บทที่ 9 บีบคั้นแม่เลี้ยงจนจนตรอก
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: สตรีมเมอร์ชนะแล้ว เสียดายสินสอดพวกนี้จัง พี่ชายชาวป่าคงหามาให้เยอะขนาดนี้ไม่ได้แน่]
[นินี่ผู้น่ารัก: ไสหัวไปเลย...มาเหน็บแนมคุณชายเซี่ยงของข้าอีกแล้ว ใครห้ามแย่งตำแหน่งพี่ใหญ่สายเปย์ของข้า มอบรางวัล 699 เหรียญดวงดาว]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนการมอบรางวัลที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในห้องถ่ายทอดสด
จี้หานลั่วทอดตามองกองทองคำและอัญมณีที่คนทั้งสองขนมา พลางยกมุมปากขึ้นเป็รอยยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ย
“เหลียงซื่อจื่อ ขนทองคำอัญมณีมามากมายขนาดนี้ แถมยังจัดขบวนเอิกเกริกใหญ่โต หากต้องขนกลับไปทั้งอย่างนี้ เกรงว่าจะเสียทั้งหน้าตาและศักดิ์ศรีนะเ้าคะ?”
ดวงตาดอกท้อของเหลียงห้าวเหยียนฉายแววโกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที
ทว่าจี้หานลั่วหาได้มีความเกรงกลัวไม่ “มิสู้...ทิ้งของพวกนี้ไว้ที่นี่เถิด”
[นกพิราบตัวน้อยบินมาในฤดูใบไม้ผลิ: เกลียดพวกกินในชามแล้วยังมองในหม้อที่สุด...สตรีมเมอร์คิดจะเลี้ยงพี่ชายตาดอกท้อไว้ในบ่อปลาเหรอ? โมโหแล้วนะ!!]
ทุกคนต่างตกตะลึง
ไม่เข้าใจเจตนาของจี้หานลั่ว
ประกายความยินดีวาบผ่านดวงตาดอกท้อของเหลียงห้าวเหยียน “เ้าเปลี่ยนใจแล้วรึ?”
จี้หานลั่ว: “...”
ฝันกลางวันอยู่หรือไง
สมองนางไม่ได้พังเสียหน่อย
ภรรยาเอกไม่ยอมเป็?
จะให้ไปเป็อนุของผู้ชายตุ้งติ้งเนี่ยนะ?
แล้วต้องไปตบตีแย่งชิง ‘แครอท’ หัวเดียวกับฝูงชะนีในคอกงั้นรึ?
“เหลียงซื่อจื่อล้อเล่นแล้ว”
“ทองคำและอัญมณีเหล่านี้ เป็สินสอดที่ท่านมอบให้พี่แปดต่างหาก เกี่ยวอันใดกับข้าเล่า?”
[นักชิมชาเขียว: กรี๊ดด!!! ชาเขียวเกรดพรีเมียม!! ข้าชอบ มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
เหลียงห้าวเหยียนเข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของจี้หานลั่วได้ในทันที
เขาจำต้องยอมรับ
ว่านี่เป็ทางลงที่ดีที่สุดแล้ว
ทว่าในอกกลับรู้สึกจุกเสียดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
มาแย่งเ้าสาวไม่สำเร็จ กลับถูกหลอกรีดไถทองคำและอัญมณีกองโตไปเสียดื้อ ๆ ไม่ว่าใครเจอแบบนี้ก็คงอารมณ์ดีไม่ลง
ยามที่เหลียงห้าวเหยียนจะจากไป เขาหันกลับมาจ้องมองจี้หานลั่วอย่างลึกล้ำคราหนึ่ง
สายตานั้นจ้องมองจนจี้หานลั่วรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
[นกพิราบตัวน้อยบินมาในฤดูใบไม้ผลิ: สงสารพี่ชายตาดอกท้อของข้าจัง จะถูกสตรีมเมอร์บีบคั้นจนจะ ‘เข้าสู่ด้านมืด’ อยู่แล้ว เกลียดสตรีมเมอร์ที่สุด แง ๆ ๆ]
[ชอบดูเื่วุ่นวาย: จากประสบการณ์กินแตงมาหลายปี สายตาที่เหลียงซื่อจื่อมองสตรีมเมอร์ตอนจากไป ไม่เป็มิตรเอาเสียเลย]
[ฝนตกไม่เก็บผ้า: ต้องกำลังซุ่มท่าไม้ตายอยู่แน่ ๆ ? ในยุคโบราณที่อำนาจกษัตริย์เป็ใหญ่ พลาดนิดเดียวชีวิตสตรีมเมอร์หาไม่แน่]
“เหลียงซื่อจื่อผู้นี้ กำลังซุ่มแผนชั่วอันใดอยู่อีกนะ?” นางยั้งปากไว้ไม่ทัน เผลอหลุดปากถามย้อนตามข้อความในคอมเมนต์ออกไป
ซูเถียนหลิน: “...”
ตอนนี้เพิ่งจะรู้จักกลัวรึ?
“หานลั่ว เ้านี่ซ่อนคมได้มิดชิดดีนักนะ”
ปกติแสร้งทำตัวก้มหน้าก้มตาเจียมเนื้อเจียมตัว
แต่พอเป็เื่งานแต่งของตัวเอง ความกล้าของเ้าช่างมันย่องยิ่งกว่าหมูสามชั้นน้ำแดงฝีมือพ่อครัวในจวนเสียอีก
ไม่เห็นหัวนางที่เป็ถึงนายหญิงของจวนอยู่ในสายตาเลยสักนิด
เพลิงโทสะลุกโชนในอก จนมิอาจปั้นหน้าเป็แม่เรือนผู้เมตตาอารีได้อีกต่อไป วาจาเหน็บแนมจึงพรั่งพรูออกมา “หานลั่ว เ้าแน่มาก!”
“เพื่อผู้ชายต่ำต้อยที่ไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้คนหนึ่ง เ้าถึงกับเห็นแก่ตัว อกตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่สนเกียรติยศวงศ์ตระกูล ไม่คู่ควรจะเป็ลูกสาวจวนจี้กั๋วกงของเรา”
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: @ฝนตกไม่เก็บผ้า ไปล่วงเกินแม่เลี้ยง อีกเดี๋ยวคงได้ซี้แหงแก๋ เห็นใจสตรีมเมอร์จัง ไม่กล้าดูต่อแล้ว]
จี้หานลั่วคาดไว้อยู่แล้วว่าซูเถียนหลินต้องมาคิดบัญชีย้อนหลัง
แต่คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่รักษาหน้าตาของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ถึงได้พ่นวาจาหยาบคายเช่นนี้ออกมา
ภายใต้หมวกคลุมหน้า ริมฝีปากของนางเหยียดยิ้มเยาะ “ท่านแม่กล่าวผิดแล้วเ้าค่ะ ที่หานลั่วทำไปในวันนี้ ล้วนทำเพื่อผลประโยชน์ของจวนจี้กั๋วกงทั้งสิ้น”
“พอได้แล้ว!” ซูเถียนหลินตวาดลั่นพลางผุดลุกขึ้น “เลิกเอาคำพูดสวยหรูมาตบตาข้าเสียที”
“เพื่อจวนจี้กั๋วกงงั้นรึ? เ้าล่วงเกินซื่อจื่อจวนกั๋วกงทีเดียวถึงสองคนจนหมดทางหนีทีไล่? เ้าจงใจไม่อยากให้จวนจี้กั๋วกงอยู่อย่างสงบสุขเสียมากกว่า”
นังเด็กบ้าคนนี้ ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เดียว
ก็ทำลายแผนการที่นางวางไว้เป็สิบปี
จนพังพินาศย่อยยับ
[ทำอะไรก็เก่งไปหมด: สตรีมเมอร์คนนี้ห้าวเป้งจริง ๆ นั่งรอฉากจบไม่สวยเลยจ้า]
จี้หานลั่ว: “...”
“ท่านแม่ หานลั่วทราบดีว่าท่านทำทุกอย่างเพื่อความหวังดีต่อจวนกั๋วกง”
“เพื่อความหวังดีต่อท่านพ่อ และเพื่อความหวังดีต่อพี่ใหญ่”
“ตัวหานลั่วเองก็คิดเช่นนั้นเ้าค่ะ”
“ท่านพ่อเป็คนซื่อตรงเที่ยงธรรม พี่ใหญ่มีปณิธานอันยิ่งใหญ่ดั่งพญาหงส์ หานลั่วจะยอมให้มีรอยด่างพร้อยแปดเปื้อนไปถึงพวกท่านได้อย่างไรเ้าคะ?”
“ไม่ว่าจะเป็การเกาะแข้งเกาะขาผู้มีอำนาจ หรือการตระบัดสัตย์ผิดสัญญา หากข่าวลือแพร่งพรายออกไป ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงถูกขุนนางสหายร่วมงานหัวเราะเยาะและดูแคลนเอาได้นะเ้าคะ”
[นักชิมชาเขียว: กลิ่นชาเขียวเข้มข้นขนาดนี้ ข้าพนันเลยว่าสตรีมเมอร์อยู่รอดได้เกินสองตอนแน่]
[สายรุ้งทอแสง: เห็นด้วยกับเมนต์บน]
ซูเถียนหลิน: “...”
ช่างเป็คนปากคอเราะร้ายนัก
ถึงกับสามารถบิดเบือนความคร่ำครึไม่รู้จักพลิกแพลง ให้กลายเป็ความซื่อตรงเที่ยงธรรมได้
เปลี่ยนความหัวรั้นดันทุรัง ให้กลายเป็ปณิธานอันยิ่งใหญ่ดั่งพญาหงส์
ที่น่าโมโหที่สุดคือ บุรุษสองคนที่ถูกนางจูงจมูกเดิน กลับไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยสักนิด มิหนำซ้ำยังมองนังเด็กบ้าคนนี้ด้วยสายตาชื่นชมและเห็นพ้องราวกับเจอผู้รู้ใจก็มิปาน
ทำเอานางโกรธจนเจ็บหน้าอกไปหมดแล้ว
[แจ้งข่าวดีไม่แจ้งข่าวร้าย: พูดได้ดี มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
[เฟยเฟยคือนางฟ้าตัวน้อย: เห็นแม่เลี้ยงโกรธจนหน้าดำหน้าแดงลามไปถึงคอแล้วข้าก็วางใจ มอบรางวัล 88 เหรียญดวงดาว]
[แมวเหมียวน่ารักจัง: เป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่าการเป็ชาเขียว ถ้าใช้ถูกที่ถูกเวลาก็น่ารักดีเหมือนกันนะ @นักชิมชาเขียว มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
......
เสียงแจ้งเตือนการมอบรางวัลที่ดังขึ้นในหัวไม่หยุดหย่อน
ทำให้จี้หานลั่วตกตะลึงยิ่งนัก เมื่อรวบรวมสมาธิดู
ยอดผู้ชมออนไลน์ในห้องถ่ายทอดสด ทะลุหลักหมื่นคนไปแล้ว และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ความนิยมในการถ่ายทอดสด: 10,000+
จำนวนผู้ชม: 10,996 คน
ยอดบริจาคเหรียญดารา: 15,985 เหรียญ
เหรียญดาราที่มีทั้งหมด: 16,825 เหรียญ
ขณะที่นางกำลังจะเปิดร้านค้าออนไลน์ เพื่อดูว่ามีสินค้าอะไรน่าซื้อบ้าง
ก็ได้ยินเสียงตวาดแหวของซูเถียนหลินดังขึ้น “ช่างสรรหาคำมาพูดนักนะ!”
“พอได้แล้ว!”
จี้ป๋อหรูทนดูต่อไปไม่ไหว ปั้นหน้าเคร่งขรึมตวาดว่า “เ้ามีอะไรไม่พอใจ ก็ให้มาลงที่ข้านี่”
“วันนี้หานลั่วรับมือสถานการณ์ได้ดีมาก สมกับที่มีกระดูกสันหลังของจวนจี้กั๋วกงเรา”
“กลับเป็เ้านั่นแหละ ที่สมควรกลับไปสำนึกพิจารณาตนเองให้ดี...”
[ไม่ดำก็แดง: ในที่สุดก็ได้เห็นท่านกั๋วกงลุกขึ้นมาผงาดกับเขาบ้างแล้ว มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
ซูเถียนหลินไม่อยากเชื่อหูตัวเอง “ข้ามีสิ่งใดให้ต้องสำนึก?”
“เ้าลืมไปแล้วหรือว่าวันนี้วันอะไร?” จี้ป๋อหรูสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มกลั้นโทสะที่จะดุด่าภรรยาต่อหน้าว่าที่ลูกเขยเอาไว้
“วันนี้เป็วันที่หลานชายมาลงสินสอดสู่ขอหานลั่วของบ้านเรานะ”
การดุด่าลูกสาวต่อหน้าว่าที่ลูกเขย
มิเท่ากับตบหน้าตัวเองหรอกหรือ?
“เหอะ...”
ซูเถียนหลินแค่นเสียงเ็า “หากท่านไม่พูด ข้าคงลืมไปจริง ๆ”
“เื่วุ่นวายทั้งหมดในวันนี้ ก็เป็เขานั่นแหละที่ชักนำมาให้พวกเรา”
สายตาของซูเถียนหลินกวาดผ่านร่างจี้หานลั่ว ไปหยุดลงที่ร่างของเซี่ยงเฉิงหลี มุมปากยกยิ้มเยาะหยันและดูแคลน “เช่นนั้น ข้าขอประกาศจุดยืนบ้าง”
รอจนสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่นางเป็จุดเดียว
นางก็จงใจดึงจังหวะให้ทุกคนลุ้นระทึก ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำว่า “การแต่งงานครั้งนี้ ข้าไม่เห็นด้วย”
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: ฮิ ๆ ๆ บีบคั้นแม่เลี้ยงจนสติแตก นั่งรอดูงานแต่งล่มได้เลย]
“...”
จี้ป๋อหรู: “???”
ฮูหยินผู้มีความเมตตาโอบอ้อมอารีเสมอมา เหตุไฉนจึงเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน?
สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วหรืออย่างไร?
จี้หานโม่ขมวดคิ้วมุ่น “ท่านแม่ จวนจี้กั๋วกงจะกระทำการตระบัดสัตย์เนรคุณคนได้อย่างไรขอรับ?”
“หากข่าวลือแพร่งพรายออกไป? ลูกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน? จะไปสู้หน้าสหายร่วมสำนักได้อย่างไร?”
[ตามหาเขาในฝูงชน: พี่ชายคนนี้ใช้ได้เลยนะ ซื่อตรงมากเอฟซีเลย มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
ซูเถียนหลินปรายตามองบุตรชายแวบหนึ่ง “ใครบอกว่าจะตระบัดสัตย์?”
“ข้าแค่บอกว่าไม่เห็นด้วยที่จะให้หานลั่วแต่งเข้าตระกูลเซี่ยง ไม่ได้บอกว่าจะถอนหมั้นเสียหน่อย”
จี้หานลั่วแทบกลั้นขำไม่อยู่
นึกไม่ถึงว่าแม่เลี้ยงจะมาไม้นี้จริง ๆ
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ที่แท้ ท่านแม่ก็รังเกียจที่หานลั่วเป็เพียงลูกอนุ ต่ำต้อยเกินไปไม่คู่ควรกับคุณชายเซี่ยง เป็หานลั่วที่ใฝ่สูงเกินศักดิ์เองเ้าค่ะ”
ซูเถียนหลินเลิกคิ้วขึ้นอย่างลำพองใจ
กำลังดีใจที่สามารถจัดการลูกเลี้ยงจอมพยศให้อยู่หมัดได้