ในระหว่างที่ด้านนอกกำลังวุ่นวาย ตัวต้นเหตุอย่างเว่ยซือหงนั้นไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้นางกำลังมึนงงสับสนและหวาดกลัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลที่นางยืนอยู่ในขณะนี้ด้วยความสนใจ ข้อความมากมายลอยขึ้นมาให้เห็นทันทีที่สายตากวาดผ่านจนลายตาไปหมด
ทำไมที่นี่มีแต่สีเขียว พืชพรรณมากมาย ทั้งอากาศยังบริสุทธิ์ ครอบครัวของนางเล่าอยู่ที่ใด?
“ท่านพ่อ ท่านแม่เ้าคะ”
“ท่านปู่ ท่านย่า”
“พี่ใหญ่ พี่รอง”
เสียงเล็กเอ่ยเรียกคนในครอบครัวหากไม่มีสักคนที่จะตอบรับ ใจที่ชื้นเพราะสถานที่งดงามแป้วลงอีกครั้ง ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยม่านน้ำตา ปากเล็กเบะออกอย่างน่าสงสาร คิดว่าอีกไม่นานต้องร้องไห้แน่ ก่อนที่เ้าตัวกลมจะคิดมากและร่ำไห้ น้ำเสียงคุ้นเคยที่มาหานางตอนเป็ทารกก็ดังขึ้นเสียก่อน
“เสี่ยวหงเอ๋อร์”
“ท่านตา!”
เ้าตัวกลมร้องเรียกท่านตาที่ชอบโผล่มาตอนกลางคืนและหายไปตอนกลางวันอย่างรวดเร็ว ก่อนเท้าเล็ก ๆ จะวิ่งพรวดไปกอดต้นขาชราเอาไว้ นานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน แต่นางจำท่านตาใจดีที่ชอบนำผลน้ำนมมาให้นางดื่มได้!
“ท่านตา! อาหงคิดว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้วเสียอีก เมื่อครู่อาหงกลัวมาก หากท่านตาไม่ออกมา อาหงต้องร้องไห้เสียใจแน่ ๆ เ้าค่ะ” ได้ทีก็ชิงฟ้องทันที
ท่านตาหรือเทพโชคชะตายกยิ้มเอ็นดูให้กับเทพธิดาตัวน้อย นางช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ ไม่เสียแรงที่ฝืนคำสั่งของท่านมหาเทพลงมาเล่นกับนางบ่อย ๆ
จะอย่างไรสิ่งที่เขาทำก็ไม่ได้ผิดแม้แต่น้อย เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเส้นชะตาของนาง โอ้! ลืมไป นางเป็สตรีเหนือชะตา เขามองชะตาของนางไม่ออกนี่นะ เอาเถอะ ลืมมันไปเสีย...
ท่านมหาเทพกล่าวไว้ว่า หากลงไปโลกมนุษย์มากเกินไป ชะตาโลกจะเปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์ยุ่งเหยิง ทว่าที่ที่เขาทำอยู่นี่จะว่าถูกก็ไม่ใช่ ผิดก็ไม่เชิง เพราะเดิมทีตอนลงไปเล่นกับนางพร้อมผลน้ำนม ก็ไม่มีมนุษย์คนใดเห็นหรือััถึงเขาได้อยู่แล้ว ทั้งเ้าตัวกลมนี่ก็ไม่ได้เป็มนุษย์เสียทีเดียว นางเป็เทพที่ลงมาผ่านด่านเคราะห์เสียหลายภพชาติ ชาตินี้ถือเป็ชาติสุดท้าย เมื่อนางสั่งสมพลังจนครบก็จะได้เลื่อนเป็เทพอีกครั้ง
เหตุใดจึงกล่าวว่านางเป็สตรีเหนือชะตา?
นั่นเพราะในหลาย ๆ ภพชาติที่ผ่านมา นางได้ผ่านด่านเคราะห์ต่าง ๆ มาทั้งหมดแล้ว ความจริงนางควรกลับคืนสู่การเป็เทพ ทว่าเสี้ยวจิตครั้งยังเป็เทพมีปรารถนาอันแรงกล้าที่จะช่วยมวลมนุษย์ นางจึงตั้งใจจุติที่โลกลมปราณ โลกที่เอื้อต่อการเลื่อนขั้นเป็เทพและจัดการอะไร ๆ ได้ง่ายที่สุด ด้วยความเมตตาและความตั้งใจอันบริสุทธิ์ที่มีต่อสรรพชีวิตนี้ เขาจึงไม่สามารถอ่านเส้นชะตาของนางได้อีกต่อไป
หากพูดให้ถูกต้อง เขาอ่านชะตาชีวิตของนางไม่ได้ั้แ่ที่นางสิ้นชีพลงในภพมนุษย์ อันเป็โลกระดับต่ำ วัฒนธรรมเสื่อมถอย แต่กลับเจริญด้วยเทคโนโลยี ในกรณีที่ท่านมหาเทพได้ยื่นข้อเสนอให้นางก่อนจะเกิดนั้น เป็เพียงกลอุบายที่จะส่งมอบทุกสิ่งที่เป็ของนางกลับคืนสู่เ้าของเท่านั้นเอง
เมื่อไม่อาจอ่านเส้นชะตาของนางได้ เว่ยซือหงก็แทบกลายเป็ตัวตนเหนือกฎเกณฑ์ ไม่มีใครสามารถบงการ ไม่อาจหยุดยั้ง ต่อจากนี้ไปล้วนเป็นางที่ลิขิตชีวิตของตัวเอง ทวยเทพไม่อาจแทรกแซง...
“ท่านตา ท่านตา!”
“หะ... หา! ว่าอย่างไรเสี่ยวหง”
“ท่านตาเหม่ออันใดเ้าคะ อาหงเรียกตั้งนาน ท่านตาก็ไม่ตอบรับ” เ้าตัวกลมขมวดคิ้วพูดพลางใช้ตากลม ๆ จ้องคนที่เรียกว่าท่านตาตาไม่กะพริบ
เทพโชคชะตาหัวเราะเบา ๆ มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กอย่างอ่อนโยน “ตาเพียงแค่คิดอะไรเล็กน้อย ทำให้เสี่ยวหงเป็กังวลแล้ว”
เ้าตัวกลมไม่สนใจ นางจับมือใหญ่ที่มีร่องรอยเหี่ยวย่นเขย่าไปมา “ท่านตา ท่านตา ที่นี่คือที่ไหนหรือเ้าคะ ทั้งงดงามและ ฟืด... หอมมาก! อาหงชอบ” พูดพร้อมหลับตาสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอด
เทพโชคชะตายิ้มใจดีให้คำตอบไม่ปล่อยเ้าตัวกลมสงสัยนาน “ที่นี่คือมิติพฤกษา์”
“มิติพฤกษา์... คือสิ่งใด แล้วอาหงมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะ ครอบครัวอาหงอยู่ไหน”
“ใจเย็นก่อนเ้าตัวน้อยขี้สงสัย เว้น่ให้ตาตอบบ้าง”
“แหะ ๆ อาหงขอโทษเ้าค่ะ” เทพโชคชะตายกยิ้มไม่ว่ากล่าวอันใด เพียงอธิบายให้นางฟังอย่างใจเย็น
“ที่นี่คือมิติพฤกษา์ เป็มิติในดวงจิตของเ้า มีเพียงเ้าเท่านั้นที่เข้ามาได้ เ้าจะเข้ามาทั้งร่างกายหรือดวงจิตก็ได้ เพียงนึกคำว่าเข้าและออกเท่านั้น ส่วนที่เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ก็เพราะพลังปราณและพลังธาตุของเ้าตื่นก่อนกำหนดอย่างไรเล่า ร่างกายเ้ารับความเ็ปและพลังปราณมากมายมหาศาลไม่ไหว ดวงจิตของเ้าจึงถูกมิติแห่งนี้ดึงเข้ามา เพื่อปกป้องไม่ให้ฐานดวงจิตของเ้าได้รับาเ็จากการที่พลังตื่นก่อนกำหนด”
“แสดงว่าครอบครัวอาหงอยู่ด้านนอกใช่หรือไม่เ้าคะ” เ้าตัวน้อยฉลาดยิ่ง เพียงฟังอย่างตั้งใจก็เข้าใจได้ไม่ยาก ไม่ต้องอธิบายซ้ำรอบสอง
“ถูกแล้ว ครอบครัวของเ้าอยู่ด้านนอก”
เว่ยซือหงตัวน้อยก้มหน้ามองพื้น หัวคิ้วเรียวสวยกดเข้าหากันเรื่อย ๆ แววตาสงสัยยิ่ง ก่อนเงยหน้าถามท่านตาของนาง “ท่านตา แล้วอาหงพาครอบครัวเข้ามาได้หรือไม่เ้าคะ ที่แห่งนี้ดีมาก อาหงอยากให้ทุกคนเข้ามา”
เทพโชคชะตายิ้มอ่อน “ตอนนี้ยังไม่ได้ แต่ในอนาคตหากเ้าแข็งแกร่งขึ้น จะสามารถพาพวกเขาเข้ามาได้”
“ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนหรือเ้าคะ ตอนนี้อาหงแข็งแรงมากนะ”
“เ้าต้องมีพลังอยู่ในระดับแม่ทัพเสียก่อน เมื่อมีพลังถึงระดับนั้นแล้ว หาก้าพาผู้ใดเข้ามา เ้าต้องทำอักขระพันธสัญญากับพวกเขาด้วย ยกเว้นเนื้อคู่ของเ้าที่ไม่ต้องทำอักขระพันธสัญญา เพราะพวกเ้ามีพันธะร่วมกันอยู่แล้ว”
ฟังถึงตรงนี้เ้าตัวกลมตีหน้ายุ่งไม่พอใจกล่าวปฏิเสธทันที “ท่านตา! อาหงยังเด็กอยู่เลย อาหงไม่มีเนื้อคู่หรอก ถึงมีอาหงก็ไม่คิดแต่งงาน อาหงจะอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ ท่านปู่ท่านย่า และพี่ใหญ่พี่รอง อาหงไม่ไปไหนหรอก คำพูดท่านตานี่ไม่ดี ไม่ดี ไม่ดีจริง ๆ อาหงเพิ่งเจ็ดหนาวก็พูดถึงเนื้อคู่เสียแล้ว เฮ้อ!”
ฟังคำพูดจริงจังของเ้าตัวกลมแล้วทนไม่ไหว เทพโชคชะตาหลุดหัวเราะเสียงดัง
“เอาเถอะ ๆ เเล้วแต่เ้า แต่ว่าตอนนี้เ้านั่งสมาธิก่อนเถิด ปล่อยกายปล่อยใจให้ว่าง เมื่อััได้ถึงพลังปราณพลังธาตุก็ค่อย ๆ ดูดซับมันเข้ามา”
เว่ยซือหงไม่ถามให้มากความ เพราะนางได้ศึกษาเื่นี้ั้แ่สามขวบแล้ว เมื่อได้รับคำแนะนำจากท่านตาปริศนา นางจึงทำตามทันที เพียงไม่นานก็ััได้ถึงละอองปราณและเส้นพลังธาตุที่คุ้นเคย เ้าตัวน้อยดูดซับมันเข้ามาอย่างช้า ๆ ไม่นานก็เสร็จสิ้น เพียงแต่เด็กตัวกลมหาได้ออกจากสมาธิไม่ นางยังคงดูดซับต่อไปจนกระทั่ง
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงการเลื่อนระดับสามครั้งติดต่อกันดังในห้วงจิต เว่ยซือหงลืมตาขึ้น ดวงตาทอประกายยินดี นางเลื่อนขั้นพลังถึงสามขั้นรวด! ตอนนี้พลังปราณของนางอยู่ที่ พลังปราณระดับเริ่มต้นขั้นสูง!
แม้แต่เทพโชคชะตายังอดอึ้งไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าอัตราการดูดซับของนางรวดเร็วเหนือผู้ใด การเลื่อนระดับขั้นพลังของนางยังไม่มีการติดขัดอีกต่างหาก เขาเป็เทพยังอึ้งขนาดนี้ หากเื่นี้รู้ถึงโลกภายนอก ไม่รู้ว่าคนที่ปิดด่านกักตนกันเป็เดือนเป็ปีจะพากันกัดลิ้นตายหรือไม่ ช่างเถอะใครใช้ให้พวกเขาไม่มีมิติพฤกษา์เล่า!
“ปรับสมดุลพลังปราณก่อนเสี่ยวหง”
“เ้าค่ะท่านตา”
เว่ยซือหงทำตามอย่างเชื่อฟัง นางเป็เด็กดีมาก ๆ แค่นั่งสมาธิต่อเหตุใดนางจะทำไม่ได้ ทว่าคราวนี้การนั่งสมาธิไม่ได้สงบนิ่งอีกต่อไป คิ้วน้อย ๆ ของเ้าตัวเริ่มขมวดเข้าหากัน พร้อม ๆ กับความทรงจำบางอย่างที่วาบผ่านเข้ามาในห้วงภวังคจิต
‘ที่แห่งนั้นกำลังเผชิญกับความเลวร้าย ข้าวยากหมากแพง บ้านเมืองแห้งแล้ง อยู่ในสภาวะแร้นแค้นอย่างหนัก สิ่งที่ผู้คนกำลังเผชิญอยู่มันไม่ใช่เพราะฤดูกาล แต่เป็ความชั่วร้ายที่กำลังกัดกินทุกสิ่งอย่างทีละเล็กละน้อย หากมิตินั้นไม่ได้รับความช่วยเหลือและป้องกัน คงได้ถึงคราวล่มสลาย เพราะเหตุนี้ข้าจึงจะส่งคนมีความสามารถเช่นเ้า ซึ่งตรงกับเงื่อนไขที่ข้าตั้งเอาไว้ไปที่นั่น’
‘ทุกอย่างเป็เ้าลิขิตชะตาชีวิตตนเอง แต่ขอให้เ้าระลึกไว้ เมื่อใดที่เ้ามีความสามารถมากพอ เพียงช่วยเหลือผู้คนในโลกนั้นบ้างข้าก็พอใจแล้ว จงระวังพวกมาร’
‘ข้าจะมอบมิติพฤกษาแห่งนี้ให้เ้า ข้าจะมอบองค์ความรู้ขนาดใหญ่ให้กับเ้าด้วยเช่นกัน ซึ่งมันจะอยู่ในมิติแห่งนี้ ไว้เ้าค่อยมาสำรวจเอง สุดท้ายถือเป็ของขวัญสำคัญจากข้า ข้าขอมอบดวงเนตร์ให้แก่เ้า นับจากนี้ไปขอให้เ้าใช้ชีวิตให้ดีตามแต่ใจเ้าปรารถนาเถิดเว่ยซือหง’
พรึบ!
เว่ยซือหงลืมตาขึ้นมาทันทีหลังเสียงทรงอำนาจทว่าแฝงความอบอุ่นอ่อนโยนหมดไป ดวงตากลมโตสับสน เสียงในความฝันคือผู้ใด แล้วเขากล่าวกับนางใช่หรือไม่? ยังไม่ทันได้สงสัยนาน ความทรงจำอีกประเภทพลันแทรกเข้ามาจนเ้าตัวน้อยต้องหลับตาแน่น การเข้ามาของภาพความทรงจำนี้ทำนางปวดหัวอย่างมาก!
เนิ่นนานกว่าทุกอย่างจะสงบ หลังกรองและจัดเรียงข้อมูลที่ได้รับมาให้เข้าที่แล้ว นางจึงได้ลืมตาขึ้น
“ที่แท้ความทรงจำเมื่อครู่คือองค์ความรู้ด้านการปลูกผัก หรือเรียกอีกอย่างว่าเกษตรกรรมนี่เอง ดียิ่ง! อาหงกำลังอยากปลูกผักพอดีเลย!”
เ้าตัวกลมกลับมาร่าเริงอีกครั้ง ปากเล็กฉีกยิ้มจนสองแก้มซาลาเปาเป็ก้อนกลม ๆ
ความดีใจที่ตัวเองมีวิธีการเพาะปลูกมากมายทำให้เว่ยซือหงหลงลืมเสียงทรงอำนาจที่กล่าวกับนางชั่วคราว เทพโชคชะตาลอบถอนหายใจ เขานึกว่านางจะจำได้ทุกภพชาติที่จุติเสียอีก! เป็เช่นนี้ดีแล้ว ให้นางได้มี่เวลาร่าเริงสมกับเป็เด็ก ดีกว่าเคร่งเครียดเกินอายุจริง
‘เพราะข้าจำกัดความทรงจำของนางไว้ตามระดับพลังอย่างไรเล่า เมื่อระดับพลังของนางสูงขึ้น ความทรงจำที่ข้าผนึกไว้ไว้จะค่อย ๆ หลุดออกมาหลอมรวมให้นางได้รับรู้เอง’
‘ท่านมหาเทพ’ เทพโชคชะตาส่งกระแสจิตตอบกลับท่านมหาเทพไปทันทีที่เสียงของผู้เป็ใหญ่ดังขึ้นมาในห้วงจิตเขา
‘ท่านควรกลับมาได้แล้วเทพโชคชะตา นับจากนี้ห้ามท่านลงไปหานางอีก’
‘ข้ารู้แล้ว! นางน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ ข้ามาเล่นกับนางไม่ได้หรือไรเล่า’
‘ข้าก็อยากเล่นกับบุตรสาวข้าเช่นกันข้ายังหักห้ามใจได้เลย ไม่รู้แหละ ถ้าท่านไม่รีบกลับขึ้นมาก็จงเตรียมรับโทษได้เลย’
‘จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ขอข้าลานางก่อนสิท่านมหาเทพ’ เทพโชคชะตาไม่สนใจเสียงขึงขังที่ดังในห้วงจิต
“เสี่ยวหง”
“ท่านตา” เ้าตัวกลมขานรับเสียงหวานใสจนเทพโชคชะตาไม่อยากจาก ทว่าเขาไม่อาจฝืนคำสั่งห้ามไปได้มากกว่านี้แล้ว
“มอบให้เ้า” เขายื่นแหวนหยกที่ลงอักขระอาคมระดับเทพให้กับนาง
“แหวนอันใดหรือเ้าคะท่านตา” ถึงนางจะเด็ก แต่นางย่อมรู้ว่าแหวนที่ท่านตาปริศนาชอบผลุบ ๆ โผล่ ๆ เวลากลางคืนให้มาต้องไม่ธรรมดาแน่
“แหวนปกปิดพลังระดับเทพ”
“ระดับเทพ!” เพราะเคยศึกษาเื่ระดับพลังขั้นต่าง ๆ มาก่อน เว่ยซือหงตัวน้อยจึงไม่สามารถระงับอาการตื่นเต้นได้ นี่มันระดับเทพเชียวนะ แหวนระดับเทพ!
“ใช่ แหวนวงนี้จะช่วยปกปิดระดับพลังของเ้าไว้ไม่ให้ผู้ใดมองเห็น ข้ารับรองจะไม่มีใครเห็นพลังที่แท้จริงของเ้าแน่นอน เพียงเ้าอยากเปิดเผยระดับพลังที่ขั้นใด เ้าก็ส่งจิตจำนงไปที่แหวน แหวนวงนี้จะตอบรับความ้าของเ้าทันที หยดเืเสียสิแล้วมันจะเป็ของเ้า ไม่มีผู้ใดเเย่งชิงไปได้”
เว่ยซูหงตัวน้อยใช้เข็มเล็ก ๆ ที่ท่านตาปริศนายื่นให้เจาะเืที่นิ้วชี้แล้วหยดลงใส่แหวน เมื่อทำพันธสัญญาเป็เ้าของแหวนเรียบร้อยแล้ว เ้าตัวกลมก็ไม่รอช้าแต่อย่างใดสวมไว้ที่นิ้วกลางข้างขวาทันที
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านตา”
“ตาต้องไปแล้ว เ้าก็ศึกษาเื่ราวต่าง ๆ ในนี้เล่า อ้อ อย่าลืมสำรวจมิติของเ้าล่ะ มีสิ่งสำคัญเกี่ยวกับมิตินี้ที่เ้าต้องรับรู้ไว้”
“อะไรหรือเ้าคะท่านตา”
“ในมิติแห่งนี้เวลาจะเดินเร็วกว่าโลกภายนอก เ้าอยากให้เดินเร็วเท่าไหร่ เ้าก็ตั้งจิตเอาเองเลย มิติมันเป็ของเ้า มันจะตอบรับความ้าของเ้าเอง อีกข้อ ถึงเ้าจะอยู่ศึกษาในนี้เป็ร้อยเป็พันปี อายุและอัตราการเจริญเติบโตของเ้าจะเท่าโลกภายนอก ไม่โตเร็วไปกว่าเดิมแน่นอน”
“อาหงเข้าใจเเล้วเ้าค่ะท่านตา”
“ดี ตาต้องไปแล้ว”
“ท่านตาจะมาหาอาหงอีกหรือไม่เ้าคะ”
“ตามาไม่ได้แล้ว แต่เมื่อไรที่เสี่ยวหงเข้มเเข็งมีระดับพลังมากขึ้น วันนั้นเราจะได้พบกันอีกครั้ง เอาละ ตาไปก่อน ใช้ชีวิตให้ดีเล่าเทพธิดาตัวน้อยของตา”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านตา อาหงจะไม่ลืมท่านตาเลย ท่านตาอย่าลืมอาหงนะเ้าคะ!” เด็กน้อยะโเสียงดังเมื่อท่านตาของนางค่อย ๆ หายไปจนกลายเป็ภาพเงาเลือนราง
เ้าตัวน้อยยืนเศร้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระตือรือร้นอีกครั้ง
สำรวจมิติกันเถอะ!