บทที่2
ร้านโรสรินฟลาวเวอร์
สวัสดีฉันชื่ออิสรีย์หรือคนอื่นๆจะเรียกฉันว่ารี ฉันทำงานที่ร้านดอกไม้เป็ร้านของพี่ที่รู้จักกัน เพราะความชอบและฉันก็เรียนด้านนี้มาฉันเลยเลือกที่จะมาทำงานที่นี่แทนที่จะไปทำในโรงแรมหรูๆ
“รี…วันนี้มีน้องใหม่เข้ามา10:00นะ พี่ฝากเราช่วยดูและช่วยสอนงานน้องด้วย” พี่โรสเดินมาบอกฉันที่กำลังนั่งจัดช่อดอกลิลลี่อยู่
“ได้ค่ะพี่โรส”
“อย่าดุน้องละ..เดี๋ยวน้องใ เรายิ่งดุๆอยู่ด้วย” ด้วยความที่เป็คนจริงจังในการทำงานพี่โรสเขาก็เลยกลัวว่าฉันจะไปดุน้อง พี่แกเลยพูดดักฉันไว้
“แหม…พี่โรส! พูดอย่างกับว่าห้ามเจ้รีได้แหละ น้องคนล่าสุดนี่ทนได้ตั้ง 1 อาทิตย์ถือว่าเก่งมากๆแล้วนะ” ปลาดาวรุ่นน้องในร้านพูดเสริมขึ้นมาทำให้ฉันกรอกตาไปมาอย่างรำคาญทั้งสองคน
“ก็น้องเขาไม่เหมาะกับงานแบบนี้ไม่มีความรู้ไม่มีใจรัก นี่ยังไม่พอเข้างานก็สาย สั่งดอกไม้ก็ผิด..” ฉันพูดขึ้นบ้าง
“แต่คนนี้พี่รับรองว่าทำงานดีแน่นอน ว่าง่าย สอนง่าย แถมหล่อใสกรุบๆ”
“แหน่ะ!!..หล่อใสกรุบๆ แสดงว่าเป็ผู้ชายใช่มั๊ย?” พอพูดถึงผู้ชายยัยปลาดาวนี่หูตั้งขึ้นมาเชียวนะ
แต่พอพูดถึงเื่ผู้ชายความคิดเื่วันนั้นเมื่อ1เดือนที่แล้วก็วกเข้ามาให้หัวของฉัน ในขณะที่ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วมองบรรยากาศรอบๆห้องที่ไม่คุ้นตาทำให้ฉันเกิดความสงสัย ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้แต่นั่นมันไม่ได้ทำให้ฉันใไปกว่าผู้ชายที่นอนอยู่ข้างๆฉันหรอก
เชี่ยยยย!..ใครวะ?
พอก้มมองสำรวจร่างกายตัวเองก็พบว่าเสื้อผ้ากองอยู่ที่พื้นปลายเตียง นี่เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าฉันกับผู้ชายคนที่นอนอยู่ข้างๆ…ไม่ๆๆๆ ไม่เด็ดขาดยัยรี…ฉันหันมองไปดูผู้ชายที่คว่ำหน้าอยู่ข้างๆก่อนที่จะรีบลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าแล้วรีบออกไปจากห้องนั้นทันทีโดยที่ไม่สนใจคนที่นอนอยู่
“สวัสดีครับ..ผมมาหาพี่โรสครับ” ฉันมองตามปลายเสียงไปก็พบกับหนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ในร้านพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตร
“ฮื้มมม…เจ้รี! น้องใหม่ที่พี่โรสแกบอกใช่ไหม หล่อใสจริงๆด้วย” ปลาดาวเดินเข้ามากระซิบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงและท่าทางดูเหมือนจะเขินคนตรงหน้า ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงบ้าผู้ชายหล่อกันขนาดนี้ แต่จะว่าไปไอ้เด็กนี่ก็หล่อใสจริงๆนั่นแหละ
มันใช่เวลาที่จะมาชมความหล่อเด็กมันไหมเนี่ยยัยรี!!
“สวัสดีครับผมชื่ออู๋ครับ..ผมพร้อมที่จะเรียนรู้งานจากพี่ๆทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ“
”แหม!!..ชื่ออู๋หรอจ๊ะ พี่ชื่อปลาดาวนะหรือเรียกสั้นๆว่าพีาดาวก็ได้ ว่าแต่เราถึง18หรือยังล่ะ พี่กลัวพี่พรากผู้เยาว์“ เบื่อความเต๊าะผู้ชายของยัยนี่จริงๆ เห็นแบบนี้นางก็น่ารักนะทำงานดีอัธยาศัยก็เพียงแต่แรดไปหน่อย
“ผม 22 ปีแล้วครับ”
“อุ๊ย!..ผ่านเกณฑ์แล้ว แสดงว่าลูบได้คลำได้ได้” ปลาดาวยังคงไม่หยุดเต๊าะเด็กหนุ่มตรงหน้า
“น้อยๆหน่อยจ้า..เดี๋ยวน้องมันกลัว” ฉันรีบปรามปลาดาวไว้ กลัวว่านางจะเขมือบน้องจริงๆ
”แล้วพี่ชื่ออะไรครับ“ อู๋มองมาที่ฉันพร้อมกับเอ่ยถามชื่อ
”พี่ชื่อรี“
”แต่น้องๆที่นี่เรียกเจ้รี..“ ยัยปลาดาวพูดเสริม “เพราะอายุเยอะแล้ว…ปีนี่ก็30แล้ว”
30แล้วไง พวกแกไม่แก่บ้างก็ให้มันรู้ไปสิ ไม่เคยได้ยินหรือไงว่า30ยังแจ๋ว
“ปลาดาว...วันนี้สอนให้น้องรับออเดอร์ลูกค้า แล้วก็ถ้ามีให้ไปส่งจ้างนอกก็ลองให้น้องทำดู…ขับมอไซค์เป็มั้ย?” ฉันหันไปถามอู๋
“ครับ”
“แล้วรู้เส้นทางหรือเปล่า”
“ก็พอรู้ครับ”
“โอเค” ฉันสั่งงานให้ปลาดาวเป็คนสอนน้องใหม่แทนแล้วไม่พูดอะไรต่อพร้อมกับหันไปหอบช่อดอกลิลลี่ช่อใหญ่ขึ้นมาเพื่อที่จะไปส่งลูกค้าที่สั่งไว้
ฉันเดินทางมาถึงหน้าร้านอาหารเกือบจะ30นาทีแล้ว แต่ก็ยังไร่วี่แววของเ้าของช่อดอกไม้นี่อยู่เลย ฉันพยายามกดโทรหาเ้าของอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะไม่ทราบว่าตอนนี้คุณลูกค้าอยู่ไหนคะ พอดีฉันรอนานมากแล้วค่ะ…โอเคค่ะ” กว่าจะรับสายได้ฉันไม่ได้มีเวลาทารอแค่คน คนเดียวหรอกนะ
ฉันรออยู่ไม่เกิน5นาทีในที่สุดลูกค้าที่ฉันนั่งรอเกือบ40นาทีก็มาสักที
“ขอโทษที่ให้รอนะครับ” คนตรงหน้าขอโทษฉันอย่างสุภาพ แต่ทำไมเขาต้องจ้องฉันด้วยสายตาแบบนี้ด้วยไม่ชอบเลย ไอ้พวกสายตาคนเ้าชู้
“คุณนาวาใช่ไหมคะ”
“ครับ..”
“เซ็นรับด้วยค่ะ” ฉันยื่นใบเสร็จและปากกาให้คนตรงหน้า “ขอบคุณนะคะ..แต่คราวหลังถ้าจะให้รอนานขนาดนี้ ดิฉันว่าคุณควรเข้าไปรับเองที่ร้านมากกว่านะคะ”
“แต่นี่มันหน้าที่ของคุณไม่ใช่หรือไง..ทำไมพูดกับลูกค้าแบบนี้ครับ”
“แต่ถ้าลูกค้าไม่ตรงต่อเวลาแบบคุณ แนะนำให้ไปรับเองที่ร้านมากกว่านะคะ คุณรู้ไหมว่าฉันรอคุณนานมากแค่ไหน และฉันก็มีงานอีกเยอะที่ต้องทำ” ฉันพูดไม่สนใจคนตรงหน้า
“ปากดีจัง รู้งี้คืนนั้นจับปล้ำสะก็ดี” เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ฉันจนต้องถอยหลังให้ห่างเขา เอ๊ะ! คืนนั้น คืนไหน ฉันงุนงงความหลังเมื่อเดือนก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที
คืนนั้นที่แท้เป็คุณเองหรอ ทำไมโลกมันช่างกลมอะไรเบอร์นี้เนี่ย