นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 2 แผนการเอาตัวรอด เล่มที่ 2 บทที่ 31 เตรียมตัว

            หลังบอกลาหวาเอ่อร์ โม่จ้านได้รู้ถึงภารกิจสำเร็จการศึกษาของเก๋อจือระหว่างเดินทาง --- ต้องใช้วิชาเวทล่าอินทรีสายฟ้าหนึ่งตัวด้วยฝีมือของตนเอง ทั้งยังต้องถอนขนหางออกมาเป็นหลักฐาน

           อินทรีสายฟ้าคือสัตว์ปีศาจประเภทนกชนิดหนึ่งที่มินับว่าหายาก เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ด้านพลังเวทธาตุสายฟ้า นิสัยดุร้ายแต่ทว่าสติปัญญามิสูงนัก อีกทั้งยังค่อนข้างตะกละทีเดียว มักสร้างรังไว้ในถ้ำ โดยปกติเหล่านักล่าเพียงวางเหยื่อล่อก็สามารถจับพวกมันได้อย่างง่ายดาย

           อย่างไรก็ตาม หากอนุญาตให้ใช้เพียงพลังเวท ระดับความยากก็จะเพิ่มมากขึ้น จำต้องมีความเร็ว ความแข็งแกร่งและความแม่นยำของพลังเวทในระดับที่สูงมาก นอกจากนั้นสีและลวดลายบนตัวอินทรีสายฟ้าหนึ่งตัวจะเหมือนกันหมด ทว่าหากเป็นคนละตัวกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นับเป็นการตัดหนทางการทุจริต สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ยามเมื่อขนของอินทรีสายฟ้าร่วงหนึ่งครั้งก็จะไม่มีทางงอกขึ้นมาใหม่ ดังนั้นจึงเป็นเครื่องประดับที่พบเห็นได้บ่อยในห้องของผู้ที่มีงานอดิเรกชอบสะสมสิ่งของ

           “ปีนั้นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่หม่าจี๋ย่าบังเอิญพบกับคลื่นพายุที่เข้าปกคลุมแผ่นดินใหญ่อย่างกะทันหัน ทำให้ภารกิจนี้กินเวลาไปเป็นปีกว่าจะจบการศึกษา”

           เก๋อจือเช็ดคทาสั้นด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ทว่าน้ำเสียงกลับเจือด้วยความคับแค้นใจ

           “หรือจะบอกว่ามิเพียงแต่ดูความสามารถที่แท้จริง หากแต่ยังต้องดูโชคชะตาด้วย”

           โม่จ้านมองคทาเลี่ยมอัญมณีในมือของเก๋อจือด้วยความสนใจใคร่รู้

           “เช่นนั้น ภารกิจจบการศึกษาของผู้อื่นก็เป็นเช่นเดียวกันหรือไม่?”

           “ไม่ มิเหมือนกัน เพียงแต่มิต่างกันเท่าใดนัก ล้วนแต่เป็นการจับสัตว์ปีศาจ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุแย่งชิง สัตว์ปีศาจที่ถูกล่าจะใช้วิธีสุ่มจับสลาก หลังจากกำหนดแล้วจะไร้หนทางเปลี่ยน นอกจากนั้นหากเป็นการรวมกลุ่มของนักเรียนในสถานศึกษายังต้องไปลงทะเบียนที่สถานศึกษา”  

           โม่จ้านกุมปลายคางของตน มุ่งความสนใจทั้งหมดไปยังมือของเก๋อจือ ตนมิใช่นักเรียนดังนั้นจึงมิต้องลงทะเบียน หลังจากลงทะเบียนทหารรับจ้างเสร็จก็สามารถเริ่มปฏิบัติภารกิจได้ทันที

           “คทาเวทนั่น ข้าขอดูสักหน่อยได้หรือไม่?”

           เก๋อจือเหลือบมองโม่จ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนโยนคทาไปฝั่งตรงข้าม รถม้าช่างสั่นคลอนได้จังหวะพอดี โม่จ้านที่ศูนย์ถ่วงไม่มั่นคงเกือบจะรับเอาไว้มิทัน ร่างทั้งร่างถึงกับเอนล้มอยู่ในรถม้าก่อนจะถอนหายใจพลางหยัดกายขึ้นมา

           “ข้าว่า คทาเวทนี่ราคาถูกมากใช่หรือไม่? ยามปกติเห็นเจ้าเอาแต่โยนไปโยนมามินึกปวดใจสักนิด มิกลัวอัญมณีจะหลุดออกมาหรืออย่างไร?”

           โม่จ้านแยกเขี้ยวยิงฟันลุกขึ้นนั่งที่เดิมพลางลูบด้ามคทาเคลือบเงา

           “นั่นเป็นไม้มิใช่แก้วเสียหน่อย มีหรือจะแตกหักง่ายถึงเพียงนั้น หากอัญมณีร่ายมนตร์กระแทกเพียงเล็กน้อยก็หลุดออกมา เกรงว่าเหล่าจอมเวทคงต้องไปถกที่สมาคมพ่อค้าสักหน่อยแล้ว”

           เก๋อจืออ้าปากหาว จากนั้นเริ่มพิงผนังรถม้า ปิดเปลือกตาพักผ่อน

           “คทาเวทมีทั้งราคาถูกราคาแพง คทาของเด็กฝึกวิชาเวทหนึ่งด้ามราคาประมาณหนึ่งร้อยเหรียญทอง คทาด้ามนี้ของข้าคือไม้คาทาวปาจากซอกเขา ราคาประมาณแปดร้อยเหรียญทอง เป็นสัญลักษณ์ของจอมเวทระดับกลาง หินร่ายมนตร์ธาตุลมขั้นสองก็เพิ่มไปอีกสองร้อยเหรียญทอง”

           “….เป็นเช่นนี้เอง”

           โม่จ้านเผยสีหน้ากระจ่างแจ้ง เพียงดูจากราคาเจ้านี่ก็รู้แล้วว่าคนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางมีกำลังทรัพย์มากพอจะไปลูบขากางเกงของจอมเวทเป็นแน่ เงินที่ตนหาได้จากภารกิจมินับว่าน้อย ทว่าก็พอซื้อคทานี้ได้เพียงด้ามเดียวเท่านั้น

           “คทาที่ผู้ฝึกเวทกับปรมาจารย์ใช้มีสิ่งใดที่แตกต่างกันหรือ?”

           “ด้วยวัสดุที่ด้อยเกินไป ผู้ฝึกเวททำได้เพียงใช้คทาเพื่อสัมผัสการไหลเวียนธาตุของพลังเวทเท่านั้น มิอาจร่ายคาถาใส่ผู้ใด ทั้งตัวผู้ร่ายเวทจะไม่รู้สึกถึงอันตรายของพลังสะท้อนกลับ ยิ่งเป็นคทาขั้นสูงมากเท่าใด การไหลเวียนของพลังธาตุก็จะยิ่งราบรื่น ยิ่งพลานุภาพของผู้ร่ายเวทมีมากเพียงใด ทว่าหากควบคุมได้มิดีพลังนั้นก็จะสะท้อนกลับมาทำร้ายตนเอง”

           เมื่อเห็นโม่จ้านตั้งใจ ‘ฟังการบรรยาย’ อย่างเอาจริงเอาจังตลอด เก๋อจือกลับรู้สึกใคร่รู้อยู่บ้าง

           “สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนพื้นฐานในปีแรกของโรงเรียนเวทมนตร์ เจ้าใช้เวทมนตร์มิเป็น ฟังไปแล้วจะมีประโยชน์อันใด?”

           “ความรู้มากมิหนักกาย หากวันใดวันหนึ่งเกิดมีพรสวรรค์ด้านพลังเวทขึ้นมาข้าอาจจะได้ใช้”

           โม่จ้านทำหน้าใสซื่อก่อนจะกลับสู่สภาพเอาจริงเอาจังกับการเอ่ยวาจาเหลวไหลเช่นเดิม

           “อ้อ…เหอะๆ อาจจะกระมัง” ทันใดนั้นเก๋อจือพลันรู้สึกว่าการจับกลุ่มกับโม่จ้านเป็นเรื่องผิดพลาด คล้ายกับสมองของอีกฝ่ายจะมิค่อยปกตินัก

           โม่จ้านใช้ความรู้ความเข้าใจทั้งหมดที่มีไปกับคทาสั้นด้ามนี้ กระนั้นกลับยังศึกษามิพบสิ่งใด เดิมทีคิดอยากเอ่ยถามเก๋อจือ ทว่าด้วยขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ผู้ที่ทางการชี้ขาดว่าไร้ประโยชน์ด้านเวทมนตร์ จึงมิสะดวกจะเอ่ยถามออกไป ทำได้เพียงคืนมันให้กับเจ้าของ

           …….

           เมืองแห่งนักดาบพเนจรคือที่ตั้งของสำนักงานใหญ่แห่งกิลด์นักดาบพเนจร หรือก็คือจุดหมายในการเดินทางของพวกโม่จ้าน

           ภายในคฤหาสน์ของเจ้าเมืองในยามนี้ องครักษ์ผู้หนึ่งกำลังรายงานสถานการณ์แก่เจ้าเมืองชรา

           “มีรายงานขอรับท่านเจ้าเมือง ด้านหน้าประตูมีอัศวินไม่ยินดีเผยนามผู้หนึ่งเรียนว่าอยากพบท่านขอรับ”

           “มาจากเมืองอื่นงั้นหรือ?… หากมีเรื่องใดจะรายงาน ให้เขายื่นเรื่องผ่านฝ่ายรับรองเป็นพอ”

           น้ำเสียงฟังดูแก่ชราเจือความมึนงงอยู่บ้าง ทว่าคล้ายกับในหัวจะไร้ซึ่งความทรงจำใดให้นึกย้อนองครักษ์ขานรับหนึ่งเสียง ตนเพิ่งจะพยักหน้าเตรียมออกไปกลับถูกคำพูดของท่านเจ้าเมืองรั้งเอาไว้เสียก่อน

           “…ประเดี๋ยวก่อน อัศวินผู้นั้นมีนามว่าอย่างไร รูปร่างลักษณะเป็นอย่างไร?”

           “เขาปกปิดใบหน้า ดูท่าทางแล้วน่าสงสัยขอรับ…”

           องครักษ์หนุ่มเกาศีรษะ พยายามหวนนึกถึงลักษณะท่าทางของอัศวินเมื่อครู่

           “…นัยน์ตาของเขามีสีทองอ่อน ผมสีน้ำตาลอ่อนค่อนข้างยาวและหยักศกเล็กน้อย รูปร่างมิเตี้ย เอ่อ ท่านเจ้าเมือง ท่านเป็นอันใดไปขอรับ?”

           องครักษ์มองเจ้าเมืองด้วยสายตางงงวยอยู่บ้าง พบว่าสีหน้าของท่านเจ้าเมืองฉายแววซับซ้อน คล้ายจะยิ้มหากแต่ยังเปี่ยมด้วยความเศร้าใจ

           “นึกมิถึงว่าจะมาเร็วถึงเพียงนี้…ยังคิดว่าเขาจะไปเข้าร่วมปฏิบัติการกวาดล้างเผ่าปีศาจที่หลงเหลืออยู่เสียด้วยซ้ำ”

           “…ปฏิบัติการกวาดล้าง? อัศวินท่านนั้นคือคนของสันตะสำนักหรือขอรับ?”

           องครักษ์งุนงงหนักกว่าเดิมเสียแล้ว มิคาดว่าเจ้าเมืองของตนจะมีความเกี่ยวข้องกับสันตะสำนักของอาณาจักรไหลเต๋อ

           “ข้ากับเขาเพียงมี ‘วาสนาได้พบหน้า’ เท่านั้น….”

           เจ้าเมืองเผยรอยยิ้มขมขื่น เอ่ยลากเสียงคำว่า ‘วาสนาได้พบหน้า’ ด้วยน้ำเสียงแฝงความหมายลึกซึ้ง

           ยามนั้นสงครามเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ตนที่ยังเป็นอัศวินได้ช่วยเหลือเด็กน้อยนัยน์ตาสีทองและผมหยักศกสีน้ำตาลเอาไว้ผู้หนึ่งในสนามรบ หลังตนส่งเด็กคนนั้นไปยังกองหนุนแนวหลังก็มิได้เอาใจเป็นพิเศษอันใด สำหรับอัศวิน เรื่องเช่นนี้คล้ายจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเสียจนชินชา— ยามเกิดสงครามจะมีเด็กกำพร้าเป็นจำนวนมาก หากบังเอิญพบเจอระหว่างอยู่ในสงคราม ตนก็จะยื่นมือช่วยเหลือพวกเขาโดยปฏิบัติตามคุณธรรมของอัศวิน เด็กคนนั้นก็เป็นเพียงหนึ่งในบรรดาเด็กเหล่านั้นเท่านั้น

           จากนั้นมินานอาณาจักรไหลเต๋อที่เลื่อมใสในเทพแห่งแสงก็มารับตัวเด็กกลุ่มหนึ่งไปตามระเบียบ ภายในใจของตนรู้ดี แม้จะอ้างว่าช่วยเหลือคน ทว่าคนเดินดินต่างก็รู้ถึงจุดประสงค์ของสันตะสำนัก — พวกเขาล้วนแต่เลือกเด็กที่มีความสัมพรรคภาพ[1]กับธาตุแสงเท่านั้น

           ก่อนจะจากไป เด็กน้อยนัยน์ตาสีทองวาจาน้อยนิดคนนั้นมาหาตนและเอ่ยถามตนหนึ่งประโยค

           “หากภายหน้าข้ารอนแรมอยู่ข้างนอก ท่านจะรับเลี้ยงข้าหรือไม่?”

           แม้ตนค่อนข้างสงสัย ทว่ายังคงพยักหน้ารับ เด็กน้อยนัยน์ตาสีทองดวงตาเป็นประกายครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับไปมืดสลัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

           “ขอบพระคุณท่าน หวังว่าถึงยามนั้นท่านจะยังจำข้าได้”

           ยามนั้นตนมิเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย ทว่าภายหลังตนได้ยินคำเล่าลือประการหนึ่งมาจากผู้อื่น เด็กที่ถูกสันตะสำนักรับไปเลี้ยง โดยส่วนมากจะเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก มีเด็กเหลือรอดแค่เพียงส่วนน้อยเท่านั้น นอกจากนั้นส่วนน้อยที่ยังหลงเหลืออยู่ ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีความสามารถในการใช้พลังเวทแห่งแสงโดยไม่มีข้อยกเว้น

           ตนมิเข้าใจวิชาเวท กระนั้นเมื่อดูจากท่าทางมิแย้มพรายความลับแม้แต่น้อยของเหล่าจอมเวทในค่ายทหารก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอันใดขึ้น แม้ว่าตนจะสงสารบรรดาเด็กที่หายสาบสูญไปอย่างมาก ทว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงถึงอาณาจักร ตนเป็นเพียงอัศวินเล็กๆ แม้มีใจแต่ก็ไร้ซึ่งกำลังเช่นกัน

           หวังว่าเด็กน้อยนัยน์ตาสีทองผู้นั้นจะปลอดภัยด้วยเถิด…เกรงว่าคำสัญญาของตนจะเป็นจริงมิได้เสียแล้ว เพราะหากความสามารถที่มีอยู่ของอีกฝ่ายถูกเปิดเผยออกมา กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มบาทหลวงหรือกองอัศวินแห่งพระวิหาร เช่นนั้นก็คงมิต้องให้ตน ‘รับเลี้ยง’ แล้วกระมัง

           หลังจากนั้นก็เป็นไม่กี่ปีที่ราวกับฝันร้าย เพราะสงคราม ตนสูญเสียภรรยาทั้งยังสูญเสียบุตร เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่จวนจะแตกสลาย องค์จักรพรรดิของจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์จึงทิ้งเขาไว้ที่นี่เพื่อเป็นเจ้าเมือง มิใช่เพียงเพราะตนมีความสามารถพิเศษ ทว่ายังอยากให้ตนได้รักษาเยียวยาจิตใจเช่นกัน

           กระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน บุคคลลึกลับผู้หนึ่งอ้างนามของกองอัศวินแห่งพระวิหารส่งจดหมายมาหนึ่งฉบับ กล่าวว่าสันตะสำนักจะส่งอัศวินแห่งพระวิหารผู้หนึ่งมา ‘เผยแผ่ความปรารถนาดีของเทพแห่งแสง’ ท่ามกลางความประหลาดใจ ตนตกอยู่ภายใต้สภาวะงุนงงโดยสิ้นเชิง— ด้วยเพราะเมืองแห่งนักดาบพเนจรคือถนนสายสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างสองอาณาจักร อาณาจักรไหลเต๋อมักส่งหัวหน้าบาทหลวงมา ‘รักษาอาการบาดเจ็บโดยมิคิดค่าใช้จ่าย’ อยู่บ่อยครั้งและฉวยโอกาสเผยแผ่คำสอนไปด้วย ตนก็หลับตาข้างหนึ่งลืมตาข้างหนึ่งมาโดยตลอด

           ทว่ากลับนึกมิถึงว่าครั้งนี้จะส่งอัศวินแห่งพระวิหารมาหนึ่งคน ทั้งยังส่งจดหมายมาอย่างเป็นทางการ แท้จริงแล้วมีจุดประสงค์ใดกันแน่ ?

           ทุกสิ่งล้วนน่าสงสัย เพียงแต่เมื่อตนได้ฟังสิ่งที่องครักษ์บรรยายมา ม่านหมอกพลันมลายหายไปจนสิ้น

           นัยน์ตาสีทองและผมหยักศกสีน้ำตาลเพียงพอจะปลุกความทรงจำอันเลือนรางเหล่านั้นของตนให้กระจ่างภายในเสี้ยววินาทีแล้ว

           เชิงอรรถ

           [1] ความสัมพรรคภาพ 亲和力 คือ แรงเกาะติดหรือความเข้ากัน

     

    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390