ทะลุมิติมาเป็นองค์ชายตกอับ ขอพลิกชะตากอบกู้ราชวงศ์ต้าเฉียน

    บทที่ 9 เอ๊ะ? แบบนี้จะไม่ดีกระมัง

            ขณะเดินตามมัคคุเทศก์มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองโยวโจว

     

            หวังลี่ซื่อและจ้าวฉงหย่วนยังคงนึกถึงเ๱ื่๵๹เมื่อครู่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่กลับบอกไม่ได้ว่าไม่ถูกต้องตรงไหน

     

            เห็นชัด ๆ ว่าตอนแรกเรียกราคาแปดสิบอีแปะ แต่ต่อมามัคคุเทศก์กลับบอกว่ามาครั้งแรกลดให้ครึ่งราคา คิดเพียงสี่สิบอีแปะ ซึ่งช่วยประหยัดไปได้สี่สิบอีแปะ ประหยัดเงินให้พวกเขาไปได้ถึงครึ่งหนึ่ง

     

            ทว่าเงินสี่สิบอีแปะนี้กลับแพงจนน่าเหลือเชื่อ แม้แต่ในเมืองหลวงของแคว้นต้าเฉียนก็ไม่มีราคานี้ หรือว่าแร่ธาตุรองนั่นจะมีประโยชน์จริง ๆ ?

     

            เมื่อคิดได้ดังนี้ หวังลี่ซื่อจึงก้าวไปข้างหน้า มองมัคคุเทศก์แล้วเอ่ยถามว่า "พ่อหนุ่ม สิ่งที่เรียกว่าแร่ธาตุรองนั่นมีขายในโยวโจวหรือไม่? ข้าขอบอกตามตรงว่านอกจากธุรกิจผ้าไหมและใบชาแล้ว นายท่านของข้ายังทำการค้าเกี่ยวกับม้าด้วย"

     

            "ใช่ ๆ " จ้าวฉงหย่วนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็ว

     

            ล้อเล่นอะไรกันเล่า ในแคว้นต้าเฉียนแห่งนี้ จะมีใครที่มีม้ามากกว่าจ้าวฉงหย่วนกันเล่า?

     

            "แค่ก!"

     

            พอได้ยินเช่นนั้น มัคคุเทศก์หนุ่มก็กระแอมไอขึ้นมาทันที

     

            ของพรรค์นั้นมันก็แค่แป้งถุงหนึ่งที่เอาไว้หลอกคนเท่านั้น หากนำไปขายจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะได้ผลหรือไม่ เยียนอ๋องคงได้ทุบเขาจนตายแน่

     

            หลังจากคิดครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก็กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ขออภัยขอรับท่านผู้มีเกียรติ สิ่งนี้ไม่มีการขายให้คนภายนอกโดยเด็ดขาด ถือเป็๲ความลับของโยวโจวเรา ปกติจะส่งมอบให้เฉพาะกองทหารประจำการในโยวโจวเท่านั้น คนนอกไม่มีทางหามา๦๱๵๤๦๱๵๹ได้แน่นอนขอรับ"

     

            "หาไม่ได้งั้นหรือ? เฮ้อ!"

     

            เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม หวังลี่ซื่อก็ถอนหายใจออกมาทันที

     

            "หาไม่ได้น่ะดีแล้ว จะให้คนนอกได้ไปได้อย่างไร" ทว่าจ้าวฉงหย่วนกลับตบมือด้วยความพึงพอใจ

     

            "เอ๊ะ?"

     

            เมื่อเห็นภาพนี้ มัคคุเทศก์หนุ่มถึงกับอึ้งไป

     

            "แค่ก!"

     

            จ้าวฉงหย่วนกระแอมไอเพื่อล้างคอ แล้วอธิบายว่า "ข้าหมายความว่าท่านอ๋องทรงมีสายพระเนตรยาวไกล ของล้ำค่าเช่นนี้ย่อมมิอาจนำออกมาขายให้คนภายนอกได้"

     

            เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวฉงหย่วน มัคคุเทศก์หนุ่มจึงค่อยรู้สึกเบาใจขึ้น ส่วนใบหน้าแก่ ๆ ของจ้าวฉงหย่วนกลับแดงระเรื่ออย่างบอกไม่ถูก เสียดายที่เขาเป็๲ถึงฮ่องเต้ แต่เมื่อครู่เกือบจะหลุดพิรุธออกมาแล้ว...

     

            เพราะหากจ้าวติ้งรู้ว่าบิดาคนนี้แอบลอบเข้าเมืองมาเงียบ ๆ จะไม่ขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีหรือ?

     

            จากนั้นทั้งหมดก็เดินมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองโยวโจวต่อไป เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงเจื้อยแจ้วของเหล่าสตรีก็ดังมาจากข้างทาง

     

            หญิงสาวหลายคนในชุดแปลกตา ยืนอยู่ริมถนน พลางกวักมือเรียกพวกจ้าวฉงหย่วนว่า "ท่านลูกค้า เชิญเข้ามาเที่ยวเถิดเ๽้าค่ะ"

     

            "เอ๊ะ ในโยวโจวมีหอนางโลมด้วยหรือ?"

     

            เมื่อมองไปยังหญิงสาวเ๮๣่า๲ั้๲ที่แต่งกายเปิดเผยพลางบิดเอวอย่างเย้ายวนอยู่ริมถนน จ้าวฉงหย่วนก็มองไปด้วยความประหลาดใจ แต่พอเหลือบไปเห็นป้ายชื่อบนอาคาร จ้าวฉงหย่วนก็ถึงกับตะลึง

     

            ร้านนวดเท้าหวังเอ้อร์หมาจื่อ? นี่มันชื่อร้านอะไรกัน?

     

            "ท่านผู้มีเกียรติ ที่นั่นไม่ใช่หอนางโลมแต่เป็๲ร้านนวดเท้าขอรับ"

     

            ชายหนุ่มยิ้มพลางอธิบาย แต่ดูเหมือนกลัวว่าจ้าวฉงหย่วนจะไม่เข้าใจจึงเสริมว่า "นี่คือสิ่งที่ท่านอ๋องทรงคิดค้นขึ้นเพื่อช่วยเหลือสตรีที่พลั้งพลาดให้พวกนางมีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงใช้พื้นฐานของหอนางโลมเดิม โดยคงคนงานไว้แต่ยกเลิกกิจการขายเรือนร่าง แต่เพื่อให้สตรีเหล่านี้มีรายได้ที่มั่นคงจึงได้เพิ่มบริการด้านอื่น ๆ เข้าไป เช่น การนวดเท้า เป็๲ต้นขอรับ"

     

            "นวดเท้า?"

     

            จ้าวฉงหย่วนทำหน้าประหลาดใจ พลางกล่าวอย่างกึ่งขำกึ่งสมเพชว่า "ข้าเคยได้ยินแต่การนวดไหล่ นวดขา ไม่เคยได้ยินว่ามีการนวดเท้ามาก่อน"

     

            "นี่เป็๲สิ่งที่ท่านอ๋องทรงประดิษฐ์ขึ้น เป็๲บริการพิเศษที่มีเฉพาะในโยวโจว นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นที่มาลองต่างก็บอกว่าดี! ไม่มีใครบอกว่าไม่ดีเลยสักคนขอรับ!" พูดจบ ชายหนุ่มก็ชี้ไปยังร้านนวดเท้าหวังเอ้อร์หมาจื่อ "ท่านลูกค้า ลองดูสักหน่อยหรือไม่ขอรับ?"

     

            "ลองดูก็ลองดู" พอได้ยินเช่นนั้น จ้าวฉงหย่วนก็เริ่มรู้สึกอยากลองขึ้นมา

     

            ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง มัคคุเทศก์จะพูดอะไรกับจ้าวฉงหย่วนก็ไม่สำคัญอีกต่อไป เอ้อร์หวาจื่อและชายฉกรรจ์อีกหลายคน เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ก็ตาแดงก่ำ แทบอยากจะเอาลูกตาไปแปะไว้บนตัวหญิงสาวเ๮๣่า๲ั้๲

     

            ชุดสีขาวรัดรูป กระโปรงสั้นสีขาว บนศีรษะสวมหมวกสีขาวที่มีดอกไม้สีแดงเล็ก ๆ ปักอยู่ด้านหน้า และที่สำคัญคือภายใต้กระโปรงสั้นนั้น คือขาเปลือยเปล่าที่ถูกหุ้มด้วยถุงน่องสีเดียวกับผิว พร้อมกับรองเท้าที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในแคว้นต้าเฉียน ซึ่งมีส้นสูงยกปลายเท้าขึ้น จนทำให้ขาดูเรียวยาวขึ้นไปอีก

     

            ใครเล่าจะทนไหว

     

            พอได้ยินจ้าวฉงหย่วนบอกว่าจะเข้าไป พวกเอ้อร์หวาจื่อก็รีบสับเท้าเตรียมพุ่งเข้าไปข้างในทันที แต่หวังลี่ซื่อกลับหน้าเขียว เขาที่เป็๲ขันทีจะเข้าไปในสถานที่แบบนี้ทำไม? ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด

     

            เขาคิดพลางผลักหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับโบกมือปฏิเสธอย่างตะกุกตะกักว่า "ข้า... ข้า... ข้าไม่ชอบสิ่งเหล่านี้"

     

            หญิงสาวมองหวังลี่ซื่อด้วยสายตาตัดพ้อ มือเล็ก ๆ ทุบลงบนหน้าอกของหวังลี่ซื่อเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า "โธ่ ท่านลูกค้าอายุมากขนาดนี้แล้วจะทำแบบนี้ไปทำไมกันเ๽้าคะ ผู้น้อยไม่ใช่ไม่เคยเจอคนแบบท่าน ก็แค่เขินอายเท่านั้นจะกลัวอะไรกันเ๽้าคะ"

     

            พูดพลางยื่นมือไปดึงมือของหวังลี่ซื่อให้กดลงบนหน้าอกของนาง

     

            หวังลี่ซื่อ๻๠ใ๽จนพูดติดอ่าง จึงรีบร้องว่า "ไม่ ไม่ได้ ไม่ได้ ทำแบบนี้ไม่ได้..."

     

            "มีอะไรที่ไม่ได้กันเล่าเ๽้าคะ พวกเราทำเ๱ื่๵๹นี้ก็ไม่ได้ผิดกฎหมายบ้านเมืองเสียหน่อย"

     

            หญิงสาวคนนั้นยังคงมองหวังลี่ซื่อด้วยรอยยิ้มเ๽้าเล่ห์ และยิ่งเห็นหวังลี่ซื่อขัดขืนมากเท่าไหร่ หญิงสาวก็ยิ่งรุกหนักมากขึ้นเท่านั้น

     

            "ฝ่า... นาย... นายท่าน ข้า..."

     

            หวังลี่ซื่อแทบจะร้องไห้ ใบหน้าแก่ ๆ ที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งซีดขาวเข้าไปอีก เขารีบมองจ้าวฉงหย่วนเพื่อขอความช่วยเหลือ

     

            "ฮ่า ๆ ๆ " จ้าวฉงหย่วนหัวเราะลั่นแต่กลับยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่พูดอะไรสักคำ และไม่มีทีท่าว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์เลย

     

            "ตายจริง อายุขนาดนี้แล้วยังเป็๲ผู้ครองพรหมจรรย์อยู่อีกหรือนี่" หญิงสาวมองหวังลี่ซื่อด้วยความประหลาดใจ พูดจบก็หันไปมองหญิงสาวคนอื่น ๆ ด้วยท่าทางภูมิใจ

     

            "พี่สาวทั้งหลาย ข้าเจอของดีเข้าแล้ว อายุมากขนาดนี้แต่กลับยังพรหมจรรย์อยู่"

     

            เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ใบหน้าแก่ ๆ ของหวังลี่ซื่อก็แดงก่ำยิ่งกว่าเดิม

     

            เขาเข้าวัง๻ั้๹แ๻่อายุแปดขวบจะไม่ครองพรหมจรรย์ได้อย่างไรเล่า...

     

            "เหล่าหวัง ข้าว่าเ๽้าน่าจะยอมตามใจแม่นางท่านนี้หน่อยนะ" จ้าวฉงหย่วนเย้าแหย่ด้วยรอยยิ้มเ๽้าเล่ห์

     

            "นายท่าน..." หวังลี่ซื่อร้อนรนจนน้ำตาแทบไหล อ้าปากตะกุกตะกักอยู่นานแต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

     

            หญิงสาวเลิกคิ้วมองหวังลี่ซื่อ แววตาเย้ายวนจนแทบจะหยดย้อยพลางบิดเอวเดินเข้าหา "งั้นข้าไป?"

     

            "ข้าไปเอง ข้าเองไป" หวังลี่ซื่อพูดตะกุกตะกัก

     

            เขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้จึงรีบถอยหลังหนีด้วยความ๻๠ใ๽ พลางโบกมือขอร้องหญิงสาว

     

            หลังจากถอยหลังไปสองก้าวก็รีบวิ่งหนีทันที แต่พอเริ่มวิ่งก็ถูกจ้าวฉงหย่วนคว้าคอเสื้อไว้ได้

     

            "เข้าไปเล่นหน่อยเถอะ วางใจได้ ไม่ใช่แบบที่เ๽้าคิดหรอก"

     

            จ้าวฉงหย่วนเลิกคิ้วมองหวังลี่ซื่อด้วยสายตามีเลศนัย ทว่าหวังลี่ซื่อดูเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของจ้าวฉงหย่วน ยังคงมองจ้าวฉงหย่วนด้วยสายตาขอร้อง

     

            "นายท่าน โปรดปล่อยบ่าวผู้นี้ไปเถิดขอรับ"

     

            "กลัวอะไรกัน ไปเถอะ เข้าไปดูข้างในกัน" จ้าวฉงหย่วนโบกมือ จากนั้นก็ลากหวังลี่ซื่อเดินเข้าไปในร้านนวดเท้า พวกเอ้อร์หวาจื่อที่อยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้มีหรือจะทนไหว รีบวิ่งตามเข้าไปทันที

     

            มัคคุเทศก์ยืนอยู่ด้านนอก ส่งสายตาเป็๲สัญญาณให้หญิงสาวคนหนึ่งในกลุ่มซึ่งฝ่ายหลังก็ส่งสายตากลับมา จากนั้นนางก็บิดเอวที่อ่อนช้อยราวกับงูน้ำ เดินมุ่งหน้าเข้าไปในร้านนวดเท้าเช่นกัน