รอยนั่งรถมาสักพักจนมาถึงอาคารรับรองสถาบันศิลปะการต่อสู้S ซึ่งมีอาคารม.ต้นรายล้อมอยู่โดยรอบ ส่วนอาคารม.ปลายรอยยังไม่เห็นเลย
“เธอออกไปเดินเล่นดูรอบ ๆก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันไปจัดการธุระเื่เรียนของเธอเอง”
“ไม่ต้องให้ผมเข้าไปด้วยเหรอครับ?”
“ไม่ต้อง”
เดนนี่พูดเสร็จแล้วก็เข้าไปในอาคารรับรองทันที
“แล้วจะเดินไปไหนดีละทีนี้?” รอยมองไปรอบ ๆก็เห็นเพียงแค่สนามหญ้ากับเด็กที่วิ่งเล่นกัน พอเห็นแบบนั้นแล้วรอยก็นึกไปถึง่วัยเด็กของเขาที่แทบจะไม่ได้มีชีวิตชีวาเหมือนกับเด็กพวกนี้เลย แม้แต่เพื่อนสักคนใน่วัยนั้นก็ไม่มี
รอยไม่ได้เดินไปไหนไกล แต่พอเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งที่เตะบอลอยู่จึงได้เดินเข้าไปใกล้ ๆด้วยความสนใจ สนามฟุตบอลเหมือนกับมีอะไรบางอย่างปิดกั้นสนามไว้อยู่ รอยจึงพยายามที่จะเอามือเข้าไปแตะด้วยความสงสัยว่ามันคืออะไร
ก่อนที่รอยจะเข้าไปแตะกับบางสิ่งที่ปิดกั้นสนามด้วยความสงสัยก็มีเสียงกล่าวเตือนดังขึ้นมาจากที่ไกล ๆ
“เฮ้พี่ชายทำอะไรหนะ?”
“เอามือไปแตะแบบนั้นเดี๋ยวก็ถูกช็อตตายหรอก” เด็กหนุ่มผมแดงท่าทางทะมัดทะแมงวิ่งเข้ามาจับมือของรอยเพื่อห้ามปรามได้อย่างทันท่วงที
“ไอนี่มันคืออะไรเหรอ?”
“เอ๋...พี่ชายเป็เป็คนที่ไหนเนี่ยแค่ม่านพลังบาเรียแค่นี้ก็ไม่รู้จักเหรอ?” เด็กหนุ่มผมแดงมองดูรอยั้แ่หัวจรดเท้าทำหน้าอย่างกับคนป่าที่เพิ่งเห็นสิ่งมหัศจรรย์เป็ครั้งแรก
“คลื่นพลังทรงเหลี่ยมที่กางอยู่รอบเส้นสนามนี่หนะเหรอม่านพลังบาเรีย ของแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ?” รอยคิดไม่ถึงจริง ๆว่าโลกนี้สามารถสร้างสิ่งที่น่าเหลือเชื่อนี้ขึ้นมาได้
เด็กหนุ่มผมแดงเข้าใจในทันที นี่มันคนบ้านนอกเพิ่งจะเข้ากรุงจริง ๆด้วย
“ว่าแต่พี่ชายมาที่นี่ทำไมเหรอ?”
“ฉันเป็เด็กใหม่หนะกำลังจะเข้าเรียนที่นี่ว่าแต่อาคารเรียนม.ปลายอยู่ไหนหรอ ฉันมองดูก็เห็นเพียงแต่อาคารเรียนม.ต้นเท่านั้นเอง?”
“มองตรงนี้ไม่เห็นหรอกพี่ชาย โน่นเข้าไปลึกกว่านั้นอีก” เด็กหนุ่มผมแดงกล่าวบอกพร้อมกับชี้นิ้วไปทางด้านหลังอาคารรับรองที่มีถนนทอดยาวตรงไปอีกไกล
“ว่าแต่พี่ชายสนใจจะเล่นบอลด้วยกันรึเปล่า ทีมผมกำลังขาดคนอยู่พอดี”
แต่ละฝั่งมีด้วยกันอยู่ 6 คน ผู้รักษาประตู 1 ผู้เล่น 5 ความกว้างของสนามเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลที่เล่น 11 คนเลย ดู ๆไปแล้วแค่วิ่งขึ้นลงไปมาก็ลิ้นห้อยแล้วมั้งเนี่ย รอยมองดูลูกบอลที่กลุ่มเด็กตรงหน้าเตะเหมือนกับใช้แรงมหาศาลในการเตะส่งแต่ล่ะครั้งก็รู้สึกแปลกใจ ไหนจะท่วงท่าการวิ่งที่เหมือนจะลำบากนั่นอีก
“ไม่เอาหน่าพี่ชาย อย่าบอกนะว่าแค่เตะบอลพี่ก็เล่นไม่เป็”
รอยมองดูเด็กหนุ่มและคิดในใจ ไอเด็กนี่ความคิดในใจของมันแสดงออกทางสีหน้ามาหมดแล้ว ถ้าไม่คิดว่าเตะปากคนแล้วผิดก็อยากจะเตะปากมันสักทีจริง ๆ
“ได้ ๆไม่มีปัญหา”รอยตอบรับอย่างจนใจและเดินตามเด็กหนุ่มไปทางด้านหลังประตูที่มีทางเข้าอยู่ รอยที่เดินผ่านเข้าม่านพลังบาเรียมาก็ถึงกับเข่าทรุดลงทันทีมันเหมือนกับว่าโลกทั้งใบกดทับตัวเขาไว้อยู่
“เฮ้เพื่อนนั่นใครหนะ” กลุ่มเด็กที่ยืนอยู่ข้างสนามมองดูรอยอย่างสงสัยที่เพื่อนของเขาพาคนแปลกหน้าเข้ามา
“รุ่นพี่หนะ เห็นเขาว่าง ๆเลยชวนมาเล่นด้วย เรากำลังขาดคนอยู่พอดีมีตัวเสริมมาคงไม่เป็ปัญหาหรอกจริงไหม?”
“ใช่ แต่เขาจะไหวแน่นะ แค่แรงโน้มถ่วง 2 เท่าเขายังทรุดไปขนาดนั้นเลย”
ชายผมแดงมองรอยพร้อมกับยิ้มแล้วตอบกลับไป
“เขาแกร่งกว่าที่พวกนายคิดไว้ก็แล้วกัน แค่ตอนนี้ยังไม่ชินกับสภาพแรงโน้มถ่วงเท่านั้นเอง”
หนึ่งในกลุ่มเด็กพูดขึ้น
“ใช่...พวกนายก็รู้หนิว่าทิวาสายตาดีที่สุดกว่าใครอยู่แล้ว”
“เอานี่ฝากเสื้อกับรองเท้าให้พี่ชายคนนั้นด้วย”
รอยยังคงสับสนกับสิ่งที่กดทับตัวเขาอยู่และพยายามฝืนที่จะลุกขึ้นมาให้ได้จึงได้เปิดประตูผู้ใช้คำสาปเพื่อให้จิติญญาของเขาแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อทนรับกับแรงกดทับนี้
ฮึบ!!
รอยที่เปิดประตูผู้ใช้คำสาปแล้วทำให้เขาลุกขึ้นมาได้แต่ก็ยังคงรู้สึกลำบากอยู่มากอยู่ดี
“ดูเหมือนพี่จะชินกันสภาพแรงโน้มถ่วงในบาเรียได้แล้วซินะ” หนุ่มผมแดงพูดพร้อมยื่นเสื้อกีฬากับรองเท้ามาให้รอยเพราะเห็นว่ารอยลุกขึ้นเดินได้แล้ว
“โรงเรียนนี้สุดยอดเลยนะ มีของแบบนี้ให้กับนักเรียนด้วย” รอยรับชุดกับรองเท้ามาสวมใส่ทันทีรอยสวมเสื้อกีฬาสีน้ำเงินกับรองเท้าที่ได้มาแล้วให้ความรู้สึกแปลก ๆอย่างบอกไม่ถูก
หนุ่มผมแดงมองรอยที่กำลังคลำรองเท้าไปมาดูเหมือนจะสงสัยในทุกอย่างที่รับไปจึงได้อธิบายให้เข้าใจ
“เสื้อกีฬานั่นป้องกันการปะทะทางกายภาพที่จะเกิดขึ้นในสนาม ส่วนรองเท้าจะดูดซับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นจากแรงปะทะของลูกบอล” หนุ่มผมแดงพูดจบพร้อมกับยื่นลูกบอลมาให้รอยได้ัั
“ผมชื่อทิวา ว่าแต่พี่ล่ะชื่ออะไรผมจะได้เรียกถูก?”
“ยินดีที่ได้รู้จักทิวา ฉันชื่อรอย” รอยแนะนำตัวแล้วลองเอาบอลมาเดาะเล่น แต่ทันทีที่บอลกระทบถึงเท้ารอยก็รีบสะบัดเท้าออกทันทีเหมือนกับว่าเท้าของเขาไปกระแทกกับลูกเหล็กที่หนักเอามาก ๆอย่างงั้นแหละ
“โอ๊ย!! นี่มันลูกเหล็กหรือไงวะเนี่ย?”
“ฮ่าฮ่า แรก ๆก็งี้แหละพี่เดี๋ยวก็ชินไปเอง นี่มันโรงเรียนศิลปะการต่อสู้นะไม่ว่าจะกีฬาหรือวิชาเรียนทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับการต่อสู้ทั้งนั้น พี่ต้องรีบชินกับสภาพแวดล้อมแบบนี้ไว้นะเพราะระดับม.ปลายแรงโน้มถ่วงของสนามกีฬามีมากกว่าที่นี่หลายเท่าตัวเลย”
รอยถึงกับอึ้งไปเลยเพราะไม่คิดว่ายังจะมีสนามกีฬาที่มีแรงโน้มถ่วงสูงกว่านี้อยู่อีก
“พี่ลองดูสนามเทนนิสตรงนั้นซิ ไม้เทนนิสที่พวกเขาตีหนักกว่า 20 กิโลกรัมกับสนามแรงโน้มถ่วงที่พอ ๆกับสนามฟุตบอลการจะตีลูกแต่ละครั้งนี่ก็ยากลำบากไม่ใช่น้อย ส่วนสนามบาสตรงนั้นมีแรงโน้มถ่วงถึง 3 เท่าการจะชู้ตลูกก็มีแต่ต้องใช้การดั๊งเท่านั้น กว่าผมจะชินกับทุกกีฬาเล่นเอาซะแทบแย่ไปเลย”
รอยมองดูดวงตาของทิวาเพราะอยากจะอ่านใจว่าทำไมเ้าเด็กนี่ถึงได้มาบอกข้อมูลอะไรพวกนี้กับเขาทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรออกมาก่อนเลย แต่สิ่งที่รอยอ่านใจได้คือเ้าหมอนี่ก็แค่อยากจะสนิทกับรอยเท่านั้นไม่ได้มีความคิดที่ไม่ดีอะไรเลย
“ถ้าพี่เริ่มชินแล้วก็ลงสนามกันเถอะ”
ณ ห้องผู้อำนวยการ แดเนียล ครอฟ
ชายหนุ่มท่าทางเหมือนกับนักธุรกิจมองดูใบทดสอบสมรรถภาพร่างกายของรอยที่ได้รับการรับรองมาจากศูนย์ฝึกัขาว
“คุณนี่นะสร้างความลำบากให้กับผมจริง ๆ ระดับของเด็กคนนี้แทบจะไม่ผ่านเกณฑ์ระดับม.ปลายเลยด้วยซ้ำ นี่คุณคิดจะส่งเขาไปตายหรือยังไง การแข่งขันที่นั่นสูงขนาดไหนคุณก็น่าจะรู้ดี”
เดนนี่นั่งอยู่ที่โซฟาด้วยท่าทีสบาย ๆเงยหน้าขึ้นมาตอบ
“นายไม่ต้องเป็ห่วงไป เด็กคนนี้มีพัฒนาการเร็วกว่าที่นายคิดไว้เยอะ ยังไงโรงเรียนนายก็จัดทดสอบคัดคนออกทุกเดือนอยู่แล้วหนิ ถ้าเขาไม่ผ่านเกณฑ์ทดสอบจริง ๆก็ไล่เขาออกได้ตามใจชอบเลย”
“คุณพูดแบบนี้ดูเหมือนจะเชื่อในตัวของเด็กคนนี้พอควรเลยนะ แต่เขามีอาการความจำเสื่อมกับโรคมานากัดกร่อนมันจะไม่เป็ปัญหากับเด็กคนนี้จริง ๆงั้นเหรอ?”
“โรคมานากัดกร่อนของเขาเป็เคสพิเศษไม่มีปัญหาเื่สุขภาพแน่นอน ส่วนเื่ความจำเสื่อมเขาก็แค่จำเื่ราว่อายุที่ผ่านมาของตัวเองไม่ได้ก็เท่านั้น ความรู้ความเข้าใจของเขายังคงปกติดีทุกอย่างนายไม่ต้องเป็ห่วงไป”
“ถ้าคุณพูดรับรองถึงขนาดนี้แล้วผมก็ไม่มีปัญหา” แดเนียลพูดเสร็จก็ปั๊มตราประทับโรงเรียนไว้ที่ใบสมัครของรอย
“นั่นใช่ไหมเด็กที่คุณพามา?”
เดนนี่ลุกขึ้นมาดูรอยที่กำลังเตะบอลอยู่กับกลุ่มเด็กม.ต้น
“ใช่ ดูเหมือนเขาจะปรับตัวได้ไวอยู่นะ ความเร็วกับกำลังขาของเขาพอใช้ได้เลย”
“แม้งเอ้ยย! จะวิ่งกันเร็วอะไรขนาดนี้” รอยเหงื่อท่วมตัวยืนหอบลิ้นห้อยอยู่แนวหลังของทีม
กติกาก็ไม่ได้มีอะไรมาก วิธีเล่นก็เหมือนกับการเตะฟุตบอลทั่วไปแค่ห้ามใช้พลังพิเศษเข้ามาช่วย แต่สามารถโจมตีฝั่งตรงข้ามโดยการใช้แค่ลูกบอลเพียงเท่านั้น รอยคิดเพียงว่าวิ่งเตะบอลส่งเพื่อนในทีมก็ว่ายากแล้วแต่นี้ยังต้องใช้บอลโจมตีคู่ต่อสู้อีก
คู่ต่อสู้วิ่งเลี้ยงบอลเข้ามาหารอย รอยพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะสกัดและมองความคิดในใจของอีกฝ่ายว่ากำลังจะทำอะไร
“หมอนี่ดูเก้เก้กังกังขออัดที่หน้าสักทีก็แล้วกัน” ถึงรอยจะรู้ความในใจของอีกฝ่ายว่ากำลังจะทำอะไร แต่ร่างกายก็ขยับหนีไม่ทันแล้วก็ถูกฝ่ายตรงข้ามเตะบอลกระแทกหน้าเข้าอย่างจังจนหงายหลังล้มตึงไปเลย
อั๊ก!
แรงกระแทกของบอลแทบจะทำให้รอยสติหลุด รอยพยายามรีบลุกขึ้นมาแต่ก็ไม่ทันการแล้วเพราะฝ่ายตรงข้ามวิ่งเร็วมากจนไปถึงระยะยิงหน้าประตูโกลเสียแล้ว
“เป็ไงบ้างพี่ชาย เริ่มเข้าใจวิธีการเล่นแล้วซินะ” ทิวายื่นมือออกมาจับรอยให้ลุกขึ้นมาได้ง่ายขึ้น
รอยเอามือจับที่มุมปากเพราะได้กลิ่นคาวเืที่ไหลออกมา
“เล่นเอาซะปากแตกเลยนะ เริ่มเข้าใจบ้างแล้วนายไม่ต้องเป็ห่วงไป”
ทุกคนพอเห็นรอยไม่เป็อะไรแล้วก็กลับมาเล่นกันต่อ รอยเริ่มเข้าใจแล้วว่าทุกคนพยายามใช้ชุดป้องกันลูกบอลจากฝ่ายตรงข้ามเพื่อรับแรงกระแทกไม่ให้าเ็เหมือนกับรอยที่โดนไปก่อนหน้านี้ แต่เพราะรอยที่ดูเหมือนจะเป็จุดอ่อนของทีม ฝั่งตรงข้ามก็บุกมาทางรอยซะเป็ส่วนใหญ่จึงทำประตูไปได้อย่างง่ายดายหลายประตู
รอยเล่นได้ไม่นานก็ถูกเปลี่ยนตัวออกเพราะไม่มีแรงแม้แต่จะเดินต่อแล้ว
“แฮ่ก ๆสนามบาเรียบ้าอะไรกันวะเนี่ย นี่มันสนามทรมานกันชัด ๆ”
“เ้าเด็กทิวานั่นเล่นเก่งเป็บ้า ยืนคุมกลางสนามได้แทบจะทั่วทั้งหมด” รอยมองดูทิวาเล่นเหมือนกับว่าเขามองเห็นทั่วทั้งสนามไม่ว่าจะจ่ายบอลหรือป้องกันก็สามารถคุมเกมได้ทั้งหมดแถมการส่งแต่ล่ะครั้งยังทะลุช่องให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างกับจับวาง
รอยนอนแผ่หลาอยู่พักใหญ่จนเดนนี่เดินมาตาม
“รอย ไปกันเถอะฉันจัดการธุระของเธอเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
“ครับ” รอยตอบรับแล้วถอดของที่ได้รับมาให้กับคนที่รออยู่ข้างสนามไป
“นั่นใครหน่ะ ผู้อำนวยการถึงกับเดินมาส่งแบบนั้น” กลุ่มคนที่อยู่ข้างสนามมองดูเดนนี่อย่างสนใจเพราะนาน ๆทีจะเห็นผู้อำนวยการเดินออกมาส่งคนนอกอย่างนี้
“ดูเหมือนจะรู้จักพี่ชายที่เล่นอ่อน ๆนั่นด้วยนะ”
รอยที่เหงื่อชุ่มไปทั้งตัวเดินออกมาหาเดนนี่อย่างอ่อนแรงทำตัวเหมือนกับคนที่พร้อมจะสลบไปได้ทุกเมื่อ
“นี่คือผู้อำนวยการของโรงเรียนนี้” เดนนี่แนะนำคนข้าง ๆให้รอยได้รู้จัก
“สวัสดีนักเรียน รอย วิลเลี่ยม ฉัน แดเนียล ครอฟ เป็ผู้อำนวยการของโรงเรียนศิลปะการต่อสู้S ยินดีที่ได้รู้จัก”
“เช่นกันครับ”
“ดูสภาพเธอวันนี้คงจะเรียนต่อไม่ไหวแล้ว ไปพักสักหนึ่งวันก่อนก็แล้วกันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มมาเรียน”
“เข้าใจแล้วครับ”
ทิวามองดูทั้งสามคนพร้อมกับยิ้มมุมปาก “ดูท่าจะเป็คนที่ไม่ธรรมดาจริงด้วย ชักจะอยากตีสนิทด้วยจริง ๆซะแล้วซิ”
ภายในห้องผู้อำนวยการมี 3 คนใส่ชุดสูทยืนมองดูรอยที่หน้าต่างตอนกำลังนั่งรถออกไปจากโรงเรียน
ซีโน่ที่สวมหนังมนุษย์เทียมที่ตอนนี้กลายเป็หน้าชายมีอายุกล่าวถาม
“ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะรู้จักกับผู้อำนวยการโรงเรียนศิลปะการต่อสู้Sนี้”
คาร่าที่สวมหนังมนุษย์เทียมเช่นกันตอบรับอย่างจริงจัง “ถึงเราจะได้ที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยแล้วใช่ว่าจะประมาทได้นะ ลูกหลานของคนมีอำนาจเหล่านี้พวกนายก็ระวังตัวไว้หน่อยก็แล้วกันและทำหน้าที่ที่แดเนียลมอบหมายให้ดีก็พอ”
“ให้ทำตัวเป็คนตัดหญ้าเนี่ยนะ?” ดุ๊กที่ถึงแม้หน้าตาจะเปลี่ยนไปแต่รูปร่างที่อ้วนท้วมของเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลงโวยวายขึ้นมาทันที
“เอาหน่ารูปร่างหน้าตาของนายตอนนี้เหมาะกับงานนี้ที่สุดแล้ว”
“อืมฉันก็เห็นด้วยกับคาร่านะ”