ณ.เมืองหลวงแคว้นเฟิง
ภายในจวนราชครูฟางผู้ที่ทุกคนต่างให้ความเคารพยำเกรงในฐานะผู้เป็อาจารย์ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนให้ความรู้แก่บรรดาเชื้อพระวงศ์ แม้แต่ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นยังต้องไว้หน้าอีกทั้งยังได้รับความไว้ใจเป็อย่างมากเพราะตระกูลฟางรับใช้เชื้อพระวงศ์ั้แ่รุ่นทวดจนถึงปัจจุบันที่มีฟางหลี่เหอดำรงตำแหน่งเป็ราชครูต่อจากผู้เป็บิดาด้วยความรู้และความสามารถไม่แพ้ผู้เป็บิดา และที่สำคัญยังเป็สหายสนิทของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอีกด้วย
ศาลาภายในสวนดอกไม้มีหญิงสาวหน้าตางดงามรูปร่างอรชรกำลังจิบชาและก้มหน้าอ่านตำราในมืออย่างเพลิดเพลิน ข้างกายมีสาวใช้คอยปรนนิบัติพัดวีไม่ห่างเพราะอยู่ใน่เซี่ยเทียน(ฤดูร้อน) อากาศด้านนอกจึงร้อนอบอ้าวพอสมควร
“คุณหนูจะรับของว่างไหมเ้าคะ”ชิงชิงเอ่ยถามคุณหนูของนางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านตำราอยู่ในมือ
“ก็ดีนะ แต่ฮวาเอ๋อร์อยากทานส้มมากกว่า พี่ชิงชิงไปดูในครัวให้หน่อยเถิดว่าพอจะมีส้มหรือไม่หากไม่มีก็ไม่เป็ไรเอาอะไรมาก็ได้ แต่ขอเป็ผลไม้นะ” ฟางเหมยฮวาเอ่ยกับสาวใช้ที่อายุมากกว่านางหนึ่งปี
“ได้เ้าค่ะ คุณหนูรอสักครู่นะเ้าคะ”
“ไปเถอะ ฮวาเอ๋อร์จะรออยู่ที่นี่”ฟางเหมยฮวาเอ่ยกับชิงชิง ก่อนจะก้มตาอ่านตำราที่อยู่ในมือต่อแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้อ่านก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาภายในศาลาเสียก่อน
“ทำอะไรอยู่รึฮวาเอ๋อร์”เสียงของฟางเหมยซือเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ในศาลา
“คารวะพี่ใหญ่เ้าค่ะ” ฟางเหมยฮวาลุกขึ้นย่อกายเคารพผู้เป็พี่สาว
“พี่ถามว่าเ้ากำลังอ่านอะไรอยู่เหตุใดจึงมิตอบพี่เล่าฮวาเอ๋อร์” ฟางเหมยซือเอ่ยตำหนิแสร้งทำเป็มองไม่เห็นว่าน้องสาวน่าชังกำลังย่อกายอยู่เช่นเดิมเพราะนางยังไม่อนุญาตให้ลุกขึ้น
“ขออภัยที่เสียมารยาทน้องกำลังอ่านตำราสมุนไพรอยู่เ้าค่ะ”ฟางเหมยฮวาตอบพี่สาวทั้งที่ยังย่อกายอยู่ในท่าเดิม
“อืม” ฟางเหมยซือได้ยินคำตอบก็รับคำสั้นๆเป็เชิงรับรู้ ทว่ายังแสร้งนั่งและหยิบตำราขึ้นมาพลิกอ่านทีละหน้าอย่างใจเย็นผ่านไปราวหนึ่งจิบชา (3 นาที) จึงเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวที่ยังคงอยู่ในท่าเดิมก็ลอบยิ้มมุมปากรู้สึกพอใจที่ได้กลั่นแกล้งนางได้พอหอมปากหอมคอ
ต่างจากสาวใช้คนสนิทของฟางเหมยซือนามว่าอิงอิงที่ลอบมองการกระทำของคุณหนูใหญ่ที่มักคอยหาทางกลั่นแกล้งคุณหนูเล็กทุกครั้งที่มีโอกาสอย่างรู้สึกสงสารและไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้เป็พี่สาวแท้ๆ กระทำกับน้องสาวเช่นนี้ แต่บ่าวรับใช้เช่นนางหรือจะกล้าเอ่ยเตือนการกระทำของคุณหนูใหญ่บอกได้คำเดียวว่าถ้าไม่อยากหลังลายก็ควรจะสงบปากสงบคำให้มากที่สุดนางได้แต่หวังว่าคุณหนูเหมยฮวาจะลุกขึ้นมาตอบโต้บ้างในสักวัน
“อุ้ย!! ตายจริงฮวาเอ๋อร์ลุกขึ้นเถิดพี่มัวแต่ดูตำราของเ้าจนเพลิน จึงลืมไปเสียสนิทว่ายังมิได้เอ่ยอนุญาตให้เ้าลุกขึ้น”ฟางเหมยซือแสร้งอุทานใพลางลุกขึ้นตรงไปหาน้องสาวจับแขนนางให้ลุกขึ้น
“โอ๊ย!!...” ฟางเหมยฮวารู้สึกเจ็บที่ต้นแขนอย่างแรง เมื่อฟางเหมยซือบีบแขนนางอย่างรุนแรงและฉุดให้นางลุกขึ้นแต่ด้วยเพราะขาที่เริ่มปวดจึงทำให้เสียหลักลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นแทน
“ฮวาเอ๋อร์!!...” เสียงของบุรุษดังขึ้นด้วยความใพลางวิ่งตรงมายังศาลา
“ฮวาเอ๋อร์เจ็บที่ใดหรือไม่”องค์ชายสามเฟิงเฟยหวงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
ฟางเหมยฮวารีบพยุงกายลุกขึ้นทันทีแม้จะยังคงเจ็บแต่นางไม่อยากทำให้ผู้อื่นต้องเป็ห่วงและเมื่อเห็นองค์ชายสามเสด็จเข้ามายังศาลาจึงต้องกัดฟันลุกขึ้น
“ถวายพระพรองค์ชายสามเพคะ/เพคะ”เสียงของสตรีทั้งสองเอ่ยทำความเคารพคนตรงหน้าทันที
“ลุกขึ้นเถิดอย่าได้มากพิธีฮวาเอ๋อร์เ้าเจ็บที่ใดหรือไม่” องค์ชายสามเฟิงเฟยหวงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจพลางเอ่ยถามสตรีอีกนางทันทีด้วยความเป็ห่วง
“ทูลองค์ชายหม่อมฉันมิได้เป็อันใดมากเพคะ”ฟางเหมยฮวาตอบอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม
“จะไม่เป็อันใดได้อย่างไรเปิ่นหวางเห็นเ้าล้มเสียแรง”
“หม่อมฉันมิได้เป็อันจริงๆ เพคะ”
“ไม่เป็อันใดแน่รึ”
“เพคะ”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นเหตุใดเ้าจึงล้มลงไปเช่นนั้น”
“หม่อมฉันสะดุดปลายอาภรณ์เพคะ”ฟางเหมยฮวาปดคนตรงหน้า
ฟางเหมยซือมองคนทั้งสองสนทนากันด้วยความคับแค้นใจและน้อยใจชายที่ตนแอบรักเหตุใดองค์ชายสามจึงมิเคยเห็นนางอยู่ในสายตาบ้าง อะไรๆก็ฮวาเอ๋อร์เป็ห่วงเป็ใยน้องสาวน่าชังที่นางเริ่มเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆก่อเกิดเป็ความแค้นทั้งบิดามารดาต่างรักและเอ็นดูฟางเหมยฮวายิ่งก็ให้รู้สึกเกลียดชังสตรีตรงหน้าเข้าไปอีก
ั้แ่เด็กก่อนที่ฟางเหมยฮวาจะถือกำเนิดนางจำได้ดีว่าบิดามารดารักและตามใจนางทุกอย่างจนกระทั่งเวลาผ่านไปมารดาตั้งครรภ์และคลอดน้องสาวออกมาความรักที่เคยได้รับกลับถูกฟางเหมยฮวาแย่งไปเสียทุกอย่างแม้กระทั่งของเล่นอาภรณ์สวยๆ น้องสาวนางจะได้เลือกเป็คนแรกบิดาและมารดาให้เหตุผลว่าคนเป็พี่ต้องเสียสละให้น้องแม้นางจะไม่พอใจก็ทำเพียงแค่ว่าพยักหน้ารับรู้และทำตามที่มารดาสอนเป็อย่างดี แม้ในใจจะไม่ยินยอมแต่ก็ทำอะไรมิได้
จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปจากเด็กสาวตัวน้อยเติบโตเป็สาวงามความงามของนางก็เริ่มส่อแววมากขึ้นเรื่อยๆ ความริษยาค่อยๆ เกาะกินในใจนางยิ่งเมื่อได้พบกับองค์ชายสามเฟิงเฟยหวงที่ติดตามท่านพ่อมาจากวังหลวงทำให้นางหลงรักเขาั้แ่แรกเห็น แต่ทว่าทันทีที่เขาพบกับน้องสาวของนางองค์ชายสามก็มีท่าทีพึงใจทั้งยังลอบมองน้องสาวนางอยู่บ่อยครั้ง มันยิ่งตอกย้ำว่าฟางเหมยฮวาคือคนที่แย่งทุกอย่างไปจากนางและความริษยาเกลียดชังก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนนางอยากให้น้องสาวตายๆ ไปซะทุกอย่างมันจะได้กลับมาอย่างที่เคยเป็
“ขออภัยมิทราบว่าองค์ชายสามมาพบท่านพ่อหรือเพคะ”ฟางเหมยซือเอ่ยถามหลังจากที่มองคนทั้งคู่สนทนากันจบ
“มิใช่ที่เปิ่นหวางมาวันนี้เพียงแต่นำขนมจากวังมาฝากฮวาเอ๋อร์เท่านั้น” องค์ชายสามตอบทั้งไม่แม้จะมองสตรีที่เอ่ยถาม
“ฮวาเอ๋อร์โชคดีนักที่องค์ชายทรงเอ็นดูนางเช่นนี้”ฟางเหมยซือกัดฟันแน่นแต่เสียงที่เปร่งออกมาเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน พลางกำมือแน่นกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้าที่ไม่แม้จะชายตามองนางเลยสักครั้ง
“เปิ่นหวางเอาขนมมาฝากหวังว่าฮวาเอ๋อร์จะชอบ”องค์ชายพูดพลางยื่นขนมที่บรรจุลงในกล่องอย่างสวยงามโดยไม่สนใจที่จะพูดคุยกับสตรีอีกนาง สร้างความไม่พอใจให้ฟางเหมยซือเป็อย่างมาก
“ขอบพระทัยเพคะ”ฟางเหมยฮวาเอ่ยยื่นมือไปรับกล่องขนมมาไว้ในมือ
“อย่าลืมทานนะ เปิ่นหวางต้องไปทำธุระต่อมิต้องไปส่ง”
“ทูลลาเพคะ/เพคะ”ทั้งสองต่างย่อกายเคารพอีกฝ่ายมองจนบุรุษผู้หล่อเหลาและสูงสง่าเดินออกไปจนลับตา
ฟางเหมยซือมองร่างหนาของบุรุษที่ปักใจรักจนลับตาพลางครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในหัวเงียบๆ เหลือบมองสตรีข้างกายเป็ระยะก่อนที่ความคิดหนึ่งจะแทรกเข้าปากบางแสยะยิ้มเพียงนิดก่อนจะกลับมาเป็ปกติเช่นเดิม
“ฮวาเอ๋อร์พรุ่งนี้พี่จะชวนเ้าไปทำบุญที่วัดไท่ซานเ้าจะไปหรือไม่”
“วัดไท่ซานหรือเ้าคะ”
“ใช่ ไม่ไกลมากนักเรานั่งรถม้าไปแค่หนึ่งชั่วยาม(2 ชั่วโมง) ก็น่าจะถึงแล้ว”
“เช่นนั้นน้องไปขออนุญาตท่านแม่ก่อนนะเ้าคะ”ฟางเหมยฮวาตอบ
“มิต้องประเดี๋ยวพี่บอกกับท่านแม่เองเ้าก็เตรียมตัวเถิดหากท่านแม่อนุญาตยามเหม่า (05.00-06.59 น.)เราจะได้ออกเดินทางกันแต่เช้าไปถึงจะได้ทำบุญและรีบกลับจะได้ไม่มืดค่ำนัก”
“เ้าค่ะพี่ใหญ่” ฟางเหมยฮวารับคำในขณะที่ชิงชิงเดินเข้ามาพร้อมกับผลไม้ในมือ
“ผลไม้มาแล้วเ้าค่ะคุณหนู อ๊ะ!!...คารวะคุณหนูใหญ่เ้าค่ะ” ชิงชิงเอ่ยกับฟางเหมยฮวาก่อนที่จะใเพราะคุณหนูใหญ่มาั้แ่เมื่อใดไม่ทราบไม่รู้ว่าคุณหนูของนางโดนกลั่นแกล้งหรือไม่
“เ้ากำลังจะทานผลไม้นี่ เช่นนั้นพี่ขอขนมกล่องนั้นได้หรือไม่”ฟางเหมยซือเอ่ยพลางมองกล่องขนมที่อยู่ในมือของน้องสาว
“เอ่อ...ได้เ้าค่ะ”ฟางเหมยฮวาอึกอักกับสายตาที่พี่สาวมองมาก่อนจะยื่นขนมให้คนตรงหน้ารับไปอย่างเสียไม่ได้
“ขอบใจเ้ามากน้องรัก พี่ไปก่อนนะต้องไปขออนุญาตจากท่านแม่ และต้องออกไปซื้อของมาเพิ่มเสียหน่อย”ฟางเหมยซือเอ่ยอย่างพอใจที่อีกฝ่ายมอบให้แต่โดยดี
“เ้าค่ะ” ฟางเหมยฮวารับคำมองดูพี่สาวเดินจากไปจนลับตา
“คุณหนูท่านโดนกลั่นแกล้งหรือไม่เ้าคะ”ชิงชิงเอ่ยถามทันทีที่หลังคุณหนูใหญ่เดินจากไปจนลับตา
“ไม่หรอกพี่ชิงชิงอย่าพูดเช่นนี้อีก หากใครได้ยินจะหาว่าท่านพี่รังแกข้าเข้าใจหรือไม่”
“แต่...เ้าค่ะ”ชิงชิงเตรียมจะค้านหากแต่เมื่อมองสายตาของคุณหนูก็ต้องรับคำอย่างเสียไม่ได้
ฟางเหมยซือหลังจากที่ออกมาก็เดินไปหาผู้เป็มารดาเพื่อขออนุญาตไปทำบุญที่วัดไท่ซานซึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวงนักแม้ในคราแรกมารดาจะปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะถูกโจรดักทำร้ายกลางทางแต่ก็ทนลูกอ้อนของบุตรีคนโตมิได้จึงอนุญาตโดยให้บ่าวชายค่อยติดตามไปด้วยเพื่อความปลอดภัย
หลังจากนั้นฟางเหมยซือก็ออกจากจวนมาเพียงคนเดียวโดยทิ้งสาวใช้ให้อยู่ภายในเรือนไม่ต้องตามออกมา ร่างบางเดินไปยังสถานที่หนึ่งโดยแต่งกายมิดชิดและปิดบังใบหน้าเพื่อป้องกันหากมีคนรู้จักเห็นนางเข้ามายังสถานที่แห่งนี้คงไม่ดีนักนางใช้เวลาไม่มากก่อนจะเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดี