เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 96 ที่จริงแล้วฝ่าบาทมิได้ชอบข้า

            ในห้องโถง ดนตรีที่กระฉับกระเฉงคลุมเครือและยั่วยุหญิงสาวที่ร่ายรำก็งดงามราวกับปีศาจสาวที่เย้ายวน

            มือของหรงซิวยังคงเคลื่อนไหวแต่ดวงตาของเขาเข้มขึ้นเรื่อยๆ

            ดวงตาที่เย้ายวนรอยยิ้มที่มีเสน่ห์และการเต้นที่คลุ้มคลั่งเกินจริงนั้นช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน

            เสียงขลุ่ยค่อยๆ เร่งขึ้นร่างกายของนางก็เต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือราวกับหยกเล่นกับความคะนึงหากระโปรงของนางโบกปลิว ดวงตาของนางเหมือนควันน้ำมิอาจจะพูดได้

            ลมหายใจของหรงซิวค่อยๆ ช้าลง

            นางช่างงดงามราวกับดอกไม้ในสายหมอก ดูเลื่อนลอยราวกับดอกฝิ่นที่บอบบาง ถลำลึกลงไปในพริบตา

            เขาเคยเห็นนางเต้นระบำนี้ ดึกดื่นราตรีอวิ๋นอี้อยู่กับเขา ราวกับว่ากำลังเต้นรำเพื่อเขาเพียงคนเดียว

            ในตอนนั้น เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าภายใต้แสงไฟสตรีของเขาจะมีเสน่ห์พร่างพรายได้เช่นนี้

            นางสวมชุดสีแดงที่เสริมส่งนางมาก นางผิวขาว ที่จริงแล้วใส่เสื้อผ้าสีใดก็ออกมาสวยงามทั้งสิ้น

            หรงซิวคอเกร็ง ไม่ทันได้รู้ตัว ก็เต้นจบบทเพลงแล้วเขามองดูนางยืนตรงอย่างมั่นใจ ก้มตัวลงอย่างสง่างาม แล้วก็ยิ้ม

            น่าสนใจ

            ในเวลานี้เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าหัวใจของเขากำลังเต้นเร็ว

            เขาหวั่นไหวเสียแล้ว

            บางทีอาจเป็นเพราะการแสดงออกของนางที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นในตอนที่นางไม่สนใจเขา

            บางทีอาจจะเพราะในตอนที่นางเห็นบุรุษผู้อื่นแล้วน้ำลายสอจึงกระตุ้นความหึงหวงและความอยากเอาชนะของเขา

            บางทีอาจจะเป็นตอนที่นางยื่นเซียงหนางให้เขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำหัวใจของเขาถลำลึกกับแรงดึงดูดของนาง

            หรงซิวไม่รู้เขาไม่อยากจะไปคิดมากกับเรื่องพวกนี้ด้วย

            คิดเรื่องพวกนี้จะมีประโยชน์กระไรอย่างไรเสียก็ตกหลุมรักเข้าแล้ว

            เขาละสายตาจากหญิงสาวมิได้ นางยืนอยู่ตรงนั้นตัวเล็กน่ารัก แต่ร่างกายของนางกลับมีพลังมหาศาล

            “ดีมาก!”

            ฮ่องเต้อวี่ซวนอารมณ์ตื้นตันดูจบอยู่นานแต่ยังไม่อาจจะคืนสติกลับมาได้ จู่ๆ ก็ลุกขึ้นปรบมือแม้แต่เสียงก็ยังประสมความตื่นเต้น “งดงามมาก! ดีมาก! พระชายาเจ็ด!เจ้านี่ร้องคราเดียวก็ทำเอาคนตะลึงเลยนะ [1] !”

            หมายถึงที่นางไม่เคยร่วมงานเลี้ยงใดๆ เลย

            อวิ๋นอี้ยิ้ม ย่อตัวลงเคารพ"ขอบพระทัยสำหรับคำชมเพคะ ฝ่าบาทโปรดก็เป็นพระกรุณาแล้วเพคะ!"

            "ดีมาก ดีมากๆ! ข้าชอบ!ข้าชอบมาก! หรงซิว พระชายาของเจ้านี่ไม่ธรรมดาเสียจริง! มิน่าเล่าก่อนหน้านี้เจ้ามิให้นางเข้าร่วมงานเลี้ยง ตอนนี้ดูแล้ว ที่แท้ก็เป็นเพราะจะขังสาวงามไว้ในห้องทองคำสินะ!"[2]

            ฮ่องเต้อวี่ซวนดูมีความสุขจริงๆถึงขนาดพูดเรื่องล้อเล่น

            หรงซิวได้สติ พูดต่อจากคำขององค์ฮ่องเต้“ฝ่าบาทขอรับ ก่อนหน้านี้ฮูหยินร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สบายต้องรักษาตัวอยู่ตลอดหลังจากอุบัติเหตุครานั้น ผู้ใดจะรู้ว่านางดีขึ้นมามาก ข้าคิดจริงๆว่าในเรื่องร้ายย่อมมีเรื่องดีอยู่"

            "จริงอย่างเจ้าว่า"ฮ่องเต้อวี่ซวนรู้ดีว่าเหตุการณ์นั้นหมายถึงกระไรไม่อยากทำให้เสียบรรยากาศจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ยังคงชื่นชมอวิ๋นอี้

            มีคนชมก็ต้องสุขใจเป็นธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นคนชมยังเป็นถึงผู้เป็นใหญ่สูงสุดในราชวงศ์

            อวิ๋นอี้ตอบคำถามของฮ่องเต้อวี่ซวนด้วยความเขินอาย

            เช่นการแนะนำท่าเต้นและบอกว่าซ้อมมานานเพียงไรแล้วต่างๆ

            ฮ่องเต้อวี่ซวนรู้ว่าควรอยู่ในขอบเขตหลังจากคุยกันประมาณสิบกว่าประโยค เขาก็โบกมือ ให้คนเอาของรางวัลมาให้มากมายบอกว่านางเต้นเก่งที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

            คำชื่นชมนี้สูงส่งเหนือสิ่งใดเหนือกว่าของรางวัลเป็นไหนๆ เพราะมันสามารถทำให้ซูเมี่ยวเออร์โกรธได้

            หลังจากที่อวิ๋นอี้เต้นเสร็จจึงสนใจสีหน้าของซูเมี่ยวเออร์ตลอด

            เมื่อเห็นใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีดำมืดเห็นไฟแห่งความริษยาในแววตาของนาง เห็นหมัดที่กำแน่นเหมือนไก่ที่ชนแพ้ยิ่งทำให้เอวของนางยืดตรง

            ไม่ได้ทำให้นางอับอาย แต่นางยังขโมยความสนใจไปอีกอวิ๋นอี้กระตุกยิ้ม เดาว่าตอนนี้ซูเมี่ยวเออร์คงจะโกรธมาก

            เดิมนางอยากจะไปเย้ยซูเมี่ยวเออร์เสียหน่อยแต่กลับถูกหรงซิวเรียกไว้

            ต่อหน้าคนจำนวนมาก อวิ๋นอี้หักหน้าหรงซิวมิได้เพราะอย่างไรชายหนุ่มที่ดูอ่อนโยนผู้นี้ ในใจกลับคิดเล็กคิดน้อยมาก

            นางเดินเข้าไปหาเขาอย่างเชื่อฟัง เขายื่นมือออกมาบีบแก้มนาง อวิ๋นอี้ขมวดคิ้ว ในวินาทีต่อมามือของชายหนุ่มก็โอบเอวของนางไว้ทั้งสองก็กลับไปนั่งที่ที่นั่งพร้อมกัน

            “ข้าแสดงเป็นอย่างไรบ้าง?” นางไม่อาจจะทนเก็บคำพูดไว้ได้ ยังไม่ทันจะนั่งลง ก็ถามออกมา

            หรงซิวพยักหน้า "ดีมาก"

            "จริงหรือเพคะ?" นางซ่อนความดีใจไว้ไม่ได้ ถึงถามอย่างตื่นเต้น

            "อื้ม" หรงซิวยิ้มแอบคิดในใจ จริงสิ นางเหมือนนางปีศาจจอมยั่วยวน วิญญาณของเขาแทบจะโดนดูดไปเสียแล้ว

            “ฝ่าบาทชอบหรือไม่เพคะ?” เมื่ออวิ๋นอี้ถามแบบนี้ นางก็หน้าแดงและไม่กล้าแม้แต่จะมองหรงซิว

            หรงซิวฮึมฮัมเสียงต่ำ"คืนนี้ข้าจะบอกเจ้า"

            มีการเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ของอวิ๋นอี้โดนเด่นพอแล้ว การชมความงามของผู้คนก็ยกระดับขึ้นมา การแสดงต่อๆ มาจึงไม่ได้สะดุดตามากนัก

            ความสนใจของผู้คนลดลง

            องค์ไทเฮาอายุมากแล้ว อยู่ร่วมงานได้กว่าชั่วยามก็เริ่มง่วงและกลับไปพักผ่อน

            หลังจากนั้นองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาก็พากันออกจากงานไปงานเลี้ยงทั้งหมดก็มาถึงตอนท้าย

            หรงซิวบอกให้อวิ๋นอี้รออยู่ตรงที่นั่งเขาเดินไปหาเจ้าชายสองคนแห่งราชวงศ์เป่ยหมิง หลังจากกระซิบกับพวกเขาไม่กี่คราเขาก็มองย้อนกลับมามองอวิ๋นอี้ พูดต่ออีกไม่กี่ประโยคแล้วก็เดินกลับมา

            “เมื่อครู่ไปพูดว่าข้ามาหรือเพคะ?”อวิ๋นอี้ถูกเขาอุ้มขึ้นมา พูดอย่างอ่อนแรง

            ให้หลังนางดื่มเหล้าผลไม้ไปไม่น้อยความเข้มข้นของเหล้าไม่สูงทั้งมีรสหวานอมเปรี้ยว อร่อยดื่มไปเยอะอย่างไม่ทันรู้ตัว

            ตอนที่ตระหนักได้ว่านางเวียนหัวเหล้าบนโต๊ะก็หมดไปแล้ว

            หรงซิวเหลือบลงมองนาง เห็นนางหรี่ตาลงครึ่งหนึ่งดูเย้ายวนเกียจคร้าน ร่างกายส่วนล่างของเขาก็อดเกร็งมิได้

            เขาไม่ตอบ อวิ๋นอี้เริ่มเอะอะ "เฮ้! ฝ่าบาท!ข้าถามอยู่นะ!"

            "ถามกระไร?” เขาอุ้มนางขึ้นมา เดินออกไปข้างนอก ดีที่พวกเขาเดินออกมาเร็ว กลางทางไม่มีผู้ใด

            อวิ๋นอี้สูดจมูก"ฝ่าบาทไปพูดเรื่องไม่ดีของข้าใช่หรือไม่?"

            "เปล่า"

            "เปล่าหรือ? ฮึ่ม! ผู้ใดจะเชื่อ!" นางส่ายหัว พูดต่ออย่างไม่ชัดถ้อยชัดคำ"ฝ่าบาทแย่ที่สุด! เป็นคนหน้าซื่อใจคดที่สุด!"

            หรงซิวรู้ว่านางน่าจะเมาแล้วฟังคำพูดไร้สาระของนาง ดันหัวเราะออกมาได้ เขาพูดไปกับนาง"ทำไมข้าถึงแย่ที่สุด หน้าซื่อใจคดที่สุดเล่า?"

            “ฝ่าบาทเป็นละกัน!”อวิ๋นอี้พูดเสียงดัง "ครั้งแรกที่ฝ่าบาทเห็นข้าข้าก็คิดว่าท่านเป็นคนหน้าซื่อใจคด!”

            “......”

            “ยังมีอีกนะ ข้าคิดว่าจริงๆท่านไม่ได้ชอบข้าเลย...โอ้ ไม่สิ..." นางแก้คำพูดตัวเอง"ไม่ชอบอวิ๋นอี้!"

            "กระนั้นข้าชอบผู้ใด ?

            "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?"อวิ๋นอี้ถูกเขากอดอย่างอึดอัด หันตัวกลับมาเอาหน้าลูบหน้าอกเขา"ฝ่าบาทจะชอบผู้ใดก็ได้...อย่างไรก็เถิดอย่ามาชอบข้า..."

            นางพึมพำ เสียงของนางเบา แต่หรงซิวหูดีแววตาของเขาค่อยๆ เย็นลง “เหตุใดจึงห้ามชอบเจ้าเล่า?”

            เขารู้ดีว่านางเมาแล้วสิ่งที่นางพูดอาจเป็นเรื่องไร้สาระ แต่เขายังคงชวนนางคุยต่ออย่างไร้ยางอาย

            “เพราะว่าข้า...” อวิ๋นอี้ถอนหายใจเงยหัวขึ้นมาจากในอก นัยน์ตาของนางสดใสและมืดดำ ไม่รู้ว่าเมาจริงหรือเปล่า“ข้าไม่ใช่อวิ๋นอี้...ข้า...ข้ามาจากอีกที่หนึ่ง..."

            "ที่ใด?"

            "พูดไปท่านก็ไม่เข้าใจ!"อวิ๋นอี้อารมณ์ขึ้นเล็กน้อย นางขยับก้นไปมา หลังจากวุ่นวายในอ้อมกอดของเขาแล้วนางก็สงบลง

            ตอนที่หรงซิวคิดว่านางหลับอยู่ นางก็ถอนหายใจเบาๆ

            การถอนหายใจนั้นราวกับควันสีขาวในแสงจันทร์นุ่มนวล ไร้ร่องรอย แต่กลับตกลงไปในหัวใจของเขา

            ระยะทางจากวังสู่จวนองค์ชายมิได้ไกลนัก

            หรงซิวไม่ได้พานางขึ้นรถม้าอุ้มนางกลับถึงห้องมาตลอดทาง

            เซียงเหอรอมาทั้งคืน เมื่อเห็นทั้งสองกลับมาก็ลุกขึ้นคำนับ “ฝ่าบาท พระชายาเป็น...”

            "นางเมา" หรงซิวพูดเบาๆเขาวางอวิ๋นอี้ลงบนเตียง คลายคอเสื้อออก แล้วเหลือบมองเซียงเหอ “ไปเอาน้ำร้อนมาเอาผ้าเช็ดตัวมาด้วย”

            เซียงเหอทำตามคำสั่ง เอาของมาให้จนครบจากนั้นมองหรงซิวอย่างระมัดระวัง

            “ออกไปเถิด” หรงซิวรับมาจุ่มผ้าเช็ดตัวลงในอ่าง แล้วสั่งเซียงเหอ “เจ้าออกไปเถิด”

            “เพคะ”

            “อ๋อ ใช่” เขาคิดกระไรขึ้นมาได้อีกเรียกนางให้หยุด “ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันพรุ่ง ข้าไม่รับแขก เจ้ากลับไปพักผ่อนเถิดมิต้องมาปรนนิบัติ ไม่ว่าจะได้ยินเสียงใดๆ ก็ไม่ต้องเข้ามา”

            เชิงอรรถ

            [1] ร้องคราเดียวก็ทำเอาคนตะลึง不鸣则已,一鸣惊人 หมายถึงคนที่มีความสามารถอยู่เต็มเปี่ยม แต่ไม่แสดงออกมา เมื่อแสดงออกมาก็ทำให้คนตะลึงกับความเก่งกาจ

            [2] ขังสาวงามไว้ในห้องทองคำ 金屋藏娇 หมายถึงเก็บหญิงผู้เป็นที่รักไว้คนเดียว ไม่ให้พบผู้คน

    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808