กลิ่นของนมในถ้วยนั้นไม่เหมือนกับกลิ่นนมจากครีมอาบน้ำ มันเข้มข้นกว่า หอมกว่า ทั้งยังมีกลิ่นหวานเจือปนอยู่นิดๆ ยุควันสิ้นโลก ทุกอย่างถูกทำลายไปจนหมด ทั้งซอมบี้ทั้งมนุษย์ต่างก็ฆ่าฟันกันเองจนสูญพันธุ์ เหลียนนั่วใช้ชีวิตอยู่คนเดียวบนโลกมาห้าร้อยปี ของที่เขากิน ถ้าไม่ใช่ผลไม้ป่าก็เป็ผักต่างๆ เขาต้มผักพวกนั้นด้วยตัวเอง ซึ่งนั่นก็ทำได้แค่เติมเต็มพลังงาน แต่ไม่มีรสชาติอะไรเลย
ทว่าหลังตื่นขึ้นมาในร่างนี้ เขาได้ลิ้มลองทั้งรสหวาน รสเค็ม รสชาติที่ห่างหายไปห้าร้อยปี ทำให้เหลียนนั่วรู้สึกถูกเติมเต็ม เขารู้สึกว่าการะเิตัวเองเป็การตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดของเขา
เมื่อเห็นดวงหน้าซูบผอมเผยสีหน้าอิ่มเอมออกมา โอวเิก็อดสงสัยไม่ได้ เด็กตรงหน้าดูอย่างไรก็เหมือนคนที่ใช้ชีวิตในสลัม ไม่รู้ว่าไปเกี่ยวข้องกับราชวงศ์ได้อย่างไร
ระหว่างที่เหลียนนั่วดื่มนม เด็กหนุ่มรู้ตัวอยู่ตลอดว่าโอวเิกำลังจับจ้องเขา ถึงอีกฝ่ายจะปกปิดพลังพิเศษของตัวเองไว้เป็อย่างดี แต่เขาก็ยังััได้ว่าคนผู้นี้มีพลังพิเศษที่กล้าแข็งมาก นี่เป็ลางสังหรณ์อย่างหนึ่ง
“ขอบคุณครับ” หลังดื่มนมกับกินแซนด์วิชคำสุดท้ายเสร็จ เหลียนนั่วก็แลบลิ้นเลียนิ้วมือตัวเอง มันอร่อยมากเลย
ที่จริงนี่เป็พฤติกรรมที่สกปรกมาก ในกลุ่มชนชั้นสูงถือเป็การกระทำที่ไม่มีอารยะ และไม่ควรทำในที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด แต่พอเป็เหลียนนั่วทำ กลับดูเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังดื่มด่ำอาหารเลิศรสอย่างไร้เดียงสา นั่นทำให้โอวเิไม่รู้สึกเลยว่าเด็กหนุ่มกำลังทำสิ่งที่ไร้มารยาท
“อร่อยไหม” เขาถามพลางยิ้ม
เหลียนนั่วพยักหน้ารัว “นี่เป็อาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาเลยละ” เขาสื่อสารไม่เก่ง แต่ไม่เป็ปัญหากับการชื่นชมอาหาร
อาหารที่อร่อยที่สุดงั้นเหรอ
โอวเิรู้สึกขบขัน นี่เป็แค่อาหารทั่วไปเองนะ แต่คิดดูอีกที เหลียนนั่วที่อาศัยในสลัม คงได้กินของแบบนี้ไม่บ่อย ดังนั้นจึงพอเข้าใจได้
“นายเพิ่งผ่าตัดกระเพาะมา ไม่เหมาะกินอะไรหลายอย่าง เชิญพักผ่อนตามสบายนะ ฉันขอตัวก่อน” โอวเิเก็บถาดขึ้นมาก่อนจะเดินออกไป ทว่าตอนไปถึงประตู เขาก็หันกลับมามองเหลียนนั่วอีกแวบหนึ่ง จึงพบว่าเด็กหนุ่มเองก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน เมื่อเห็นสีหน้าลังเลที่เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างของอีกฝ่าย โอวเิจึงถามอย่างใจดี “มีอะไรหรือเปล่า”
ถึงอย่างไรเขาก็เป็คนที่คาดิสย้ำนักย้ำหนาว่าต้องดูแลเป็อย่างดี ทั้งยังเกี่ยวข้องกับราชวงศ์อีกด้วย
เหลียนนั่วพยักหน้า “คราวหน้า ผมขอกินเ้านี่อีกได้ไหม”
“พรืด...” โอวเิหลุดหัวเราะออกมา “ได้แน่นอนอยู่แล้ว” เขาพูดพลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ “ตอนนี้สิบโมงเช้า เดี๋ยวตอนเที่ยงฉันจะเอามาให้อีก”
“ขอบคุณครับ” เหลียนนั่วฉีกยิ้ม เผยให้เห็นแนวฟันขาวสะอาด รอยยิ้มของเขาช่างดูบริสุทธิ์เหลือเกิน
“ไม่ต้องเกรงใจ” โอวเิบอกแล้วเดินจากไป
อีกฝ่ายออกไปแล้ว ในห้องเหลือเหลียนนั่วเพียงคนเดียว เขาเห็นนิตยสารวางอยู่จึงหยิบขึ้นมา นำไปอ่านตรงข้างหน้าต่าง
เื่ตัวหนังสือและภาษาในนิตยสาร อาศัยความทรงจำจากเ้าของร่าง เขาจึงอ่านมันเข้าใจ เนื้อความเกี่ยวกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจในจักรวรรดิ เหลียนนั่วรู้สึกว่าน่าเบื่อจึงโยนทิ้งไปอีกทาง ก่อนจะหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดดูโทรทัศน์
ยุควันสิ้นโลก โทรทัศน์กลายเป็อดีตไปแล้ว
ในยุควันสิ้นโลกที่อยากอยู่รอดก็ต้องฆ่า ใครจะยังมีอารมณ์มานั่งดูโทรทัศน์อยู่อีกล่ะ ดังนั้นเหลียนนั่วที่เกิดในยุควันสิ้นโลก จึงไม่เคยดูโทรทัศน์มาก่อน
แต่เพราะอาศัยความทรงจำจากเ้าของร่าง เหลียนนั่วจึงรู้ว่าจะดูโทรทัศน์ได้อย่างไร
แต่ถึงอย่างนั้น ตอนที่กดรีโมตแล้วมีเสียงดังออกมาจากโทรทัศน์ ก็ทำเอาเหลียนนั่วสะดุ้งโหยงไปรอบหนึ่ง แต่ไม่นานเขาก็ปรับตัวได้ เด็กหนุ่มกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ ก่อนจะไปหยุดที่ช่องหนึ่ง
เหตุผลเพราะสิ่งที่ผู้ประกาศสาวกำลังพูด ‘จากนี้จะเป็ความคิดเห็นของรัชทายาทสิงเหยียนเกี่ยวกับเหตุการณ์โจรสลัดบุกโจมตีค่ะ’
เหลียนนั่วฉุกใจขึ้นมา เขาจำได้ว่าคาดิสเคยเปรยเอาไว้ ที่พวกเขาพาตัวเหลียนนั่วมาก็เพื่อคลอดลูกให้รัชทายาทคนนั้น แล้วรัชทายาทคนนั้นก็ดูเหมือนจะชื่อ สิงเหยียน
ดังนั้นเหลียนนั่วจึงเบิกตากว้างตั้งใจดู
เด็กหนุ่มขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีกก็พบว่าภาพยังดูมัวๆ อยู่ เขาถึงค่อยนึกขึ้นได้ว่าเ้าของร่างสายตาสั้น
เพราะฉะนั้น เขาจึงต้องเอาหน้าไปจ่อโทรทัศน์เพื่อดูให้ชัดขึ้น