บทที่ 33: หมากกลยึดเมือง
ท้องฟ้านครหลวงสวรรค์ยามราตรีถูกบดบังด้วยหมู่เมฆหนาทึบจนบรรยากาศโดยรอบดูมืดมิดและเยือกเย็นเป็นพิเศษ ลมหนาวพัดกระโชกแรงผ่านซอกตึกหินโบราณส่งเสียงหวีดหวิวชวนขนลุก ทว่าแสงไฟจากคบเพลิงนับหมื่นดวงกลับสว่างไสวเจิดจ้าไปทั่วกำแพงวังหลวงและประตูเมืองชั้นใน ทหารกบฏในสังกัดของอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ได้เปิดฉากทำรัฐประหารล้อมพระราชวังหลวงและเข้าควบคุมตึกหน่วยงานราชการทั้งหมด เมืองหลวงถูกปิดตายและประกาศกฎอัยการศึก ห้ามมิให้สามัญชนคนใดก้าวเท้าเดินออกจากเรือนเด็ดขาด ประชาชนคนธรรมดาต่างปิดหน้าต่างลงกลอนเงียบสนิทด้วยความหวาดกลัวสงครามกลางเมือง
"ล้อมวังหลวงไว้ให้หมดทุกจุดประตู! ห้ามปล่อยให้ใครเล็ดลอดหนีออกไปแจ้งข่าวหรือหนีรอดได้เด็ดขาด! เมื่อท่านอัครเสนาบดีได้ตัวองค์รัชทายาทและฮ่องเต้ทรราชจีเฟิงแล้ว แผ่นดินหลวงสวรรค์นี้จะแปรเปลี่ยนกลายเป็นของตระกูลหลี่อย่างสมบูรณ์แบบในคืนนี้!" เสียงผู้บังคับบัญชาทหารกบฏสวมเกราะเหล็กแผดเสียงตะโกนสั่งการทหารนับพันที่ประจำการตรึงกำลังรอบพระราชวังหลวง
ห่างออกไปประมาณสามลี้ ณ หอสังเกตการณ์อาคารสูงชานเมืองหลวงสวรรค์ที่มืดมิดและไร้ผู้คน ผมยืนทอดสายตามองขบวนค่ายกลทหารกบฏล้อมวังอย่างสงบและเยือกเย็น ในมือถือพัดกระดาษคู่ใจโบกพัดลมเบา ๆ ท่าทางผ่อนคลายดุจกำลังนั่งชมมหรสพ ข้างกายมีลู่เหมยหลิน ไป๋หลิง เฉินฮวา ซูเหยียน และจีเสวี่ย ยืนล้อมรอบคอยรับฟังคำสั่งเชิงยุทธวิธีของสามีจอมกะล่อน
"สามี... ทหารกบฏมีจำนวนมากกว่าพวกเราหลายเท่าตัว แถมยังยึดชัยภูมิสำคัญในวังหลวงและตั้งขบวนค่ายกลดักทางเข้าไว้แน่นหนาทุกประตูทางเข้าออก พวกเราจะทะลวงเข้าไปช่วยเสด็จพ่อและพี่ชายของข้าได้อย่างไรกันเจ้าค่ะ? ข้ากลัวว่าพวกมันจะทำอันตรายแก่ราชวงศ์ก่อนพวกเราจะบุกถึง" จีเสวี่ยเอ่ยถามน้ำเสียงกระสับกระส่ายชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นดวงตาปั่นป่วนด้วยความกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง
ผมแสยะยิ้มกะล่อนอย่างมั่นใจและแสนเจ้าเล่ห์พราวเสน่ห์ พร้อมหยิบแผ่นกระดานหมากรุกศิลาสีทองสว่างเรืองแสงวิเศษขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้หรูหรา: *"เมียรักทั้งหลายจ๋า ข้าศึกคิดว่าการตั้งขบวนปิดล้อมค่ายกลแบบแน่นหนาเช่นนี้จะไม่มีช่องโหว่ ทว่าในสายตาปราชญ์หมากสากลของผม การเดินขบวนทัพกบฏแบบนี้มันไม่ต่างจากการวางหมากตายรอโดนสอยกินทั้งกระดานหรอกโว้ยจ้ะ! ค่ายกลนี้แสร้งแข็งแกร่งทว่ากลวงใน ข้าจะใช้กลยุทธ์แอบแฝงจู่โจมทะลวงจุดตายสยบพวกมันแบบไม่ต้องออกแรงปะทะตรง ๆ ให้เหนื่อยแรงสะโพกและพละกำลังเนื้อตัวของพวกเราเลยล่ะจ้ะ!"*
[ ติ๊ง! ]
[ โฮสต์เปิดใช้งานทักษะหมากสวรรค์คำนวณทิศทางเดินหมากของระบบสำนักแมงดา! ]
* *วิเคราะห์ระบบ:* ขบวนทัพกบฏตั้งค่ายกล "พยัคฆ์ล้อมเหยื่อสิบแปดทิศ" มีจุดบอดสำคัญอยู่ที่ทางเข้าท่อน้ำทิ้งระบายน้ำทิศตะวันตกเฉียงใต้และแนวกำแพงท้ายวังชั้นในที่ขาดพลลาดตระเวนสม่ำเสมอ
* *ของรางวัลภารกิจกวาดล้างกบฏล้างบางตระกูลหลี่:* บัตรแต้มคูณสองสวาท + ยาฟื้นฟูปราณวิเศษฟื้นคืนชีพจร
"เฉินฮวาเมียรักยอดทหารแกร่ง! เจ้าจงนำกองกำลังทหารเกราะดำหนึ่งพันคน แกล้งเข้าโจมตีทางประตูทิศตะวันออกเป็นตัวล่อชั้นยอด จัดการตีกลองศึกให้ดังสนั่นปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เผากระโจมด้านหน้าสร้างความโกลาหลโวยวายให้พวกมันคิดว่าทัพหลักบุกทางนั้นโว้ยจ้ะ!" ผมเริ่มออกคำสั่งอย่างเป็นงานเป็นการ วางแผนเดินเกมหมากกลลวงตา
"รับทราบจ้ะสามีรัก! เรื่องปะทะโวยวายทุบหัวคนขอให้บอกเฉินฮวาเถอะ ข้าจะทุบประตูตะวันออกให้แตกกระจายและโห่ร้องจนพวกมันหัวหมุนจนลืมทางกลับบ้านแน่นอน!" แม่ทัพสาวผิวสีน้ำผึ้งกล้ามเนื้อสวยงามกำหมัดเหล็กยิ้มกะล่อนดุดันก่อนจะนำกำลังเคลื่อนทัพแยกย้ายออกไปในเงาความมืดทันที
"ไป๋หลิงและซูเหยียน! พวกเจ้าสองคนจงนำทหารยอดฝีมือสำนักของพวกเรา ปีนฝ่าขึ้นทางแนวกำแพงท้ายวังทิศเหนือ จัดการลอบสังหารเงียบ ๆ นายกองที่คุมพลธนูบนหอคอย และปล่อยควันยาสลบโอสถราคะระดับต่ำขวางทางหนุนศึกข้าศึกไม่ให้พวกมันตั้งตัวหรือเดินทัพมาช่วยประตูหน้าได้โว้ย!"
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะสามี/เข้าใจแล้วจ้ะสามีรักสัญญารักพวกเราจะทำอย่างดีที่สุด!" สองสาวตอบรับเสียงหวานพร้อมเพรียงก่อนจะสะบัดร่างทะยานร่างรวดเร็วประดุจสายลมจางหายไปท่ามกลางเงามืดของรุ่งราตรี
"ส่วนเหมยหลินและจีเสวี่ย เดินตามหลังสามีรูปงามหล่อเหลาคนนี้เข้าไปทางท่อระบายน้ำทิ้งลับก้นคลังสมบัติหลวงสวรรค์ ทะลวงเข้ากลางโถงหลวงท้องพระโรงจับตัวไอ้แก่อัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่โดยตรงโว้ยจ้ะพี่น้อง! งานนี้ไม่มีใครล่วงรู้แน่นอน!" ผมยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์คว้าเอวบางอ้อนแอ้นของสองสาวมากอดหอมแก้มซ้ายขวาคนละฟอดใหญ่จนพวกนางหน้าแดงฟาดค้อนวงใหญ่ใส่ด้วยความเขินอายปนขำขันความสัปดนไร้เวลาของผม
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นในเวลาต่อมาอย่างรวดเร็ว เสียงกลองศึกและเสียงปะทะกวัดแกว่งดาบดังสนั่นหวั่นไหวทางประตูทิศตะวันออกจากการโจมตีลวงของเฉินฮวา ทหารกบฏพากันหลงกลตกใจคิดว่าเป็นกองทัพหนุนหลักจึงแห่กันไปหนุนช่วยทางนั้นจนแทบเกลี้ยงเมืองหลวง ในขณะที่กำแพงท้ายวังทิศเหนือตกอยู่ในความเงียบงันปนโกลาหล ควันยาสลบสูตรวิเศษของซูเหยียนแผ่กระจายละมุนไปตามสายลม ทหารธนูบนกำแพงพากันง่วงเหงาสลบไสลร่วงหล่นลงมาทีละคนจากพลังคมกระบี่ของไป๋หลิงที่กวัดแกว่งอย่างเงียบกริบสยบรวดเร็ว
ผมพาเหมยหลินและจีเสวี่ยแฝงตัวลอบเดินผ่านทางท่อน้ำทิ้งใต้ดินจนขึ้นมาถึงห้องโถงลับใต้ดินกลางโถงท้องพระโรงหรูหราสีทองระยิบระยับ ปรากฏร่างของอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ที่บัดนี้สวมชุดมังกรเหลืองทองแปลกตาเตรียมราชโองการปลอมประทับตราหยกชิงราชบัลลังก์ ข้างกายมีองครักษ์เงาทมิฬสวมชุดดำสนิทขอบเขตแกนทองคำขั้นที่ 7 คอยคุ้มกันอยู่สิบนายส่งไอสังหารคมกริบปกคลุมทั่วบริเวณ
"หลี่หลินฝู่! ไอ้แก่ตัณหากลับมักใหญ่ใฝ่สูง คิดจะชิงบัลลังก์จักรพรรดิสะเทือนแผ่นดิน ถามพัดกระดาษคู่ใจของข้าเซียวเฉินหรือยังโว้ยจ้ะปู่!" ผมก้าวเท้าเตะประตูไม้หรูหราลายสลักจนพังพินาศสะเก็ดไม้กระเด็นพุ่งร่างเข้ามากลางห้องโถงหลวงอย่างหล่อเหลาจับใจดึงดูดสายตา
"เซียวเฉิน! ไอ้เด็กบ้าขยะแต่งเข้าตระกูลลู่! เจ้ายังมีชีวิตรอดจากป่าทิพย์มาได้ยังไงกัน?! จอมพลเยี่ยเสี้ยวของข้าล่ะ?! องครักษ์เงาทมิฬ! ฆ่ามันซะ! อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตรอดออกไป!" หลี่หลินฝู่สะดุ้งตัวลอยหน้าซีดเผือดร้องตะโกนสั่งการด้วยความตื่นตระหนกตกใจเนื้อตัวสั่นเทา
องครักษ์เงาทมิฬทั้งสิบนายชักดาบสั้นอาบยาพิษสีครามเข้มข้นพุ่งทะยานร่างเข้ามาหาผมประดุจภูตผีปีศาจล่าวิญญาณ ผมแสยะยิ้มกะล่อนสะบัดพัดเหล็กคู่กายโคจรเพลงกระบี่สวรรค์เก้าดาราขั้นต้นที่เพิ่งปลดล็อก แผ่เงากระบี่สีม่วงทองนับร้อยพุ่งแหวกอากาศฟาดสกัดกั้นจนดาบสั้นของข้าศึกแตกหัก
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ตูม!*
แรงกดดันขอบเขตแกนทองคำขั้นที่ 3 ของผมบดขยี้ดาบสั้นอาบยาพิษและค่ายกลเงาทมิฬแหลกละเอียดในชั่วพริบตาเดียวประดุจกิ่งไม้แห้งโดนทับ ผมก้าวเท้าสืบก้าวสลักท่าร่างเบาดีดตัวตบหน้าองครักษ์เงาทมิฬทีละคน เสียงดัง *เพียะ! เพียะ! เพียะ!* จนพวกมันฟันร่วงกระดูกคอหลุดปลิวลอยไปชนกำแพงหินสลบกองรวมกันพะเนินหน้าตั่งบัลลังก์มังกรอย่างง่ายดายไร้ขีดจำกัดใด ๆ สยบลงในเวลาไม่ถึงสิบอึดใจ
ผมเดินสืบเท้าด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์เข้าไปหาอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ที่บัดนี้ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกหมาตกน้ำฉี่แทบราดรดกางเกงไหม คุกเข่าโขกหัวอ้อนวอนขอชีวิตละล่ำละลักปานสุนัขขี้เรื้อนหมดท่าขุนนางใหญ่ ข้าใช้พัดกระดาษตบหน้าผากของมันเบา ๆ หนึ่งทีจนมันตาเหลือกสลบเหมือดล้มลงนอนกองกับพื้นดินใต้บัลลังก์มังกรทองอย่างหมดสภาพสลบไสล
[ ติ๊ง! ]
[ ภารกิจกวาดล้างกบฏและกอบกู้บัลลังก์วังหลวงนครหลวงสำเร็จเรียบร้อยแล้วจ้ะโฮสต์! ]
* *ได้รับของรางวัล:* บัตรแต้มคูณสองสวาท + ยาฟื้นฟูปราณวิเศษฟื้นพลังบ่มเพาะ
* *ระดับความประทับใจของฮ่องเต้และราชวงศ์พุ่งขึ้นขีดสุดยอดวีรบุรุษแผ่นดิน!*
กองกำลังทหารกบฏภายนอกรอบจวนเมื่อรู้ว่าผู้นำกบฏอย่างอัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่และองครักษ์ฝีมือดีโดนเซียวเฉินจับตัวล้างบางจนหมดสิ้น ต่างพากันหวาดกลัวยอมแพ้วางอาวุธมอบตัวคุกเข่าสารภาพผิดกันหมด นครหลวงกลับคืนสู่ความสงบสุขในเวลาชั่วข้ามคืนอันรวดเร็วด้วยสติปัญญาการเดินหมากของเซียวเฉิน
ยามรุ่งสาง ฮ่องเต้จีเฟิงและเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดีต่างคุกเข่าปรบมือชื่นชมเซียวเฉินกลางท้องพระโรงทองคำ ยอดขุนนางและประชาชนทั่วทั้งนครหลวงต่างแซ่ซ้องสรรเสริญวีรบุรุษผู้ขจัดภัยแผ่นดินตระกูลลู่ขยายอำนาจก้องฟ้าแผ่นดินหลวงสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง ทั่วทั้งเมืองมีแต่เสียงสรรเสริญความเก่งกาจหล่อเหลาของแมงดาสยบปฐพีผู้นี้
ผมหันไปส่งสายตาเจ้าชู้กะล่อนวิบวับละลายใจให้องค์หญิงใหญ่จีเสวี่ยและลู่เหมยหลินที่แอบส่งยิ้มหวานดวงตาเยิ้มแก้มแดงระเรื่อมาให้อยู่ข้างหลังอย่างคลั่งรักใคร่เคียงคู่สวาทกะล่อนยิ่งนัก: *'อิ ๆ... สยบศึกพวกกบฏเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วจ้ะคนงาม คืนนี้สามีต้องจัดฉลองใหญ่นอนสบายนวดหลังนวดสะโพกเหล็กไหลแบบคู่รักสี่คนสวาทจัดหนักจัดเต็ม ใน ห้องหอกลางเตียงนอนหอคู่รักแสนสวยให้สะโพกพังระเบิดกระจุยและสะกดระบบปั๊มแต้มฉลองชัยชนะครั้งใหญ่แน่นอนโว้ยจ้ะพี่น้อง! รับรองเตียงเตียงสั่นสะเทือนวังหลวงลั่นป่าแน่นอนโว้ยจ้ะ!'*
(โปรดติดตามบทต่อไป...)