มินอาค่อย ๆลืมตาขึ้นมาด้วยเปลือกตาที่หนักอึ้งแสงไฟสีเหลืองนวลส่องสลัวไปทั่วห้องนอนอันเงียบสงบ เธอพยายามจะดันตัวลุกขึ้นนั่งแต่ความเจ็บแปลบและแสบร้อนแล่นขึ้นมาตรงระหว่างขาทำให้เธอต้องหลุดครางออกมาเสียงแ่
“อ๊ะ...!”
ความระบมเริ่มลุกลามไปทั่วร่างร่างกายทุกส่วนของเธอราวกับกำลังประท้วง ไม่ว่าจะเป็แผ่นหลัง แขน ขา หรือหน้าอกต่างก็ระบมไปหมด
มินอามองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่พร่ามัว
สภาพห้องในตอนนี้เละเทะไม่ต่างจากสมรภูมิบนพรมสีครีมเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำใสและคราบเืที่แห้งกรังกระจัดกระจายอยู่เป็วงกว้างถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วถูกทิ้งใกล้หัวเตียง
ภายในห้องหลงเหลือเพียงความเงียบงัน...ไม่มีใครอยู่ตรงนี้ ทั้งประธานชเวและผู้กำกับคังจากไปแล้ว
มินอามองนาฬิกาแขวนผนัง เวลา 05:07น.
วินาทีนั้นน้ำตาที่อั้นไว้เริ่มเอ่อคลอและไหลทะลักลงมาเธอรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ทว่าความเ็ปทางร่างกายและจิตใจมันหนักเกินกว่าจะทานทนสุดท้ายร่างทั้งร่างก็สั่นเทิ้มและปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว
“ฮึก... ฮืออออ...”
เธอค่อย ๆขยับกายก้าวลงจากเตียงอย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบรับน้ำหนักไม่ไหว ตรงหว่างขาเจ็บแสบจนน้ำตาไหลพราก
ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเธอซุกใบหน้าลงกับหัวเข่าพร้อมกับใช้แขนทั้งสองข้างโอบกอดตัวเองเอาไว้แน่น
“ทำไม... ทำไมต้องเป็ฉัน...”
เสียงคร่ำครวญปนตัดพ้อดังระงมไปทั่วห้องอันอ้างว้างในขณะที่ภาพฝันร้ายจากเมื่อคืนยังคงฉายซ้ำในหัวของเธอ
ภาพประธานชเวสวมหน้ากากสีดำ กระแทกเธอแรงๆภาพผู้กำกับคังจูบเธออย่างหยาบกร้าน ขณะที่เธอถูกอุ้มเย็ดตรงหน้ากล้อง
“ฉัน... ฉันไม่ได้อยากให้เป็แบบนี้...ฮือออ...”
เธอพร่ำบ่นประโยคเดิมๆ ออกมาจนคอแห้งผาก น้ำตาไหลไม่หยุดเปียกต้นขาและพื้นอกของเธอแน่นจนหายใจไม่ออก
มินอานั่งกอดตัวเองร้องไห้อยู่นานเกือบสิบนาทีจนกระทั่งเสียงร้องไห้เริ่มแ่ลงเหลือเพียงแรงสะอื้น ฮัก ฮัก เธอค่อยๆเงยหน้าที่บวมช้ำและขอบตาแดงก่ำขึ้นมาอย่างช้าๆ
สายตาของเธอไปหยุดที่เสื้อผ้าของตัวเธอที่ว่างอยู่บนโซฟามือที่สั่นเทาของเธอยื่นไปหยิบเสื้อและกระโปรงยาวสีเทา
หลังจากแต่งตัวเสร็จมินอายืนนิ่งมองห้องที่เละเทะอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปช้าๆ
หอพักศิลปิน
มินอาใช้มืออันสั่นเทาบิดลูกบิดเปิดประตูห้องพักเข้ามาอย่างเชื่องช้าภายในห้องยังคงมืดสลัว มีเพียงแสงไฟดวงเล็กๆ ที่เปิดทิ้งไว้
“พี่มินอา!”
เสียงของซูยอนดังขึ้นทำลายความเงียบเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีที่นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นนั่งทันทีใบหน้าอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างปิดไม่มิดขณะที่มิ้นซึ่งนั่งคุดคู้อยู่ข้างๆ ก็รีบหยัดตัวลุกขึ้นตามอย่างรวดเร็ว
“พี่หายไปไหนมาคะ? พวกหนูตื่นเช้ามาก็ไม่เจอพี่แล้ว”
ซูยอนสาวเท้าตรงเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางร้อนรนและเป็ห่วง
“พี่มิ้นบอกว่าเมื่อคืนพี่มินอาออกไปข้างนอก...!”
มินอายังคงยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูราวกับร่างที่ไร้ิญญาใบหน้าเนียนซีดเผือดราวกับกระดาษ ขอบตาแดงก่ำและบวมเป่งจนเห็นได้ชัดเธอมองหน้าซูยอนแวบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆเบือนสายตาหันไปมองมิ้นที่ยืนคุมเชิงอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
มิ้นกัดริมฝีปากตัวเองแน่น สายตาเต็มไปด้วยความกังวลและเป็ห่วง
“พี่มินอา...”มิ้นเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแ่ “เมื่อคืนฉัน...ฉันบังเอิญตื่นมาเห็นพี่กำลังเดินออกไปข้างนอกพอดี...”
มินอาตกอยู่ในความเงียบ... น้ำตาอุ่นร้อนทะลักร่วงพรูลงมาตามแก้มขาวซีดโดยไม่ทันตั้งตัวก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็เสียงสะอื้นไห้โฮอย่างเ็ปที่ไม่อาจกลั้นมันไว้อีกต่อไป
“ฮึก... ฮืออออ...”
มินอาทรุดตัวลงไปกองกับพื้นตรงหน้าประตูอย่างหมดสภาพเธอก้มหน้าลงซบเข่าปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้เอ่อล้นออกมา
“พี่มินอา!”
ซูยอนเบิกตากว้างด้วยความใรีบถลาเข้าไปกอดร่างที่สั่นเทานั้นไว้แน่น ทันใดนั้นมิ้นก็ทรุดตัวลงนั่งลงข้างๆด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
ในใจเธอเริ่มคาดการณ์อะไรบางอย่าง...
“พี่คะ... พี่เป็อะไร? เกิดอะไรขึ้น?”
ซูยอนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
มินอาเอาแต่นั่งร้องไห้โฮอยู่เนิ่นนานราวกับ้าระบายความอัปยศ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ฝืนเงยหน้าขึ้น มือที่สั่นเทายกขึ้นลูบหน้าเช็ดน้ำตาอย่างสะเปะสะปะทว่ายิ่งเช็ดเท่าไหร่ หยาดน้ำตาก็ยิ่งทะลักไหลลงมาราวกับเขื่อนแตก
เธอเบือนสายตามองมิ้นก่อนจะเค้นเสียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าจนแทบไม่เป็ภาษา
“...เมื่อคืน...”
มินอากัดริมฝีปากแน่นจนเืซึมก่อนจะเริ่มเล่าออกมาด้วยเสียงที่แหบแตก
...
เมื่อเื่เล่าของมินอาจบลงความเงียบงันอันน่าอึดอัดก็ถูกแทนที่ด้วยหยาดน้ำตาของมิ้นและซูยอนที่ไหลพรากออกมาทั้งสองคนโผเข้ากอดร่างของพี่สาวคนโตเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา
“นั่น... นั่นมัน!!!”
ซูยอนกอดมินอาไว้แน่นจนร่างสั่นใบหน้าของเด็กสาวซีดเผือดด้วยความช็อก เธอไม่เคยคิดเลยว่า พี่สาวคนโตที่ทั้งสวยแสนดี และเป็ที่พึ่งพาของกลุ่มเสมอมา จะต้องไปเผชิญกับสิ่งที่โหดร้ายเช่นนี้...เพียงเพื่อแลกกับโอกาสและงานที่พวกเธอเฝ้าฝัน
หอพักศิลปินที่เคยอบอุ่นและเต็มไปด้วยความหวังในเวลานี้กลับอบอวลไปด้วยความโศกเศร้าและเสียงสะอื้นไห้อย่างปวดร้าวของหญิงสาวทั้งสามคน…