ทันใดนั้น ตำราหมื่นเข็มมายา ที่ถูกเก็บซ่อนในห้วงมิติแห่งสายเืก็สว่างวาบขึ้น ตัวอักษรเรืองแสงบรรทัดแล้วบรรทัดพวยพุ่งออกมา ราวกับฝนโปรยปรายที่ร่วงหล่นลงตรงกลางหว่างคิ้วของหลิวอวิ๋นเหยา
“นี่มัน…” เธอเบิกตากว้าง ก่อนจะทรุดตัวลงโดยไม่รู้ตัว
ความรู้และเคล็ดวิชาอันลึกล้ำ ั้แ่การเปิดปิดลมปราณ การใช้เข็มทองกระตุ้นเส้นชีพจร ไปจนถึงวิชาการรักษาที่เหนือกว่าการแพทย์ใด ๆ ถาโถมเข้ามาในสมองเธออย่างไร้ที่สิ้นสุด
เสียงก้องของผู้พิทักษ์กำลังขานรับ “ทายาท…เ้าคือผู้สืบทอดพสุมายาและตำราหมื่นเข็มมายา ความรู้เหล่านี้เป็ทั้งพลังและพันธสัญญา อย่าได้ลืม…”
หลิวอวิ๋นเหยากัดฟันแน่น เธอพยายามควบคุมไม่ให้สติเลือนหาย ความร้อนจากเส้นชีพจรทั่วร่างกายค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็พลังนิ่งสงบ ก่อนจะตกผลึกเป็ความเข้าใจที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อแสงสุดท้ายดับลง เธอก็ค่อย ๆ ลืมตาอีกครั้ง ดวงตาที่เคยสับสน บัดนี้กลับล้ำลึกและมั่นคงราวกับทะเลสาบที่ผ่านพายุโหมกระหน่ำ เพราะจากนี้ไป หลิวอวิ๋นเหยาจะไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาอีกต่อไป แต่เธอคือผู้พสุมายาและหมื่นเข็มมายาที่ถูกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
“ในที่สุด…ลูกหลานตระกูลอวี๋ก็มาเยือนพสุมายาเสียที”
เสียงทุ้มของผู้พิทักษ์ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของหลิวอวิ๋นเหยาอีกครั้ง ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป
เมื่อหลิวอวิ๋นเหยาได้สติอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือภาพอันงดงามราวกับแดน์ ดวงอาทิตย์ทอแสงอบอุ่นทั่วผืนฟ้า สายลมพัดความสดชื่นจนใบหญ้าไหวระริก
เบื้องหน้าเป็ทุ่งกว้างเขียวขจี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยไร่นาและผืนดินดำอันอุดมสมบูรณ์ พืชผักผลไม้หลากหลายชนิดหอมกรุ่นไปทั่วบริเวณ
และที่สะดุดตาคือต้นไม้ั์สูงเสียดฟ้า ลำต้นกว้างใหญ่จนคนหลายสิบคนโอบรอบได้ทีเดียว เปลือกไม้เรียงเป็เกล็ดคล้ายหยกอ่อน แทรกด้วยเส้นเรืองแสงสีทอง ผืนดินรอบต้นไม้ปกคลุมไปด้วยหญ้าเขียวอ่อนที่ส่งกลิ่นหอมเย็นละมุน
“อ่า… หรือว่าฉันตายไปแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะได้มาอยู่ในแดน์แบบนี้ได้ยังไง” หลิวอวิ๋นเหยาเอ่ยพึมพำ ดวงตากวาดมองไปทั่วบริเวณ
เธอเดินตรงไปยังต้นไม้ั์กลางลาน กลิ่นหอมแ่ ๆ ของดอกไม้ลึกลับลอยมาตามสายลม ทุกย่างก้าวที่เธอเดินเข้าใกล้ ต้นไม้ั์ก็ยิ่งเปล่งแสงแรงขึ้น
“โอ้โห ต้นไม้แบบนี้แหละ ที่ฉันฝันอยากจะได้มาั้แ่เด็กแล้ว!” หลิวอวิ๋นเหยาเงยหน้ามองจนคอตั้งบ่า ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับเหมือนเด็กน้อย
“ถ้าสร้างบ้านอยู่บนนั้น แล้วเปิดหน้าต่างมาเห็นวิวสวย ๆ ทุกวัน มันจะดีแค่ไหนนะ แถมไม่ต้องกลัวใครมาบุกรุกด้วย ฮี่ฮี่~”
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางก้าวเดินต่อไป หัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูก “อืม… ถ้าได้แขวนชิงช้าไว้บนกิ่งใหญ่ ๆ ตรงนั้นด้วยก็คงจะดี นั่งแกว่งไปแกว่งมา ลมพัดเย็น ๆ โอ๊ย~ แค่คิดก็มีความสุขแล้ว”
เมื่อเข้าไปใกล้ เธอก็พบว่ามีบ้านซ่อนอยู่ภายในต้นไม้นั้น ประตูไม้สูงใหญ่เปิดออกด้วยคำสั่งเสียง เผยให้เห็นห้องโถงโปร่งโล่ง เพดานสูงเสียดฟ้า มีโต๊ะยาวแกะสลักลายัหงส์สำหรับรับแขก
ผนังบ้านไม่ใช่หินหรือไม้ที่ตายแล้ว ทว่ากลับเป็ผนังที่ยังมีชีวิต ใบไม้เรียงทับซ้อนกันอย่างแ่า สลับกับเถาวัลย์ที่เกี่ยวกระหวัดคดเคี้ยวอย่างงดงาม ดอกไม้เรืองแสงเบ่งบานอยู่ตามซอกมุม เปล่งประกายสีม่วงน้ำเงินทองตัดกับความเงียบสงบ
หลิวอวิ๋นเหยาก้าวเข้าไปในบ้าน ดวงตาโต ๆ กวาดมองไปทั่ว “โห นี่มันบ้านในฝันชัด ๆ เลย!” เธอเผลอยิ้มกว้างออกมา “มีผนังต้นไม้แบบนี้คงไม่ต้องซื้อเครื่องฟอกอากาศแล้วใช่ไหม ฮ่าฮ่า~”
ห้องต่าง ๆ แตกแขนงไปตามกิ่งใหญ่ ๆ ของต้นไม้ มีสะพานไม้โค้งทอดยาวเชื่อมต่อระหว่างห้อง แต่ละก้าวที่เดินไปเหมือนกำลังเหยียบอยู่บนกิ่งไม้ที่ลอยเหนือทะเลหมอก ด้านนอกเป็ทิวทัศน์ูเาและทะเลสาบที่ไม่มีอยู่จริงในโลกภายนอก
เธอหันมองไปรอบ ๆ แล้วกระซิบกับตัวเองเบา ๆ “อื้ม… ถ้ามีห้องนอนเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในกิ่งนั้น แล้วเอาเปลญวนมาแขวนไว้ตรงนี้ โอ้ย~ ไม่อยากออกไปข้างนอกอีกเลยนะเนี่ย!”
หัวใจของอวิ๋นเหยาพองโตอย่างบอกไม่ถูก ราวกับความฝันในวัยเด็กที่อยากมี ‘บ้านต้นไม้’ กลายเป็จริงขึ้นมาแล้ว
“โอ้ ดูเฟอร์นิเจอร์ของแต่ละห้องนี่สิ ลายแกะสลักละเอียดประณีตขนาดนี้ คุณภาพแบบนี้ต้องมีอายุเป็พันปีแน่ ๆ”
เธอก้าวเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ดวงตาเป็ประกายเหมือนเด็กที่เจอของเล่นชิ้นใหม่ เตียงสี่เสาทำจากไม้หอม แกะสลักลวดลายวิจิตรเข้าคู่กับตู้หัวเตียง ผ้าปูทำจากผ้าไหมเนื้อละเอียดลื่นละมุนยิ่งกว่าที่เคยััมา กลิ่นอายหรูหราลอยอบอวลรอบห้อง
“โฮ้…ถ้าฉันมีห้องแบบนี้ั้แ่เด็ก คงไม่ยอมออกไปวิ่งเล่นข้างนอกแน่ ๆ” เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะวิ่งพุ่งไปบนเตียง ะโนอนแผ่เป็ตัว 大 อย่างสบายสุด ๆ “นี่สิ ์ของจริง!”
เธอลุกขึ้นสำรวจต่อ เห็นห้องน้ำเป็โถงกว้าง มีอ่างสปาหินหยกขาวแกะลายเมฆมงคลและเถาวัลย์เรืองแสง น้ำใสสะอาดเอ่อล้นด้วยกลิ่นหอมสดชื่น “แค่ได้ลงไปแช่ ฉันคงลืมทุกเื่วุ่นวายไปเลยล่ะ”
ทุกห้องที่เดินผ่านก็หรูหราไม่แพ้กัน ทั้งโต๊ะ ตู้ เตียงต่างเปล่งประกายราวกับหลุดมาจากวัง์ อวิ๋นเหยามองไปรอบ ๆ แล้วอดยิ้มกว้างไม่ได้ โลกใบนี้ เหมือนถูกสร้างมาเพื่อให้เธอได้ปล่อยใจเป็เด็กอีกครั้งจริง ๆ
ห้องสมุดมีชั้นวางหนังสือล้อมรอบเป็วงกลม มีตำราโบราณทั้งตำราการแพทย์ ตำราพิชัยา และตำราเวทย์พิเศษ
หลิวอวิ๋นเหยากวาดตามองไปรอบ ๆ ดวงตาเปล่งประกายด้วยความทึ่ง “ตำราแต่ละเล่ม… ประเมินค่าไม่ได้เลย”
ติดกันเป็ห้องดนตรี เครื่องดนตรีโบราณหลากหลายประเภทวางเรียงรายอย่างประณีต
ตรงกลางเป็แท่นหินหยกขาวตั้งกู่ฉิน 7 สาย ด้านขวามีกู่เจิ้งยาวกว่า 20 สาย ด้านซ้ายมีผีผา 4 สาย มุมห้องอีกด้านหนึ่งมีเอ้อหู ถัดไปมีเซียวและตี้จื่อ ขลุ่ยไม้ไผ่ ด้านหลังสุดมีเซิ่ง เครื่องเป่าทรงโบราณ อีกมุมหนึ่งวางกลองใหญ่ (ต้ากู่) และฉาบโป๋
ทุกชิ้นปกคลุมด้วยม่านพลังป้องกัน บางครั้งยังได้ยินเสียงดนตรีโบราณแว่วออกมาเอง
หลิวอวิ๋นเหยาเดินช้า ๆ ลูบไล้ผ่านเครื่องดนตรีบางชิ้น สายตาเหลือบมองรายละเอียดทุกเส้นสาย เธอััได้ทันทีว่าเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นไม่ได้มีเพียงความงดงาม แต่พลังิญญาที่อยู่ในนั้นไหลเวียนและเข้มข้นอย่างน่าทึ่ง ทั้งยังให้ความรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด