ตอนที่ 3 ถอยกลับเข้าเส้นทางสูงสุด
หลินเยี่ยนั่งบนเตียง ขณะนี้เริ่มปรับลมหายใจด้วยเคล็ดวิชาอันแปลกประหลาด
หน้าอกเขาค่อยพองขึ้นและยุบลงเชื่องช้า
หมอกสีขาวเริ่มแผ่กระจายออกมาพร้อมจังหวะการหายใจ
เพียงไม่นานมันแผ่ฟุ้งเต็มห้องนอน ราวถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอก ปล่อยจิตลอยล่องไปตามใจนึกคิด
เก้า์กลืนเมฆา
หลินเยี่ยฝึกเคล็ดวิชานี้สำเร็จได้หลังถูกรับตัวสู่แดนเซียน แม้ไม่ดีเท่าครั้งเป็จักรพรรดิเซียน แต่ดีเกินกว่าที่มนุษย์จะฝึกฝนได้แล้ว
เวลานี้เหมาะสมแก่การสร้างรากฐานอันยอดเยี่ยม
การบำเพ็ญเซียนถือเป็เื่ขัดต่อกฎแห่งธรรมชาติ คนปกติทั่วไปไม่มีโอกาสได้เกี่ยวข้อง
แม้เขาเป็ยอดอัจฉริยะแห่งยุค แต่ด้วยยุคสมัยที่มีพลังิญญาเบาบาง เขาจำเป็ต้องอาศัยวัตถุิญญา หรือไม่ก็โอสถิญญา
ปีนป่ายขึ้น์เป็เื่ยากแล้ว ฝึกรากฐานนั้นยากยิ่งกว่า
ผู้ใดกันคาดคิด ว่าร่างกายของมนุษย์คือทรัพย์สมบัติอันยิ่งใหญ่ มันมีแต่ศักยภาพซ่อนเร้น
พลังแฝงเ่าั้จำเป็ต้องใช้เคล็ดวิชาเฉพาะจึงสามารถกระตุ้นขึ้นมาได้
สำหรับหลินเยี่ยนั้นไม่ใช่ปัญหา
ประสบการณ์อันยาวนานกว่าพันปีในชาติภพที่แล้ว รวมเข้ากับเก้า์กลืนเมฆา มันจะนำพาเขาสู่การบรรลุความจริงแท้อันน่าเหลือเชื่อ
ร่างกายนี้ไม่จำเป็ต้องใช้วัตถุิญญาหรือโอสถิญญาเพื่อกระตุ้น เพียงเซลล์ในร่างกายก็สร้างแก่นแท้แห่งพลังิญญาออกมา จากนั้นเพียงปรับสภาพมันเล็กน้อยก็มากพอสร้างรากฐานแล้ว
ในห้องที่เต็มไปด้วยพลังเมฆา เหล่านี้คือแก่นแท้แห่งพลัง ทุกคนที่ยังไม่ได้ขึ้นเป็เซียนจำเป็ต้องผ่านจุดนี้ไป
หนึ่งคืนผ่านพ้น
่ตีห้าก่อนรุ่งสาง หลินเยี่ยอ้าปากเล็กน้อยพร้อมกลืนพลังเมฆาในห้องเข้าไปจนสิ้น
รับรู้ถึงแก่นพลังที่ปั่นป่วนในร่าง พบปฏิกิริยาก่อตัวของพลังงานและชีวิตปรากฏ หลินเยี่ยค่อยเผยท่าทีพึงพอใจ
“ราวได้เกิดใหม่ รากฐานถูกวางสำเร็จแล้ว”
ครั้งสร้างรากฐานเมื่อชาติก่อน เขาต้องใช้เวลาถึงครึ่งปี
ตอนนี้ได้รับเก้า์กลืนเมฆาช่วยเหลือ โดยไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอกอื่นใด ข้ามคืนเขาก็สร้างรากฐานได้สำเร็จ
แต่มันก็เป็เพียงพื้นฐาน
พลังแฝงที่ซ่อนเร้นในเซลล์ร่างกาย พวกมันเริ่มถูกกระตุ้นจนครบถ้วนในเวลาเพียงหนึ่งคืน
การบำเพ็ญขั้นถัดไป แม้เป็ตัวหลินเยี่ยก็ยังต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก มีแต่ต้องใช้โอสถิญญาจำนวนมากจึงช่วยเร่งกระบวนการได้
หลินเยี่ยลุกจากเตียง เปิดประตูออกไปยืนที่ระเบียง
่ใกล้รุ่งสาง แสงอาทิตย์เริ่มทอประกายสาดส่อง
คิ้วหลินเยี่ยกลับขมวดเข้าหากัน
“แม้จัดการรากฐานได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไกลห่างจากขอบเขตปฐมิญญา แม้รากฐานนี้ช่วยลดระยะเวลาลงได้มาก แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการใช้โอสถิญญาจำนวนมากมาหล่อเลี้ยง”
“โอสถิญญาเป็สิ่งที่ไม่อาจประเมินค่า จนถึงตอนนี้ห้องยังต้องเช่า จะไปหาซื้อมันมาได้ยังไง”
“เงินตรา พรรคพวก ความเที่ยงธรรม สถานที่ สี่ปัจจัยนี้ต้องมี แต่ตอนนี้คงต้องหาเงินก่อน”
“ไม่เพียงแค่ฝึกตน แต่ยังมีเื่ทำให้ยี่ยี่มีชีวิตที่ดี”
“คุณชายแห่งตระกูลหลินที่มองเงินตราไร้ค่า เพียงออกจากตระกูลกลับได้ทราบว่าหามาได้ยากยิ่งนัก ได้โอกาสถือกำเนิดใหม่ครั้งนี้ อดีตที่เป็ถึงจักรพรรดิเซียน สุดท้ายต้องกังวลเื่เงินทอง น่าขำเสียจริง”
“เหมือนว่าคงต้องไปพบเธอคนนั้นก่อนเวลาเสียแล้ว” หลินเยี่ยเงียบงันไป ในใจผุดนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่ง
ชาติที่แล้ว เราได้รู้จักกับเธอหลังกลับจากการล้างแค้น หนทางการฝึกตนของเรานับจากนั้นเป็เธอออกทุนให้ทั้งหมด
ทว่าสำหรับตอนนี้ หลินเยี่ยและผู้หญิงคนนั้นยังถือเป็คนแปลกหน้าต่อกัน
เพียงไม่นาน หลงซือหยิงปลุกยี่ยี่ที่งัวเงียขึ้นมา จัดเตรียมมื้อเช้า ทานเสร็จเรียบร้อยค่อยหวีผมให้เด็กน้อยพร้อมถักเปีย
ยี่ยี่พร้อมให้หลินเยี่ยไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลเมฆาแล้ว
“ไปแล้วนะคะแม่ทูนหัว จุ้บจุ้บ” ยี่ยี่โบกมือลาหลงซือหยิง
ในใจหลินเยี่ยยิ่งเกิดความขอบคุณปรากฏ
หากไม่มีหลงซือหยิงอยู่ด้วยจะเป็ยังไง เขาที่เป็ผู้ชายตัวใหญ่คนหนึ่ง หลายเื่ก็ไม่สะดวกเหมือนดังหญิงสาว
น่าเสียดายที่เธอผู้ซึ่งทรงธรรมและใจดีถึงเพียงนี้ แต่ชาติภพก่อนกลับมีจุดจบอันน่าเศร้า
ใจของหลินเยี่ยเมื่อครั้งนั้นมีแต่การล้างแค้น ไม่มีเวลาได้ใส่ใจเธอ สุดท้ายมาทราบก็ตอนหลงซือหยิงถูกชายชั่วคนหนึ่งหลอกลวงทั้งเงินทองและตัวตนไม่มีหลงเหลือ สุดท้ายเธอซึมเศร้าจนต้องถูกส่งไปโรงพยาบาลจิตเวช
“เมื่อ์ให้โอกาสกลับมาที่ตรงนี้อีกครั้ง เราจะไม่ยอมทำพลาดแบบเดิมอีกแล้ว”
หลินเยี่ยที่นึกถึงเื่ราวขึ้นมา เขาออกปากเอ่ยถาม “ซือหยิง รู้จักคนชื่อเฉียนเจียงไหม”
“หลินเยี่ย คุณรู้จักเฉียนเจียงด้วยหรือ เขาเป็หนึ่งในลูกค้าฉันเอง” ดวงตาคู่งามของหลงซือหยิงเบิกกว้างเล็กน้อย เธอเผยอาการประหลาดใจ
“เยว่เหยาบอกผมว่าคนนี้เ้าเล่ห์และมากกลวิธี คุณระวังตัวเอาไว้หน่อยจะดีกว่า” หลินเยี่ยกล่าวบอกเพียงเท่านี้ จากนั้นค่อยพายี่ยี่เดินออกจากบ้านไป
หลงซือหยิงมองตามแผ่นหลังหลินเยี่ย หน้าเธอแดงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำเบาราวกระซิบ “แต่ฉันว่าเขาเป็คนค่อนข้างดีเลยนะ สง่างามและรอบรู้ มีตรงไหนเ้าเล่ห์กัน”
หลินเยี่ยพายี่ยี่เข้าไปในลิฟต์แล้ว
โรงเรียนอนุบาลชุมชนค่อนข้างอยู่ใกล้ ส่งยี่ยี่เข้าโรงเรียนเสร็จแล้ว หลินเยี่ยค่อยจำใจเดินกลับออกมา
สองมือของเขาจับพวงมาลัยขับรถมุ่งตรงไปยังบริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์
เป้าหมายที่เขา้ามาพบวันนี้คือเหอจวิน ประธานฝ่ายความงามของคังหยวน
โอสถิญญาคือสิ่งจำเป็สำหรับใช้บำเพ็ญตน ราคายังแพงมหาศาล เพียงทำงานทั่วไปไม่มีทางหามาจ่ายได้ในระยะเวลาอันสั้น
วิธีการหนึ่งเดียวที่คิดได้ คือการทำความรู้จักกับเหอจวินอีกครั้งหนึ่ง
มาถึงอาคารคังหยวนเวชภัณฑ์ หลินเยี่ยนั่งรอคอยที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่ง
แผนกต้อนรับแจ้งว่า หากไม่ได้นัดจำเป็ต้องรอตอนบ่ายสาม เหอจวินประชุมเสร็จเมื่อไหร่จึงมีเวลามาพบเขา
ไม่ว่าด้วยอะไร หลินเยี่ยก็ต้องรอที่ล็อบบี้
ราวสิบโมง รถยนต์คันหรูค่อยเทียบจอดตรงประตูหน้าอาคาร ชายวัยกลางคนในชุดสูทรองเท้าหนังสามคนก้าวเดินออกมา
เหล่านี้คือองครักษ์คุ้มกันชาวต่างชาติที่สวมใส่แว่นตาสีทอง
หลังพูดคุยกับแผนกต้อนรับเล็กน้อย ทั้งคณะก็ขึ้นบันไดไป
ทักษะรับฟังของหลินเยี่ยสูงส่ง ได้ยินพวกเขาเอ่ยถึงชื่อเหอจวิน เขาถึงกับต้องเหลือบตามองพร้อมคิ้วที่เริ่มขมวด
สองมือของคนชาติตะวันตกที่มาเยือน มันเต็มไปด้วยออร่าแห่งความตายเต็มเปี่ยม แม้ไม่ใส่ใจมองยังตระหนักทราบ ร่องรอยเหล่านี้มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ฝึกฝนใช้งานมีดและปืนโดยไม่ขาด
แววตาเย็นเยือกและเฉียบคมได้แว่นกันแดดบดบังเอาไว้ น้อยคนจะสังเกตพบเห็น
พลังที่เหม็นคาวเื มันไม่ใช่สิ่งที่นักธุรกิจควรมี แต่เป็ทหารรับจ้างหรือนักฆ่า
สามคนนั้นเดินหายไปแล้ว หลินเยี่ยค่อยเดินไปยังแผนกต้อนรับเพื่อสอบถาม “สามคนเมื่อครู่มาทำอะไรหรือครับ?”
“เป็ผู้ว่าจ้างจากบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในต่างประเทศค่ะ เพิ่งนัดกับประธานเหอเมื่อสองวันก่อนเพื่อหารือความร่วมมือ หากคุณไม่เร่งรีบมาก สามารถเดินไปทางสวนด้านหลังอาคารเพื่อรับชมการจัดแสดงได้ค่ะ” แผนกต้อนรับโฉมงามกล่าวบอกต่อเขาด้วยความหวังดี
หลินเยี่ยกล่าวขอบคุณและเดินออกจากอาคารใหญ่
ขณะเดียวกันที่ทั้งสามคนขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นยี่สิบแปด ชั้นนี้เป็ห้องทำงานของประธาน
สองในสามคนแยกย้ายทันทีที่ออกจากลิฟต์ กล่องขนาดฝ่ามือนำออกจากอกเสื้อ กดเปิดสวิตช์ และวางมันไว้ที่ด้านหลังถังขยะหน้าทางเข้าลิฟต์
เวลานี้เองที่กล้องวงจรปิดในห้องรักษาความปลอดภัยของชั้นที่ยี่สิบแปดหยุดการบันทึกภาพ
เพราะในห้องมีภาพกล้องวงจรปิดมากมายเกินไป เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงไม่ได้พบเห็นถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น
ชายต่างชาติเดินนำพร้อมถอดแว่นกันแดด ปืนพกพร้อมที่เก็บเสียงถูกนำออกจากอกเสื้อ มือมุ่งตรงเปิดเข้าห้องทำงานประธาน
เหอจวินในชุดสูทสีดำ เธอกำลังตรวจสอบเอกสารที่เลขาฯส่งมาให้
ใบหน้าเธองดงามราวรูปสลัก ไม่ว่ามองจากมุมใดก็ไร้ที่ติ
ราวใบหน้าที่พระผู้เป็เ้าเลือกปั้นขึ้นอย่างตั้งใจ แต่สีหน้านั้นเผยความกังวล แฝงความเ็า และเย่อหยิ่ง
เหอจวินที่ได้ยินเสียงเปิดประตูเงยหน้าขึ้น พบเห็นปากกระบอกปืนสีดำเล็งเป้ามา รูม่านตาของเธอหรี่เล็กลงอย่างกะทันหัน “พวกคุณไม่ใช่ผู้ว่าจ้างบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่นัดไว้ พวกคุณเป็ใคร”
เลขาฯเผยสีหน้าตื่นตระหนกพร้อมกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
ปัง!
พริบตา ะุหนึ่งนัดยิงเข้าหน้าอกของเลขาฯ เสียงกรีดร้องเลือนหาย
“ประธานเหอ หากยังไม่อยากตายก็จงทำตามที่บอก”
เสียงอันลุ่มลึกของชาวต่างชาติ กล่าวออกแสดงถึงความชำนาญในภาษาจีน