ล้อเล่นอะไรกัน! การเข้าร่วมหอยุทธ์มีแต่จะส่งผลร้ายต่อเขา
หากเย่เทียนเป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพร์ในการบ่มเพาะระดับกลางหรือระดับสูงธรรมดาเขาย่อมเข้าร่วมหอยุทธ์อย่างแน่นอน เพราะหอยุทธ์เป็ขุมกําลังที่ยิ่งใหญ่และมีทรัพยากรมากมายดังนั้นการเลือกเข้าร่วมหอยุทธ์เป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่เขาสามารถพัฒนาพร์ของเขาได้อย่างต่อเนื่องและจะกลายเป็คนที่มีความสามารถมากที่สุดในโลก
การเข้าร่วมหอยุทธ์จะต้องมีการทดสอบพร์ก่อนเป็แน่หากพร์ของเขาพัฒนาขึ้นในอนาคต เขาจะอธิบายได้อย่างไร?
ถ้าเขาอธิบายว่าเขาได้รับสมบัติที่สามารถเพิ่มพร์ได้ครั้งแรกพวกเขาอาจจะเชื่อ แต่การหลอกลวงครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีทางที่จะมีคนเชื่อในคำพูดของเขาอีกต่อไปต่อให้หอยุทธ์ให้ความสําคัญกับเขามากเพียงใด สุดท้ายก็ย่อม้าความลับของเขา เมื่อถึงเวลานั้นพร์ในการคัดลอกของเขาจะถูกเปิดเผย
เย่เทียนรู้สถานการณ์ของเขาดีเพราะงั้นเขาจะไม่เข้าร่วมกองกําลังใดๆ อย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นปัญหามากมายจะตามมาอย่างไม่หยุดหย่อน
อย่างไรก็ตามในอนาคตเขาสามารถสร้างกองกําลังของตัวเองได้
“นายปฏิเสธ! นายรู้หรือไม่ว่าหอยุทธ์ของเรานั้นแข็งแกร่งขนาดไหนแค่ส่งยอดฝีมือมาเพียงคนเดียวก็เพียงพอที่จะทําลายฐานทัพหลินไห่แห่งนี้ได้แล้ว!”
เธอไม่เข้าใจว่าทําไมเย่เทียนถึงละทิ้งโอกาสดีๆเช่นนี้
ต้องรู้ก่อนว่าต่อให้อยู่ในฐานทัพใหญ่แต่ผู้มีพร์ที่้าเข้าร่วมหอยุทธ์ก็มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่น้อยคนนักที่จะได้รับโอกาส
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณผู้ดูแลเยว่แต่ผมไม่อยากเข้าร่วมกองกําลังใดๆ ในตอนนี้!” เย่เทียนกล่าวอีกครั้ง
“งั้นก็ช่างมันเถอะ!”
เยว่หลิงได้ยินดังนั้นก็ไม่ยืนกรานให้เย่เทียนเข้าร่วมหอยุทธ์อีกต่อไป
หลังจากพูดคุยกันอีกไม่กี่คําเย่เทียนก็จากไป
หลังจากเย่เทียนจากไป ชายชราคนหนึ่งก็เดินเข้ามาจากห้องข้างๆ
“คุณหนู ทําไมท่านถึงเชิญนักรบจากฐานเล็กๆนี้มาเข้าร่วมกับพวกเรากัน? แม้ว่าคนผู้นี้จะยังเยาว์วัยแต่ฐานหลินไห่เล็กๆ แห่งนี้ไม่มีทางที่จะมีอัจฉริยะอยู่ อย่างมากก็คงเป็ผู้ที่มีพร์ในการบ่มเพาะระดับกลางเท่านั้นอัจฉริยะที่มีพร์ในการบ่มเพาะระดับกลาง ในฐานทัพใหญ่นั้นไม่นับว่าเป็อัจฉริยะเลยเว้นเสียแต่ว่าจะเป็อัจฉริยะในการบ่มเพาะระดับกลางที่มีพร์พิเศษ นั่นจึงจะเป็สิ่งที่หอยุทธ์ของพวกเรา้า”ชายชราถามด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันเพียงแค่รู้สึกว่าการสามารถพบเจอกับนักรบรุ่นเยาว์เช่นนี้ได้ในสถานที่เล็กๆแบบฐานหลินไห่มันค่อนข้างพิเศษ เดิมทีฉันตั้งใจจะรับเขามาเป็ผู้ติดตาม แต่ฉันไม่คิดว่าแม้แต่หอยุทธ์เขาก็ยังไม่ยอมเข้าร่วมดูๆ แล้วคงเป็เพราะเขาไม่อยากเป็ผู้ติดตามของฉัน” เยว่หลิงพูดด้วยเสียงเบา
สําหรับเยว่หลิงและชายชราเย่เทียนเป็เพียงคนที่ไม่รู้จักว่าสิ่งใดที่สำคัญ
แต่ครั้งนี้สําหรับเย่เทียนแล้วมันเป็เพียงโอกาสเล็กๆ น้อยๆ ที่เข้ามา
เย่เทียนไม่ได้้าที่จะอยู่ในฐานหลินไห่นี้นานนักเดิมทีเขาคิดว่าเขาคงไม่สามารถคัดลอกพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงได้ แต่ตอนนี้เขาได้พบกับอัจฉริยะจากฐานทัพขนาดใหญ่และประสบความสําเร็จในการคัดลอกพร์ในการบ่มเพาะระดับสูง
ตอนแรกเย่เทียนรู้สึกว่าเขาต้องใช้เวลาอีกมากในการเลื่อนขั้นเป็นักรบชั้นยอดแต่หลังจากที่ได้รับพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงมา เขารู้สึกว่าเขาจะสามารถเลื่อนขั้นเป็นักรบชั้นยอดได้ภายในหนึ่งหรือสองปี
เย่เทียนเดินทางกลับบ้านพร้อมดื่มด่ำกับความสุข
เมื่อเย่หยูไปโรงเรียน ที่บ้านก็เหลือแค่เย่เทียนเพียงคนเดียวเขาจึงไม่จำเป็ต้องสนใจอะไรอีกและเริ่มหลอมรวมพร์ในทันที
อั่ก!!!!
ความเ็ปที่ห่างหายไปนานไหลเข้ามาในสมองของเขาราวกับว่าร่างกายของเขาถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ
สิบนาทีผ่านไป
เย่เทียนก็รู้สึกผ่อนคลายไปทั่วทั้งร่างจากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
เขาเรียกดูข้อมูลพร์ของเขาเป็อย่างแรก
[มนุษย์ : เย่เทียน
พร์ในการบ่มเพาะ : ระดับสูง
พร์ด้านความเร็ว : ระดับเริ่มต้น
พร์ด้านดาบ : ปานกลาง
พร์เงาทมิฬ : ระดับเริ่มต้น]
“พร์ในการบ่มเพาะระดับสูงของเราเป็พร์ในการบ่มเพาะระดับกลางผสมผสานกับพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงของเยว่หลิงจากที่ดูแล้ว พร์ของเราเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเยว่หลิงเล็กน้อย” เย่เทียนพึมพำ
จากนั้นเขาก็หยิบเทคนิครวบรวมลมปราณออกมาเขาตรวจสอบมันอย่างละเอียดและเริ่มอ่านข้อมูลอีกครั้ง
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เทียนก็เข้าใจวิธีการฝึกฝนอย่างคร่าวๆ
ในความเป็จริง ทักษะหลอมกายาที่ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกฝนนั้นเรียกว่าวิชากายาพื้นฐานและผู้ฝึกยุทธ์เองก็จําเป็ต้องขัดเกลาร่างกายสําหรับผู้ฝึกยุทธ์ ร่างกายคือพื้นฐานทั้งหมด
เทคนิครวบรวมลมปราณที่นักรบฝึกฝนนั้นต่างจากวิชาหลอมกายาพื้นฐานวิชาพื้นฐานคือการพัฒนาศักยภาพทางร่างกายเพื่อขัดเกลาร่างกายให้แข็งแกร่ง ส่วนเทคนิครวบรวมลมปราณของนักรบก็คือการดูดซับพลังปฐมแห่ง์และปฐีเพื่อหล่อหลอมเป็พลังปราณหยวนเก็บไว้ในจุดตันเถียน จากนั้น ด้วยความช่วยเหลือของวิชารวบรวมลมปราณ
นักรบขั้นต้นจะเริ่มขัดเกลาิันักรบขั้นกลางขัดเกลากล้ามเนื้อ นักรบขั้นปลายขัดเกลากระดูก
เมื่อการขัดเกลาิั กล้ามเนื้อกระดูก เสร็จสิ้นทั้งหมดก็จะถึงจุดสูงสุดของนักรบ ในเวลานี้นักรบจะมีพละกำลังถึงหมื่นจินและหากรวมเข้ากับพลังปราณหยวน นักรบขั้นสูงสุดจะสามารถแสดงพลังได้ถึงสองเท่า ซึ่งเทียบเท่ากับ20,000 จิน
“ตามข้อมูลของผู้ฝึกยุทธ์10,000 จิน เป็ขีดจํากัดของขั้นนักรบ100,000 จิน เป็ขีดจํากัดของนักรบชั้นยอด สําหรับขีดจํากัดของนักรบผู้เชี่ยวชาญไม่ได้กล่าวถึงแต่ถึงอย่างนั้น 100,000 จิน ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว!” เย่เทียนสูดหายใจเข้าลึก
ในเวลานี้เขาเพิ่งตระหนักได้อย่างแท้จริงว่านักรบนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้มาก
ตอนนี้เขายังคงอ่อนแออยู่มากเขามีพละกำลังเพียง 1,000 จินเท่านั้นและเพราะยังไม่ได้เริ่มฝึกเทคนิครวบรวมลมปราณ เขาจึงยังไม่สามารถโคจรพลังปราณหยวนได้
“เริ่มฝึก!”
เย่เทียนเริ่มดูดซับพลังปฐมแห่ง์และปฐีตามเก้ากระบวนท่าในเทคนิครวบรวมลมปราณ
ปัง!!!
ลมปราณสายหนึ่งไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายของเย่เทียนจากทั่วทุกรูขุมขนภายใต้ผลของเทคนิครวบรวมลมปราณ ทำให้เขาสามารถโคจรพลังปราณเข้าสู่จุดตันเถียนได้
หลังจากนั้นพลังปราณหยวนก็พุ่งออกมาจากจุดตันเถียนและแพร่กระจายไปยังิัและเริ่มกระบวนการขัดเกลา
ทันใดนั้นความรู้สึกแสบร้อนก็ปรากฏขึ้นจากิัซึ่งมันรู้สึกเ็ปอยู่เล็กน้อย
เย่เทียนรู้ว่านี่คือกระบวนการขัดเกลาิัของเขามีเพียงการขัดเกลาผิวให้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะสามารถเอาชนะอาวุธธรรมดาได้
ในขณะที่ขัดเกลาผิว เย่เทียนสามารถััได้อย่างชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้มันเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“แม้ว่าคนที่มีพร์ต่ำจะกลายเป็นักรบแต่การดูดซับลมปราณด้วยเทคนิครวบรวมลมปราณก็ยากที่จะดูดซับได้ ตัวอย่างเช่น นักรบที่มีพร์ในการบ่มเพาะระดับเริ่มต้นจะต้องใช้เวลาดูดซับพลังลมปราณส่วนหนึ่งถึงครึ่งวันความเร็วในการดูดซับของพวกเขาเหมือนกับเต่าคลาน และคนที่มีพร์ในการบ่มเพาะระดับรองจะไม่สามารถดูดซับลมปราณได้หลังจากที่พวกเขากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ พวกเขาจะถึงทางตัน ไม่สามารถก้าวหน้าต่อไปได้อีกแม้ว่าจะใช้เืของสัตว์อสูรระดับกลางก็ยากที่จะทำให้แข็งแรงขึ้น แต่เราสามารถดูดซับพลังปราณได้มากมายขนาดนี้ในระยะเวลาอันสั้นความแตกต่างระหว่างพร์นั้นชัดเจนอย่างมาก!” เย่เทียนครุ่นคิดขณะฝึกฝน
หลังจากฝึกฝนอยู่ระยะหนึ่งเย่เทียนก็พยายามใช้เืของสัตว์อสูรระดับกลางเพื่อช่วยในการฝึกฝน
เืของสัตว์อสูรระดับกลางนั้นมีพลังงานทางสายเืที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถช่วยในการปรับแต่งิัของเขาได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อเขาใช้เืสัตว์อสูรระดับกลางช่วยในการฝึกฝนความเร็วในการฝึกฝนของเขาจะเพิ่มขึ้นมากกว่าใช้กระบวนท่ารวบรวมลมปราณเพียงอย่างเดียว
และพร์ในการบ่มเพาะระดับสูงของเขาก็ดูดซับเืของสัตว์อสูรระดับกลางได้มากกว่าพร์ในการบ่มเพาะระดับกลาง
เร็วๆ นี้เราต้องทดสอบ
“ความเร็วในการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นถึง3 เท่า นับว่าไม่เลวเลย!”
เย่เทียนพึมพำอย่างพอใจ