หลันหลันเดินเอาของไปวางที่ห้องครัว แล้วเร่งรีบเอากระดาษไปเก็บที่ห้องของตัวเองอย่างเคยชิน ลืมไปว่าตอนนี้มีแขกพักอยู่ก่อนแล้ว พอโผล่หน้าเข้าไปในห้อง นางเจอฉินเว่ยจื่อกำลังนั่งอ่านหนังสือที่นางขนมาจากหีบ สีหน้าสีตาเขาดีขึ้นกว่าเดิม
อืม...ดู ๆ แล้วหล่อเหลากว่าเดิมเสียอีก นางชะงักเล็กน้อยกับความคิดเหลวไหลของตน ไส้ในเป็หญิงวัยเกือบสามสิบแท้ ๆ มาปลื้มอะไรกับหนุ่มน้อยตรงหน้านี่
“เ้ากลับมาแล้ว” เว่ยจื่อเอ่ยทัก
“ท่านควรนอนพักมาก ๆ ข้าเอาของมาเก็บ”
หลันหลันเอากระดาษและป้ายแข่งขันหรงเซียนไว้ที่มุมหนึ่ง นางตัดสินใจทิ้งป้ายไว้ตรงนี้ เพราะไม่ว่ามองแง่มุมใดเว่ยจื่อก็ไม่น่าจะสนใจมันนัก แล้วนางก็ยังไม่อยากให้คนอื่นรู้เื่นี้อีกด้วย ยังไงนางก็ใช้เงินสมัครไปส่วนหนึ่งด้วย เผื่อพลาดไม่ได้รางวัลจะได้ไม่ต้องถูกใครว่ากล่าว
“เ้าร้องไห้...ใครรังแก”
หลันหลันชะงัก เป็ครั้งแรกที่มีคนถามนางเช่นนี้ นางไม่นึกว่าเขาจะใส่ใจดวงตาอันแดงก่ำของนางด้วย แม้จะรู้สึกดีที่มีคนเป็ห่วงความรู้สึก ทว่าหลันหลันก็เลือกไม่อธิบายอะไร
“ไม่มี” นางตอบ
“ทำไมถึงร้องไห้” ฉินเว่ยจื่อไม่ยอมปล่อยให้ผ่านไป เขาเกรงว่าใครจะรังแกนางมา ในเมื่อนางเป็คนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ควรจะต้องปกป้องคุ้มครองนาง
หรืออย่างน้อย...ภายภาคหน้าต้องเอาคืนให้นางบ้าง
หลันหลันหันกลับไปมองทางเขาอีกครั้ง คนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงตอนนี้ มองแล้วดูราวภาพวาด เขาแก่กว่านางไม่กี่ปี แต่เป็่ไม่กี่ปีที่เป็่ตัดสินว่าใครเด็ก ใครเป็ผู้ใหญ่ สำหรับนางแล้วอายุยังน้อยอยู่ ส่วนเขาอายุแถว ๆ สิบเจ็ดปีแบบนี้ ก็เรียกว่าเป็ชายหนุ่มเต็มตัว สามารถทำหลาย ๆ เื่ที่ผู้ใหญ่ทำได้แล้ว
มีหนุ่มหน้าตาดีมาถาม เหมือนห่วงความรู้สึกเช่นนี้...ช่างเป็ประสบการณ์แปลกใหม่ดีจริงๆ หลันหลันมุมปากกระตุก คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ลุงหยวนต้มยาให้ท่านอยู่ เดี๋ยวคงเอามาให้ ข้าจะไปทำอาหารก่อน ท่านคงต้องกินอาหารอ่อน ๆ ไปก่อน”
“ถ้าใครรังแก เ้าควรบอกข้า” น้ำเสียงชายหนุ่มเข้มขึ้น จนให้ความรู้สึกคาดคั้นนิด ๆ
หลันหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่เป็อะไร คนเป็ห่วงก็ดี แต่นางก็ไม่ชอบให้ใครมาออกคำสั่งในเื่ไม่เป็เื่เช่นนี้
“ไม่มี ใครรังแกข้า” นางว่า
“ข้าปกป้องเ้าได้” เขาบอก
“อือ ท่านก็ควรทำแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ ก็ข้าเป็ผู้มีพระคุณนี่” ว่าแล้วหลันหลันก็เดินออกจากห้องไปง่าย ๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก
ฉินเว่ยจื่อมองตามหลัง ริมฝีปากปรากฎรอยยิ้มบาง ๆ คุณชายเช่นเขาในเวลาเช่นนี้ ได้มาเจอหลันหลัน นับว่าชีวิตมีสีสันไม่น้อย ตอนนี้สถานการณ์ยังคงไว้วางใจไม่ได้ ฉินเว่ยจื่อเลยตัดสินใจว่าจะกบดานอยู่ที่นี่สักพัก ทำตัวเป็คนไร้ที่มาที่ไป จนกว่าจะได้ข่าวคราวพรรคพวกของเขา
ต้นปีหน้าเขาก็จะอายุสิบแปดปีแล้ว สมควรจะต้องแต่งคุณหนูสักคนเข้าบ้าน แต่ก็เกิดปัญหาขึ้นเสียก่อน การดองกันของสองตระกูลใหญ่เลยล้มเลิก แต่เป็เช่นนี้กลับสมใจเขานัก เขายังไม่อยากแต่งงาน โดยเฉพาะกับพวกตระกูลเสิ่นนั่น
ยังมีเื่ต้องให้ทำมากเกินไป ตอนนี้กำลังของเขายังมีไม่มากพอ...
ชายหนุ่มถอนใจ าแยังคงปวดหนึบอยู่ เขาวางหนังสือปณินกะสมุนไพรแห่งแผ่นดินลง ไม่นึกเลยว่าสาวใช้อย่างหลันหลันจะรู้หนังสือด้วย ในขณะที่จะล้มตัวลงนอนพักผ่อน ก็เหลือบมองเห็นป้ายการแข่งขันหรงเซียน
ฉินเว่ยจื่อเลิกคิ้วประหลาดใจ ดูเหมือนว่านี่คือสิ่งที่หลันหลันนำมาด้วยเมื่อสักครู่นี้...
....
ที่ห้องครัว ควันไฟพวยพุ่งจากเตา มีหัวเตาสองเตาแสนจะสะดวกสบาย หลันหลันฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี นางนวดแป้งทำหมั่นโถวสูตรพิเศษนึ่งไว้หลายลูก กินไม่หมดพรุ่งนี้เช้าก็เอามาอุ่นกินได้อีก อีกเตาก็ต้มข้าวต้มไปด้วย ข้าวที่นางได้มาคุณภาพต่ำสุดต้องซาวน้ำหลายครั้ง และเมล็ดก็ไม่สวย หลันหลันไม่ชอบใจนัก แต่ในตอนนี้ได้แค่นี้ก็ดีแล้ว
หลันหลันเอาขิงกับเกลือเล็กน้อยใส่ลงไปในข้าวต้ม ขิงช่วยไล่ไข้หวัด ไข้ลม เกลือจะช่วยเสริมพลังงานในร่างกายได้ นางพบว่าไก่ป่าที่ต้มเตรียมไว้เมื่อเช้า ยังเหลืออีกนิดหน่อย จึงนำมาฉีกแล้วใส่ข้าวต้ม เมื่อข้าวสุกพอนิ่มแล้วก็ถ่ายใส่หม้อใบเล็ก ไปตั้งไว้ในเตาอุ่นอันเล็กให้ทั้งอุ่นร้อนและเคี่ยวให้ข้าวนิ่มขึ้น คนป่วยได้ซดคล่องคอ
หลันหลันตั้งกระทะอีกครั้ง ใส่น้ำรอให้เดือน ก่อนหั่นเนื้อหมูและใส่เครื่องเทศโยนลงไป ขิง กระเทียม โป๊ยกั๊ก และก้านอบเชย ในยุคนี้เครื่องเทศทำอาหารไม่ใช่ของแปลกใหม่ เพียงแต่เป็ของหาได้ทั่วไป และวิธีใช้ยังไม่หลากหลาย อย่างยุคที่นางจากมา
ความตั้งใจจริงของหลันหลันคือจะทำหมูต้มซีอิ๊วเคี่ยวนิ่ม ๆ มีน้ำขลุกขลิกไว้กินกับหมั่นโถว เสียแต่ตอนนี้ไม่มีซีอิ๊วเลย หลันหลันค่อนข้างประหลาดใจเลยทีเดียว ตอนที่นางถามร้านขายเครื่องปรุงถึงซีอิ๊ว ไม่ใช่ว่ายุคนี้ไม่มี แต่มันเป็ของหายากที่นิยมกินในกลุ่มเฉพาะทางใต้ติดกับชายแดนเท่านั้น
พ่อค้าร้านเครื่องปรุงที่หลันหลันคุยด้วย ติดต่อรับซื้อของจากคนกลางที่มาจากหลากหลายที่ เขาจึงรู้จักซีอิ๊ว แต่ความรู้สึกของเขา ซีอิ๊วเป็เหมือนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่คนทั่วไปยังเข้าไม่ถึงความอร่อย ในเมื่อไม่เป็ที่นิยม การขนส่งก็มีราคาแพง เดินทางมาไกล เก็บรักษาลำบาก เขาเลยไม่คิดจะนำมาจำหน่าย เพราะรู้สึกว่าไม่คุ้มทุน
เมื่อซีอิ๊วอยู่ทางใต้ติดชายแดน สุยโจวเป็เมืองที่อยู่ทางเหนือ หลันหลันก็เลยจำใจโบกมือลาซีอิ๊ว เปลี่ยนมาทำหมูต้มน้ำตาลเคี่ยวในเครื่องเทศไปก่อน โดยอาศัยการคั่วน้ำตาลให้ไหม้ให้มีสีออกน้ำตาลมีกลิ่นหอมสักหน่อย ถึงค่อยใส่อื่น ๆ ลงตามไป พอใส่น้ำเพื่อเคี่ยวหมูให้นิ่ม ก็พอจะอาศัยสีสันจากน้ำตาลทำให้หมูต้มซีอิ๊ว (ปลอม ๆ) นั้น ไม่แห้งขาวจนไม่น่ากิน
ความมันวาวจากเนื้อหมูที่คายออกมา ผสมเข้ากับความหอมจากเครื่องเทศ ส่งกลิ่นชวนน้ำลายสอฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ หลันหลันพออกพอใจมาก ทักษะการปรุงรสของนางยังไม่ตกลง แม้ไม่มีซีอิ๊วนางก็ปรับเปลี่ยนจนได้จานเด็ดที่มีรสชาติอร่อยไม่แพ้กัน
นึกแล้วนางอาจจะต้องหาทางหมักซีอิ๊วไว้ใช้บ้างแล้ว ว่าแล้วหลันหลันก็คิดฟุ้งซ่านไปว่า เธออาจจะทำกิจการใหญ่โต อย่างการทำซีอิ๊วขายเป็เศรษฐีในแผ่นดินแห่งนี้
เฮ้อ แต่นั่น ในตอนนี้ก็ยังได้เป็เพียงแค่ความฝันเท่านั้น...
หลันหลันเลิกเหม่อลอย นางยกข้าวต้มออกจากเตาเล็ก แล้ววางน้ำแกงปลาที่เหลือชามสุดท้ายลงไป ซอยขิงและพริกลงไปเพิ่ม โรยเกลือลงไปหน่อย เท่านี้น้ำแกงปลาที่เหมือนทำใหม่ รสชาติอร่อยกว่าเมื่อวานก็พร้อมแล้ว
นางจัดการตักข้าวต้มแบ่งเป็สามสำรับ แล้วเดินไปที่ห้องคุณชายใหญ่ก่อน นางค่อย ๆ โผล่หน้าเข้าไปอย่างเกร็งๆ เพราะรู้ว่าคุณชายใหญ่ฟื้นแล้ว แต่ยังนอนสะลึมสะลืออยู่ คล้ายว่าไข้เพิ่งลด
หลันหลันยังไม่คุยอะไรกับคุณชายใหญ่ เพราะร่างกายเล็กๆ นั่นยังอ่อนแอมากอยู่ แต่ดูเหมือนคุณชายจะรู้แล้วว่า นางมีส่วนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เพราะเขาพยักหน้าเล็กน้อยให้นาง และส่งสายตาขอบคุณมาให้
หลันหลันวางสำรับอาหารบนโต๊ะ แล้วขอตัวออกมาจากห้อง ทิ้งให้ป้าหลี่จัดการปรนนิบัติคุณชาย แล้วออกไปยกข้าวต้มให้เหมยฮวากับเว่ยจื่อ คนป่วยทั้งสามอิ่มท้องและเข้าพักผ่อนแล้ว หลี่มามา หมอหยวน และหลันหลันจึงได้นั่งลงกินข้าวกัน
หลังจากผ่านคืนวันอันหิวโหย ความหวาดกลัวว่าจะไร้ที่พึ่งพิง ถึงแม้อาหารมื้อนี้จะมีแค่หมั่นโถวร้อน ๆ จิ้มกับน้ำหวาน ๆ ของหมูต้ม แกล้มกับผักดองราคาถูกที่หลันหลันซื้อมา ก็เลิศรสปลอบประโลมทั้งท้อง ปลอบประโลมทั้งจิตใจทั้งสามคนได้
คืนนั้นหลี่มามายิ้มออกอย่างโล่งใจเป็ครั้งแรก นับั้แ่เดินทางออกจากจวนมา หมอหยวนก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาได้กลับมารักษาคนไข้
ส่วนหลันหลันทั้งคนเก่าและคนใหม่ ก็ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นในบ้านอีกครา