ตอนที่2 ฉันในร่างใคร
ฉันจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น แต่ถ้าเป็ไปตามหลักปฏิบัติแล้วน่าจะมีเ้าหน้าที่กู้ภัยสักแห่งมาช่วยงัดร่างของเธอให้หลุดออกจากซากรถที่พังยับ
แต่ที่แปลกก็คือ ร่างกายที่ควรจะเ็ปรุนแรงในความรู้สึกสุดท้ายก่อนจะคิดคำเท่ ๆ อย่างคำว่าอโหสิกรรมขึ้นมาได้นั้นควรจะทรมานเหมือนร่างจะฉีกออกจากกันสิกระดูกควรแตกจนทิ่มปอดทิ่มไตจนดูไม่น่าจะรอดอะไรแบบนั้นไม่ใช่หรือไง
ทำไมความรู้สึกตอนนี้ แม้จะรู้สึกเจ็บทั้งตัวแต่ก็เป็ความเจ็บแบบปวดเมื่อยร่างกาย ในหัวมีอาการปวดตุ้บ ๆ เป็ระยะ ๆเหมือนตอนเป็ไข้หวัดใหญ่ไม่มีผิด ไม่ได้เจ็บแบบประสบอุบัติเหตุร้ายแรงอย่างที่ควรจะเป็
ไม่นานก็มีผ้าชุบน้ำจนเปียกชุ่มโปะลงมาบนใบหน้าของเธอแล้วยังมีอีกผืนที่โปะลงมาบนร่างของเธอ เหมือนมีคนกำลังพยายามจะเช็ดตัวให้เธอแต่ไม่ยอมบิดผ้าให้หมาด น้ำเลยไหลนองไปทั่ว แต่ััของน้ำก็ทำให้อาการทุรนทุรายของเธอดีขึ้นจากที่ร้อนราวกับไฟโหมร่างเมื่อครู่ตอนนี้ก็คล้ายจะลดความร้อนระอุลง
ระหว่างนั้นเธอได้ยินเหมือนเสียงเด็กน้อยคุยกันแต่จับใจความไม่ได้และสติก็ยังเลือนรางจากการหลับ ๆ ตื่น ๆ มาเป็เวลาสองวัน
“พี่หย่ายท่างแม่ไม่ฉะบาย”
“ใช่แล้ว ท่านแม่ไม่สบาย น้องเล็กเ้าถอยออกมาห่าง ๆ เดี๋ยวจะติดไข้ได้”
หลินหยางเฉินวัยสามหนาว ขยับออกห่างจากร่างมารดาตามที่พี่ชายบอก
“แม่หายไหน”
“เ้าจะถามว่าท่านแม่จะหายตอนไหน ใช่หรือไม่น้องเล็ก”
หยางเฉินพยักหน้าหงึก ๆ ใบหน้าเล็กที่มอมไปด้วยน้ำมูกถูกเช็ดลวก ๆด้วยตัวเอง แหงนขึ้นมองพี่ชายอย่างรอคำตอบ
“ขอยับ”
“อีกไม่นานท่านแม่จะฟื้นแล้ว ให้พี่ใหญ่เช็ดตัวก่อนท่านแม่จะต้องฟื้นแน่นอน”
หลายวันก่อน หลินอี้เหยาออกไปเก็บหอยมาประทังชีวิตเพราะ่นี้หอยถูกน้ำทะเลพัดเข้าฝั่งมากเป็พิเศษ แต่โชคไม่ดีที่นางไปถึงก็เหลือหอยให้เก็บไม่มากแล้วเพราะชาวบ้านต่างก็พากันมาเก็บเช่นกันหลินอี้เหยาจึงต้องเก็บอยู่หลายชั่วยามท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัดปกตินางจะเข้าป่าหาเห็ดหาผัก แต่เพราะ่นี้มีสัตว์ป่าดุร้ายลงมาหาอาหารบ่อยครั้งทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ป่า นางเลยต้องเลี่ยงมาเก็บหอยริมหาดเพื่อนำไปประทังความหิวให้ลูกๆ ก่อน
แต่เพราะหักโหมเกินไป เมื่อกลับถึงบ้านที่จวนเจียนจะพังมิพังแหล่ร่างกายของนางก็ทานต่อพิษไข้แดดไม่ไหวแล้วแต่ก็ยังใช้ความอดทนเฮือกสุดท้ายพาตัวเองมาล้มตัวลงบนที่นอนที่ไร้ผ้านวมหรือเบาะรองนอนมีเพียงหมอนแข็ง ๆ กับผ้าผืนบางสองผืนได้ก่อนที่พิษไข้จะลุกลามไปทั่วร่าง
หญิงสาวนอนหนาวสั่นอยู่อย่างนั้นสองวันเต็มก่อนที่ลมหายใจจะหมดลงในเช้าวันต่อมา โดยที่เด็ก ๆอย่างหลินหยางชุนและหลินหยางเฉินไม่รู้เลยว่า มารดาของตนได้จากไปแล้ว
ทั้งคู่ยังคงดูแลกันและกัน เพราะมารดาป่วยหนัก หน้าที่หาอาหารจึงเป็ของหยางชุนโดยปริยายแต่เขาก็เป็แค่เด็กอายุหกหนาว ไม่อาจทำสิ่งที่เกินกำลังได้หยางชุนทำได้เพียงก่อไฟและนำหอยที่มารดาเก็บมาได้ต้มให้ตัวเองและน้องเล็กกินเพื่อให้อยู่รอด
รอจนกว่าท่านแม่จะหายดี
ในคืนที่สามของคริตา หญิงสาวรู้สึกว่าร่างกายเริ่มหนักอึ้งคล้ายจะทนรับสภาพที่เป็อยู่ไม่ไหวรู้สึกเหมือนร่างพร้อมจะปริแตกได้ตลอดเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะวูบไปกลายเป็ิญญาของเธอที่หลุดออกมายืนมองร่างของหญิงสาววัยยี่สิบต้น ๆที่เธอมาอาศัยอยู่ในร่างก่อนหน้านี้
เมื่อออกมายืนมองแบบนี้ก็เห็นการแต่งตัวของร่างนั้นคล้ายสาวชาวบ้านในซีรีส์จีนโบราณที่เคยผ่านตาอยู่บ้างสภาพคนตรงหน้าดูคล้ายกำลังหลับ แต่เธอแน่ใจว่าไม่ได้หลับแน่นอน
น่าจะตายแล้วมากกว่า
คริตามองสำรวจรอบบ้านแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจไม่คิดว่าจะมีใครอาศัยอยู่ในกระท่อมที่มีรูพรุนรอบขนาดนี้ได้แล้วในบ้านที่สภาพเก่าเจียนพัง สายตาเธอก็สะดุดเข้ากับร่างเล็ก ๆของเด็กชายสองคนที่นอนกอดกันกลมบนพื้นที่ปูฟางมีเพียงผ้าห่มผืนบางคลุมร่างสองพี่น้องเอาไว้ซึ่งไม่น่าจะช่วยคลายหนาวได้แม้สักนิด
ไม่ใช่เด็กสองคนเป็ลูกของผู้หญิงที่ตายไปแล้วหรอกหรือ แล้วแบบนี้จะอยู่กันยังไงในเมื่อยังเป็เด็กน้อยกันทั้งคู่
หญิงสาวไม่ได้ใสภาพิญญาของตนเอง เพราะเธอคิดแล้วว่า ยังไงก็คงไม่รอด
แต่ที่สงสัยคือ เธอหลุดมาที่นี่ได้ยังไงแถมยังทนทรมานอยู่ในร่างนั้นนานถึงสามวันสามคืนอีกด้วย
“น่าสงสารจัง” เธอพึมพำเบา ๆ รู้สึกหดหู่จนิญญาที่เห็นเป็แสงสีขาวอยู่เมื่อครู่กลายเป็สีหม่นหมองลงทันที
“นั่นสิเนอะ น่าสงสารจริง ๆ”
“ใช่ น่าสงสารมาก ... เฮ้ย! คุณเป็ใครอะ” หญิงสาวใเมื่อนึกขึ้นได้ว่าไม่ควรจะมีใครพูดกับเธอได้
แต่เมื่อมองไปข้าง ๆ ก็เห็นผู้ชายในชุดทักซิโด้เต็มยศราวกับจะเตรียมไปงานราตรีสโมสรที่ไหนสักแห่ง
“ใมากเกินไปแล้วครับ”
“คะ คะ คุณเป็ใครคะ”
“แฮ่ม” ฝ่ามือที่สวมถุงมือสีขาวเอาไว้ยกขึ้นกำหลวม ๆปิดปากในยามที่เขากระแอมออกมา ท่าทางราวกับพ่อบ้านในคฤหาสน์ฝรั่งเศสเลยทีเดียว
“กระผมไม่ใช่พ่อบ้าน ขออนุญาตแนะนำตัว กระผมฟรานซิส เป็ยมทูตครับ”
“ฮะ!! ยมทูต” หญิงสาวใ ไม่ใช่เพราะเขาเป็ยมทูตแต่ใเพราะเธอไม่คิดว่ายมทูตจะแต่งตัวแบบนี้ต่างหาก
“ไม่ใช่ว่า ...ยมทูตต้องนุ่งโจงกระเบนสีแดง ร่างกายสีดำหรอกหรือคะ”หญิงสาวถามออกไปอย่างที่คิด
“คิดกันไปเองทั้งนั้นในภพภูมิของพวกกระผมก็มีสิ่งที่เรียกว่าแฟชั่นเช่นเดียวกับภพภูมิของโลกมนุษย์นั่นแหละครับ”
“แล้วท่านมาที่นี่... คือจะมารับิญญาของฉันหรือคะ”คริตาเอียงคอถามด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่ครับ กระผมมารับิญญาแม่เด็กสองคนนั่น”
เชือกเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเขา ตรงปลายเชือกมีร่างโปร่งแสงใบหน้าเดียวกับสตรีที่นอนอยู่ตรงนั้นไม่ผิดเพี้ยน
“อ้าว แล้วใครจะดูแลลูกของเธอล่ะ”หญิงสาวหันไปถามิญญาที่เอาแต่ร้องไห้อย่างไร้เสียงลอดออกมา
“ิญญาของเธอพูดไม่ได้ครับ” ยมทูตฟรานซิสอธิบายแทน
“แล้วทำไมิญญาฉันพูดได้ล่ะคะ” เพิ่งรู้ว่าิญญาก็มีการแบ่งเลเวลด้วย
“ไม่ได้แบ่งเลเวลครับแต่เพราะเธอเป็ิญญาที่สิ้นอายุขัยแล้วจึงไม่อาจสื่อสารได้”
คราวนี้หัวคิ้วของคริตาขมวดแน่นเข้าหากัน
“หมายความว่ายังไงคะ ิญญาที่สิ้นอายุขัยแล้วจะไม่สามารถสื่อสารได้แล้วทำไมฉันสื่อสารได้ล่ะ หรือว่าจริง ๆ แล้วฉันยังไม่หมดอายุขัย”
“เอิ่ม เื่นี้เป็ความลับ์ บอกไม่ได้ครับแต่บอกได้ว่าอายุขัยของคุณในโลกใบนั้นได้หมดลงแล้ว แต่ในโลกของิญญาคุณยังไม่สิ้นอายุขัย”
“ฮะ!! ยังไงนะ งง”
“เอ่อ เอาเป็ว่าคุณตายไปจากโลกนั้นแล้ว แต่ิญญายังไม่ตาย เพราะอย่างนั้นกระผมจึงอยากจะขอให้คุณช่วยดูแลเด็กๆ แทนแม่ของพวกเขาครับ” ฟรานซิสรีบอธิบายอย่างรวบรัดที่สุด
จะให้บอกได้ยังไงล่ะว่าเขาทำงานผิดพลาด
ที่จริงร่างของคริตาประสบอุบัติเหตุ แต่ยังไม่ถึงกับตายหากไม่เพราะตอนนั้นบอลคู่หยุดโลกจะเป็ทีมโปรดของเขาเอง แล้วดันแข่งตรงกับวันที่เธอประสบอุบัติเหตุทำให้เขาลืมดึงิญญาของเธอกลับเข้าร่าง
เมื่อร่างไร้ิญญาก็เท่ากับตายไปแล้วครอบครัวจึงทำพิธีฌาปนกิจตามประเพณีให้อย่างเสร็จสรรพทำให้คริตากลายเป็ิญญาเร่ร่อนทันที และเพื่อไม่ให้ถูกลงโทษเขาจึงจำเป็ต้องหาร่างใหม่ให้เธอโดยเร็ว
ต้องรีบหาก่อนที่เื่นี้จะแดงไปถึงท่านผู้เป็ใหญ่ในนรกภูมิ
ครั้นมองไปมองมาก็เห็นิญญานี้หมดอายุขัยพอดี และเพื่อเป็การไถ่โทษเขาจึงคิดจะให้นางได้ทำบุญใหญ่ด้วยการเลี้ยงดูเด็ก ๆพวกนี้ให้เติบโตเพื่อที่เมื่อสิ้นอายุขัยจริง ๆ นางจะได้ไปเกิดเป็นางฟ้า แทนการเวียนว่ายอย่างที่เป็อยู่
“ดูแลแทน หมายความว่าฉันต้องไปอยู่ในร่างนั้น” คริตาชี้ไปศพ
เรียกว่าศพถูกต้องแล้ว เพราะเป็ร่างไร้ิญญา
“ใช่แล้วครับ คุณต้องเข้าไปอยู่ในร่างนั้น แล้วก็ฝากให้ช่วยดูแลเด็ก ๆด้วยนะครับ อันนี้แม่เด็กฝากบอกมา”
“เดี๋ยวก่อน ขอตั้งสติแป๊บ คือว่า...ต่อจากนี้ฉันจะกลายเป็ผู้หญิงคนนี้แล้วก็เป็แม่ของเด็ก ๆ พวกนี้ ถูกต้องหรือไม่”
“ถูกต้องนะครับ”
หญิงสาวผายมือไปรอบบ้าน ยมทูตฟรานซิสมองตามอย่างไม่เข้าใจ
“เห็นอะไรมั้ยคะ”
“บ้านครับ”
“ถูกต้องค่ะ บ้าน! บ้านซอมซ่อดูไม่มีอันจะกินถึงขั้นอดอยาก ถามคำเดียวนะคะ จะพากันรอด?หรือจะให้พากันอดตาย” หญิงสาวยกมือขึ้นเท้าเอวท่าทางเอาเื่
“เอ่อ แล้วอย่างนั้นคุณ้าอะไรครับ”
“ปกติมาอยู่แบบนี้มันจะต้องมีสกิลอะไรบ้างเล่าเื่พวกนี้ฉันจะรู้ไหมล่ะคะ”เธอเห็นยมทูตฟรานซิสหันไปถามิญญาที่เป็เ้าของร่างตัวจริง
ยืนงึมงำกันอยู่ครู่หนึ่งก็หันกลับมาหาเธอ
“คุณคริตามีความสามารถพิเศษคือการทำอาหารใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ...แล้ว?!”
“ถ้าอย่างนั้นกระผมก็พอช่วยได้บ้างเอาแบบนี้กระผมจะให้ความทรงจำในชาติเดิมรวมถึงชาตินี้กับคุณ ดีไหมครับ”
“มันก็ดีแหละ แต่ถ้ามีความทรงจำแล้วไม่มีเงิน มันก็อยู่ลำบากทำอาหารเก่งแล้วยังไงถ้าที่นี่ไม่มีวัตถุดิบ เก่งไปก็ไม่เกิดประโยชน์”
ที่เธอกล่าวมานั้นเป็เื่จริงทั้งหมดหากเก่งไม่ถูกที่ถูกเวลาก็ไม่นับว่าเป็คนเก่ง เพราะเก่งแล้วอย่างไร?ในเมื่อที่นี่ไม่มีอะไรสักอย่าง
“เอ่อ เอาแบบนี้แล้วกันครับ”
ที่ข้อมือด้านในของหญิงสาวมีอาการร้อนผ่าวขึ้นเมื่อพลิกขึ้นดูก็เห็นสัญลักษณ์คล้ายรูปดาวห้าแฉกปรากฏขึ้น
“นี่อะไรคะ”
“ลองแตะที่ดาวนั่นดูครับ”
หญิงสาวทำตามที่ท่านยมทูตบอกแล้วก็ต้องใจนตาแทบถลนเมื่อแตะแล้วคล้ายกับร่างกายถูกพาหายเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่
“อะไรกันเนี่ย”
“นี่เรียกว่าประตูมิติครับ เป็เื่ที่กระผมทำให้คุณได้ครับของที่อยู่ในนี้ใช้ได้ไม่มีวันหมด และน่าจะใช้หาเงินได้ด้วย”เสียงของฟรานซิสส่งเข้ามาถึงเธอที่อยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต
“แล้วจะออกไปยังไงคะ”
“แตะที่ข้อมืออีกครั้งก็จะออกมาได้ครับ”
หญิงสาวทำตามทันที แล้วร่างของเธอก็กลับมายืนอยู่ที่เดิม
“พอใจหรือไม่ครับ”
คริตาพยักหน้ารับ
“ก็โอเคแหละค่ะ ดีกว่าอยู่แบบจน ๆ เฮ้ ๆ ฉันไม่ได้ว่าเธอนะ” หญิงสาวเห็นิญญาเ้าของร่างมีสีหน้าสลดลงเมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น
“เอาเป็ว่าถ้าโอเคแล้ว ผมขอส่งิญญาคุณเข้าร่างนี้เลยนะขอรับ”
“เดี๋ยว ๆ ขออีกเื่ได้ไหมคะ”
ฟรานซิสชะงักมือค้างอยู่กลางอากาศ
“ขออะไรหรือครับ”
“ขอให้หายป่วยก่อนได้ไหม ทรมานจะตายอยู่แล้ว”
“อ๋อ เื่นั้นไม่ใช่ปัญหา เมื่อคุณกลับเข้าไปแล้วร่างกายนี้จะแข็งแรงทันทีครับ ไม่อ่อนแอขี้โรคเหมือนก่อนนี้ด้วย พอใจแล้วนะครับ”
“ได้ ๆ พอใจแล้วค่ะ ขอบคุณยมทูตฟรานซิสมากนะคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ กระผมทำเพื่อไถ่โทษทั้งนั้น” คำหลังเขาลดเสียงให้เบาลง
“ว่ายังไงนะคะ ได้ยินไม่ถนัด”
“ไม่มีอะไรครับ ผมคิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วเอาเป็ว่าหลังจากนี้เมื่อถึงเวลาที่คุณสิ้นอายุขัย เราจะได้เจอกันอีกครั้งครับ”กล่าวจบฟรานซิสก็ยกฝ่ามือขึ้นมาฟาดลงบนิญญาหญิงสาวอย่างแรง
“เหวออออออออ ทำไมต้องรุนแรงด้วยเล่า”
เสียงนั้นจางไปพร้อมร่างของฟรานซิสและิญญาของหลินอี้เหยาที่ทอดสายตามองลูกชายทั้งสองด้วยความอาลัยเป็ครั้งสุดท้ายนั่นเอง
คริตาเข้ามาอยู่ในร่างของหลินอี้เหยาอีกครั้งแต่ครั้งนี้มีความทรงจำเดิมของเ้าของร่างไหลบ่าเข้ามาในหัวเธอ ราวกับสายน้ำที่เขื่อนกั้นแตก
หลินอี้เหยาเดิมเป็ภรรยาเฉินหนาน ลูกชายคนหนึ่งของตระกูลการค้าใหญ่ที่ดื้อรั้นจะแต่งนางเข้าบ้านให้ได้ แต่เมื่อแต่งได้ไม่นานพ่อสามีก็ล้มป่วยทำให้หญิงสาวถูกต่อว่าต่อขานว่าเป็ตัวกาลกิณี แต่เพราะเฉินหนานประกาศปกป้องเอาไว้นางจึงรอดจากการถูกขับไล่ในครั้งนั้นมาได้
ครั้นเมื่อตั้งครรภ์แล้วคลอดบุตรชายคนแรกตอนนั้นพ่อแม่สามีต่างพากันดีอกดีใจ แต่ก็มีเื่ให้ต้องช้ำใจอีกครั้งเมื่อวันที่หยางชุนครบเจ็ดวัน พ่อสามีก็ถูกงูกัดตายคราวนี้แม้จะรอดจากการถูกกล่าวหาว่าร้ายเพราะมีหลานชายคนแรกให้กับตระกูลสามีแต่ถงเสี่ยวหยา ภรรยาน้องชายของเฉินหนานก็ทำตัวเป็ไม้เบื่อไม้เมากับนางมากขึ้นคอยหาเื่กลั่นแกล้งตลอดเวลาเพราะอิจฉาที่อี้เหยาได้ลูกชาย
จนถึงวันที่หยางชุนอายุสองหนาว อี้เหยาก็ตั้งครรภ์ลูกคนที่สองเป็เวลาเดียวกับที่สามีคุมขบวนสินค้าไปส่งยังต่างเมืองแล้วถูกโจรดักปล้นทุกคนในขบวนสินค้าถูกฆ่าตายจนสิ้น รวมถึงเฉินหนาน
เหตุการณ์หนนี้ อี้เหยาและลูกชายถูกด่าทอว่าเป็ตัวซวยอีกครั้งเพราะั้แ่นางแต่งเข้ามาในตระกูลก็มีคนตายไม่หยุดไหนจะการค้าที่ย่ำแย่ลงเพราะขบวนสินค้าถูกปล้นอีกทั้งยังไม่มีเฉินหนานคอยปกป้องแล้ว ถงเสี่ยวหยาจึงเป่าหูแม่สามีให้ขับไล่พวกนางแม่ลูกออกจากตระกูลก่อนจะมีคนตายเพิ่มนางเฉินเห็นดีเห็นงามด้วยนางไม่สนใจหยางชุนอีกแล้วเพราะเชื่อว่าเป็ลูกตัวซวยเช่นนี้ย่อมเป็ตัวซวยไม่ต่างจากมารดา