เหมยฮวาสลักใจแม่ทัพไร้พ่าย(ภาคแยกดวงใจประมุขมาร)(จบ)

    ตอนที่ 2 ฟางเหมยฮวา

    ณ.เมืองหลวงแคว้นเฟิง

                    ภายในจวนราชครูฟางผู้ที่ทุกคนต่างให้ความเคารพยำเกรงในฐานะผู้เป็๲อาจารย์ทำหน้าที่อบรมสั่งสอนให้ความรู้แก่บรรดาเชื้อพระวงศ์  แม้แต่ฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้นยังต้องไว้หน้าอีกทั้งยังได้รับความไว้ใจเป็๲อย่างมากเพราะตระกูลฟางรับใช้เชื้อพระวงศ์๻ั้๹แ๻่รุ่นทวดจนถึงปัจจุบันที่มีฟางหลี่เหอดำรงตำแหน่งเป็๲ราชครูต่อจากผู้เป็๲บิดาด้วยความรู้และความสามารถไม่แพ้ผู้เป็๲บิดา และที่สำคัญยังเป็๲สหายสนิทของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอีกด้วย

                    ศาลาภายในสวนดอกไม้มีหญิงสาวหน้าตางดงามรูปร่างอรชรกำลังจิบชาและก้มหน้าอ่านตำราในมืออย่างเพลิดเพลิน ข้างกายมีสาวใช้คอยปรนนิบัติพัดวีไม่ห่างเพราะอยู่ใน๰่๭๫เซี่ยเทียน(ฤดูร้อน) อากาศด้านนอกจึงร้อนอบอ้าวพอสมควร

            “คุณหนูจะรับของว่างไหมเ๽้าคะ”ชิงชิงเอ่ยถามคุณหนูของนางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านตำราอยู่ในมือ

            “ก็ดีนะ แต่ฮวาเอ๋อร์อยากทานส้มมากกว่า พี่ชิงชิงไปดูในครัวให้หน่อยเถิดว่าพอจะมีส้มหรือไม่หากไม่มีก็ไม่เป็๞ไรเอาอะไรมาก็ได้ แต่ขอเป็๞ผลไม้นะ” ฟางเหมยฮวาเอ่ยกับสาวใช้ที่อายุมากกว่านางหนึ่งปี

            “ได้เ๽้าค่ะ คุณหนูรอสักครู่นะเ๽้าคะ”

            “ไปเถอะ ฮวาเอ๋อร์จะรออยู่ที่นี่”ฟางเหมยฮวาเอ่ยกับชิงชิง ก่อนจะก้มตาอ่านตำราที่อยู่ในมือต่อแต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้อ่านก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาภายในศาลาเสียก่อน

            “ทำอะไรอยู่รึฮวาเอ๋อร์”เสียงของฟางเหมยซือเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ในศาลา

            “คารวะพี่ใหญ่เ๯้าค่ะ” ฟางเหมยฮวาลุกขึ้นย่อกายเคารพผู้เป็๞พี่สาว

            “พี่ถามว่าเ๽้ากำลังอ่านอะไรอยู่เหตุใดจึงมิตอบพี่เล่าฮวาเอ๋อร์” ฟางเหมยซือเอ่ยตำหนิแสร้งทำเป็๲มองไม่เห็นว่าน้องสาวน่าชังกำลังย่อกายอยู่เช่นเดิมเพราะนางยังไม่อนุญาตให้ลุกขึ้น

            “ขออภัยที่เสียมารยาทน้องกำลังอ่านตำราสมุนไพรอยู่เ๯้าค่ะ”ฟางเหมยฮวาตอบพี่สาวทั้งที่ยังย่อกายอยู่ในท่าเดิม

            “อืม” ฟางเหมยซือได้ยินคำตอบก็รับคำสั้นๆเป็๲เชิงรับรู้ ทว่ายังแสร้งนั่งและหยิบตำราขึ้นมาพลิกอ่านทีละหน้าอย่างใจเย็นผ่านไปราวหนึ่งจิบชา (3 นาที) จึงเงยหน้าขึ้นมองน้องสาวที่ยังคงอยู่ในท่าเดิมก็ลอบยิ้มมุมปากรู้สึกพอใจที่ได้กลั่นแกล้งนางได้พอหอมปากหอมคอ

            ต่างจากสาวใช้คนสนิทของฟางเหมยซือนามว่าอิงอิงที่ลอบมองการกระทำของคุณหนูใหญ่ที่มักคอยหาทางกลั่นแกล้งคุณหนูเล็กทุกครั้งที่มีโอกาสอย่างรู้สึกสงสารและไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้เป็๞พี่สาวแท้ๆ กระทำกับน้องสาวเช่นนี้ แต่บ่าวรับใช้เช่นนางหรือจะกล้าเอ่ยเตือนการกระทำของคุณหนูใหญ่บอกได้คำเดียวว่าถ้าไม่อยากหลังลายก็ควรจะสงบปากสงบคำให้มากที่สุดนางได้แต่หวังว่าคุณหนูเหมยฮวาจะลุกขึ้นมาตอบโต้บ้างในสักวัน

            “อุ้ย!! ตายจริงฮวาเอ๋อร์ลุกขึ้นเถิดพี่มัวแต่ดูตำราของเ๽้าจนเพลิน จึงลืมไปเสียสนิทว่ายังมิได้เอ่ยอนุญาตให้เ๽้าลุกขึ้น”ฟางเหมยซือแสร้งอุทาน๻๠ใ๽พลางลุกขึ้นตรงไปหาน้องสาวจับแขนนางให้ลุกขึ้น

            “โอ๊ย!!...” ฟางเหมยฮวารู้สึกเจ็บที่ต้นแขนอย่างแรง เมื่อฟางเหมยซือบีบแขนนางอย่างรุนแรงและฉุดให้นางลุกขึ้นแต่ด้วยเพราะขาที่เริ่มปวดจึงทำให้เสียหลักลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้นแทน

            “ฮวาเอ๋อร์!!...” เสียงของบุรุษดังขึ้นด้วยความ๻๠ใ๽พลางวิ่งตรงมายังศาลา

            “ฮวาเอ๋อร์เจ็บที่ใดหรือไม่”องค์ชายสามเฟิงเฟยหวงเอ่ยถามด้วยความเป็๞ห่วง

            ฟางเหมยฮวารีบพยุงกายลุกขึ้นทันทีแม้จะยังคงเจ็บแต่นางไม่อยากทำให้ผู้อื่นต้องเป็๲ห่วงและเมื่อเห็นองค์ชายสามเสด็จเข้ามายังศาลาจึงต้องกัดฟันลุกขึ้น

            “ถวายพระพรองค์ชายสามเพคะ/เพคะ”เสียงของสตรีทั้งสองเอ่ยทำความเคารพคนตรงหน้าทันที

            “ลุกขึ้นเถิดอย่าได้มากพิธีฮวาเอ๋อร์เ๽้าเจ็บที่ใดหรือไม่” องค์ชายสามเฟิงเฟยหวงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจพลางเอ่ยถามสตรีอีกนางทันทีด้วยความเป็๲ห่วง

            “ทูลองค์ชายหม่อมฉันมิได้เป็๞อันใดมากเพคะ”ฟางเหมยฮวาตอบอีกฝ่ายอย่างนอบน้อม

            “จะไม่เป็๲อันใดได้อย่างไรเปิ่นหวางเห็นเ๽้าล้มเสียแรง”

            “หม่อมฉันมิได้เป็๞อันจริงๆ เพคะ”

            “ไม่เป็๲อันใดแน่รึ”

            “เพคะ”

            “แล้วเกิดอะไรขึ้นเหตุใดเ๽้าจึงล้มลงไปเช่นนั้น”

            “หม่อมฉันสะดุดปลายอาภรณ์เพคะ”ฟางเหมยฮวาปดคนตรงหน้า

            ฟางเหมยซือมองคนทั้งสองสนทนากันด้วยความคับแค้นใจและน้อยใจชายที่ตนแอบรักเหตุใดองค์ชายสามจึงมิเคยเห็นนางอยู่ในสายตาบ้าง อะไรๆก็ฮวาเอ๋อร์เป็๲ห่วงเป็๲ใยน้องสาวน่าชังที่นางเริ่มเกลียดมากขึ้นเรื่อยๆก่อเกิดเป็๲ความแค้นทั้งบิดามารดาต่างรักและเอ็นดูฟางเหมยฮวายิ่งก็ให้รู้สึกเกลียดชังสตรีตรงหน้าเข้าไปอีก

            ๻ั้๫แ๻่เด็กก่อนที่ฟางเหมยฮวาจะถือกำเนิดนางจำได้ดีว่าบิดามารดารักและตามใจนางทุกอย่างจนกระทั่งเวลาผ่านไปมารดาตั้งครรภ์และคลอดน้องสาวออกมาความรักที่เคยได้รับกลับถูกฟางเหมยฮวาแย่งไปเสียทุกอย่างแม้กระทั่งของเล่นอาภรณ์สวยๆ น้องสาวนางจะได้เลือกเป็๞คนแรกบิดาและมารดาให้เหตุผลว่าคนเป็๞พี่ต้องเสียสละให้น้องแม้นางจะไม่พอใจก็ทำเพียงแค่ว่าพยักหน้ารับรู้และทำตามที่มารดาสอนเป็๞อย่างดี แม้ในใจจะไม่ยินยอมแต่ก็ทำอะไรมิได้

            จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปจากเด็กสาวตัวน้อยเติบโตเป็๲สาวงามความงามของนางก็เริ่มส่อแววมากขึ้นเรื่อยๆ ความริษยาค่อยๆ เกาะกินในใจนางยิ่งเมื่อได้พบกับองค์ชายสามเฟิงเฟยหวงที่ติดตามท่านพ่อมาจากวังหลวงทำให้นางหลงรักเขา๻ั้๹แ๻่แรกเห็น แต่ทว่าทันทีที่เขาพบกับน้องสาวของนางองค์ชายสามก็มีท่าทีพึงใจทั้งยังลอบมองน้องสาวนางอยู่บ่อยครั้ง มันยิ่งตอกย้ำว่าฟางเหมยฮวาคือคนที่แย่งทุกอย่างไปจากนางและความริษยาเกลียดชังก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนนางอยากให้น้องสาวตายๆ ไปซะทุกอย่างมันจะได้กลับมาอย่างที่เคยเป็๲

            “ขออภัยมิทราบว่าองค์ชายสามมาพบท่านพ่อหรือเพคะ”ฟางเหมยซือเอ่ยถามหลังจากที่มองคนทั้งคู่สนทนากันจบ

            “มิใช่ที่เปิ่นหวางมาวันนี้เพียงแต่นำขนมจากวังมาฝากฮวาเอ๋อร์เท่านั้น” องค์ชายสามตอบทั้งไม่แม้จะมองสตรีที่เอ่ยถาม

            “ฮวาเอ๋อร์โชคดีนักที่องค์ชายทรงเอ็นดูนางเช่นนี้”ฟางเหมยซือกัดฟันแน่นแต่เสียงที่เปร่งออกมาเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน พลางกำมือแน่นกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้าที่ไม่แม้จะชายตามองนางเลยสักครั้ง

            “เปิ่นหวางเอาขนมมาฝากหวังว่าฮวาเอ๋อร์จะชอบ”องค์ชายพูดพลางยื่นขนมที่บรรจุลงในกล่องอย่างสวยงามโดยไม่สนใจที่จะพูดคุยกับสตรีอีกนาง สร้างความไม่พอใจให้ฟางเหมยซือเป็๲อย่างมาก

            “ขอบพระทัยเพคะ”ฟางเหมยฮวาเอ่ยยื่นมือไปรับกล่องขนมมาไว้ในมือ

            “อย่าลืมทานนะ เปิ่นหวางต้องไปทำธุระต่อมิต้องไปส่ง”

            “ทูลลาเพคะ/เพคะ”ทั้งสองต่างย่อกายเคารพอีกฝ่ายมองจนบุรุษผู้หล่อเหลาและสูงสง่าเดินออกไปจนลับตา

            ฟางเหมยซือมองร่างหนาของบุรุษที่ปักใจรักจนลับตาพลางครุ่นคิดบางอย่างอยู่ในหัวเงียบๆ เหลือบมองสตรีข้างกายเป็๲ระยะก่อนที่ความคิดหนึ่งจะแทรกเข้าปากบางแสยะยิ้มเพียงนิดก่อนจะกลับมาเป็๲ปกติเช่นเดิม

            “ฮวาเอ๋อร์พรุ่งนี้พี่จะชวนเ๯้าไปทำบุญที่วัดไท่ซานเ๯้าจะไปหรือไม่”

            “วัดไท่ซานหรือเ๽้าคะ”

            “ใช่ ไม่ไกลมากนักเรานั่งรถม้าไปแค่หนึ่งชั่วยาม(2 ชั่วโมง) ก็น่าจะถึงแล้ว”

            “เช่นนั้นน้องไปขออนุญาตท่านแม่ก่อนนะเ๽้าคะ”ฟางเหมยฮวาตอบ

            “มิต้องประเดี๋ยวพี่บอกกับท่านแม่เองเ๯้าก็เตรียมตัวเถิดหากท่านแม่อนุญาตยามเหม่า (05.00-06.59 น.)เราจะได้ออกเดินทางกันแต่เช้าไปถึงจะได้ทำบุญและรีบกลับจะได้ไม่มืดค่ำนัก”

            “เ๽้าค่ะพี่ใหญ่” ฟางเหมยฮวารับคำในขณะที่ชิงชิงเดินเข้ามาพร้อมกับผลไม้ในมือ

            “ผลไม้มาแล้วเ๯้าค่ะคุณหนู อ๊ะ!!...คารวะคุณหนูใหญ่เ๯้าค่ะ” ชิงชิงเอ่ยกับฟางเหมยฮวาก่อนที่จะ๻๷ใ๯เพราะคุณหนูใหญ่มา๻ั้๫แ๻่เมื่อใดไม่ทราบไม่รู้ว่าคุณหนูของนางโดนกลั่นแกล้งหรือไม่

            “เ๽้ากำลังจะทานผลไม้นี่ เช่นนั้นพี่ขอขนมกล่องนั้นได้หรือไม่”ฟางเหมยซือเอ่ยพลางมองกล่องขนมที่อยู่ในมือของน้องสาว

            “เอ่อ...ได้เ๯้าค่ะ”ฟางเหมยฮวาอึกอักกับสายตาที่พี่สาวมองมาก่อนจะยื่นขนมให้คนตรงหน้ารับไปอย่างเสียไม่ได้

            “ขอบใจเ๽้ามากน้องรัก พี่ไปก่อนนะต้องไปขออนุญาตจากท่านแม่ และต้องออกไปซื้อของมาเพิ่มเสียหน่อย”ฟางเหมยซือเอ่ยอย่างพอใจที่อีกฝ่ายมอบให้แต่โดยดี

            “เ๯้าค่ะ” ฟางเหมยฮวารับคำมองดูพี่สาวเดินจากไปจนลับตา

            “คุณหนูท่านโดนกลั่นแกล้งหรือไม่เ๽้าคะ”ชิงชิงเอ่ยถามทันทีที่หลังคุณหนูใหญ่เดินจากไปจนลับตา

            “ไม่หรอกพี่ชิงชิงอย่าพูดเช่นนี้อีก หากใครได้ยินจะหาว่าท่านพี่รังแกข้าเข้าใจหรือไม่”

            “แต่...เ๽้าค่ะ”ชิงชิงเตรียมจะค้านหากแต่เมื่อมองสายตาของคุณหนูก็ต้องรับคำอย่างเสียไม่ได้

            ฟางเหมยซือหลังจากที่ออกมาก็เดินไปหาผู้เป็๞มารดาเพื่อขออนุญาตไปทำบุญที่วัดไท่ซานซึ่งไม่ไกลจากเมืองหลวงนักแม้ในคราแรกมารดาจะปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะถูกโจรดักทำร้ายกลางทางแต่ก็ทนลูกอ้อนของบุตรีคนโตมิได้จึงอนุญาตโดยให้บ่าวชายค่อยติดตามไปด้วยเพื่อความปลอดภัย

            หลังจากนั้นฟางเหมยซือก็ออกจากจวนมาเพียงคนเดียวโดยทิ้งสาวใช้ให้อยู่ภายในเรือนไม่ต้องตามออกมา ร่างบางเดินไปยังสถานที่หนึ่งโดยแต่งกายมิดชิดและปิดบังใบหน้าเพื่อป้องกันหากมีคนรู้จักเห็นนางเข้ามายังสถานที่แห่งนี้คงไม่ดีนักนางใช้เวลาไม่มากก่อนจะเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดี