หลิวเหมยลี่และพี่ชายพี่สาวเห็นท่านพ่อท่านแม่เดินเข้ามาในบ้านก็พากันยิ้มกว้างเพื่อให้กำลังใจพวกท่านทั้งสอง วันนี้นางเห็นแล้วว่าท่านพ่อของเ้าของร่างนี้แท้จริงก็มีมุมที่เด็ดขาดจริงจังอยู่ ดังนั้นความรู้สึกยินดีจึงสุมอยู่เต็มอก นางรู้สึกว่าตนเองโชคดีแล้วที่ได้มาเกิดในร่างนี้ที่มีครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวและคอยปกป้องกันและกันเสมอ
"ท่านพ่อ ท่านแม่ วันนี้พวกเราไม่ต้องทำงานใช่หรือไม่เ้าคะ?" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงมีความสุข
"ใช่แล้ว วันนี้พวกเรานับว่าได้หยุดพักผ่อนสักวัน" หลิวห่าวอู่ยกมือขึ้นลูบผมบุตรสาวคนเล็กอย่างทะนุถนอมพร้อมกับตอบคำถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุด
"ท่านพ่อ ท่านสุดยอดมาก ท่านเก่งที่สุด เหมยเออร์รักท่านที่สุดเลยเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่โน้มตัวลงมาเอ่ยกระซิบให้ได้ยินแค่คนในครอบครัว ชื่นชมท่านพ่อของนางอย่างภาคภูมิใจ
"คิกๆๆ! ข้าก็รักท่านพ่อกับท่านแม่และทุกคนเหมือนกันเ้าค่ะ วันนี้ท่านพ่อสุดยอดมาก!" หลิวลี่ปี้ก็หัวเราะคิกคักพร้อมทั้งพูดขึ้นอย่างมีความสุข
หลิวห่าวอู๋ยืดตัวนั่งตรงอย่างภูมิใจ เขาแย้มยิ้มเต็มใบหน้าอย่างสุขใจ "ก็พ่อเป็พ่อของพวกเ้า หากพ่อไม่สู้เพื่อพวกเ้าแล้วจะให้พ่อสู้เพื่อใคร? อย่างไรพวกเ้าทุกคนก็เป็คนสำคัญที่สุดในชีวิตของพ่อ พ่อขอโทษพวกเ้าด้วยที่เมื่อก่อนพ่ออ่อนแอเกินไปจนทำให้ลูกและท่านแม่ของพวกลูกลำบากมากเพียงนั้น พ่อขอโทษนะลูก"
"ท่านพี่ นั่นไม่ใช่ความผิดของท่านเลยเ้าค่ะ ข้ากับลูกๆย่อมเข้าใจดี ท่านพี่อย่าได้โทษตัวเองเช่นนี้อีกนะเ้าค่ะ" นางสวีซื่อพูดขึ้นอย่างเข้าใจพร้อมทั้งจับมือส่งกำลังใจให้สามีอย่างจริงใจ
"ใช่แล้วขอรับ ข้ากับน้องๆเข้าใจความลำบากใจของท่านพ่อดี พวกเราไม่โทษท่านพ่อหรอกขอรับ" หลิวลู่หลิ่งพูดขึ้นอย่างเข้าใจ
ทุกคนในครอบครัวต่างก็พยักหน้าและสวมกอดกันอย่างรักใคร่และให้กำลังใจกัน ตอนนี้หลิวห่าวอู๋ลุกขึ้นมาต่อต้านมารดาเช่นนี้ ต่อไปบ้านสามของพวกเขาคงต้องลำบากมากกว่าเดิมแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนก็ไม่มีใครหวาดกลัวอีกแล้ว ตอนนี้พวกเขาเพียงคาดหวังว่าจะได้แยกบ้านโดยเร็วที่สุดมากกว่า!
ตอนนี้ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ชาวบ้านที่อยู่บ้านข้างเคียงของบ้านหลิวต่างก็ตื่นขึ้นมาั้แ่ได้ยินเสียงนางหวังซื่อแหกปากะโด่าบุตรหลานบ้านสามแล้ว แต่เื่เช่นนี้ต่างก็เป็เื่ปกติที่พวกเขาต่างก็ชินชากันมานาน ที่แปลกและทำให้พวกเขาสนใจก็คือครั้งนี้หลิวห่าวอู๋กลับไม่ได้ก้มหน้ายอมทำตามคำสั่งของมารดา!!
นี่เป็เื่ที่เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!!
ดังนั้นเมื่อเห็นว่านางหวังซื่อที่ร้ายกาจพ่ายแพ้ให้กับบุตรชายคนเล็กอย่างสิ้นท่า ทุกคนต่างก็พากันยกยิ้มอย่างชอบใจและพากันจับกลุ่มพูดคุยนินทาบ้านหลิวกันอย่างสนุกปาก บ้างก็บอกว่าหลิวห่าวอู๋อกตัญญูไม่เชื่อฟังมารดา แต่บางคนก็บอกว่าห่าวอู๋ทำถูกแล้ว เพราะหลายปีมานี้ครอบครัวสามหลิวลำบากมามาก
ต่างคนต่างความคิดและเริ่มพูดกันต่อไปเรื่อยๆ ไม่นานทุกคนในหมู่บ้านป่าไผ่ต่างก็รู้เื่จนถ้วนทั่ว แม้จะรู้พวกเขาก็เพียงแค่จับกลุ่มนินทาลับหลังเท่านั้น แน่นอนว่าไม่มีใครกล้านินทาต่อหน้าให้นางหวังซื่อได้ยินหรอก เพราะชาวบ้านต่างก็รู้ดีว่าฝีปากของนางหวังซื่อนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ติดจะร้ายกาจเกินแก้ด้วยซ้ำ!!
ในเมื่อวันนี้สวีซื่อและบุตรสาวของนางไม่ได้มาทำอาหารเหมือนทุกวัน นางหวังซื่อจึงโยนหน้าที่นี้ให้กับสะใภ้ทั้งสองคนไปทำอย่างไม่ลังเลก่อนจะก่นด่าบ้านสามอย่างไม่มีชิ้นดี
นางหวงซื่อกับนางจินซื่อที่อยู่อย่างสุขสบายมาหลายปีจะให้มาเข้าครัวอีกครั้งแน่นอนว่าไม่ใช่เื่ง่าย พวกนางในตอนนี้ต่างก็หยิบจับอะไรแทบจะไม่เป็ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงรสชาติของอาหารเลย คนที่ไม่ได้หยิบจับอะไรมาหลายปีจะให้ทำอาหารรสชาติดีออกมาได้อย่างไร?
"ถุยๆๆ! นี่ใช่กับข้าวให้คนกินหรือ? แค่ผัดผักง่ายๆพวกเ้ายังทำใหม้ รสชาติก็ไม่อร่อยยิ่งกว่าอาหารหมูแบบนี้ใครจะไปกินลงกัน ไร้ประโยชน์จริงๆ!!" นางหวังซื่อแหกปากด่าลูกสะใภ้ทั้งสองคนอย่างไม่ไว้หน้าอีกครั้ง
ส่วนบุตรชาย หลานชายหลานสาวต่างก็ไม่มีใครพูดช่วยพวกนางทั้งสองคน ใบหน้าของทุกคนต่างเต็มไปด้วยความไม่พอใจและกล่าวโทษคนบ้านสามกันไม่หยุด สุดท้ายเมื่อไม่อาจจะทนกินอาหารที่สะใภ้ทำลงได้ นางหวังซื่อจึงต้องกล้ำกลืนเดินเข้าครัวไปทำอาหารด้วยตนเองอย่างเลี่ยงไม่ได้
ส่วนบ้านสามตอนนี้ก็กำลังรีบกินซาลาเปากันอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าแต่งแต้มไปด้วยความสุขอย่างไม่เคยเป็มาก่อน กินซาลาเปาเสร็จก็กินแตงโมแสนอร่อยหวานฉ่ำกันต่อ เมื่ออิ่มแล้วก็รีบเก็บหลักฐานไปทำลายไม่มีเหลือ หลังจากพูดคุยกันอยู่สักพัก หลิวเหมยลี่ก็พาตัวเองไปนั่งอยู่มุมห้องแล้วเรียกระบบมาเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างสบายใจ
'ซีเรีย ฉันอยากจะขยายฟาร์มให้กว้างขึ้น ต้องทำยังไงถึงจะได้เหรียญทองมากๆอ่ะ' หลิวเหมยลี่พูดคุยกับผู้ช่วยระบบผ่านความคิด มือก็เลื่อนเก็บผักอย่างคล่องแคล่ว
'โฮสต์ก็ขยันปลูกพืชผักผลไม้และดูแลสัตว์เลี้ยงให้มากกว่านี้สิค่ะ ทุกครั้งที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตก็จะได้คะแนนเพิ่มขึ้นด้วย ตอนนี้โฮสต์ยังไม่สามารถนำสินค้าจากภายนอกระบบเข้ามาขายในระบบได้ แต่รอให้โฮสต์อัพเลเวลเป็เลเวลสามเมื่อไหร่ก็สามารถนำของจากโลกของโฮสต์เข้ามาขายได้แล้ว ถึงตอนนั้นโฮสต์อาจจะได้เหรียญและคะแนนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้แน่นอนค่ะ' ซีเรียแนะนำออกไปตามจริง
'อืม เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะซีเรีย'
ระบบฟาร์มนี้มีข้อดีที่นางสามารถปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็วยิ่ง ผักที่นางปลูกก็ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อของเวลาในภายนอกก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ตอนนี้นางมีแปลงผักที่ใช้เหรียญซื้อเพิ่มมามากกว่าสิบห้าแปลงแล้ว ส่วนผลไม้นางก็เริ่มปลูกเมื่อคืนนี้แล้ว ตอนนี้ก็เก็บผลผลิตได้แล้วเช่นกัน
เมื่อคืนนี้หลังจากที่สอบถามระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวผลไม้จากซีเรีย ทำให้หลิวเหมยลี่รู้ว่าผลไม้นั้นใช้เวลาเพาะปลูกนานกว่าพืชผักอยู่ แต่เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วก็นับว่ารวดเร็วกว่าที่นางจะต้องมาปลูกเองภายนอก ดังนั้นใช้ระยะเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามหรือก็คือสองชั่วโมงนั้นนับว่าเป็เวลาที่รวดเร็วทันใจนางมากแล้ว
ตอนนี้เหรียญทองในระบบของนางมีอยู่สามร้อยหกสิบเจ็ดเหรียญแล้ว ยิ่งเห็นจำนวนเหรียญที่ได้จากการขายผักผลไม้ของนางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนางก็ยิ่งมีกำลังใจมากยิ่งขึ้น แม้จะเพิ่มขึ้นครั้งล่ะไม่มากแต่นั่นก็คือรายได้ที่นาง้าที่สุด
หลิวเหมยลี่กำลังพยายามสะสมเหรียญทองให้ครบหกร้อยเหรียญทองเพื่อซื้อโรงงานแปลรูปสินค้าขนาดเล็ก ซึ่งราคานับว่าแพงมากสำหรับผู้ใช้ระบบรายใหม่อย่างนาง แม้ในใจจะก่นด่าผู้สร้างระบบที่ขูดเืขูดเนื้อนี้มากเพียงใดก็ทำได้แค่คิดในใจนั่นล่ะ!
จะให้นางทำอะไรได้มากกว่าด่าในใจอีกหรือ?
เข้ายามอู่ (11.00 - 12.59 นาที) หลิวเหมยลี่เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าตอนนี้ทุกคนในครอบครัวกำลังนั่งจ้องมาที่นางกันอย่างไม่กระพริบตา หลิวเหมยลี่ฉีกยิ้มกว้างให้ทุกคนก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง "หิวกันหรือยังเ้าคะ?"
"พวกเรายังไม่ค่อยหิวเท่าไร แล้วลูกทำงานเสร็จแล้วหรือ?" นางสวีซื่อเอ่ยตอบอย่างอ่อนโยน
"ความจริงแล้วก็ยังไม่เสร็จหรอกเ้าค่ะ ตอนนี้เหมยเออร์กำลังเร่งมือปลูกผักแล้วนำไปขายเพื่อแลกเหรียญทองให้ได้มากๆให้พอซื้อโรงงานแปรรูปสินค้านะเ้าค่ะ" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นด้วยท่าทางสบายๆไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดที่ไม่เข้าใจของนางก็เริ่มเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ หลิวเหมยลี่จึงต้องอธิบายโรงงานแปรรูปให้พวกเขาฟังอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อทุกคนเข้าใจแล้วก็พากันสอบถามว่านางต้องทำอะไรบ้าง? ในมิตินั้นมีอะไรบ้าง? ซึ่งหลิวเหมยลี่ก็ค่อยๆบอกเล่าให้พวกเขาฟังอย่างใจเย็นและไม่นึกลำคานเลยสักนิด
"จริงสิเ้าค่ะ วันนี้ท่านย่าไม่ได้ให้อาหารพวกเราแบบนี้ หากเราไม่ออกจากบ้านเลยคงเป็เื่น่าสงสัย เช่นนั้น่บ่ายพวกเราขึ้นเขากันดีหรือไม่เ้าคะ? ขึ้นเขาไปหาอาหารกัน" หลิวเหมยลี่พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มกว้างให้ทุกคน
"จริงด้วย เช่นนั้นก็ไปกันตอนนี้เลยเถอะ หากช้ากว่านี้พวกเราอาจจะได้ลงจากเขามืดค่ำได้" หลิวห่าวอู๋พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะพากันรีบไปหยิบตระกร้าและเสียมเล็กๆ
นางหวงซื่อที่ไม่พอใจบ้านสามและก่นด่าพวกเขาอยู่ครึ่งค่อนวัน เมื่อเห็นคนบ้านสามเดินออกมาจากบ้านก็ยกยิ้มเหยียดหยามก่อนจะเอ่ยปากขึ้นอย่างไม่น่าฟัง "เ้าสาม หากว่าเ้าไม่อยากอดตายก็มาขอโทษท่านแม่แล้วกลับไปทำงานตามหน้าที่ของพวกเ้าไม่ดีหรือ? ครอบครัวเ้าไม่มีอาหารเช่นนี้จะมีชีวิตอยู่ได้สักกี่วันกันเชียว?"
หลิวห่าวอู๋ชำเลืองมองพี่สะใภ้เล็กน้อยแล้วพาลูกเมียเดินออกจากบ้านไปไม่มีใครให้ความสนใจหรือหันมาตอบคำถามของนางหวงซื่อแม้แต่คำเดียว
นางหวงซื่อที่ถูกเมินจะทนได้หรือ? นี่มันเป็การหักหน้านางชัดๆ เมื่อผลลัพธ์ไม่เป็อย่างที่คิดนางก็ก่นด่าตามหลังครอบครัวสามไปอย่างเกรี้ยวกราด
ครอบครัวสามเดินตามหลังกันขึ้นเขาตามเส้นทางที่หลิวลี่ปี้บอกก่อนจะมาถึงธารน้ำตกเล็กๆ พวกเขาพากันนั่งพูดคุยและเผามันเทศกันกันอย่างมีความสุข ไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้คนบ้านใหญ่และบ้านรองกำลังวางแผนจัดการพวกเขาอยู่
แต่ถึงรู้พวกเขาก็หาได้สนใจอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อหลิวห่าวอู๋ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่สนใจมารดาและครอบครัวของพี่ชายทั้งสองคนอีก
คนอื่นมีแผนการ พวกเขาก็มีแผนการของตนเองเช่นกัน!