ผ่านไปจนกระทั่งครบกำหนดคืนห้องพอดีกับตระกูลมู่ โดยเฉพาะมู่หวางชายชราผู้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์นัดพบเธอที่ร้านอาหารเถาิในวันนี้ เธอได้กดซื้อเข็มนพเก้าราคาหนึ่งแสนหยวน เตาหลอมกระดูกัสามแสนหยวน โอสถหลอมกระดูกตัดเปลี่ยนเส้นเอ็นห้าหมื่นหยวน ได้ซื้อโอสถเสริมความงามห้าหมื่นหยวน สมุนไพรไพรบางอย่างที่สามารถทำเป็พิษและรักษาได้ต้นละหนึ่งพัน อายุเพียงร้อยปีพูดง่ายๆ เงินที่เธอมีหมดลงไปในพริบตา ในตอนนี้เหลือเพียงหนึ่งร้อยหยวนติดตัวเท่านั้นยังดีที่เธอใช้บริการร้านสะดวกซื้อจาก์แถมช่องเก็บของสิบช่องที่สามารถแยกโหมดเก็บได้
แม้จะเป็คนละชนิดก็ตาม มันสามารถเก็บอุณหภูมิคงสภาพความสดใหม่ได้ แต่ของทุกอย่างที่ได้รับมายังไม่อาจใช้ได้ในตอนนี้เพราะเธอยังไม่ได้มีหลักฐานที่มั่นคงมากนัก พอลงลิฟต์มาเห็นตำรวจยกยิ้มให้เธอ
"คุณผู้หญิงพบเจอกันอีกแล้วนะครับ"
"อะเอ่อ...มีอะไรไหมคะ"
"ทางเราอยากเชิญคุณไปให้ปากคำได้ไหมครับ"
"ปากคำ? เื่อะไรเหรอคะ"
"เื่ของคุณเหมยอิงที่าเ็สาหัสในซอกเล็บมีเส้นผมของผู้หญิงติดอยู่เมื่อเรานำไปตรวจตรงกับของคุณครับ"
"อ๋อ...ค่ะแต่คุณตำรวจคงไม่คิดว่าฉันเป็คนทำร้ายเธอนะคะ"
"ครับไม่เชื่อเลยอยากเชิญคุณไปให้ปากคำเพราะเราไม่อาจมองข้ามสิ่งเล็กน้อยได้"
"เอ่อได้ค่ะขอฉันโทรบอกคนรู้จักก่อนนะคะ"
"เชิญครับ" จื่อหลานพยักหน้าจากนั้นโทรหาชายชราแซ่มู่ทันที เมื่อวางสายเธอก็ไปพร้อมตำรวจทันทีช่างเป็รถนำขบวนที่อลังการจริงๆ มีไฟวิบวับด้วย จื่อหลานได้แต่คิดในใจอย่างเบื่อหน่ายมาโลกใหม่อยากปรับตัวแต่มีเื่ทุกวัน เป็ส่วนหนึ่งความผิดเธอแต่อีกส่วนเื่เข้ามาหาอย่างไม่ตั้งใจ
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง
"เธอใช่ไหมที่ทำร้ายลูกสาวฉันเจ็บปางตายแบบนั้น!" จื่อหลานเงยหน้ามองหญิงกลางคนที่ปรี่เข้ามาหวังทำร้ายเธอแต่ถูกตำรวจหนุ่มห้ามเอาไว้ก่อน
"คุณนายเหมย คุณผู้หญิงท่านนี้เป็เพียงผู้ต้องสงสัยไม่ใช่ผู้ต้องหาถ้าคุณยังคิดทำร้ายคนผมไม่สามารถอยู่เฉยได้นะครับ"
"ก็ดูสายตาผู้หญิงคนนี้มองฉันสิคุณตำรวจต้องเป็เธอที่ทำร้ายลูกสาวฉันกระดูกหัก พูดไม่ได้ต้องเป็เธอแน่มีพนักงานบอกว่าลูกสาวฉันมีเื่กับเธอ"
"นี่ป้าฉันมีปากเสียงก็จริงแต่จะเอาแรงที่ไหนไปหักกระดูกคนอื่น คุณตำรวจคะถึงแม้ฉันจะมีปากเสียงกับพนักงานคนนั้นแต่ไม่ได้มีเื่บาดหมางใหญ่โต ผมของฉันที่ติดซอกเล็บเธออาจเป็จังหวะที่ฉันเดินผ่านแล้วเธอดึงแขนฉันพลาดดึงผมฉันก็ได้ ผมของฉันมันแตกแห้งหลุดง่ายและยาวมากไม่เชื่อลองจับดูได้ค่ะ" จื่อหลานนำปลายผมตัวเองที่มัดรวบๆ ชี้ไปตรงหน้าตำรวจที่ตอนนี้มีตำรวจหญิงอยู่ด้วย
"เป็อย่างที่เธอบอกจริงๆ ค่ะหัวหน้าดูนี่สิคะฉันจับเบาๆ ก็ติดเข้าซอกเล็บแล้ว" ตำรวจหญิงพูดขึ้นตามจริงจื่อหลานยังไม่ได้รักษา หน้าตา ผิวพรรณ เส้นผม รูปร่างที่ร่างนี้สวยแต่ยังคงดูแบบธรรมดาอยู่นี่คือทางรอดของเธอ
"อืม...คุณผู้หญิงเราอาจเข้าใจผิดได้ขอบคุณที่ตามมาให้ปากคำนะครับ"
"ไม่เป็ไรค่ะที่ฉันมาเพราะทวงความบริสุทธิ์ทางสังคมให้ตัวเอง ใครหน้าไหนจะได้ไม่กล่าวหาฉันว่าเป็ผู้ร้ายได้อีก คุณตำรวจฉันขอฟ้องร้องข้อหาิ่ประมาทแก่ผู้หญิงคนนี้ได้ไหมคะ ฉันเสียขวัญใสามารถเรียกค่าทำขวัญได้เท่าไหร่"
"นี่เธอ! เป็มิฉาชีพเหรอถึงได้ขู่กรรโชกแบบนี้เป็มนุษย์หัดใจกว้างหน่อย" คุณนายเหมยพูดขึ้นอย่างหน้าด้านๆ
"นี่ป้าฉันไม่ใช่แม่ชีที่ให้ใครใส่ร้ายและชี้หน้าแล้วให้อภัยเพราะสำนึกบาปบุญ อีกอย่างฉันในตอนนี้คือผู้เสียหายถ้าเกิดฉันหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองไม่ได้ เป็จำเลยสังคมประวัติดีๆ ของฉันเสื่อมเสียป้ารับผิดชอบไหวไหมถ้าเกิดไม่จ่ายค่าทำขวัญฉันมาก็ได้งั้นเราขึ้นศาลกันเถอะ"
"นะ นี่เธอนี่...." คุณนายเหมยยังพูดไม่ทันจบทีรถเก๋งหรูขับมาจอดหน้าสถานีตำรวจ มู่หวางลงรถมาพร้อมชายกลางคนที่ตอนนี้ใบหน้าร้อนรนเดินเข้ามา้า เหล่าตำรวจต่างใเพราะชายกลางคนที่มานั้นเป็ผู้บัญชาการของเขา
"สวัสดีครับ/ค่ะผู้บัญชาการ"
"เกิดอะไรขึ้น"
"คือ....." ตำรวจหนุ่มรายงานทำให้กวงเว่ยใรีบมองหญิงสาวที่คุณลุงมู่ดูให้ความเคารพมากทำให้เขาเดินไปหา
"ขอโทษแทนลูกน้องของผมด้วยที่ทำงานบกพร่อง"
"ไม่เป็ไรค่ะทุกอย่างคือหน้าที่ต่างคนต่างเข้าใจผิดได้แต่ผู้หญิงคนนี้กล่าวหาฉันรุนแรง เสียขวัญเกินไป"
จื่อหลานชี้ไปหาคุณนายเหมยที่ตอนนี้ใทำอะไรไม่ถูกไม่นานเธอจำต้องจ่ายค่าทำขวัญไปห้าพันหยวนทุกอย่างเป็อันเสร็จลูกสาวเธอคงต้องรักษาเองเพราะหาตัวคนร้ายไม่ได้ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเธอก็จากไปทันที
"ไปที่ห้องผมไหมครับคุณลุง"
"อืมๆ ไปสิ แม่หนูหลินฉันมีเื่ที่จะพูดกับเธอ"
"ได้ค่ะคุณตา" จื่อหลานเดินเข้ามาในห้องผู้บัญชาการตำรวจนั่งอยู่บนโซฟาโดยมีสองคนอยู่ตรงหน้าถามขึ้น
"คุณตาเรียกพบฉันมีธุระอะไรไหมคะ"
"ฉันแค่อยากมามอบให้ส่วนที่เหลือให้แก่เธอ"
"อ้อ!" จื่อหลานพยักหน้าเธอห้ามให้เขาบอกเื่ที่เป็ความคิดของเธอด้านเจรจาธุรกิจ ในตอนนี้เขาคงสำเร็จตามที่เธอคิดแต่ไม่ได้ห้ามให้บอกใครเื่การหาิญญาได้ เงินเข้าในบัญชีหนึ่งแสนหยวนทำให้เธอจ้องตาเขา
"เอ่อคือ...ฉันอยากขอร้องเธอเื่นึง"
"เื่อะไรเหรอคะ"
"ช่วยเพื่อนฉันคนนึงได้ไหม"
"เพื่อนคุณตามีแผลในใจที่ใหญ่มากฉันไม่สามารถช่วยเหลือได้ในตอนนี้หวังว่าเมื่อฉันพร้อมจะติดต่อไปห้าหมื่นนี้คิดว่าเป็ค่ามัดจำนะคะ"
เธอทำนายดวงดาวหันไปมองผู้บัญชาการที่ตอนนี้นิ่งเงียบแต่พอเธอมองชายแซ่มู่มองเห็นทุกในใจของชายชราคนหนึ่งทำให้เธอจำต้องพูดตรงๆ ตอนนี้ไม่สามารถช่วยใครได้พลังจิตในวันนั้นใช้ไปจนบอบช้ำคงต้องรอให้ร่างกายได้ผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่ก่อนเธอสามารถดูดซับพลังธรรมชาติเข้ามาช่วยได้
"คุณลุงคนนี้จำเอาไว้ทุกอย่างมีข้อแลกเปลี่ยนฉันสามารถช่วยเื่คลายปมในใจเล็กน้อยได้แต่อยู่ที่ว่าคุณจะยอมปล่อยวางไหม คุณตา่นี้ฉันยากจนต่อไปไม่ฟรีนะคะ" จื่อหลานพูดขึ้นเธอลุกขึ้นทำความเคารพพวกเขาที่ตอนนี้นิ่งค้างในการทายทักของเธอ เมื่อเห็นเธอเดินออกไป ทำให้ไป่หวงจ้องมองเพือนสนิทของพ่อตน
"เื่นี้นายอย่าได้เอาไปบอกใคร"
"ผมรู้แล้วครับขอบคุณมาก" มู่หวางพยักหน้าและเดินออกห้องเพื่อกลับไปทันทีทุกอย่างทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น