ในภูมิภาคที่ไช่ซุนหลันอาศัยอยู่จะมีอากาศที่หนาวเย็น การทำการเกษตรที่นิยมก็คือการปลูกมันฝรั่งมันเทศ ข้าวโพด กะหล่ำปลี ผักกาดขาว เนื่องจากการปลูกมันฝรั่งนั้นเหมาะกับสภาพอากาศแบบนี้มากกว่าทางภาคใต้มันฝรั่งทางภาคใต้นั้นจะมีรสขมกว่ามันฝรั่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แม้การกินมันฝรั่งมากๆ จะทำให้รู้สึกท้องอืด ไม่สบายท้องแต่ในยุคนี้ตัวเลือกไม่ได้มีมากมาย ขอเพียงอิ่มท้องจะอะไรก็กินได้ทั้งนั้น บางบ้านถึงกับต้มมันฝรั่งเพื่อกินกับก้อนกรวดคั่วเกลือโดยวิธีกินก็คืออมก้อนกรวดที่ถูกคั่วจนเค็มไว้ในปาก แล้วตามด้วยมันฝรั่งต้มหรือพวกโจ๊กธัญพืชหยาบเมื่อรสเค็มของก้อนกรวดหมดแล้วก็ค่อยคายก้อนกรวดออกมา
ท้องฟ้ายามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงจากแสงของดวงอาทิตย์ที่ทอลงมากว่าแม่หลี่จะทำอาหารเสร็จก็ประจวบเหมาะกับที่พ่อหลี่และสมาชิกบ้านหลี่คนอื่นเลิกงานพอดีแม้แม่หลี่จะปรุงจานเนื้อในวันนี้ แต่เธอก็ไม่กังวลว่าจะมีบ้านอื่นได้กลิ่น เพราะเธอใส่เนื้อไปเพียงน้อยนิดเท่านั้นหลังจากที่สมาชิกบ้านหลี่ล้างมือ ล้างเท้าแล้วก็มารวมกันที่โต๊ะกินข้าวรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วนั่งประจำตำแหน่งของแต่ละคน
สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังอาหารวันนี้อย่างไม่วางตา เด็กๆลอบกลืนน้ำลาย ต้าเหมาลูกชายคนโตของบ้านสามถึงกับน้ำลายหก
“คุณแม่คะ วันนี้มีจานเนื้อด้วยเหรอคะ?” สะใภ้สามพูดพลางมองไปที่กะหล่ำปลีดองต้มเนื้อขาวด้วยสายตาตะกละ
“ใช่ สะใภ้รองเป็คนนำมันมาน่ะ” แม่หลี่ตอบ อย่างน้อยวันนี้สะใภ้รองก็รู้จักทำเื่ดีๆหากจะชมเสียหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร
“อ้าว พี่สะใภ้รองกลับมาแล้วเหรอ ขอโทษทีนะจ๊ะ ฉันไม่ได้สังเกตน่ะ” ถึงปากจะบอกว่าขอโทษ แต่ท่าทางที่สะใภ้สามกระทำนั้นคือลอบเบ้ปาก
สะใภ้รองคนนี้ได้สามีเป็ทหาร อีกทั้งยังได้เงินทุกเดือนของหลี่เหวินไคงานในฝ่ายผลิตก็ไม่ต้องไปทำ จะไม่ให้หมันไส้ได้อย่างไรกัน
“คุณแม่คะ ฉันขอไปตามพี่สะใภ้ใหญ่มากินอาหารก่อนนะคะ” ไช่ซุนหลันเมินสะใภ้สามโดยสิ้นเชิง ดูก็รู้ว่านี่คือตัวอิจฉาขนานแท้
“ทำไมต้องตามด้วย ยิ่งมีคนเยอะจานเนื้อก็ต้องแบ่งกัน นี่คงได้แค่คนละนิดละหน่อยล่ะมั้งคะเนี่ย”สะใภ้สามพูดอย่างไม่ค่อยจะพอใจ
“หมูนี่ฉันซื้อมาด้วยเงินของฉัน ฉันหวังว่าอาหารมื้อนี้ทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งเท่าๆกันนะสะใภ้สาม” ถึงไช่ซุนหลันจะอายุน้อยกว่าสะใภ้สามแต่เธอคือสะใภ้รองฉะนั้นเธอจึงไม่จำเป็ต้องพูดจาเคารพผู้หญิงตรงหน้า
“เอาล่ะ เธอสองคนเลิกเถียงกันได้แล้ว ไปๆ สะใภ้รองไปตามสะใภ้ใหญ่มากินอาหารได้เถอะ”แม่หลี่รีบห้ามสองสะใภ้ เวลาที่สองคนนี้เจอหน้ากันทีไร ไม่แคล้วว่าต้องพูดจาชวนทะเลาะกันทุกครั้งไป
ไช่ซุนหลันค่อยๆ พยุงสะใภ้ใหญ่ให้ลุกขึ้นมา จากนั้นเธอก็เกล้าผมอันยุ่งเหยิงของสะใภ้ใหญ่อย่างง่ายๆเมื่อเห็นว่าตรงนี้ไม่มีใครอยู่ไช่ซุนหลันก็แกล้งหยิบนั่นหยิบนี่แล้วแอบนำทิชชูเปียกจากในมิติออกมาก่อนจะใช้มันเช็ดหน้าเช็ดมือสะใภ้ใหญ่อย่างแ่เบา
“สะใภ้ใหญ่คะ ไปกินอาหารกันนะคะ วันนี้คุณแม่ทำอาหารตั้งสองอย่างแน่ะ”ไช่ซุนหลันพยายามหาเื่ชวนคุยเพื่อให้สะใภ้ใหญ่ได้โต้ตอบบ้าง
“อืม...เธอคือใคร?” สะใภ้ใหญ่มองไช่ซุนหลันอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ฉันเพิ่งจะบอกพี่ไปไม่นาน พี่ลืมอีกแล้วเหรอ ฉันเป็ครอบครัวเดียวกับพี่นั่นแหละซุนหลันไงคะ พี่สะใภ้ใหญ่วางใจได้ ฉันว่าเรารีบไปกันเถอะค่ะ คนอื่นรอเราอยู่นะ”
พอไช่ซุนหลันพาสะใภ้ใหญ่มาถึงโต๊ะอาหาร สะใภ้สามก็สบโอกาสที่จะเอ่ยวาจาค่อนแคะทันที
“แหม กะอีแค่กินอาหารเนี่ยยังต้องไปตาม ไม่รู้นานๆ ไปจะี้เีเหมือนพี่สะใภ้รองด้วยอีกคนหรือเปล่าสะใภ้สี่เธอก็อย่าไปเป็เหมือนอย่างพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองเชียวนะ คนเขาจะนินทาไปทั่วหมู่บ้าน”
ไช่ซุนหลันกลอกตาไปมาสองทีก่อนจะเบ้ปากแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ฉันจะี้เียังไงมันก็เื่ของฉันอย่าได้เอาพี่สะใภ้ใหญ่ที่ป่วยอยู่กับสะใภ้สี่ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาเกี่ยว ปากน่ะมีไว้แค่กินอาหารก็พอแล้วอย่ามาทำปากยื่นปากยาวแถวนี้เลย”
“นั่นสิ จะเอาฉันไปเกี่ยวด้วยทำไม ฉันก็อยู่ของฉันดีๆ” สะใภ้สี่เอ่ยสำทับเห็นด้วยกับไช่ซุนหลัน
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเข้าข้าง สะใภ้สามก็ทำหน้าบูดบึ้งแล้วรีบจับตะเกียบกินอาหารด้วยความมูมมามไช่ซุนหลันเห็นก็พาลจะกินไม่ลงกับท่าทางเช่นนั้นของสะใภ้สาม
ในยุคนี้มีค่านิยมว่าลูกผู้ชายดีกว่าลูกผู้หญิง หากมีของดีจะต้องให้ผู้ชายก่อน บ้านหลี่ก็เช่นกัน โชคดีหน่อยที่แม่หลี่นั้นได้ลูกชายล้วน ทำให้หลี่ไห่หลี่เหวินไค หลี่เซินและหลี่เฟยได้ทุกอย่างอย่างเท่าเทียมกัน แต่พอมารุ่นหลานกลับไม่เป็เช่นนั้นเพราะว่าแต่ละบ้านล้วนมีลูกผู้หญิงยกเว้นบ้านของหลี่เหวินไค
เด็กผู้หญิงจะได้นั่งท้ายโต๊ะกินข้าวและจะได้อาหารเพียงน้อยนิดหากวันใดมีจานเนื้อเช่นวันนี้ ก็อาจจะโชคดีได้เนื้อหรือกระดูกคนละหนึ่งชิ้น แต่ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่เด็กผู้หญิงก็จะไม่กล้าคีบเนื้อไปแม้สักเพียงเสี้ยวชิ้น ผิดกับต้าเหมาของสะใภ้สามที่เคี้ยวเนื้อตุ้ยๆอย่างตะกละตะกลาม
บ้านสามนั้นมีลูกสองคน เป็ผู้ชายหนึ่งคนผู้หญิงหนึ่งคนผู้ชายก็คือต้าเหมาอายุสิบปี ซึ่งอายุมากกว่าเจียงคุณลูกชายคนโตของไช่ซุนหลันอยู่สองปีส่วนอีกคนก็คือจางซีอายุแปดปี และตอนนี้สะใภ้สามนั้นก็กำลังมีเด็กอยู่ในท้องอีกหนึ่งคน
ส่วนบ้านสี่นั้นมีลูกด้วยกันเพียงคนเดียวก็คือเสี่ยวหยานอายุสิบปีเป็เด็กสาวตัวน้อยและเช่นกันตอนนี้สะใภ้สี่ก็กำลังตั้งครรภ์อีกทั้งยังท้องแก่ใกล้คลอด แต่ถึงจะท้องแก่แต่สะใภ้สี่ก็ยังต้องไปทำงานที่ฝ่ายผลิตอยู่ดี
ไช่ซุนหลันลอบสังเกตเื่นี้มาสักพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากกับพวกเด็กๆว่า “เนื้อนี่ไม่ได้แบ่งแยกว่ากินได้เฉพาะเด็กผู้ชาย พวกเธอก็กินได้นะ”
ต้านีสบตากับไช่ซุนหลันก่อนจะถามเสียงเบาอย่างไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร “หนูกินมันได้จริงๆเหรอคะ อาสะใภ้รอง?”
“ได้สิ ใช่ไหมคะคุณพ่อคุณแม่” ไช่ซุนหลันตอบก่อนจะมองไปทางพ่อแม่หลี่
แม้แม่หลี่จะไม่ค่อยเห็นด้วยนักที่จะให้เด็กผู้หญิงกินเนื้อแต่นี่มันเป็เนื้อของไช่ซุนหลัน เพราะฉะนั้นหากไช่ซุนหลันไม่ว่าอะไรเด็กพวกนี้ เธอก็ไม่จำเป็ต้องขัดขวางให้เคืองใจกัน
“อืม จะกินก็กินไปสิ แต่อย่ากินแค่เนื้ออย่างเดียวล่ะ”
ส่วนพ่อหลี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงส่งเสียงอืมในลำคอเป็เชิงอนุญาต
และเพราะคำอนุญาตของพี่หลี่และแม่หลี่ ทำให้อาหารของฝั่งเด็กๆโดยเฉพาะจานเนื้อก็หมดลงอย่างรวดเร็ว
ส่วนไช่ซุนหลันนั้น เธอกลับกินไปเพียงน้อยนิด เพราะเธอต้องทำหน้าที่คีบอาหารให้สะใภ้ใหญ่เพราะหากชักช้า แม้แต่เนื้อสักชิ้นสะใภ้ใหญ่ก็คงไม่ได้กิน หลังจากที่มื้ออาหารของผู้ใหญ่จบลงไช่ซุนหลันก็เริ่มดูแลเฉิงเย่ลูกคนเล็กของเธอและโกวต้าน เพราะเด็กสองคนนี้ยังอายุแค่สามขวบจำเป็จะต้องแยกอาหารกับพวกพี่ๆ
“สะใภ้รองเธอทำอะไรน่ะ” แม่หลี่เห็นไช่ซุนหลันตั้งกาน้ำจึงถามด้วยความสงสัยเดือนนี้เป็ฤดูร้อนแม้จะมีฝนตกบ้างประปรายที่ทำให้อุณหภูมิลดลง แต่มันก็ไม่ได้ถึงขั้นจะต้องต้มน้ำเพื่อใช้ในตอนกลางคืนเลย
“ฉันกำลังจะชงนมให้เฉิงเย่กับโกวต้านค่ะคุณแม่” ไช่ซุนหลันตอบโดยที่มือก็กำลังนำซาลาเปาสองลูกใส่ชามเพื่อรอจุ่มน้ำอุ่นให้เด็กทั้งสอง
ซาลาเปา นมผง!
‘เ้าเด็กทั้งสองถึงกับได้กินของดีขนาดนี้เชียว!’ แม่หลี่รู้สึกมือไม้สั่นกับการที่ไช่ซุนหลันใช้ของพวกนี้เลี้ยงเด็กยังดีที่โกวต้านและเฉิงเย่เป็เด็กผู้ชาย
“แล้วนี่สะใภ้รอง เธอซื้อนมผงนั่นได้อย่างไร เธอไม่มีตั๋วสักใบไม่ใช่เหรอ คงไม่ใช่ว่าอาเหวินไคเอาตั๋วให้เธอหรอกนะ?”