว่าเราเลิกกันเหอะ”
“...ทำไมอ่ะ”
“ฟีนดำเกินไปว่ะ”
“ทำไมฉันถึงต้องฝันถึงเหตุการณ์นี้ซ้ำๆ ด้วย” ฉันถามตัวเองในขณะที่ยังหลับตาอยู่ เป็คำถามโลกแตกจริงๆ แล้วไอบ้าหน้าไหนมันมาดีดกีต้าร์ร้องเพลงกันร่าเริงในสถานการณ์แบบนี้วะเนี่ย
“~ ดำเกินไป บอกว่าดำเกินไป เป็เหตุผลที่ไม่เคยเข้าใจ ~”
เสียงเห่าหอนของพวกสเต็ปเทพเริ่มทำให้ฉันคลื่นไส้
“เพลงจริงๆ มันร้องกว่าดีเกินไปไม่ใช่เหรอวะ” เสียงนายมุแหลมขึ้นมาก่อนจะตามมาด้วยเสียง
ผัวะ
“ไอห่า ร้องเนื้อจริงเดี๋ยวพ่อมึงก็แห่มาฟ้องลิขสิทธิ์หรอก” นายเจลีว่า แล้วนายพวกนั้นก็ร้องเพลงดีดกีต้าร์กันต่อไป
“เวียนหัวอ่ะ ใครมียาดมบ้าง”
“ไม่มีอ่ะ” บิว สา และรถเมล์ ตอบพร้อมกัน
“เดี๋ยวถามให้”
พูดจบยัยแจงก็ลุกขึ้นะโ
“ขอโทษนะคะ ใครมียาดมให้ยืมบ้างมั้ยคะ”
“ใคร้าไม่ทราบครับ”
“ไม่ใช่ฉันก็แล้วกัน”
“อย่าเพิ่งเถียงกันได้ป่ะ คนกำลังจะตาย เห็นใจกันมั่ง” ฉันบอกยัยแจงกับนายเจลีอย่างพะอืดพะอม
“ใครอยากได้ก็ให้เค้าเดินมาเอาเอง” อีตาบ้าเมลล์รังควานฉันอีกแล้ว เดี๋ยวแม่อ้วกใส่หน้าซะเลยนี่
ฉันตั้งสติอีกครั้งพร้อมสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะรวบรวมพลังเพื่อลุกขึ้นเดิน มันช่าง...ทรมานเหลือเกิน
“ไหนอ่ะ”
“อยากได้ขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ถามโง่ๆ” ฉันตอบด้วยอาการพะอืดพะอมยิ่งกว่าเดิม
“นี่ไง”
“เอามาดิ”
“ไอพีท” นายเมลล์เรียกก่อนจะโยนยาดมไปให้นายพีท
“นายพีท!” ฉันส่งสายตาขู่อาฆาตไปให้ จะไม่ไหวแล้วนะ
“ไอมุ” ว่าแล้วนายพีทก็โยนยาดมไปให้นายมุต่อ นี่ฉันต้องมาเล่นลิงชิงยาดมกับไอบ้าพวกนี้อีกแล้วเหรอ
“ไออาร์ต”
“นายอาร์ต ฉันขอล่ะ” ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเป็มิตรที่สุด ตอนนี้ฉันเริ่มเอียนๆ แล้วสิ
“ไปขอจากไอกรีนแล้วกัน” แล้วนายอาร์ตก็โยนต่อ จากนั้นนายกรีนก็ส่งไปให้ไอเจลีอีก
โอ๊ย ไม่ไหวแล้วนะ ทำไมนายเจลีมันมีตั้งสองคน ฉันอยากอ้วกเต็มทีแล้ว
“ไอเมลล์” นายเจลีเรียก
ตอนนี้ยาดมหลอดนั้นกลับไปอยู่ในมือนายเมลล์อีกครั้ง ฉันจะไม่ไหวจริงๆ แล้วนะ!
“พี่คะ ช่วยแวะปั๊มหน่อยได้มั้ย” ฉันเปลี่ยนเป้าหมายไปหาคนขับรถแทนเพราะเบื่อจะเล่นเกมกับไอพวกบ้าสเต็ปเทพนั่นอีกแล้ว โอ๊ย ฉันอยากอ้วก
“ไม่ต้องจอดครับพี่ รถเราช้าที่สุดแล้ว ยิ่งจอดจะยิ่งเสียเวลา”
“ไอ…”
ฉันกำลังจะอ้าปากด่านายเมลล์ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะตอนนี้อ้วกมันเริ่มจะขึ้นมาอยู่ที่หน้าอกแล้ว
“จะอ้วกเหรอจ๊ะ”
นายเมลล์เดินเข้ามาแหย่ แต่ฉันไม่ได้ตอบโต้ ตอนนี้ฉันอยากกลับไปนั่นที่นั่งมากกว่า ยิ่งเดินไปเดินมาก็ยิ่งเวียนหัว โอ๊ย
“ยาดม ยาดม ยาดม”
หมอนั่นพูดแล้วชูยาดมแกว่งไปแกว่งมาล่อหน้าฉัน
“ชี้หน้าทำไมจ๊ะ”
เสียงนายเมลล์ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของฉัน ฉันได้แต่ยืนค้างในท่านั้นเพราะโต้ตอบไม่ได้ ตอนนี้อ้วกมันมาจุกอยู่ที่คอแล้ว ขืนพูดออกไปมีหวังมันพุ่งออกมาแน่ๆ
“มาสิ เข้ามาเอายาดม”
เอี๊ยดดดด
แหวะ
สิ้นเสียงเบรกรถอย่างกะทันหันก็ตามมาด้วยของเหลวที่พวยพุ่งออกมาจากปากของฉันทันที มากไปกว่านั้น แรงเบรกของรถผสมกับแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้ฉันล้มใส่นายเมลล์พร้อมกับอ้วกใส่หมอนั่นด้วย
“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย” นายเมลล์โวยวายแล้วใช้มือประคองฉันไว้
“เล่นกับใครไม่เล่น ไปเล่นกับคนเมารถ” สาพูดหน้าใก่อนจะปรี่เข้ามาประคองตัวฉันขึ้น “ฟีนเป็ไรมากมั้ย”
“ไม่ไหวอ่ะ ตอนนี้ฉันเห็นพวกแกมีฝาแฝดหมดเลย”
“เมลล์ เอายาดมให้ฟีนได้แล้ว” สาเหวี่ยงแล้วนายนั่นก็รีบยื่นมาให้ทันที
“พี่ ช่วยแวะปั๊มด้วยครับ ด่วน!!!”
ไหนบอกว่าแวะแล้วเสียเวลาไง
สมน้ำหน้า! ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว สมน้ำหน้าๆๆ
พอถึงปั๊มแล้วฉันก็ลงไปอ้วกต่อทันที ส่วนนายเมลล์ก็ถอดเสื้อตัวนั้นทิ้งถังขยะ แล้วก็เข้าห้องน้ำไปล้างตัว ก่อนจะซื้อน้ำหอมในร้านสะดวกซื้อมาฉีดพร้อมกับยาดมให้ฉันอีกหนึ่งโหล
“อ่ะ ดมให้สะใจเลยนะ อ้วกไม่รู้เื่รู้ราว”
“ก็ถ้านายเอามาให้ฉันดีๆ ั้แ่ทีแรก ฉันก็คงไม่อ้วกหรอก” ฉันเถียงแล้วปายาดมหลอดนึงใส่หมอนั่น
“จะไม่ไปใช่มั้ย” นายนั่นหันกลับมาถาม “ไปก็รีบๆ ขึ้นมา”
คราวนี้ฉันย้ายไปนั่งริมหน้าต่างแทนที่บิว ค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อย ส่วนนายเมลล์ก็กลับไปเฮฮากับพวกสเต็ปเทพต่อด้วยสภาพเปลือยท่อนบนเหลือแต่กางเกงยีนส์กับ…กล้ามเนื้อหน้าอก อูยยย พุ่งพล่านๆๆ
เฮ้ย! นี่ฉันคิดอะไรเนี่ย ไม่ไหวแล้วนะ นอกจากจะเวียนหัวแล้วยังสมองบวมอีกรึไงเรา พอๆ เลิกมองหมอนั่นได้แล้ว กล้ามหน้าท้องพวกนั้นมันก็แค่ภาพลวงตาแหละน่า!