ลมพัดเอื่อยพัดพาเอากลิ่นอายของดอกไม้ป่าดอกไม้ประดับและใบหญ้าชื้นน้ำค้างลอยมาแตะจมูกชวนให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ผมจูงรถจักรยานสีครีมคันเก่าคู่ใจออกมาจากโรงจอดรถหน้าบ้านเดี่ยวสีขาวหลังของตัวเอง ตั้งใจจะปั่นจักรยานออกไปซื้อขนมไทยโบราณแสนอร่อยที่ร้านคุณยายแถวปากซอยเพื่อนำมาฝากตอบแทนพี่ข้างบ้านอย่างพี่ธันวาเสียหน่อย
ในใจของผมยังคงรู้สึกค้างคาใจกับเหตุการณ์ที่พี่ธันวาอุ้มผมมาส่งห้องนอนเมื่อคืนนี้และคอยยืนจ้องมองระเบียงห้องของผมอยู่บ่อยๆ ตามที่ป้าพรเอามาเมาท์เล่าให้ฟัง แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะขอบคุณเขาเื่ที่ยอมขับรถไปรับส่งและช่วยกักตัวรุ่นพี่วิศวะคนนั้นให้ถอยหนีไปด้วยมาดขรึมสุดเท่ก็พุ่งสูงขึ้น
ผมปั่นจักรยานเลียบถนนในซอยหมู่บ้านชานเมืองที่ไร้ผู้คนเงียบเชียบ ผ่านร่มเงาไม้ใหญ่อันแสนจะร่มรื่นมาจนถึงร้านขายขนมไทยโบราณของ 'ยายบัว' คุณยายใจดีในวัยเจ็ดสิบปีที่ขึ้นชื่อเื่ฝีมือการทำขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองรสชาติละมุนหวานกลมกล่อมไม่เลี่ยน ยายบัวมักจะตื่นเช้ามาทำขนมด้วยสูตรโบราณประณีตบรรจง
"อ้าว... น้องข้าวหอม ปั่นจักรยานรับลมรับแดดแต่เช้าเชียวลูก วันนี้จะรับขนมอะไรดีจ๊ะ ยายเพิ่งหยอดทองหยอดกับสาวฝอยทองเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ ควันฉุยเลยนะลูก"
ยายบัวเอ่ยทักทายเสียงสั่นตามประสาคนชราพลางตักขนมสีเหลืองทองจัดใส่ในใบตองหอมๆ อย่างเป็ระเบียบ
"สวัสดีครับยายบัว! วันนี้ผมขอซื้อฝอยทองกับทองหยอดชุดใหญ่ชุดหนึ่งครับ จะเอาไปฝากพี่ข้างบ้านตอบแทนเื่ธุระเมื่อวันก่อนน่ะ ครับ"
ผมส่งยิ้มหวานประจบพลางยื่นธนบัตรส่งให้คุณยาย
"แหม... พ่อหนุ่มธันวาข้างบ้านใช่ไหมลูก ยายเห็นเขาเป็คนขรึมๆ ดุๆ คุยห้วนเฉียบขาดกับคนอื่นจนพวกร้านค้าปากซอยยังเกรงกลัวไม่กล้าคุยด้วยเลย แต่แปลกนะเวลาน้องข้าวหอมไปหากลับดูใจเย็นลงเยอะเลยนะ ยายล่ะอิจฉาพ่อธันวาจริงๆ ที่มีน้องข้างบ้านน่ารักแก้มกลมคอยหิ้วขนมหวานมาฝากคอยดูแลแบบนี้จ้า ท่าทางเขาจะหวงน้องหอมมากเลยใช่ไหมล่ะจ๊ะ"
ยายบัวหยอกล้อพลางยื่นถุงขนมส่งให้ผมด้วยสายตาเอ็นดู
"ไม่ขนาดนั้นหรอกครับยายบัว... ขอบคุณสำหรับขนมอร่อยๆ นะครับ!"
ผมรับถุงขนมมาถือไว้พลางรู้สึกหน้าร้อนฉ่าขึ้นสีแดงระเรื่อกับคำพูดของยายบัวอีกคน ยิ่งตอกย้ำเื่พฤติกรรมสองมาตรฐานแสนพิเศษที่ได้จากพี่ธันวาเข้าไปใหญ่
ผมปั่นจักรยานจ้ำอ้าวรีบปั่นกลับมาจอดที่หน้าบ้านเดี่ยวสีขาวของตัวเอง จูงรถเข้าที่ร่มเรียบร้อยก่อนจะหิ้วถุงขนมไทยเดินก้าวข้ามกำแพงปูนเตี้ยกั้นรั้วบ้านเดินเข้ามาในบริเวณสนามหญ้าสีเขียวขจีของบ้านเดี่ยวหลังใหญ่สีเทาเข้มของพี่ธันวาด้วยจิตใจว้าวุ่นเล็กน้อย
"พี่ธันวาครับ... อยู่ไหมครับ? ผมเอาขนมทองหยอดกับฝอยทองเ้าอร่อยมาฝากครับ"
ผมลองส่งเสียงเรียกทักทายแ่เบาขณะเปิดประตูกระจกบานใหญ่เดินก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน
ไม่มีเสียงตอบรับจากชั้นล่างของตัวบ้านเลย เงียบสงัดไร้เงาร่างสูงใหญ่กำยำของเ้าบ้าน มีเพียงเสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศพัดลมเย็นฉ่ำออกมาช่วยคลายร้อนชานเมือง ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ครัวชั้นล่างเห็นมีแก้วกาแฟดำตั้งทิ้งไว้ คล้ายกับว่าพี่ธันวาอาจจะกำลังยุ่งอยู่กับงานออกแบบชิ้นสำคัญบนห้องทำงานชั้นสอง
ผมจึงตัดสินใจก้าวเดินขึ้นบันไดไม้เนื้อหนาหนักขึ้นไปชั้นสองอย่างระมัดระวัง เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดเบาๆ ใต้ฝ่าเท้าทำให้ผมเริ่มรู้สึกประหม่า พอก้าวเดินมาจนถึงหน้าห้องทำงานชั้นสองของพี่ธันวา ก็พบว่าบานประตูไม้เปิดแง้มทิ้งไว้ครึ่งหนึ่งราวกับรีบร้อน ทันใดนั้น หูของผมก็ได้ยินเสียงดนตรีและเสียงหอบหายใจกระเส่าแ่เบาเล็ดลอดออกมาจากในห้องทำงาน
ด้วยความสงสัยว่าพี่ธันวากำลังเปิดดูภาพยนตร์เื่อะไรอยู่และแอบหาตัวเขา ผมจึงถือวิสาสะผลักบานประตูแง้มกว้างขึ้นและก้าวเดินเข้าไปข้างในห้องทำงานทันที
ทว่า ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปขนาดใหญ่ั์ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนโต๊ะทำงานกลางห้อง กลับฉายภาพที่ทำให้สมองของผมขาวโพลนไร้ความคิดบอดสนิทและเบิกตากว้างด้วยความใสุดขีดจนเนื้อตัวสั่นเทาแข็งทื่อไปชั่วขณะ
บนหน้าจอนั้นไม่ใช่ภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนคดีฆาตกรรมแต่อย่างใด... แต่มันคือภาพคลิปวิดีโอหนัง AV ชาย-ชาย ระดับพรีเมี่ยมรสชาติหวานซึ้งแต่วาบหวามเร่าร้อน ภาพของชายหนุ่มร่างหนาแกร่งสองคนกำลังกอดรัดนวดเฟ้นบดเบียดเรือนร่างไร้อาภรณ์เข้าหากันอย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความร้อนแรง
แผ่นหลังหนาและหน้าท้องแกร่งชื้นเหงื่อสะท้อนแสงไฟบดเบียดเข้าหากัน ริมฝีปากประกบจูบกันอย่างดูดดื่มหวานซึ้งครางเครือสลับท่วงท่า เสียงหอบหายใจและเสียงสั่นเครือจากััวาบหวามดังสะท้อนผ่านลำโพงชัดเจนทั่วห้อง
ผมไม่เคยเห็นหรือเปิดดูสิ่งเ่าั้มาก่อนเลยในชีวิต หัวใจดวงน้อยในอกเต้นระรัวโครมครามราวกองรบ แ่เบาไปทั่วมือไม้ที่ถือถุงขนมสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกตื่นตระหนกและละอายใจสั่งให้ผมหันหลังวิ่งหนีออกไปทันที
แต่ทว่า... ความอยากรู้อยากเห็น และแรงดึงดูดประหลาดที่เกิดจากััร้อนแรงฉากรักเ่าั้ ทำให้ขาเรียวของผมให้ยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่ จ้องมองภาพความวาบหวามแสนละมุนลึกซึ้งชาย-ชาย บนหน้าจออย่างลืมตัว สมองคิดไปถึงััโอบกอดอุ่นๆ และใบหน้าคมคายของพี่ธันวาเมื่อคืนนี้ขึ้นมาในเสี้ยววินาที จนเกิดความรู้สึกหน้าร้อนผ่าวและกระวนกระวายใจสั่นอย่างรุนแรงลามลึกเข้าสู่ส่วนลึกของร่างกายทันที!
---
ธันวายืนก้าวเดินขึ้นบันไดไม้มาเงียบๆ จากชั้นล่าง หลังจากได้ยินเสียงฝีเท้าแสนเบาและซุ่มซ่ามของข้าวหอมเดินก้าวขึ้นมาบนชั้นสองเรียบร้อยแล้ว ในมือถือแก้วกาแฟดำร้อนที่ชงทิ้งไว้เพื่อแสดงตัวว่าเพิ่งทำเสร็จ สติของผมโฟกัสและควบคุมให้ฝ่ามือและใบหน้าคมนิ่งสนิทดุจมาดปกติ
ภาพเบื้องหน้าเมื่อผมก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบานประตูห้องทำงานที่เปิดแง้มไว้ คือร่างบางกะทัดรัดของข้าวหอมที่ยืนนิ่งแข็งทื่อกอดถุงพลาสติกใส่ขนมไทยแน่น
ดวงตากลมโตสว่างใสเบิกกว้างจ้องมองตรงไปยังหน้าจอแล็ปท็อปที่กำลังฉายบทรักเร่าร้อนของชายหนุ่มสองคนอย่างไม่กะพริบตา แก้มกลมใสและลำคอขาวระหงของน้องขึ้นสีชมพูจัดเข้มร้อนแรงลามไปถึงใบหูอย่างเห็นได้ชัดชวนมอง
ข้าวหอมยืนจ้องมองภาพเ่าั้อย่างลืมเนื้อลืมตัวด้วยความใสซื่อปนอยากรู้อยากเห็นที่เกิดขึ้นเป็ครั้งแรกในชีวิตวัยรุ่น แววตาของน้องวูบไหวสั่นสะท้านและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นตื่นตระหนกปะปนกัน
กับดักของผมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและล่อซื้อเด็กดื้อเข้ามาติดกับได้อย่างไร้ตำหนิ แววตานุ่มนิ่มสับสนปนตื่นตัวทางอารมณ์ของน้องสอดประสานกับเสียงประกอบในห้อง ช่างเป็ภาพกระตุ้นความดิบเถื่อนในใจของผมให้พุ่งทะยานจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ผมยื่นมือหนาเอื้อมไปปิดประตูห้องทำงานเสียงดังแกรกเบาๆ ลงกลอนสนิทเพื่อปิดกั้นห้องทำงานแห่งนี้จากโลกภายนอก
"ดูอะไรอยู่ครับข้าวหอม... สนใจหนังเื่นี้งั้นเหรอครับ"
เสียงทุ้มต่ำดุเข้มแฝงกระแสหยอกเย้าปนเ้าเล่ห์ของผมดังขึ้นทางด้านหลังของน้องในระยะประชิดทันที
—------
เฮือก!
ผมสะดุ้งตัวลอยจนสุดตัวด้วยความใสุดขีดราวกับโดนผีหลอก ถุงขนมไทยใบตองในมือลื่นหลุดร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังตุบอย่างพอดิบพอดี ผมรีบหมุนตัวหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับต้นเสียงทันควัน แผ่นหลังบางถอยกรูดไปชนแนบชิดติดขอบโต๊ะทำงานเหล็กจนไม่มีทางให้หนี ร่างสูงใหญ่สง่าของพี่ธันวากำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทลงกลอนแ่า
ใบหน้าคมคายของพี่ธันวาไร้แว่นตาสายตามีดวงตาคมปลาบสีเข้มจ้องเขม็งมาที่ผมโดยตรง สายตาคู่นั้นดูลึกซึ้งและเต็มไปด้วยเล่ห์กลกลบออร่าความขรึมปกติไปหมดจนผมรู้สึกหัวใจเต้นะเิรัวเร็ว
"พะ... พี่ธันวา! ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูนะครับ! ผมเอาขนมมาฝาก... แต่พอเปิดประตูมาหาพี่ธันวาไม่เจอ แล้วจู่ๆ ก็เห็นหน้าจอมันเล่นเอง... ผมแค่... แค่ยืนงงเฉยๆ ครับ!"
ผมละล่ำละลักอธิบายเสียงสั่นระรัว ใบหน้าร้อนผ่าวแดงแจ๋จนแทบจะะเิเป็จุณ พยายามยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน
พี่ธันวาไม่พูดตอบอะไร แต่ค่อยๆ วางถ้วยกาแฟดำร้อนลงบนชั้นวางของข้างประตูช้าๆ กิริยาท่าทางที่แสนสุขุมของเขาทำให้บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงัดและแคบลงถนัดตา ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเดินตรงเข้ามาหาผมทีละก้าวอย่างช้าๆ มั่นคง เงาร่างหนาของเขาบดบังแสงสว่างทอดเงาทับตัวผมจนมิดชิด ความกดดันมหาศาลปะปนกับกลิ่นกายแสนอุ่นโชยเข้ามากดทับจนผมยืนตัวเกร็งหายใจไม่ทั่วท้อง
"ยืนงงแต่จ้องหน้าจอตาไม่กะพริบจนพี่เดินมาปิดประตูก็ยังไม่รู้ตัวเนี่ยนะคราฟข้าวหอม? พี่ว่าเราไม่ได้แค่ยืนงงธรรมดาแล้วล่ะมั้งครับ"
พี่ธันวาเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าผม ระยะห่างเหลือเพียงแค่ไม่ถึงสองคืบ กลิ่นอายความดิบเถื่อนปนร้อนแรงที่แผ่ออกมาทำให้ช่องท้องของผมบิดมวนด้วยความรู้สึกวาบหวามปั่นป่วนอย่างรุนแรง
"ผม... ผมขอโทษครับพี่ธันวา! ผมจะรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละครับ!"
ผมรีบเอ่ยบอกน้ำเสียงลนลานพยายามจะเบี่ยงตัวหลบหนีออกด้านข้าง
ทว่า มือหนาอุ่นร้อนของพี่ธันวากลับเอื้อมมาค้ำยันลงบนขอบโต๊ะทำงานทั้งสองข้าง กักขังเรือนร่างบางขไว้ในอ้อมแขนและอกแกร่งอย่างแ่าจนไร้ทางหนีโดยสิ้นเชิง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาหาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนทำเอาหัวใจเต้นรัวสะท้านไปทั้งร่าง!