ผีเสื้อแห่งแสงสว่าง
ห้องโถงกว้างใหญ่ของโรงแรมหรูถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟระย้าระยิบระยับ เพดานสูงโปร่งตกแต่งด้วยลวดลายอันประณีต ผนังห้องประดับด้วยภาพวาดศิลปะร่วมสมัย บรรยากาศหรูหราอลังการ เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงเบาๆ ผสมผสานกับเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยเจรจาของแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน
แขกที่มาร่วมงานล้วนเป็บุคคลสำคัญในวงสังคม ทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง ศิลปิน และเซเลบริตี้ ต่างสวมใส่ชุดราตรีและสูทที่หรูหราสง่า พวกเขายืนจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พนักงานเสิร์ฟเดินวนเวียนไปมาคอยบริการอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศ
บุฟเฟ่ต์อาหารค่ำจัดเตรียมอย่างพิถีพิถัน มีทั้งอาหารไทยรสเลิศ อาหารฝรั่งเศสคลาสสิก และอาหารนานาชาติอีกมากมาย บาร์เครื่องดื่มจัดเตรียมไว้หลากหลายชนิด ทั้งไวน์ ค็อกเทล และเครื่องดื่มอื่นๆ
ทุกคนดูมีความสุขและผ่อนคลาย พวกเขาเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศ เครื่องดื่มรสชาติดี และบรรยากาศที่หรูหราของงานเลี้ยง
ณัฐรินีย์มองไปรอบๆ ห้องโถงที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เธอพยายามทำตัวให้เป็ปกติ แต่ใจของเธอกลับว้าวุ่นไม่เป็สุข ความคิดถึงอาคิราที่ไปเผชิญหน้ากับิญญาของคุณเกศเพียงลำพังทำให้เธอรู้สึกกังวลใจเป็อย่างมาก เธอรู้ดีว่าอาคิราเป็คนกล้าหาญ
ณัฐรินีย์ลอบมองไปรอบๆ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด เธอจำได้ว่าเคยเห็นทางเดินเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับห้องโถงนี้ไปยังส่วนหลังของโรงแรม เธอคิดว่านั่นอาจจะเป็ทางที่เร็วที่สุดที่จะไปถึงที่ที่อาคิรากำลังเผชิญหน้ากับิญญาคุณเกศอยู่
“คุณจะไปไหน” ธีรเทพคว้าแขนของณัฐรินีย์ไว้ก่อนที่เธอจะหนีไป
“ฉันจะไปช่วยไอ” ณัฐรินีย์หันมาบอกสีหน้าเครียด
“งั้นเราไปกัน” ธีรเทพบอก
“แต่คุณ....” ณัฐรินีย์หันไปมองกานต์รวีที่กำลังยืนคุยกับชัญญาอยู่ตรงกลางของห้องโถงที่จัดงานเลี้ยง
“ช่างเถอะ” ธีรเทพตัดบท พร้อมกับจูงมือณัฐรินีย์ให้ออกจากห้องจัดงานเลี้ยงอย่างรวดเร็ว
กฤตินเร่งฝีเท้าเดินตามโถงทางเดินของโรงแรม เขารู้สึกถึงความมืดมิดและพลังงานร้ายที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเบื้องหน้า ทุกก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความกังวลที่แฝงอยู่ในหัวใจ เขารู้ดีว่าอาคิรากำลังตกอยู่ในอันตราย
เมื่อเขาเดินมาถึงจุดหนึ่งที่โถงทางเดินเปิดออกสู่ทางเดินด้านนอก เขาก็ต้องหยุดหายใจชั่วครู่ ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้หัวใจเขาเต้นรัว อาคิราและหญิงสาวผมยาวสีขาวราวกับหิมะยืนอยู่นั้น
สายตาทั้งคู่จ้องมองไปที่ิญญาร้ายของคุณเกศที่ลอยอยู่เหนือพื้น ความมืดมิดคลี่คลายออกมาจากตัวของิญญาราวกับควันดำที่แพร่กระจายไปทั่วห้อง
ความมืดมิดเริ่มเข้มข้นขึ้น แสงจากโคมไฟในห้องเริ่มริบหรี่ ความรู้สึกหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่ว กฤตินไม่อาจทนดูอาคิราและอาเรียต้องเผชิญหน้ากับิญญาร้ายโดยลำพังได้อีกต่อไป
ธีรเทพและณัฐรินีย์รีบเดินตามหาอาคิราและกฤตินภายในโรงแรม แสงไฟสลัวจากโคมไฟที่ระยิบระยับไปตามทางเดินช่วยเพิ่มบรรยากาศลึกลับและน่ากลัว ขณะที่ทั้งสองเดินผ่านโถงทางเดินของโรงแรม ความเงียบงันทำให้ใจของพวกเขาเต้นแรงยิ่งขึ้น
“คุณคิดว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน” ณัฐรินีย์กระซิบถามธีรเทพ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราต้องหาให้เจอเร็วที่สุด” ธีรเทพตอบกลับเสียงหนักแน่น มือของเขาจับมือของณัฐรินีย์ไว้แน่นเพื่อให้เธออุ่นใจ
พวกเขาเดินมาถึงโถงทางเดินที่ทอดยาวออกไป ด้านหน้ามีแสงสลัวๆ อยู่เพียงน้อยนิด ธีรเทพและณัฐรินีย์ชะลอฝีเท้าและค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ยังจุดนั้น
เมื่อพวกเขาไปถึง ภาพที่เห็นทำให้ทั้งสองต้องหยุดชะงัก กฤตินกำลังยืนอยู่ด้านหลังของอาคิรา ใบหน้าของเขาเรียบเฉยปราศจากความกังวลใดๆ ด้านหน้าของเขาเป็ิญญาร้ายของคุณเกศที่มีแต่ความมืดมิดปกคลุมร่าง ดวงตาของิญญาวาวโรจน์ด้วยความแค้น
“นั่นมัน....ตัวอะไรน่ะ” ธีรเทพตะลึง
“เฮ้ เพื่อนของเ้าช่างสอดรู้ซะจริง” เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูของกฤติน
“นายช่วยไปดูพวกเขาหน่อยละกัน ทางนี้ฉันจัดการเอง” กฤตินถอนหายใจ
“หึหึ ได้สิ ถ้าเ้าสองคนนั้นปากมาก ข้าจะกินิญญาพวกมันซะ” เสียงหัวเราะดังห่างออกไป
ความมืดมิดรอบตัวเริ่มเข้ามากลืนกินทุกอย่าง ิญญาร้ายของคุณเกศยังคงกรีดร้องและโกรธเกรี้ยว ความเ็ปและความแค้นทำให้เธอมีพลังที่น่ากลัว
กฤตินยกมือขึ้น ร่ายเวทมนตร์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น กระซิบเสียงบริกรรมคาถาอย่างแ่เบา
“ในนามของเทพเ้าแห่งขุนเขาและสายลม ข้า ‘กฤติน’ ผู้สืบทอดตระกูลเทวานุรักษ์ ขออัญเชิญจิติญญาแห่งแสงสว่าง เพื่อโปรดนำแสงสว่างมาปกป้องและชำระล้างความมืดมิด ณ ที่แห่งนี้”
แสงสีขาวเริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ ร่างของกฤติน แสงสีขาวเริ่มกระจายออกไปทุกทิศทุกทาง ความมืดมิดที่เคยครอบคลุมเริ่มหายไป และในขณะนั้นเอง จิติญญาแห่งแสงสว่างก็ปรากฎขึ้น
มันไม่ใช่เพียงแค่แสง แต่เป็รูปลักษณ์ของผีเสื้อที่สวยงาม ปีกของมันมีลวดลายสีทองและเงินแวววาว ผีเสื้อแห่งแสงสว่างโบยบินอย่างอ่อนโยน แต่พลังของมันเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และความเมตตา
ผีเสื้อแห่งแสงสว่างบินตรงเข้าไปหาความมืดมิดทันที ิญญาร้ายของคุณเกศที่กำลังดิ้นรนในความมืดมิดเริ่มชะงัก เธอมองดูผีเสื้อที่บินอยู่รอบตัวเธอ แสงสว่างที่ออกมาจากปีกของมันเริ่มชำระล้างความมืดและความแค้นในจิตใจของเธอ ความเ็ปที่เคยทรมานเธอเริ่มลดลง
ิญญาของคุณเกศค่อยๆ หลับตาลง น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเธอ ความมืดมิดที่เคยครอบงำเธอเริ่มสลายไป เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นและแสงสว่างที่เข้ามาแทนที่ ผีเสื้อแห่งแสงสว่างโบยบินไปรอบๆ เธอ ปีกของมันส่องแสงสว่างเป็ประกาย ความเ็ปและความแค้นที่เคยทรมานเธอก็เริ่มหายไปในที่สุด
ิญญาของคุณเกศเริ่มกลายเป็แสงสว่างที่บริสุทธิ์ เธอพบกับความสงบสุขและความรักที่เธอไม่เคยััมาก่อน และในที่สุด เธอก็สลายกลายเป็อณูิญญาในอากาศ
ณัฐรินีย์และธีรเทพยืนตัวแข็งอยู่ที่ทางเดิน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ทำให้ทั้งสองคนตกตะลึงอย่างมาก ิญญาร้ายของคุณเกศที่เคยเต็มไปด้วยความโกรธและความมืดมิดกลับกลายเป็แสงสว่างที่งดงาม โดยมีผีเสื้อแห่งแสงสว่างชำระล้างเธอจนสลายไปในอากาศ ทั้งสองคนรู้สึกได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่และไม่เคยเห็นมาก่อน
“นั่น..มัน..อะไรกัน..” ณัฐรินีย์พึมพำด้วยความสับสน พลางหันมามองหน้าธีรเทพที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ไม่รู้เหมือนกัน” ธีรเทพพยายามรวบรวมความคิดของตัวเอง มองดูภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
ทั้งสองคนมองไปทางกฤตินที่เดินเข้าไปอุ้มอาคิราที่นั่งอยู่กับพื้นขึ้นมา และเดินหายไปทางสวนด้านหลังโรงแรม
“เอ่อ...เรากลับเข้าไปในงานดีกว่ามั้ย?” ณัฐรินีย์ถามเบาๆ
“อื้ม ก็ต้องงั้นล่ะ” ธีรเทพจับมือณัฐรินีย์เดินกลับไปทางห้องโถงจัดงานเลี้ยง
ธีรเทพจับมือณัฐรินีย์เบาๆ เดินกลับไปทางห้องโถงจัดงานเลี้ยง แต่เขาไม่ได้กลับเข้าภายในห้องที่จัดงานเลี้ยง เขาพาเธอออกไปยังระเบียงของโรงแรมที่เชื่อมต่อกับห้องที่อยู่ติดกับงานเลี้ยง อากาศเย็นสบายในยามค่ำคืนพร้อมกับแสงไฟสลัวจากในงานเลี้ยงทำให้บรรยากาศดูโรแมนติก
“ที่นี่สวยจัง” ณัฐรินีย์พูดเบาๆ พลางมองไปรอบๆ ระเบียงที่ตกแต่งด้วยดอกไม้และไฟประดับ
“ใช่ และยิ่งสวยขึ้นเมื่อมีคุณอยู่ที่นี่”
ธีรเทพตอบกลับ ยิ้มให้เธอ ณัฐรินีย์หน้าแดงเล็กน้อย พลางหันหน้าหนีไปมองทางอื่น แต่ธีรเทพกลับจับมือเธอไว้แน่นขึ้น
“ณัฐรินีย์” ธีรเทพเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เต้นรำกับฉันนะ”
เสียงเพลงเบาๆ จากงานเลี้ยงยังคงเล่นคลออยู่ในอากาศ ณัฐรินีย์มองหน้าธีรเทพ เห็นความจริงจังและอ่อนโยนในสายตาของเขา เธอพยักหน้าเบาๆ ยิ้มออกมาอย่างเขินอาย
“ฉันเต้นไม่เก่งนะ” เธอกระซิบเบาๆ
“ไม่เป็ไร ผมจะนำเอง” ธีรเทพยิ้ม
เขาค่อยๆ ดึงณัฐรินีย์เข้ามาในอ้อมแขน วางมือหนึ่งไว้ที่เอวของเธอ ส่วนอีกมือจับมือเธอไว้อย่างนุ่มนวล ทั้งสองเริ่มเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลงเบาๆ ร่างกายของพวกเขาัักันเบาๆ ในขณะที่หมุนตัวไปช้าๆ ท่ามกลางแสงไฟสลัวและลมเย็นยามค่ำคืน
“ขอบคุณนะ ที่อยู่กับฉันคืนนี้” ณัฐรินีย์พูดเบาๆ มองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
“ไม่ใช่แค่คืนนี้นะ ผมอยากอยู่กับคุณทุกคืนเลย” ธีรเทพยิ้มกริ่ม ทำให้ณัฐรินีย์รู้สึกเขินหน้าแดงระเรื่อ
เสียงเพลงยังคงเล่นอยู่เบาๆ พวกเขาเต้นรำไปตามจังหวะเพลงอย่างนุ่มนวล ท่ามกลางบรรยากาศที่โรแมนติก ณัฐรินีย์รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในอ้อมแขนของธีรเทพ ใจของเธอเต้นแรงด้วยความเขินอาย ในที่สุดณัฐรินีย์ก็พบว่า ตัวเองหลงใหลในความอบอุ่นและความอ่อนโยนของธีรเทพอย่างลึกซึ้ง
งานแต่งงานแห่งความลับ
หลังจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ผ่านไปเพียงสามสัปดาห์ ทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมให้พร้อมสำหรับงานแต่งงานของเอกวัฒน์กับชัญญาอย่างรวดเร็ว ผู้คนที่ยังคงอยู่ในงานต่างก็รู้สึกตื่นเต้นและงุนงงไปพร้อมกันกับความฉับไวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
งานนี้ถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรูหราใจกลางเมือง ซึ่งเป็สถานที่เดียวกับที่จัดงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าใหม่
ณัฐรินีย์และอาคิราได้รับการขอให้เป็เพื่อนเ้าสาว สองสาวต้องมาร่วมเป็ส่วนหนึ่งในงานนี้แม้ว่าจะยังมีความรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา
อาคิราในชุดราตรีสีชมพูอ่อน ดูน่ารักและอ่อนหวาน แม้จะรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในงานนี้ แต่เธอก็พยายามทำหน้าที่ของเธออย่างดีที่สุด
ณัฐรินีย์ในชุดราตรียาวสีพีชอ่อน ดูสวยงามและสง่า เธอพยายามยิ้มและทำหน้าที่เพื่อนเ้าสาวอย่างเต็มที่ แม้ว่าภายในใจยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับชัญญา
“มันแปลกๆ มั้ยอะ” ณัฐรินีย์กระซิบกับอาคิราขณะที่พักจากการต้อนรับแเื่ในงาน
“ทำไมรีบจัดงานแต่งงานขนาดนี้?”
“นั่นสิ เร็วมาก” อาคิราเห็นด้วยกับเพื่อนสาว
“มาอยู่ที่นี่เอง”
กฤตินและธีรเทพเดินเข้ามาหาหญิงสาวทั้งสองคนพร้อมๆ กัน
“อ้าว ทำไมพวกคุณมาด้วยกันล่ะ?” ณัฐรินีย์ประหลาดใจ
“เจอกันที่หน้างานน่ะ” กฤตินยิ้ม และตอบอาคิราที่ถามเขาด้วยสายตา
“ว่าแต่ ทำไมพวกคุณถึงกลายเป็เพื่อนเ้าสาวได้ล่ะ?” ธีรเทพมองชุดที่ณัฐรินีย์แต่งอย่างแปลกใจ
“ก็...เื่มีอยู่ว่า....”
หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า
“ไอ ณัฐ”
จู่ๆ ชัญญาก็เดินมานั่งลงที่โต๊ะ ในขณะที่อาคิราและณัฐรินีย์กำลังพักเบรกทานกาแฟในร้านคาเฟ่ที่อยู่ชั้นหนึ่งของบริษัท
“มีอะไยเหย๋อ?” ณัฐรินีย์ถามทั้งๆ ที่กำลังดูดกาแฟอยู่
“คือ..ฉัน..” ชัญญายิ้มเขินอาย ก่อนจะสูดลมหายใจลึก
“ฉันอยากให้พวกเธอมาเป็เพื่อนเ้าสาวน่ะ”
พรวด!
“แค้กๆ” ณัฐรินีย์พ่นกาแฟกลับลงไปในแก้ว ก่อนจะไอออกมาเพราะสำลักกาแฟ
“ณัฐ โคตรสกปรกเลย” อาคิราหลบเศษละอองของกาแฟ และหยิบทิชชู่ออกมาและยื่นให้เพื่อนเช็ด
“อะไรนะ? เธอพูดอะไรอะ ญ่า” ณัฐรินีย์ตาเหลือก
“เฮ้อ...เธอก็รู้ว่าฉันมีแค่พวกเธอสองคนที่เป็เพื่อนในบริษัทนี้” ชัญญาถอนหายใจ
อาคิราและณัฐรินีย์สบตากัน ใช่ พวกเธอรู้ ั้แ่มีข่าวว่า ชัญญาแอบคบกับคุณเอกวัฒน์ลับหลังภรรยา พนักงานในบริษัทต่างก็แบนเธอ เพราะเธอทำตัวกร่าง เที่ยวออกคำสั่งไปทั่ว โดยอ้างว่าเป็คำสั่งของเอกวัฒน์
ปัจจุบันนี้มีเพียงแค่พวกเธอสองคนเท่านั้นที่พูดคุยกับชัญญา (ยกเว้น กานต์รวีที่ทั้งรักและบูชาชัญญาสุดใจ) และนั่นเป็สาเหตุที่ทำให้ชัญญาต้องมาขอร้องทั้งสองคน
“ญ่า ฉันไม่แน่ใจว่าจะดีมั้ยนะ...” ณัฐรินีย์พูดขึ้นมาเบาๆ
“ฉันรู้ว่าฉันอาจจะทำตัวไม่ค่อยน่ารัก แต่ฉันรู้สึกว่าพวกเธอเป็คนที่ฉันไว้ใจได้ ดังนั้นในวันสำคัญของฉัน ฉันอยากมีพวกเธออยู่เคียงข้าง” ชัญญาเข้ามาใกล้และจับมือทั้งสองคนไว้
“เธอแน่ใจเหรอ? ฉันว่ามีคนอยากเป็เพื่อนเ้าสาวเธอมากกว่าพวกเราอยู่นะ” อาคิรามองลึกเข้าไปในดวงตาของชัญญา
“รวีน่ะเหรอ?”
“ไม่ได้หรอก รวีแต่งงานแล้ว และฉันก็อยากได้เพื่อนเ้าสาวที่จะมารับดอกไม้ต่อจากฉันนะ” ชัญญายิ้มอย่างอ่อนหวาน
“วดีล่ะ?” ณัฐรินีย์ถามขึ้นบ้าง
“เราเป็แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น” ชัญญาถอนใจ
“ไม่เหมือนพวกเธอ ที่เป็เหมือนเพื่อนสนิทของฉัน” ชัญญายิ้มอย่างอ่อนโยน
“ก็ได้ ถ้าเธอมั่นใจ พวกเราจะเป็เพื่อนเ้าสาวให้เธอ” อาคิราถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า
“จริงนะ ดีใจที่สุดเลย” ชัญญายิ้มอย่างดีใจ
“เื่มันก็เป็แบบนี้แหล่ะ” ณัฐรินีย์เล่าจบก็ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
“แปลกมาก” ธีรเทพมีสีหน้าครุ่นคิด
“รวี สนิทกับชัญญามากที่สุด เธอควรได้เป็เพื่อนเ้าสาวสิ ไม่ใช่เป็พวกคุณ”
“ใช่มะ! ประหลาดมาก” ณัฐรินีย์พยักหน้าเห็นด้วยกับธีรเทพ
“ฉันว่า ที่แปลกคือคุณเอกต่างหาก ภรรยาเพิ่งเสียแต่รีบแต่งงานเร็วเกิน แบบนี้ต้องมีอะไรที่ไม่ดีแน่ๆ” อาคิราขมวดคิ้ว
“ที่สำคัญ....” อาคิราหันไปสบตากับกฤติน เขาพยักหน้าให้เล็กน้อย
“แน่ะ อย่าอยู่ในโลกส่วนตัวกันแค่สองคนเซ่!” ณัฐรินีย์สังเกตเห็นรีบโวยวาย
“เอาน่ะ ไว้เราค่อยคุยกันหลังจบงานนี้ก็แล้วกัน” อาคิราตัดบท
“แน่นะ?” ณัฐรินีย์คาดคั้นเพื่อนสาว
“อื้อ สัญญาเลย” อาคิราหัวเราะพร้อมกับดีดหน้าผากเพื่อน
“คุณอาคิราและคุณณัฐรินีย์คะ คุณชัญญาให้มาตามค่ะ” พนักงานโรงแรมคนหนึ่งเดินมาหาพวกเธอ
“รับทราบค่ะ” ทั้งสองคนพยักหน้า อาคิราหันไปสบตากับกฤติน เขายิ้มให้กำลังใจเธอ ก่อนที่หญิงสาวทั้งสองคนจะเดินออกไปจากห้องจัดงาน
ณัฐรินีย์และอาคิราถูกเรียกตัวมาที่ห้องจัดเตรียม ซึ่งเป็ห้องโถงเล็กๆ ข้างหลังห้องจัดเลี้ยงหลัก
ชัญญายืนอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง โดยมีช่างแต่งหน้ากำลังจัดแต่งหน้าให้เธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความสมหวัง ชุดเ้าสาวสีขาวงดงามที่เธอสวมใส่ทำให้เธอดูเด่นเป็ประกาย
เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนต้องออกไปที่ห้องจัดเลี้ยงหลัก บรรยากาศก็เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและดอกไม้ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม เสียงดนตรีเบาๆ คลอเคลียอยู่ในบรรยากาศสร้างความโรแมนติกให้กับงานแต่งงานนี้
เอกวัฒน์ในชุดทักซิโด้สีดำ ดูหล่อเหล่าและสง่างามยืนรออยู่ที่แท่นบูชาพร้อมกับเพื่อนเ้าบ่าว ทั้งหมดยืนรอเ้าสาวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังและความตื่นเต้น
เมื่อชัญญาในชุดเ้าสาวสีขาวประดับด้วยลูกไม้สวยงาม เดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงพร้อมกับเสียงเพลงหวานซึ้ง ทุกสายตาจับจ้องไปที่เธอ ใบหน้าของชัญญาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความสุข เธอยิ้มแย้มราวกับเ้าหญิงในนิทานที่ได้พบกับเ้าชายในฝัน
ณัฐรินีย์และอาคิราเดินตามชัญญาไปที่เวทีในฐานะเพื่อนเ้าสาว ทั้งคู่รู้สึกถึงความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจากแขกที่มาร่วมงาน หลายคนยังคงงุนงงและพูดคุยกันถึงความรวดเร็วของการจัดงานแต่งงานนี้
ในขณะที่ชัญญาก้าวเดินไปยังเวทีที่ตกแต่งด้วยดอกไม้และแสงไฟอ่อนๆ เอกวัฒน์ที่ยืนรออยู่ เขามองดูชัญญาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและหลงใหล เมื่อชัญญามาถึงตรงหน้าเอกวัฒน์ เขาจับมือเธออย่างนุ่มนวล
พิธีกรของงานเริ่มกล่าวคำอวยพรและคำกล่าวเปิดงาน สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกที่มาร่วมงาน
“ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่วันสำคัญของเรา” เอกวัฒน์กล่าวเสียงหนักแน่น ขณะที่ชัญญายืนเคียงข้างเขาด้วยรอยยิ้ม
“ผมรู้ว่าเหตุการณ์นี้อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจ” เอกวัฒน์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
“แต่ผมเชื่อว่าในทุกๆ ความรัก มันมีทางที่้าจะไป และวันนี้ผมก็ได้พบกับทางของผม”
“ชัญญาเป็คนที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความรักและความอบอุ่นอย่างแท้จริง เธอเป็คนที่คอยอยู่เคียงข้างผมในทุก่เวลา ไม่ว่าจะยากลำบากแค่ไหน และวันนี้ ผมอยากประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ผมและชัญญาจะเริ่มต้นชีวิตคู่ใหม่ด้วยกัน”
เสียงฮือฮาในห้องจัดเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หลายคนยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ขณะที่ชัญญายืนยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ดวงตาของเธอส่องประกายด้วยความสุข
“วันนี้เป็วันที่สำคัญและมีความหมายมากสำหรับเรา ขอให้ทุกคนร่วมยินดีและฉลองไปกับเราด้วยกันนะคะ” ชัญญาเสริมด้วยน้ำเสียงหวานใส
ณัฐรินีย์และอาคิรายืนอยู่ด้านข้าง รู้สึกถึงความไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้นในใจ แต่พยายามเก็บความรู้สึกเ่าั้ไว้ และทำหน้าที่เพื่อนเ้าสาวอย่างดีที่สุด
“วันนี้เป็วันที่พิเศษสำหรับทั้งสองท่าน”
“คุณชัญญาและคุณเอกวัฒน์ เราขออวยพรให้ทั้งสองมีความสุขและรักกันตลอดไป” พิธีกรกล่าวด้วยเสียงอบอุ่น
เมื่อพิธีกรกล่าวจบ ชัญญาและเอกวัฒน์แลกแหวนกัน แสงแฟลชจากกล้องถ่ายภาพสว่างวาบไปทั่วห้อง เมื่อชัญญาสวมแหวนที่นิ้วของเอกวัฒน์และเอกวัฒน์สวมแหวนที่นิ้วของชัญญา
ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความรักและความสุข
เมื่อพิธีแลกแหวนเสร็จสิ้น เสียงเพลงบรรเลงขึ้นอีกครั้ง ชัญญาและเอกวัฒน์เดินลงจากเวที ทั้งสองคนเริ่มต้นเต้นรำคู่กันอย่างโรแมนติก แขกที่มาร่วมงานต่างมองดูด้วยความชื่นชมและอวยพรให้ทั้งสองคน