มะลิรีบลุกขึ้นแล้วเดินสวนเคนเข้าบ้านไป เเต่ก็ไม่วายที่เคนจะเห็นคราบน้ำตาที่หางตาของเธอ มันทำให้เคนรู้ได้ทันทีว่า เธอโดนมาร์คลูกชายตัวดีของเขาแกล้งมาแน่ๆ เพราะความนิ่งนอนใจและไม่ทำอะไรของเขาจึงทำให้มาร์คคอยแกล้งมะลิอยู่บ่อยๆ เห็นทีว่าเขาจะต้องทำอะไรขั้นเด็ดขาดซะแล้ว เคนรีบเดินตรงขึ้นบ้านไปยังห้องของมาร์คทันที เสียงเคาะประตูที่ดังสนั่นนั้นทำเอามาร์คถึงกับหงุดหงิดจนต้องลุกจากเตียงมาเปิดประตู
"ถ้าจะเคาะรัวขนาดนี้ ถอดประตูห้องผมไปเล่นไหมล่ะพ่อ"
"แกอย่ามาพูดจากวนประสาทกับฉันนะ แกทำอะไรหนูมะลิ ทำไมเธอถึงตัวเปียกแล้วไปนั่งร้องไห้คนเดียวแบบนั้น"
"ทำอะไร ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย"
"แกคิดว่าฉันจะเชื่อแกหรอ ฉันออกไปทำงานแต่เช้า ยัยมิลก็ไปโรงเรียน บ้านหลังนี้เหลือแค่แกกับหนูมะลิเท่านั้น ถ้าไม่ใช่แกทำ แล้วมันจะเป็ใคร?"
"ผมจะไปรู้ได้ไงล่ะ ก็ผมกับยัยนั่นไม่ได้ตัวติดกันตลอดเวลานี่"
"นี่แกอย่ามายอกย้อนฉันนะตามาร์ค ที่ผ่านมาแกคงเห็นว่าฉันไม่ทำอะไรเลย แกถึงยิ่งได้ใจใช่ไหม เห็นทีว่าฉันจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับแกแล้วแหละ"
"อะไรของพ่อเนี่ย ผมยังไม่ทันได้ทำ…."
"แกต้องแต่งงานกับหนูมะลิ ปลายเดือนนี้!!"
"อะไรนะ แต่พ่อ…"
"ไม่มีแต่ แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธและนี่ไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็คำสั่งที่แกจะต้องทำตาม..เย็นนี้ลงไปกินข้าวกับฉันด้วยนี่ก็ไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็คำสั่งเช่นกัน!!" ทันทีที่เคนพูดจบ เขาก็เดินกลับห้องไปทันที ปล่อยให้เ้าลูกชายตัวดียืนหวุดหงิดอยู่หน้าประตูคนเดียว
"ยัยมะลิเน่า..นี่เธอตั้งใจจะสร้างปัญหาให้ฉันไปถึงไหนกันแน่!!" มาร์คปิดประตูเสียงดังปั้งเพราะ้าประชดให้เคนได้ยินเสียงแต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับจากเคนเลย ความหงุดหงิดที่ระบายออกไม่ได้นั้นกำลังพุ่งตรงไปที่หน้าห้องของหญิงสาวตัวเล็ก สายตาที่ดุดันจากร่างที่สูงโปร่งกำลังเยื้องย่างสามขุมไปที่หน้าห้องของเธอ ปั่กๆๆๆ ปั่กๆๆๆ เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นแบบนี้ทำให้มะลิรู้ได้ทันทีว่า คนที่ยืนอยู่หน้าประตูของเธอนั้นต้องเป็มากแน่นอน มะลิค่อยๆย่องไปที่หน้าประตูและกดล็อคกลอนทันทีก่อนจะวิ่งเข้าไปแอบในห้องน้ำและล็อคประตูห้องน้ำอีกชั้นหนึ่งเพื่อไม่ให้มาร์คเข้ามาถึงตัวเธอได้
"ออกมาเดี๋ยวนี้นะยัยมะลิเน่า ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น เธอเป็คนเอาเื่ที่ฉันแกล้งเธอไปฟ้องพ่อฉันใช่ไหม ออกมาเคลียร์กับฉันเดี๋ยวนี้ ถ้าเธอไม่ออกมา ฉันจะพังประตูเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ" มะลิรู้สึกหวาดผวา ใและกลัวสุดๆ น้ำเสียงของมาร์คนั้นมันช่างดุดันราวกับว่าตอนนี้เขากำลังโมโหถึงขั้นสุดแล้ว มะลิรีบหาของในห้องน้ำมาเป็โล่กำบังตัวเองไว้ แต่ก็ดูเหมือนว่าในห้องน้ำของเธอจะไม่มีอะไรเลย เธอทำได้แค่นั่งกอดเข่าอยู่ในมุมหนึ่งของห้องน้ำเท่านั้น
"คิดว่าอยู่ในนั้นแล้วเธอจะรอดเหรอ...ถ้าแน่จริงก็อยู่ในนั้นไปให้ได้ตลอดนะ ถ้าฉันเห็นเธอก้าวออกมาจากห้อง แม้แต่ก้าวเดียวแล้วก็..ฉันจะตัดขาเธอทั้งสองข้าง!!" ปึ้ง!! เมื่อใช้มือทุบที่ประตูของเธออย่างแรง ก่อนที่เสียงทุกอย่างจะเงียบลง มะลิค่อยๆเปิดประตูห้องน้ำออกมาดูว่ามาร์คได้พังประตูห้องเธอเข้ามาหรือเปล่า ทันใดนั้น..แอ๊ด!!!ประตูห้องเปิดออกมะลิสะดุ้งโหยง รีบะโขึ้นเตียงแล้วเอาผ้าห่มคลุมตัวไว้ทันที
"ฉันขอโทษ ฉันผิดไปแล้ว คราวหลังฉันจะไม่สร้างปัญหาให้คุณอีก ฉันไม่ได้เอาเื่นี้ไปฟ้องคุณลุงจริงๆนะ อย่าทำอะไรฉันเลย!!"
"เป็อะไรไปนะมะลิ ใครทำอะไรมะลิงั้นหรอ แล้วจะฟ้องคุณพ่อเื่อะไรกันน่ะ?" มะลิมุดหน้าออกมาจากผ้าห่มด้วยความโล่งใจ เพราะเสียงที่เธอได้ยินนั้นคือเสียงของมิลที่เพิ่งกลับมาจากโรงเรียนนั่นเอง
"อ้าว!!มิลเองหรอ..มะลิก็นึกว่า.."
"นึกว่าอะไร..หรือว่าพี่มาร์คเข้ามาทำอะไรมะลิงั้นหรอ?"
"ป่าวๆๆ..เขาเเค่มาเตาะประตูเฉยๆน่ะ..แต่มะลิไม่ได้เปิดให้หรอกแล้วนี่..มะลิล็อคประตูแล้ว ทำไมมิลถึงเปิดเข้ามาได้ล่ะ"
"อ๋อ..ก็นี่ไง" มิลหยิบการ์ดแผ่นนึงขึ้นมาพร้อมยื่นให้มะลิดู มะลิหยิบการ์ดมาดูด้วยใบหน้าที่สงสัย มิลจึงดึงเเขนมะลิออกมาสาธิตให้ดูตรงหน้าประตู
"แต่ก่อนห้องนี้กลอนประตูมันมักจะเสียอยู่บ่อยๆ มิลก็เลยลองหาวิธีดู ปรากฏว่าวิธีนี้มันได้ผล เนี่ยเราออการ์ดสอดไประหว่างช่องประตูแบบนี้แล้วก็คลิ้ก! เห็นมะ แค่นี้ก็เปิดประตูห้องมะลิได้แล้ว"
"แบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ มะลิไม่เคยรู้มาก่อนเลย"
"ในบ้านหลังนี้ก็มีแค่มิลนี่แหละที่รู้ ปกติมิลไม่เคยเห็นมะลิล็อคกลอนไง มิลก็เลยเข้าใจว่าประตูมันล็อคอัตโนมัติน่ะ"
"แล้วถ้ามันล็อคเองแบบนี้ครั้งหน้า มะลิจะทำยังไงล่ะ?"
"ไม่ต้องห่วงหรอก ประตูที่ล็อคแบบนี้ สามารถเปิดออกมาจากข้างในได้...แต่ถ้าตอนนั้นมะลิอยู่ข้างนอกก็คงต้องสวยไปหรือไม่ก็ต้องรอให้มิลมาเปิดให้มั้ง ฮ่าๆๆ"
"ขอบใจนะ เอ้อ...ว่าแต่มิลมาหามะลิที่ห้อง มีอะไรหรือเปล่า?"
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก มิลเพิ่งเลิกเรียนมาน่ะ วันนี้ตั้งใจว่าจะเอาการบ้านมาทำที่ห้องของมะลิด้วยแหละ แต่เมื่อกี้มิลเดินสวนกับคุณพ่อพอดี ท่านให้มิลมาบอกกับมะลิว่าตอนเย็นลงไปทานข้าวข้างล่างพร้อมกันนะ รู้สึกเหมือนว่าคุณพ่อมีเื่จะคุยกับพี่มาร์คแล้วก็มะลิด้วยล่ะ"
"แล้วมิลรู้ไหมว่าคุณลุงจะคุยเื่อะไร?"
"อันนี้คุณพ่อไม่ได้บอกไว้น่ะ แต่ถ้าให้เดาคุณพ่อก็คงจะคุยเื่งานแต่งของพี่มาร์คกับมะลิละมั้งนะ"
"งานแต่งหรอ..ไม่อยากได้ยินคำนี้เลย"
"ทำไมล่ะ งานมงคลนะ มะลิต้องดีใจไม่ใช่หรอ?"
"มันคงเป็งานมงคลสำหรับคนอื่นละมั้ง แต่คงไม่ใช่สำหรับมะลิน่ะ"
"พูดแบบนั้นได้ยังไงล่ะ ถ้าพี่มาร์คผ่านมาได้ยินเข้ามีหวังโดนดุอีกแน่เลย ไม่เอาไม่พูดแบบนี้นะ งั้นเดี๋ยวมิลขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวตอนเย็นๆจะมาหาอีกที"
"จ้า..แล้วเจอกัน มะลิเองก็จะไปอาบน้ำเหมือนกัน" มะลิเดินมาส่งมิลที่ประตูห้อง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าไปอาบน้ำ เย็นนี้เธอต้องลงไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งบ้าน นี่เป็ครั้งแรกที่เธอจะได้นั่งกินข้าวร่วมกับมาร์คด้วย มะลินึกหวั่นอยู่ในใจเพราะเธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามาร์คจะแกล้งอะไรเธออีก แต่ด้วยความที่การกินข้าวร่วมกันวันนี้มีเคนอยู่ด้วย มะลิจึงรู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่ง ในขณะที่เธอกำลังอาบน้ำอยู่นั้น เธอก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไรเพราะทันทีที่เธอเดินไปส่งมิลที่หน้าห้องแล้ว เธอก็ปิดประตูล็อคกลอนอย่างดี แต่ใครจะรู้ได้ว่าในขณะที่มิล กำลังสาธิตการเปิดประตูให้มะลิดูอยู่นั้น จะมีคนอื่นเข้ามาเห็นเหตุการณ์นั้นด้วย คนๆนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก….อึ๋ย!!มาเอาใจช่วยน้องมะลิใน EP หน้ากันต่อนะคะ