จากตอนนั้นก็ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์แล้วพลังธาตุทุกธาตุขึ้นมาถึง Lv.10 ส่วนค่าเสน่ห์ก็ขึ้นมาด้วยซึ่งไม่รู้ว่าพระเ้าเล่นสนุกอะไรถึงทำให้มันเพิ่มมาถึง Lv.15 ได้ ไม่ใช่ว่ามันเยอะกว่าพลังเขาแล้วหรือไง?
หากถามว่าเสน่ห์นี่มันมีประโยชน์อะไรเรนิสเคยเดินไปหาของกินในครัวตามปกติ แต่ระหว่างทางก็เจอคนสวนพอดี เขาเป็เบต้าไม่มีทางได้กลิ่นฟีโรโมนหอมๆจากโอเมก้าได้ถ้าไม่ใช่อัลฟ่า แต่น่าจะเป็เพราะค่าเสน่ห์มากกว่าเขาจึงเกือบโดนคนสวนข่มขืน ดีที่เขาใช้มือสับคอคนสวนจนสลบซะก่อนหรือพระเ้าอยากให้ชีวิตเขามันยากขึ้นกันนะ...
เรนิสลอบเข้าไปในคลังเก็บสมบัติของราชวงศ์ พบว่าถึงมันจะไม่เยอะเท่าประเทศใหญ่ๆคาดคะเนเอาจากสายตามันมีแค่เสี้ยวเดียวของประเทศตีโอเวลด้วยซ้ำแต่ก็นับว่าเยอะสำหรับประเทศเล็ก ๆเพราะเงินมากระจุกอยู่จุดเดียวจึงไม่เหลือไปถึงประชาชน
อย่างน้อยพื้นถนนก็ต้องดีขึ้นไม่ขรุขระหรือเป็หลุมอย่างตอนนี้นี่คือสิ่งที่เรนัสหมายมั่นจะพัฒนา...อันนี้ไม่ใช่ความแค้นส่วนตัวเลยจริงจริ้ง!!
เขาลอบเข้าไปในห้องเก็บสมบัติของพวกขุนนางที่หนีออกจากประเทศไปหรือขุนนางที่ตายหมดตระกูลเพื่อโกยสมบัติมาไว้ในคลังเรนิสรู้ว่าเขาต้องใช้เงินจำนวนมาก ถ้าทำให้ประเทศนี้ดีขึ้นมา ไหนจะเื่การศึกษาที่ถ้าไม่ใช่ขุนนางก็ไม่มีทางได้เข้าโรงเรียนถ้าไม่ใช่อัลฟ่าหรือเบต้าที่เป็ลูกขุนนางก็ไม่ได้เรียนเช่นกัน ส่วนโอเมก้าก็หมดสิทธิ์ไม่ว่าจะชนชั้นไหน
ถ้าถามว่าทำไมสมบัติของตระกูลขุนนางพวกนี้ยังเหลือทั้งๆที่เ้าของบ้านไม่อยู่แล้ว?
คงต้องบอกว่าขุนนางที่หนีไปเอาสมบัติไปได้ไม่หมดคงไม่มีใครขนสมบัติจำนวนมากไปหมดในตอนที่หนีตายหรอกส่วนขุนนางที่ตายก็มีห้องเก็บสมบัติซึ่งล็อคกุญแจลงเวทไว้หนาเตอะแต่เวทนี้แก้ง่ายมากสำหรับเรนิส ก็เขาได้รับวิธีการใช้เวทมนตร์แบบแอดวานซ์จากพระเ้านี่นา
หลังจากรวบรวมเงินมาทั้งหมดเงินพระคลังตอนนี้จึงมากกว่าเดิม 3 เท่า!! เรนิสลงเวทล็อคห้องไว้เรียบร้อยแม้แต่องค์าาผู้ถือกุญแจห้องยังเข้าไม่ได้ เพราะถึงมีกุญแจก็ไขไม่ออกเขาร่ายเวทใหม่ทับของเก่าไปแล้ว
ทุกวันนี้เรนิสมักจะไปห้องครัวโดยหลบไม่ให้ใครเห็นเสมอส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากไปยุ่งกับพวกสาวใช้ให้พวกเขาลืมว่ามีเ้าชายอีกคนไปก่อนดีกว่า เขา้าจัดการอะไรแบบเงียบๆหนึ่งในเื่ที่เรนิสระแวงมากที่สุดนั่นก็คือ...ยาพิษ ใช่เรนิสตรวจสอบยาพิษในอาหารไม่ได้
พระเ้าไม่ได้ให้พลังในส่วนนี้มาอีกอย่างถึงมีวิธีจับโกหกแต่คนที่เอาอาหารมาให้ก็อาจไม่รู้ว่ามันมีพิษเรนิสคงไม่เอาเข็มเงินตรวจสอบพิษแน่ ๆ พิษมีหลายชนิดมาก น้อยมากที่จะทำปฏิกิริยากับเงิน
การหาคนที่ไว้ใจได้สำคัญที่สุดในตอนนี้อย่างน้อยก็ก่อนขึ้นครองบัลลังก์ซักคนสองคน...
ทางด้านคิวรันที่กำลังประชุมขุนนางลับกันอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลเฟรย์การประชุมนี้เป็ความลับแต่ก็ใช่ว่าองค์าาจะไม่รู้เื่นี้ แต่รู้แล้วยังไงล่ะเขาไม่มีผู้สืบทอด ดันทุรังดำรงอำนาจต่อไปก็ไม่มีประโยชน์
“ได้เวลาตัดสินใจแล้ว ท่านที่ปรึกษาคิวรันที่พวกเรายังไม่ลงมือเพราะท่านคือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดตอนนี้นอกจากท่านแม่ทัพที่นอนเป็ผัก ท่านก็มีกองกำลังของตระกูลเก็บไว้เป็จำนวนมาก”ดยุคเบริเวอร์เอ่ยขึ้น ถึงเขาจะเป็ดยุคแต่อำนาจก็มีรองจากแม่ทัพและที่ปรึกษากองกำลังของตระกูลก็ยังไม่เท่าสองคนนี้เลยเพราะฉะนั้นจะทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาไม่ได้
“…องค์าาเป็ผู้ไร้ความสามารถในการปกครองประเทศไร้ทายาทผู้สืบทอด เราคงต้องลงมือกันจริง ๆ ข้าตัดสินใจแล้ว เราจะลงมือกันอาทิตย์หน้าเมื่อพระจันทร์ขึ้นสูงกลางหัวศีรษะขององค์าาต้องตกลงสู่พื้น จบการประชุม”
เสียงเฮลั่นของเหล่าขุนนางดังขึ้นดยุคเบริเวอร์เดินมาตบบ่าคิวรัน “เ้าทำดีที่สุดแล้ว” เบริเวอร์เข้าใจว่ามันเป็การตัดสินใจที่ยากลำบากถึงแม้องค์าาจะไม่ใช่คนดี แต่เขาก็ถูกสอนมาทั้งชีวิตว่าให้จงรักภักดี อยู่ๆจะให้เปลี่ยนมาฆ่าคนที่เราภักดีมาทั้งชีวิตมันไม่ง่ายเลย
เมื่อจบการประชุมคิวรันนึกไปถึงเด็กที่ทำแอปเปิ้ลหล่นใส่หัวเขาวันนั้น...นี่เขาต้องฆ่าเด็กคนนั้นจริงเหรอผิดชอบชั่วดีในใจคิวรันเริ่มตีกันมั่วไปหมด
“เื่แบบนี้จะให้ข้าทำยังไงดีท่านพ่อ...”
คิวรันได้ตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนพระองค์หลังจากพ่อตายในาเขาได้รับทั้งความรู้ความสามารถที่พ่อถ่ายทอดมาอย่างสมบูรณ์เขาควรจะเป็ที่ปรึกษาที่ดี แต่ตอนนี้เขาอยากได้คำปรึกษาจากใครซักคนเหมือนกัน...
เรนิสที่ได้ฟังบทสนทนาบนหลังคาได้แต่ยิ้มกริ่ม...อาทิตย์หน้าสินะ
ถึงจะบอกคนที่ไว้ใจได้แต่เรนิสก็แทบนึกไม่ออกเลยว่าจะเป็ใคร ถึงจะได้พลังที่สุดยอดมาแล้วก็ใช้ว่าเขาต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมดมนุษย์เป็สัตว์สังคมจะอยู่ด้วยตัวคนเดียวได้ยังไงการอยู่โดยไม่ไว้ใจใครเลยก็เป็เื่ที่น่าเศร้าเกินไป
จะว่าไปแล้ว...พวกขุนนางมีเหรอที่ภรรยาเต็มบ้านแล้วจะมีลูกแค่คนสองคนดูเหมือนลูกนอกสมรสหรือลูกที่ครอบครัวไม่้าจะเป็ตัวเลือกที่ดีถ้าพวกเขารู้สึกว่าเราเป็ที่พึ่งได้จะทำให้อัตราการทรยศน้อยลงถึงรับรองไม่ได้ว่าจะได้ผล แต่ไม่ลองก็ไม่รู้
เรนิสลอบเข้าไปในบ้านของขุนนางหลังเดิมกับที่เคยเข้าไปเอาสมบัติตอนแรกเรนิสสนใจแต่ห้องเก็บสมบัติ เขาจึงไม่เห็นว่ามีคนอยู่บ้านหลังนี้ด้วย
เรนิสเห็นเด็กอายุพอๆกับเขาสองคนกำลังพยายามจะคุ้ยหาของกินในครัวเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยและสีซีดจนจำสีเดิมไม่ได้ ถ้าเรนิสไม่สามารถตรวจดูหน้าต่างสถานะได้คงคิดว่าพวกเขาอายุน้อยกว่านี้ จริง ๆคงได้สารอาหารได้ไม่เพียงพอถึงได้ตัวเล็กขนาดนี้
ดูเหมือนเราจะเจอลูกนอกสมรสของมาร์ควิสซะแล้วได้ยินมาว่ามาร์ควิสหนีไปพร้อมภรรยาและลูกชายอัลฟ่า
ชื่อ: เนเน่ มอร์แฮม
สถานะ : ลูกนอกสมรสของมาร์ควิส
เพศ : โอเมก้า-หญิง
อายุ : 17
พลังธาตุ : ไม้ (Lv.1)
===================================
ชื่อ : วาวา มอร์แฮม
สถานะ : ลูกนอกสมรสของมาร์ควิส
เพศ : โอเมก้า-ชาย
อายุ : 17
พลังธาตุ : น้ำ (Lv.1)
เมื่อเด็กทั้งสองสังเกตเห็นเรนิสจึงชี้มือมาอย่างใ “จะ เ้า ผู้บุกรุกเหรอ ทะท่านพ่อเอาสมบัติกับอาหารไปหมดแล้ว ที่นี่ไม่มีอะไรหรอก”
“ใช่ๆ ที่นี่ไม่มีอะไรเหลือแล้ว อย่าฆ่าพวกเราเลยนะ”
เรนิสเกาหัวแกร๊กๆนี่เขาดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ...แต่ช่างเถอะยังไงเขาก็เป็ผู้บุกรุกจริงๆจะกลัวก็ไม่แปลก
“อย่ากลัวข้าเลย ข้าจะพาพวกเ้าไปฝึกเวทมนตร์ ที่นั่นมีอาหารดีๆแต่อาจจะต้องรอหน่อย..ประมาณอาทิตย์หน้า แต่มันดีกว่าที่นี่แน่ ๆ” เรนิสพยายามเกลี้ยกล่อม
“ตะ แต่ว่าแม่นมบอกว่าห้ามเชื่อคนแปลกหน้า ไม่งั้นพวกเขาอาจจับเราไปขาย”เนเน่ยู่หน้า อยู่ดี ๆคนแปลกหน้ามาบอกว่าจะพาไปที่ดี ๆใครจะเชื่อได้ง่าย ๆกัน
“ข้ายังไงก็ได้...อยู่นี่เราก็อดตาย ออกไปข้างนอกก็ต้องไปขายตัวไปกับเขาหรือไม่ไปก็ไม่ต่างกัน”วาวาไม่ได้เชื่อคนแปลกหน้าแต่ไม่มีทางเลือกแล้วต่างหาก ไปทางไหนก็คงเลวร้ายไม่ต่างกัน
“เ้าคิดถูกแล้วที่ไม่ไว้ใจข้า...ความจริงแล้วข้าก็พิสูจน์อะไรไม่ได้ว่าเป็คนดีข้าคงทำได้แค่ให้สัญญาอย่างเดียวว่าพวกเ้าจะปลอดภัย”
เนเน่และวาวาหันมามองหน้ากันราวกับกำลังปรึกษาก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เรนิสเป็อันตกลง
“ข้าชื่อเรนิส เกรย์เวล ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ยินดีที่ได้รู้จัก...เอ้ะ เกรย์เวลเหรอ ทำไมนามสกุลคุ้นๆล่ะ”เนเน่ทำหน้าครุ่นคิด เหมือนได้ยินแม่นมพูดถึงอยู่แต่จำไม่ได้
“เกรย์เวล นี่มันนามสกุลราชวงศ์นิไม่ใช่ว่ามีเ้าชายคนเดียวเหรอหรือเ้าก็เหมือนพวกเรา”ววาเงยหน้าถาม
“ประมาณนั้น...แต่ต่างกันตรงที่ข้าเป็ลูกภรรยาเอกแต่ดันเป็โอเมก้าชะตากรรมเราก็คล้ายกันนิดหน่อยนั่นแหละ”
สองแฝดเมื่อได้ฟังก็ไว้ใจคนตรงหน้ามากขึ้นอย่างน้อยเขาก็เจอมาแบบเดียวกัน คงไม่ทำร้ายพวกเราหรอก
เมื่อเรนิสกลับมาที่ปราสาทเขาก็ต้องมานั่งเครียดว่าจะเอาสองแฝดไปไว้ที่ไหนห้องของเขาก็ใช่ว่าจะใหญ่ เล็กพอ ๆกับห้องคนใช้เลยต่างหาก
แต่คงต้องยัดเข้าไปนั่นแหละ...
“พวกเ้าสองคนนอนห้องข้าก่อนนะไว้อาทิตย์หน้าจะได้นอนห้องที่ใหญ่กว่านี้”หลังจากยึดอำนาจมาแล้วน่ะ...
“เห็นท่านพูดแต่อาทิตย์หน้า ๆ อาทิตย์หน้าจะมีอะไรดี ๆเหรอคะ”
“อาทิตย์หน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่น่ะครั้งใหญ่มากจนบางทีข้าก็แอบกลัวหน่อย ๆ”
เนเน่เอียงหัวอย่างงงๆแต่ก็ไม่ถามเพิ่ม ถ้าท่านเรนิสอยากบอกก็คงบอกเองนั่นแหละ
วาวานึกถึงตอนที่มองเห็นทหารผ่านหน้าต่างเมื่อเช้านี้...การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่น่าจะเกี่ยวกับการที่ทหารกลุ่มใหญ่เดินในเมืองมากผิดปกติใน่นี้ล่ะมั่ง
“พรุ่งนี้ข้าจะสอนเวทมนตร์ให้พวกเ้า...อีกหน่อยพวกเ้าจะกลายเป็มือขวาของข้า”
“เวทมนตร์เหรอ แต่พวกเราเป็โอเมก้า..โอเมก้าใช้เวทมนตร์ได้ไม่ดีไม่ใช่เหรอ”ท่านพ่อมักจะบอกว่าโอเมก้าไม่มีสิทธิ์เรียนเวทมนตร์ หนังสือก็ไม่ควรอ่านถ้าฉลาดมากสามีจะไม่ชอบ
“นั่นเป็สิ่งที่พวกเขากำหนด ความจริงไม่ว่าโอเมก้าอัลฟ่า เบต้า ก็มีสิทธิเรียนเวทมนตร์จะมีความสามารถหรือไม่ จะใช้ได้ดีหรือไม่อยู่ที่แต่ละคน คนที่บอกว่าโอเมก้าไม่มีสิทธิเรียนเวทมนตร์คืออัลฟ่ากฎหมายประเทศนี้อัลฟ่าก็เป็คนเขียน ไม่มีโอเมก้าหรือเบต้าคนไหนได้ร่วมร่างกฎหมายกับพวกเขาสักคนแต่กับเอากฎหมายที่เอื้อต่อตัวเองมาใช้กับเพศอื่น นี่ไม่ยุติธรรมเลย”
“ข้าก็เคยคิดแบบนั้น แต่พอข้าพูด ก็โดนท่านพ่อตบปากแล้วข้าก็ไม่กล้าพูดอีกเลย”เนเน่ทำหน้ากลัว ๆ
“ข้าอยากเรียกเวทมนตร์มาตลอด...อยากเรียนหนังสือด้วยข้าทำได้ใช่ไหม”วาวาถามด้วยความหวัง
เรนิสยิ้มกว้าง “ได้แน่นอน”