เล่มที่ 1 บทที่ 15 พี่น้องย่อมไม่ทิ้งกัน
“ติ๊ง ~!”
แจ้งเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดี คุณได้ทำภารกิจ 【สังหารราชาซอมบี้ทมิฬ】 (ภารกิจระดับ E) สำเร็จ ดังนั้นจะได้รับค่าประสบการณ์ 5,000 แต้ม เหรียญเงิน 30 เหรียญ และรางวัลเพิ่มเติม【เสื้อเกราะหน่วยสอดแนม】!
“ทาด้า” สิ้นเสียงเสื้อเกราะก็ตกลงไปในช่องเก็บของ ผมรีบเปิดดูในทันที จึงพบเสื้อเกราะที่เปล่งประกายสีทองแดงอยู่ตรงมุมของช่องเก็บของ ถึงแม้ว่ามันจะดูหยาบขรุขระไปหน่อย แต่กลับมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมาก——
【เสื้อเกราะหน่วยสอดแนม】(อุปกรณ์ระดับทองแดง)
ประเภท: เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน: 30
ความอดทน: +7
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 15
……
คุณสมบัติของเสื้อเกราะชิ้นนี้ค่อนข้างดีทีเดียว เพิ่มทั้งพลังป้องกันและพลังชีวิตอย่างมาก ผมจึงสวมใส่มันทันที ทันใดนั้นพลังป้องกันก็พุ่งสูงถึง 160 แต้ม พร้อมกับที่ขีดจำกัด HP ได้กลายเป็น 1728 แต้ม บอกได้เลยว่า คุณสมบัติตอนนี้ค่อนข้างดูดุดันทีเดียว ในเวลานี้ทั้งตัวสวมใส่อุปกรณ์ทองแดงทั้งหมดสี่ชิ้นแล้ว และยังคงเป็นอันดับหนึ่งในอันดับกำลังรบของหมู่บ้านเริ่มต้น ทรงพลังมากจริงๆ
“นึกไม่ถึงว่าจะได้รับรางวัลเป็นอุปกรณ์สวมใส่นะเนี่ย …”
หลินเฉอเบิกบานใจ ที่มีกางเกงเกราะผ้าทองแดงปรากฎขึ้นที่ขาของเขา
ส่วนต้าไห่และจางเหว่ยไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร พวกเขาได้รับเพียงค่าประสบการณ์และเหรียญเงินเท่านั้น ไม่มีรางวัลอื่นเพิ่มเติม
ครั้นจะพูดคุยกับกัปตันหน่วยสอดแนมต่อ เขาก็กลับไปพึมพำอยู่กับตัวเองอย่างจิตใจเร่าร้อนฮึกเหิม ดูเหมือนไม่คิดมอบภารกิจอีก บางทีเป็นไปได้ว่าเควสที่นี่อาจจะหมดแล้ว ดังนั้นผมจึงพูดขึ้นว่า “พวกเราอีกนิดก็อัพเป็นเลเวล 16 แล้ว มุ่งหน้าไปต่อกันเถอะ ข้ามหมู่บ้านนี้ไป มุ่งหน้าไปพื้นที่ที่ลึกกว่าเดิม แล้วค้นหามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาฆ่ากัน มันเหมือนว่าตอนนี้การฆ่ามอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่าตัวเองถึง 5 ระดับแบบนี้ก็จะเพิ่มเลเวลได้ดีที่สุด”
หลินเฉอพยักหน้า “ผมเห็นด้วย”
หลังจากเดินออกหมู่บ้าน แล้วรุดไปข้างหน้าต่ออีกห้านาที สุ้มเสียงของกระแสน้ำไหลก็ดังแว่วมา เมื่อเดินทางลึกเข้าไปในป่าทึบ หนองน้ำขนาดใหญ่ก็ปรากฎขึ้นอยู่ตรงหน้า ซึ่งบนแผนที่ล้วนเป็นสีแดงเข้มทั้งผืน หลังจากสิ้นเสียงติ๊งนั้น แจ้งเตือนจากระบบก็เด้งขึ้นมา: โปรดทราบ คุณได้เข้าสู่แผนที่อันตราย 【บึงอาทิตย์อัสดง】!
เมื่อมองจากไกลๆ แสงตะวันที่กำลังพาดผ่านไปทางทิศตะวันตก แสงสะท้อนผืนน้ำเป็นประกายระยิบระยับ มันช่างงดงามเกินบรรยายจริงๆ เวลานี้พวกเราจึงได้แต่ยืนนิ่งหลงเสน่ห์กับภาพตรงหน้า ครั้นลมหนาวพัดมา ก็ยิ่งรู้สึกถึงความหดหู่ฤดูใบไม้ร่วง ด้วยเพราะระดับความเสมือนจริงที่เกือบเป็น 100% จึงทำให้พวกเรารู้สึกหนาวเล็กน้อย พร้อมทั้งอดไม่ได้ที่จะกระชับเสื้อเกราะให้แน่นขึ้น ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังบึงอาทิตย์อัสดง
บนแผนที่ จุดสีแดงสดหลายจุดค่อยๆปรากฏขึ้นทีละจุด มอนสเตอร์มาแล้ว
“ฟ่อ ~~~”
บนพื้นผิวของหนองน้ำที่ปกคลุมไปด้วยใบไม้และวัชพืชอย่างหนาแน่น มีการเคลื่อนไหวเป็นกระแสน้ำวนสายหนึ่งยาวเกือบสิบเมตร เมื่อผมเพ่งมองอย่างระมัดระวัง ก็พบหัวขนาดมหึมากำลังว่ายทวนน้ำและต้นไม้ใบหญ้า มันคืออนาคอนดา เจ้าอนาคอนดาตัวนี้น่าทึ่งมาก ตัวของมันใหญ่จนน่าเหลือเชื่อ ทั้งยังมีปากที่ใหญ่จนสามารถกลืนคนเข้าไปได้ทั้งตัว
“ชักน่ากลัวนิดๆแฮะ..... ” หลินเฉอตกตะลึง
“นายไม่ได้ต้องต่อสู้ประชิดตัว จะกลัวอะไร”
ผมยิ้มและอ่านข้อมูลของเจ้าอนาคอนดาตัวนี้แล้ว พบว่ามันมีเลเวลสูงมาก แถมยังเหนือกว่ามอนสเตอร์ระดับทองแดงไปอีก คาดไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นถึงมอนสเตอร์ระดับเหล็กดำ——
【อนาคอนด้า】 (มอนสเตอร์ระดับเหล็กดำ)
เลเวล: 20
พลังโจมตี: 95-155
พลังป้องกัน: 90
ค่า HP: 2,500
สกิล: 【พันรัด】【ฟาดหาง】
แนะนำ: หนึ่งในเจ้าเหนือหัวแห่งหนองน้ำ ว่ากันว่าอนาคอนดาที่โตเต็มวัยสามารถเขมือบกลืนวัวได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นนักผจญภัยหนุ่มสาว หากคุณไม่ได้มีแรงเท่าควาย คุณควรระมัดระวังให้มาก ยิ่งอยู่ห่างจากเจ้าอนาคอนด้าได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
……
บางทีอาจเป็นเพราะมันอยู่ในระดับเหล็กดำก็ได้ ค่าสเตตัสของอนาคอนดาเลเวล 20 จึงไม่ได้ด้อยไปกว่าบอสระดับทองแดงอย่างราชาซอมบี้ทมิฬมากนัก ถึงแม้จะมีพลังโจมตีที่เหนือกว่าเล็กน้อย ทว่ามีพลังป้องกันต่ำกว่าราชาซอมบี้ทมิฬ และเลือดก็น้อยกว่า ดังนั้นความกดดันในการฆ่าจึงมีไม่มากเท่าราชาซอมบี้ทมิฬอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นพลังป้องกันปัจจุบันของผมสูงถึง 160 แต้ม ซึ่งสูงกว่าพลังโจมตีสูงสุดของอนาคอนดา จึงสามารถลงมือฆ่าได้อย่างง่ายดาย!
ลองดูละกัน
“เสี่ยวเฉอ ไคท์เอาไว้ ทุกคนลงมือพร้อมกัน”ผมกล่าว
“เริ่มกันเลย!”
หลินเฉอมีรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า ยกมือสองข้างส่งยันต์สองใบออกไป ทันใดนั้นมันพุ่งไปจู่โจมใส่หัวอนาคอนดา สร้างความเสียหายร้อยกว่าแต้มทันที การโจมตีนี้ทำให้ผืนน้ำบริเวณใกล้เคียงกระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง ร่างของอนาคอนดาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำก็เริ่มดิ้นพล่าน วินาทีต่อมาหัวของมันก็โผล่ขึ้นมาเหนือผืนน้ำอย่างกะทันหัน มันพุ่งไปทางหลินเฉอพร้อมกับอ้าปากกว้างราวกับจะเขมือบนักบวชตัวน้อยภายในคำเดียว
โดยไม่รอช้าผมรีบขยับตัวพุ่งออกไป พร้อมกับตวัดดาบออกไปอย่างแม่นยำ ฟาดฟันใส่หัวอนาคอนด้าสี่ครั้งต่อเนื่อง ทิ้งไว้เพียงประกายไฟจากการปะทะกลางอากาศ ดูสวยงามแปลกตา ทำให้เลือดของอนาคอนดาลดลงเหลือน้อยกว่าหนึ่งในสามในทันที มันดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดสะบัดหางฟาดไปในอากาศอย่างสะเปะสะปะ “ฟิ้วว” หางที่ใหญ่โตแหวกอากาศกระแทกเข้าใส่โล่ของผมอย่างแรง
“เคร้ง ~~~”
“97!”
การโจมตีสร้างความเสียหายไม่เกินร้อย แน่นอนว่าพลังป้องกัน 160 แต้มของผมนับว่าผิดมนุษย์ยิ่ง นี่เห็นได้ว่า หากผู้เล่นที่สวมชุดอุปกรณ์ทองแดงทั้งตัวล่ะก็ เขาคนนั้นก็จะสามารถไปไหนมาไหนในบริเวณรอบหมู่บ้านเริ่มต้นได้อย่างสง่าผ่าเผย อย่าว่าแต่มอนสเตอร์ทั่วไป แม้แต่บอสก็ไม่คณามือ
อนาคอนดาถูกฆ่าอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งดรอปเหรียญทองแดงหลายสิบเหรียญออกมาล่องลอยอยู่บนผิวน้ำ จากนั้นหลินเฉอก็เริ่มล่อมอนสเตอร์ตัวใหม่ทันที โดยไม่คิดอยู่เฉย ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราตอนนี้สามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องโดยไร้ช่องโหว่ ความเร็วในการอัพเลเวลเองก็ไม่ใช่ธรรมดา อนาคอนดาเลเวล 20 มันมีเลเวลมากกว่าพวกเราถึง 5 เลเวล จึงได้รับค่าประสบการณ์มากมาย อนาคอนด้าหนึ่งตัวสามารถเพิ่มค่าประสบการณ์เลเวลปัจจุบันได้ประมาณ 1% ดังนั้นสังหารพวกมันอีกไม่กี่ตัวก็สามารถอัพเลเวลได้แล้ว ที่นี่จึงกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ในการอัพเลเวลของพวกเราโดยปริยาย
“ชิ้ง~~”
ฝนแสงโปรยปรายลงมาอีกระลอก เลเวลอัพเป็น 16 แล้ว!
ช่วงเวลาต่อมา คนกลุ่มหนึ่งก็ได้เดินลึกเข้าไปในพื้นที่ของหนองน้ำ บริเวณโดยรอบมีอนาคอนดาจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ อัตราการเกิดใหม่ของพวกมันค่อนข้างเร็วทีเดียว ดังนั้นในเวลาไม่นานพวกเราก็ได้ฆ่าอนาคอนด้าไปแล้วสองหรือสามตัว โชคดีที่การป้องกันของผมแข็งแกร่งพอ ทั้งยังสามารถลดทอนความเสียหายด้วยทักษะการป้องกันอีก หลังจากอนาคอนดาล้มลงแสงสีขาวของค่าประสบการณ์ก็กะพริบขึ้นมาทันที แถบค่าประสบการณ์จึงเรืองแสงอยู่เสมอ ความรู้สึกนี้มันช่างดีเหลือเกิน
การฟาร์มเก็บเลเวลอย่างหนักหน่วงตลอดสามชั่วโมงได้ผ่านพ้น ซึ่งมาพร้อมกับฝนแสงห่าใหญ่ ผม หลินเฉอและต้าไห่ พวกเราทุกคนไปถึงเลเวล 18 แล้ว ส่วนจางเหว่ยนั้นก็ถึงเลเวล 17 เป็นการเก็บเกี่ยวที่ค่อนข้างมากทีเดียว แม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์ระดับเหล็กดำดรอปออกมา ทว่ากลับดรอปอุปกรณ์ระดับทองแดงมาถึงสองชิ้น ซึ่งผมได้มอบให้ต้าไห่และจางเหว่ยไป ทั้งยังมีอุปกรณ์สีขาวอีกหลายสิบชิ้น จนเกือบจะเต็มช่องเก็บของ
“ซ่า ซ่า ซ่า ~~~”
ทันทีที่มาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของบึงอาทิตย์อัสดง กระแสน้ำบนผิวน้ำก็เริ่มไหลเชี่ยวกรากจนกลายเป็นน้ำวนขนาดใหญ่มีรัศมีอย่างน้อย 20 เมตร
“เกิดอะไรขึ้น?”
จางเหว่ยขมวดคิ้วยุ่ง “รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเลยแหะ”
“บอสปรากฎตัวแล้ว”
ผมชี้ไปที่แผนที่แล้วพูดว่า “พี่เหว่ย ครั้งนี้พี่เป็นคนเปิดการโจมตีบอสนะ บอสอยู่ในน้ำ เสี่ยวเฉอและต้าไห่ไม่สามารถเปิดได้ คงต้องพึ่งพี่แล้วล่ะ”
หนังศีรษะของจางเหว่ยรู้สึกเสียวซ่าทันที “ใช่ไพธอนหรือเปล่า?”
“น่าจะใช่”
“ต้าเฉิน ทำไมนายไม่ไปไคท์เองล่ะ?” เขาถลึงตาจ้องเขม็ง
“ฉันเป็นคนทำดาเมจหลัก แน่นอนว่าคนที่ต้องไปเป็นคนล่อก็คือนาย นายจะกลัวอะไร อย่างมากก็แค่ถูกกินไปครึ่งตัว รีบออกไปอย่างกล้าหาญเร็ว พวกเราพี่น้องไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว” ผมพูดขึ้น
ใบหน้าของจางเหว่ยซีดขาวราวกับเห็นความตายอยู่ตรงหน้า “ถ้าฉันถูกกลืนไปทั้งตัว ฉันจะคิดบัญชีกับพวกนายแน่!”
หลินเฉอและหวังจินไห่ทั้งคู่ต่างยิ้มกว้าง “ไปเลย พี่ชาย! ภรรยาพี่พวกเราจะช่วยดูแลแทนให้เอง”
จางเหว่ยเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวังด้วยความจำใจ เมื่อเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ทันใดนั้นก็มีกระแสน้ำวนอยู่ใต้เท้าของเขา พร้อมกับ "ฟ่อ" มอนสเตอร์ตัวใหญ่พุ่งขึ้นมาจากก้นน้ำอย่างรวดเร็ว มันเป็นไพธอนยักษ์หนาครึ่งเมตรเลื้อยขึ้นมา ชั่วพริบตาลำตัวที่ยืดหยุ่นของมันก็เข้าพันรัดร่างของจางเหว่ยเอาไว้ จากนั้นหัวที่ดุร้ายขนาดใหญ่ก็ชูขึ้นสูงพร้อมอ้าปากกว้างเข้าเขมือบจางเหว่ยเข้าไปอย่างฉับพลัน ความเสียหายของจางเหว่ยเด้งขึ้นมาทันที!
“กร้วม!”
“1,904!”
ช่างเป็นความเสียหายที่น่ากลัวจริงๆ โชคดีที่เป็นจางเหว่ยไปก่อน เขาเพิ่มเลือดครึ่งหนึ่ง ก็มีเลือดมากกว่า 3,000 แต้มแล้ว ถ้าเปลี่ยนเป็นผมไปล่ะก็ ตอนนี้เกรงว่าคงจะเหลือเลือดเพียงน้อยนิด!
“เคล็ดตรึงกาย!”
ผมส่งเสียงตะโกนสั่งดัง ก่อนจะยกดาบขึ้นพุ่งตัวออกไป ทันใดนั้นเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นข้างหู พร้อมกับแสงสีเลือดที่เปล่งประกายฉายผ่านไป เคล็ดตรึงกายของหลินเฉอตกลงบนหัวไพธอนอย่างแม่นยำ ทำให้มันติดสตั้นทันที จากนั้นผมก็กระโจนเข้าใส่ พร้อมกับดาบยาวที่วาดผ่านอากาศ ดาบทองแดงปกคลุมด้วยพลังปราณ แสงสีแดงเพลิงของเฉือนหนักสอดประสานกับแสงสีน้ำเงินขาวโจมตีใส่หัวไพธอนพร้อมกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นระเบิดค่าความเสียหายออกมาสี่ครั้งอย่างต่อเนื่อง!
“247!”
“282!”
“244!”
“301!”
ภายใต้ความเสียหายจากการโจมตีหลายครั้ง ค่าความเกลียดชังของบอสได้เปลี่ยนมาหาผมทันที หางที่ใหญ่โตราวกับท่อนไม้ขนาดใหญ่สะบัดไปทั่ว มันเร็วเกินไปจนผมไม่มีโอกาสที่จะป้องกัน "เคร้ง" หางของมันฟาดเข้ากับเสื้อเกราะของผมอย่างแรง ทำให้ผมกระเด็นถอยหลังออกไปบนพื้นน้ำถึงสิบหลา!
“594!”
แน่นอนว่า สกิลที่รุนแรงที่สุดของบอสตัวนี้ คือการโจมตีเขมือบกลืนกินในขณะที่ซ่อนตัว และเมื่อผมแหงนหน้าขึ้นมอง ในใจก็พลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ราชาแห่งอนาคอนดาตัวนี้ เป็นเพียงบอสระดับทองแดงเลเวล 20 เท่านั้น มันยังไม่ใช่บอสระดับเหล็กดำ ถึงจะฆ่ามันได้ก็ไม่มีรางวัลสำหรับเฟิร์สคิลบอสระดับเหล็กดำ ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะยังไงก็ตามก็ต้องฆ่ามันอย่างเดียว!
ช่วงเวลาต่อมาสุ้มเสียงปืนก็ดังขึ้น หลินเฉอและต้าไห่โจมตีเข้าใส่ไพธอนรัวเป็นชุดๆ ขณะที่จางเหว่ยกำลังดื่มยาฟื้นเลือดหลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาก็ได้ง้างมือตบไปที่ร่างของไพธอนด้วยฝ่ามือพยัคฆ์ เมื่อผมถือดาบมาถึงอีกครั้ง แถบเลือดของบอสก็เหลือเพียง 40 % แล้ว หลังจากพลังปราณฟื้นกลับมาเต็ม ผมก็เปิดใช้กลอรี่ชิลด์อย่างไม่รีรอ ก่อนจะพุ่งเผด็จศึกกับบอสตัวนี้ในการโจมตีครั้งเดียว!
“ฟ่ออ ~~~”
ราชาแห่งอนาคอนดาชูหัวขึ้นขู่ฟ่อยาว จากนั้นร่างของมันก็แห้งแข็งกลายเป็นหินสีดำในพริบตาเดียว พร้อมกับเสียงท่าด้า อุปกรณ์หลายชิ้นได้ดรอปออกมา
“ชิ้ง!”
แถบค่าประสบการณ์กระพริบรัวๆ บอสตัวนี้ทำให้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นถึง 28% ในเลเวลของพวกเขาตอนนี้ถือว่ามากอยู่นะ
หลินเฉอกวาดสายตามองอุปกรณ์ ก่อนจะพูดออกมาว่า “ถุงมือป้องกันหนังทองแดงให้พี่ไห่ ส่วนรองเท้าบูทผ้าทองแดงเป็นของผม อันนี้……สนับแข้งให้พี่เฉิน ถ้าฉันจำไม่ผิดอุปกรณ์ของพี่ก็เป็นทองแดง แต่ก็เอาไปเถอะ”
ผมรับสนับแข้งมา ไอเทมชิ้นนี้เพิ่มความแข็งแกร่ง ดังนั้นผมจึงยินดีที่จะรับมันไว้เอง ไม่แบ่งให้จางเหว่ย เพราะการสร้างความเสียหายรอบหนึ่ง การออกสกิลครึ่งหนึ่งของเขาหวดลม เพิ่มความแข็งแกร่งไปก็ไม่มีประโยชน์
【สนับแข้งเกล็ดไพธอน】 (อุปกรณ์ระดับทองแดง)
ประเภท: เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน: 32
ความแข็งแกร่ง: +7
เลเวลที่สามารถใช้งานได้: 17
หลังจากสวมใส่ พลังป้องกันก็เพิ่มสูงขึ้นจนน่ากลัวจนมาถึง 180 แต้ม นี้เพิ่งจะเป็นอุปกรณ์ทองแดงชิ้นที่ห้านะ ถ้าใส่อุปกรณ์ทองแดงทั้งตัวล่ะก็ คาดว่าพลังป้องกันน่าจะสูงพอที่จะทำให้ผู้เล่นสายกายภาพตีผมยังไงก็ไม่ขยับแน่ๆ แต่มันก็ยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ เกราะป้องกันระดับต่ำไม่มีความต้านทานทางจิตวิญญาณ หากต้องสู้กับอัศวินยังโอเค แต่ถ้าสู้กับจอมเวทย์ถือว่าเป็นศัตรูโดยธรรมชาติ
……
“มีคนมา!”
หลินเฉอเตือนขึ้นอย่างกะทันหัน
ทุกคนย่อตัวลงจมอยู่ท่ามกลางพืชน้ำโดยสัญชาตญาณ เมื่อมองจากระยะไกล บริเวณเนินเขาอีกด้านหนึ่งของหนองน้ำ มีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งรีบมุ่งหน้ามาจากทางเหนือ ซึ่งมีทั้งหมด 7 คน และเลเวลของแต่ละคนนั้นไม่ต่ำเลย ต่ำสุดก็เลเวล 15 แล้ว กำลังรบก็ไม่ธรรมดาเช่นกันและคนที่เดินตรงกลางนั้นผมคุ้นเคยเป็นอย่างดี เขาสวมชุดคลุมจอมเวทย์ พร้อมทั้งถือคฑาเปื้อนเลือดไว้ในมือ
หั่วเยี่ยนฉู่ เขามาได้อย่างไร?
***********************
โปรดติดตามตอนต่อไป......