บทที่3 หัวใจที่สั่นคลอน
คำพูดของเด็กน้อยทำให้หัวใจของนักธุรกิจสาวที่เคยเ็าเหมือนน้ำแข็งสั่นไหวอย่างรุนแรงเธอเป็คนไม่ยอมคน เธอเป็คนเด็ดขาดแต่ความใสซื่อและบริสุทธิ์ของเด็กตรงหน้ากำลังพังกำแพงในใจของเธอ
เสี่ยวเป่าที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปวิ่งเข้ามากอดขาของเธอเอาไว้แน่น ใบหน้ามอมแมมซบลงที่ตักของเธอ "แม่...อย่าทิ้งพวกเราไปนะ อย่าล้มลงไปแบบนั้นอีก ผมกลัว"
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดเล็กๆนั้นทำให้หลินชิงเหอชะงักความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เธอไม่เคยััความรู้สึกของความเป็แม่ มันเริ่มแทรกซึมผ่านสายเืในร่างใหม่นี้เธอรู้สึกได้ถึงความเ็ปลึกๆในใจของเ้าของร่างเดิมที่ห่วงใยลูกชายทั้งสองมากกว่าชีวิตตัวเอง
เธอก้มลงมองเด็กทั้งสองความรู้สึกลนลานเริ่มจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดในฐานะนักธุรกิจ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปและแก้ไขไม่ได้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ 'ยอมรับ' และ 'ปรับตัว'
"ฉัน...แม่ไม่ได้เป็อะไร" เธอกล่าวเสียงเรียบ แม้จะยังไม่ชินกับการแทนตัวเองแบบนั้นเธอค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าเด็กทั้งสองมือที่หยาบกร้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมไปลูบหัวเสี่ยวเป่าเบาๆ
"จริงเหรอครับ? แม่จำพวกเราได้แล้วใช่ไหม?" เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นถามด้วยความหวัง
"จำได้สิ...ต้าเป่า เสี่ยวเป่าใช่ไหม?" เธอทวนชื่อตามความทรงจำที่ตกค้างอยู่ในหัว
เด็กชายทั้งสองยิ้มออกมาทั้งน้ำตาต้าเป่ารีบเข้ามากอดเธออีกคน "แม่ตัวเย็นมากเลย เข้าไปในบ้านเถอะครับเดี๋ยวผมจะไปหาฟืนเพิ่มมาทำให้อุ่น"
หลินชิงเหอมองไปที่เด็กชายคนโตที่พยายามทำตัวเข้มแข็งเกินวัยเธอสูดหายใจเข้าลึกๆความคิดเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูงเหมือนตอนที่เธอกำลังวางแผนกว้านซื้อกิจการ
หลินชิงเหอหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อระงับความตื่นตระหนกเธอนิ่งไปสิบวินาทีตามความเคยชินเวลาเจอวิกฤตธุรกิจก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป...มันไม่ใช่สายตาของหญิงหม้ายที่อ่อนแอคนเดิมแต่เป็สายตาของราชินีแห่งตลาดทุนที่พร้อมจะขยี้ทุกอุปสรรค
"ในเมื่อ์ให้ฉันมาอยู่ที่นี่..."เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่มองลูกชายทั้งสอง "ฉันก็จะเปลี่ยนยุค 80 ที่แสนแร้นแค้นนี้ให้กลายเป็อาณาจักรของฉันเอง!"
หญิงสาวตกผลึกความคิดได้ในท้ายที่สุดตอนนี้เธอจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากยอมรับ
'เอาละหลินชิงเหอ... ในเมื่อเธอติดอยู่ในร่างนี้ ในยุคนี้และมีหนี้ชีวิตเป็เด็กสองคนนี้ เธอก็แค่ต้องทำสิ่งที่เธอถนัดที่สุด'
เธอมองไปรอบๆ กระท่อมที่ผุพังมองมือที่สากและชุดที่ขาดวิ่น
'นั่นคือการสร้างอาณาจักรจากศูนย์...ไม่สิ จากติดลบ!'
"ต้าเป่า"เธอเรียกเสียงนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยพลังที่เปลี่ยนไป"ในบ้านเหลืออาหารอะไรบ้างไหม?"
เด็กชายก้มหน้าลงอย่างละอาย"เหลือแค่แป้งข้าวโพดขี้รำกำมือเดียวครับ...ย่าเอาแป้งขาวไปหมดแล้วเมื่อวานนี้"
ดวงตาของหลินชิงเหอวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเ็าทันทีที่ได้ยินคำว่า'ย่า' ความทรงจำบอกเธอว่าแม่สามีคนนั้นช่างร้ายกาจเพียงใดแต่สำหรับหลินชิงเหอคนใหม่นี้... ใครที่กล้ามาแย่ง 'สินทรัพย์' หรือ 'คนของเธอ' มันจะต้องได้รับบทเรียนที่สาสม
"กำมือเดียวก็พอ"เธอลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงแม้ร่างกายจะยังอ่อนแรงแต่สายตากลับเฉียบคมจนต้าเป่ารู้สึกเกรงขาม"ไปในบ้านกันเถอะ แม่จะหาทางให้พวกเราอิ่มท้องเอง"
ในขณะที่เธอเดินนำเด็กๆกลับเข้ากระท่อม หลินชิงเหอไม่ได้มองว่าตัวเองเป็หญิงม่ายที่สิ้นหวังอีกต่อไปแต่มองว่านี่คือ 'สตาร์ทอัพ' ครั้งใหม่ที่ท้าทายที่สุดในชีวิต...และราชินีอย่างเธอ ไม่เคยแพ้ในเกมไหนทั้งนั้น
ภายในกระท่อมดินที่มืดสลัวหลินชิงเหอนั่งลงบนขอบเตียงเตาความทรงจำที่กระจัดกระจายของเ้าของร่างเดิมยังคงไหลวนอยู่ในหัวเหมือนฟิล์มภาพยนตร์เก่าๆที่ขาดตอน เธอหลับตาลง พยายามจัดระเบียบฐานข้อมูล ใหม่ในสมอง ร่างนี้ชื่อหลินชิงเหอเหมือนเธออายุเพียง 24 ปีแต่กลับดูร่วงโรยเหมือนคนอายุสามสิบกว่าเพราะการทำงานหนักและขาดสารอาหาร
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นไปที่มุมห้องพบเศษกระจกแตกบานเล็กที่วางอยู่บนหิ้งไม้ผุๆ ชิงเหอหยิบมันขึ้นมาเช็ดฝุ่นหนาเตอะออกด้วยชายเสื้อที่ขาดวิ่นแล้วเพ่งมองใบหน้าในกระจกนั้นอีกครั้งอย่างพิจารณา
คราวนี้เธอไม่ได้มองด้วยความตื่นตระหนกเหมือนตอนที่ดูในโอ่งน้ำแต่มองด้วยสายตาของนักธุรกิจที่กำลังประเมิน 'สินทรัพย์'
"โครงหน้าไข่ไก่...จมูกโด่งรั้น...ดวงตาดอกท้อที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาที่บวมช้ำ"เธอพึมพำกับตัวเอง "ถ้าผู้หญิงคนนี้ได้กินอิ่ม นอนหลับและได้รับการบำรุงเพียงเล็กน้อย เธอจะกลายเป็สาวงามล่มเมืองได้ไม่ยากเลย"
ผิวที่เคยเหลืองซีดหากได้รับวิตามินและโปรตีนที่เพียงพอคงจะกลับมาขาวนวลเหมือนหยกร่างกายที่ผอมแห้งจนเห็นกระดูกหากมีเนื้อมีนวลขึ้นมาอีกนิดคงจะเป็ทรวดทรงที่สะดุดตาไม่น้อย ชิงเหอยกยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้เข้ามาอยู่ในร่างที่แก้ไขไม่ได้