Puppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 107

            แน่นอนว่าเวินลี่ไม่พอใจกับท่าทีของชวีเสี่ยวปอที่ไม่ต้องการให้คนไปส่งเป็นอย่างมากแต่ความไม่พอใจนี้ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยเพราะที่ชวีเสี่ยวปอยอมรับปากเธอว่าจะให้หาครูมาสอนพิเศษที่บ้านแค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เวินลี่ปล่อยเรื่องเหล่านี้ไปชั่วคราวโดยเฉพาะหลังจากที่ชวีเสี่ยวปอบอกว่ามีเพื่อนในห้องไปกับเขาด้วย

     

            “ใครเหรอ? ซือจวิ้นหรือเปล่า? ” เวินลี่ยัดกล่องนมที่ชวีเสี่ยวปอไม่ทันได้ดื่มในตอนเช้าลงไปในกระเป๋าเสื้อคลุมพร้อมทั้งถามขึ้น

     

            “ไม่ใช่ครับ” ชวีเสี่ยวปอพูดออกไปอย่างคลุมเครือพลางดึงกระเป๋าหนังสือที่มีหนังสืออยู่ไม่ถึงสองเล่มขึ้นมาเล็กน้อย

     

            “ถ้างั้นคือใครล่ะ? ” เวินลี่ถามซักไซ้จนถึงที่สุด“แม่จำได้ว่าซือจวิ้นกับลูกไม่ได้อยู่ทางเดียวนี่? ”

     

            “ผมจะมีเพื่อนคนอื่นไม่ได้เลยหรือไงครับ? ” ในตอนที่ชวีเสี่ยวปอพูดคำว่าเพื่อนคำนี้ออกมาเขามักจะระมัดระวังไปโดยไม่รู้ตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเซี่ยเจิงแล้วเขาก็มักจะกลัวว่าจะหลุดปากพูดออกไปเป็นคำว่าแฟน

     

            “ถึงยังไงแม่ก็ยังไม่เคยเจอเลยนี่” เวินลี่ทำหน้ามุ่ยขึ้นมาแต่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อารมณ์เสียตั้งแต่ในยามเช้าหัวข้อสนทนาจึงหยุดไว้แต่เพียงเท่านี้ ชวีเสี่ยวปอหยิบไม้ค้ำมาจากมือของเวินลี่มาแล้วเดินออกไปโดยพยุงตัวไว้กับไม้ค่ำอย่างไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่

     

            เมื่อเดินออกไปไกลพอสมควรก็ยังคงได้ยินเสียงเวินลี่ตะโกนขึ้นมาว่า : “ค่อยๆ เดิน !”

     

            ในตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นมาเรื่อยๆ แล้ว

     

            ชวีเสี่ยวปอเดินหอบหายใจเฮือกๆ จนมาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน ในขณะนี้ท้องฟ้ายังคงเป็นสีขาวราวกับว่ามีหมอกหนาที่ยังไม่จางหายไปปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่งแต่ชวีเสี่ยวปอก็มองเห็นเซี่ยเจิงที่ยืนรออยู่ตรงนั้นได้ในทันที

     

            กับ...รถสามล้อของเขา?

     

            ชวีเสี่ยวปอขยี้ตาเล็กน้อย ใช่แล้ว มันคือรถสามล้อจริงๆ

     

            ชวีเสี่ยวปอยืนอยู่ที่เดิม พร้อมทั้งผิวปากออกไป

     

            การชอบใครสักคนหนึ่งสามารถทำให้เขามีแสงเปล่งประกายในตัวเองขึ้นมาได้ชวีเสี่ยวปอมองเซี่ยเจิงที่วางเท้าข้างหนึ่งยันไว้กับพื้นส่วนอีกข้างหนึ่งก็เหยียบอยู่บนบันไดจักรยาน แม้ว่าเขาจะขี่เพียงแค่รถสามล้อแต่ชวีเสี่ยวปอเหมือนกับว่าจะเห็นภาพเขากำลังขี่มอเตอร์ไซต์ฮาลีย์อะไรทำนองนั้นอยู่เลย

     

            ในตอนนั้นเองเสียงผิวปากก็ทำให้เซี่ยเจิงที่เอาแต่ก้มหน้าอยู่มองมาทางด้านนี้ชวีเสี่ยวปอรีบรวบไม้ค้ำเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วยกมืออีกข้างขึ้นมาส่งจูบให้เขา

     

            เซี่ยเจิงตอบกลับมาในทันที จากนั้นจึงวิ่งเข้ามาหาเขา

     

            “รอนานไหม? ” ทันทีที่เซี่ยเจิงวิ่งเข้ามาชวีเสี่ยวปอก็เอาไม้ค้ำมาถือไว้อีกข้างหนึ่งโดยอัตโนมัติส่วนเซี่ยเจิงก็เข้ามาประคองแขนของเขาเอาไว้เช่นกัน

     

            “ไม่นานมาก ประมาณสิบนาทีได้”เซี่ยเจิงมองไปยังขาข้างนั้นของชวีเสี่ยวปอที่ยังคงใส่เฝือกเอาไว้อยู่ด้วยความเป็นห่วง“เหนื่อยหรือเปล่า? ฉันให้ขี่หลังไหม? ”

     

            “ไม่เหนื่อยเลย เดินออกมาแค่ห้าร้อยเมตรเอง”ชวีเสี่ยวปอหัวเราะอย่างมีความสุข “นายไปเอารถสามล้อนี้มาจากไหนเนี่ย? ”

     

            “ของป้าหลี่น่ะ”

     

            “ฉันเดาว่าเป็นของบ้านป้าหลี่”

     

            ทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกัน

     

            “เดาถูกจริงๆ ด้วย” ชวีเสี่ยวปอเอ่ยขึ้นอย่างโอ้อวด “นายคิดยังไงเนี่ย! ขี่อันนี้มา” ทั้งสองพูดคุยกันพลางเดินไปด้วยเมื่อเดินเข้าไปใกล้ชวีเสี่ยวปอจึงเห็นว่าด้านหลังของรถสามล้อยังมีเบาะนั่งขนาดเล็กอีกทั้งบนนั้นยังปูด้วยเบาะรองนั่งกลมอันแสนนุ่มเอาไว้ด้วยหนึ่งอัน

     

            “รถสามล้อคนนี้เป็นคันที่บ้านป้าหลี่เอาไว้ใช้ขนถ่านช่วงหน้าหนาว”เซี่ยเจิงพูดขึ้น “ตอนนั่งนายก็ระวังหน่อยนะฉันถูไปแล้วรอบหนึ่งแต่ก็ยังไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่เลย ระวังอย่าให้เลอะตัวล่ะ”

     

            “ไม่เป็นไร !” ชวีเสี่ยวปอเอ่ยขึ้นอย่างไม่ได้ใส่ใจพร้อมทั้งจับมือของเซี่ยเจิงเอาไว้เตรียมจะขึ้นรถ แต่รถค่อนข้างสูงอีกทั้งขาข้างเดียวก็ไม่มีแรงพอที่จะพยุงตัวขึ้นไปได้ “ช่วยฉัน...”

     

            ตอนแรกชวีเสี่ยวปอตั้งใจจะให้เซี่ยเจิงช่วยประคองเขาขึ้นไปแต่เซี่ยเจิงกลับโน้มตัวลงไปทั้งอย่างนั้นประโยคที่สองยังไม่ทันจะพูดจบก็อุ้มชวีเสี่ยวปอขึ้นมาทันที

     

            “ให้ตายเถอะ”ความรู้สึกที่ลอยขึ้นมากลางอากาศอย่างกะทันหันทำให้ชวีเสี่ยวปอตกตะลึงไปชั่วขณะแต่เซี่ยเจิงก็อุ้มได้มั่นคงมากเพราะชวีเสี่ยวปอรู้สึกได้ถึงกำลังแขนที่กอดด้านหลังเอวของเขาเอาไว้อย่างแน่นถึงอย่างไรตัวเขาก็สูงตั้งหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรเมื่อถูกเซี่ยเจิงอุ้มเอาไว้ในอ้อมกอดเช่นนี้ชวีเสี่ยวปอกลับรู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างประหลาด

     

            “นายประคองฉันก็พอ” ชวีเสี่ยวปอบ่นพึมพำ ทั้งยังเขย่าขาข้างที่ยังขยับได้อยู่อย่างเขินอาย

     

            “ไม่ใช่ว่าไม่สะดวกหรอกเหรอ”เซี่ยเจิงพูดขึ้นพลางวางชวีเสี่ยวปอลงบนเบาะที่นั่งอย่างระมัดระวังเมื่อชวีเสี่ยวปอทรงตัวนั่งลงมาได้แล้ว ในตอนนั้นเขาถึงถอนหายใจออกมา

     

            “เห็นนายทำแบบนี้ จริงๆ แล้วฉัน” ชวีเสี่ยวปอถอนหายใจอีกครั้ง“ฉันไม่อยากให้ขาหายเร็วๆ เลย”

     

            เซี่ยเจิงทำเสียงจิ๊ปาก “พูดอะไรเนี่ย”

     

            “จริงๆ นะ” ชวีเสี่ยวปอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาควรพูดอะไรแล้วจึงยื่นนิ้วมือออกไปกวักเรียกเซี่ยเจิง “มาจุ๊บที”

     

            ก่อนที่เซี่ยเจิงขยับเข้าไปเขาหันมองซ้ายขวาไปรอบหนึ่ง หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีคนก็จุ๊บลงไปบนแก้มของชวีเสี่ยวปออย่างรวดเร็วหนึ่งที

     

            “นั่งดีๆ นะ !”เซี่ยเจิงที่อยู่ด้านหน้าตะโกนขึ้นมา

     

            “ได้เลย !” ชวีเสี่ยวปอตะโกนออกไปเลียนแบบเขา

     

            รถสามล้อคันเล็กนี้ดีมาก

     

            แต่ปัญหาเดียวของมันก็คือหนาวไปหน่อยบวกกับความเร็วที่ไม่เร็วเท่ากับรถจักรยาน เมื่อขี่ออกจากถนนเส้นนั้นมาเซี่ยเจิงจึงถามขึ้นว่า : “ตอนนี้นายกำลังเสียใจอยู่ใช่ไหม?”

     

            “ฮะ? เสียใจอะไร? ” ชวีเสี่ยวปอพิงไปบนแผ่นหลังของเซี่ยเจิง“ทำไมพูดแบบนั้นน่ะคุณแฟน”

     

            “ถ้าให้คนขับรถไปส่งก็คงจะไม่หนาวขนาดนี้”เซี่ยเจิงออกแรงถีบพลางอธิบายขึ้น

     

            “ฉันไม่หนาว” ชวีเสี่ยวปอเอียงศีรษะใช้แก้มถูไปบนแผ่นหลังของเขา และอดไม่ได้ที่จะร้องเพลงออกมาว่า : “ความกระตือรือร้นของฉัน! ฮ่า! เป็นเหมือนดั่งไฟ! ”

     

            “เสียงฆ้องน้อยของนายแบบนี้นี่ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ” เซี่ยเจิงหัวเราะ

     

            “ทำไมฮะ! ตอนเด็กฉันอยู่ในกลุ่มร้องประสานเสียงเลยนะก็แค่หลังจากที่เสียงเปลี่ยนต้องใช้ความพยายามขึ้นหน่อยเอง”ทันใดนั้นชวีเสี่ยวปอก็คิดบางอย่างขึ้นมา “นี่ เซี่ยเจิงนายรู้สึกไหมว่าถ้าตอนนี้พวกเราเอาโทรโข่งอันใหญ่มาติดไว้ก็จะเหมือนคนรับซื้อของเก่าโดยสมบูรณ์แบบเลย”

     

            “รับซื้อของเก่าคนไหนกันจะเอาแฟนตัวเองไว้ในรถกัน? ” เซี่ยเจิงหัวเราะจนแม้แต่แฮนด์ของจักรยานก็ส่ายไปส่ายมาแล้วความคิดต่างของชวีเสี่ยวปอนี่ช่างเหนือกว่าคนปกติทั่วไปจริงๆ“ฉันไปเก็บนายมาจากไหนล่ะ !”

     

            “ที่ไหนก็ได้” ชวีเสี่ยวปอหัวเราะหึๆ ขึ้นมา“ก็แค่รู้สึกเหมือนว่า...แค่ได้อยู่กับนาย การเก็บของเก่าก็มีความสุขแล้ว”

     

            ประโยคสุดท้าย ชวีเสี่ยวปอพูดออกมาจากใจจริง

     

           

            หมอกบางในยามเช้าค่อยๆ จางหายไปตลาดเช้าข้างทางก็เริ่มมีคนมาตั้งแผงขายของแล้วด้วยเช่นกันส่วนเซี่ยเจิงก็กำลังบรรทุกเขาไปบนถนนสายที่ชวีเสี่ยวปอเคยมานับครั้งไม่ถ้วนผ่านโขมงควันไฟที่ลอยขึ้นมาเป็นชั้นหนาทั้งยังสร้างความทรงจำใหม่ของเมืองเมืองนี้ให้กับชวีเสี่ยวปอ

     

            ในตอนที่ใกล้จะถึงโรงเรียนทั้งสองคนเจอกับซือจวิ้นที่กำลังยืนซื้อเครปจีนอยู่ข้างทาง

     

            “ให้ตายเถอะ เป็นนายสองคนจริงๆ เหรอเนี่ย? ” ซือจวิ้นรับเครปจีนมาจากเจ้าของร้านแล้วกัดลงไปคำใหญ่พร้อมทั้งพูดอย่างไม่ชัดออกมาว่า : “ฉันนึกว่าฉันดูผิด !” หลังจากพูดจบเขาก็เดินวนรถสามล้อไปรอบหนึ่งก่อนที่จะหัวเราะพลางพูดขึ้นว่า : “นายสองคนใครเป็นคนคิดวิธีนี้เนี่ยใช้ได้เลย !”

     

            “ทำไมนายถึงพูดมากขนาดนี้ฮะ” ชวีเสี่ยวปอยื่นแขนไปทางซือจวิ้น ซือจวิ้นเองก็ยื่นมือออกไปรับชวีเสี่ยวปอจึงค่อยๆ ขยับลงมา

     

            “จิ๊” ซือจวิ้นมองชวีเสี่ยวปอ จากนั้นจึงหันไปมองเซี่ยเจิง“นายจะบรรทุกเขาอย่างนี้สองเดือนเลย? ”

     

            “อืม” เซี่ยเจิงตอบกลับมาอย่างมั่นใจ “มีอะไรไหม? ”

     

            “เปล่า” ซือจวิ้นรีบส่ายหน้า “ฉันจะไปมีปัญหาอะไรได้ !”

     

            “นายสองคนเขาไปกันก่อนเลย” เซี่ยเจิงเงยคางขึ้นเพื่อบอกชวีเสี่ยวปอ“รถสามล้อโรงเรียนน่าจะไม่ให้เอาเข้า เดี๋ยวฉันหาที่จอดก่อน”

     

            หลังจากเซี่ยเจิงพูดจบเขาก็ขี่รถสามล้อออกไปอีกด้านหนึ่งชวีเสี่ยวปอยังคงยืนมองแผ่นหลังของเซี่ยเจิงอยู่ตรงที่เดิมครู่หนึ่งจนกระทั่งซือจวิ้นเข้ามาเขย่าแขนของเขา :

     

            “ปอเอ๋อร์ ฉันใกล้จะกินเครปหมดแล้ว พวกเราสองคนไปกันเถอะ? ”

     

    คล้ายกับเรื่องPuppy Love จดหมายรักระหว่างนายและฉัน (จบ) ที่คุณอ่าน