หลังจากที่หญิงวัยกลางคนพูดจบ นางก็จับมือหูเจียวเจียวแล้วตั้งท่าจะดึงเธอออกไปจากบริเวณบ้าน
เมื่อหญิงสาวได้ยินคำพูดของผู้หญิงคนนั้น เธอก็ตระหนักว่านี่คือแม่ของร่างเดิม
เธอจึงรีบรั้งอีกฝ่ายไว้ทันที “ท่านแม่ ข้าไม่เป็อะไร เราไม่จำเป็ต้องไปหาหมอหรอก”
คำพูดของลูกสาวยิ่งทำให้ ‘หูหมิน’ รู้สึกเป็ทุกข์มากขึ้น
“ลูกแม่ แม่ทำให้เ้าลำบากแล้ว หลังจากนี้เ้ากลับไปอยู่กับแม่เถอะ แม่ปล่อยให้เ้าอยู่บ้านซอมซ่อแบบนี้ไม่ได้แล้ว แม่จะให้พ่อเ้าไปคุยกับท่านผู้เฒ่า มาดูกันว่าเขาจะผูกมัดเ้าไว้ที่นี่ได้อีกหรือไม่!”
ในเผ่านี้มีกฎว่าหากชายหญิงคู่ไหนตกลงปลงใจกันแล้วจะต้องแยกตัวออกไปอยู่บ้านอีกหลัง โดยที่พวกเขาไม่สามารถอยู่ร่วมกับพ่อแม่ได้อีก
ถ้าไม่ใช่เพราะกฎข้อนี้ พ่อแม่ของเ้าของร่างเดิมคงไม่มีวันปล่อยให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนออกมาอาศัยอยู่บ้านที่ทรุดโทรมแบบนี้
ในเวลาเดียวกัน หลงหลิงเอ๋อบังเอิญมาได้ยินคำพูดของหูหมินพอดี
ทันใดนั้นนางก็ขมวดคิ้วมองไปที่หูเจียวเจียว
ั้แ่ที่นางและเหล่าพี่น้องลืมตาดูโลก ครอบครัวของท่านยายก็ไม่ชอบพวกเขามาโดยตลอด ถ้าผู้หญิงชั่วคนนั้นกลับไปอยู่ที่บ้านเดิมล่ะก็ พวกเขาคงจะถูกทอดทิ้งให้อยู่กันตามลำพังแน่นอน
ถ้าแม่จิ้งจอกนั่นกล้าตอบตกลง พวกเขาจะไม่ปล่อยนางไว้แน่!
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็อะไรจริง ๆ เห็นไหมว่าข้าไม่มีาแตรงไหนเลย อีกอย่างบ้านของท่านก็เล็กแค่นั้นจะไปพอให้ข้ากับลูก ๆ อีก 5 คนอยู่ได้ยังไง”
หูเจียวเจียวดึงแขนของหญิงวัยกลางคนไว้ ในขณะที่เธอทำเสียงเล็กเสียงน้อยพูดอ้อนผู้เป็แม่ของร่างเดิม
“อะไรนะ! เ้าจะเอาภาระพวกนั้นกลับไปด้วยงั้นหรือ?” หูหมินขมวดคิ้วทันทีเมื่อนางได้ยินว่าลูกสาวคิดที่จะพาลูก ๆ กลับไปด้วย
อาจเป็เพราะเ้าของร่างเดิมเกลียดชังลูกของตัวเอง จึงมักจะเอาเื่ที่ไม่ดีของลูก ๆ ไปเป่าหูครอบครัวของนาง ทำให้พ่อแม่และพี่ชายของนางมีอคติกับเหล่าเด็กน้อย
“ท่านแม่ เด็กพวกนั้นไม่ใช่ภาระ พวกเขาเป็ลูกของข้า แล้วพวกเขาก็เป็หลานของท่านด้วย ในเมื่อท่านแม่คอยดูแลข้าดีขนาดนี้ ข้าก็จะต้องดูแลลูก ๆ ให้ดีเช่นเดียวกับท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะ ข้าอยู่ที่นี่สบายดี!” หูเจียวเจียวรีบอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ
เนื่องจากหูหมินรักลูกจิ้งจอกคนนี้มากที่สุดเสมอมา นางจึงเชื่อฟังคำพูดของเธอ
“อืม ๆ เ้าว่ายังไงแม่ก็ว่าตามนั้น”
หญิงสาวไม่คาดคิดเลยว่าผลลัพธ์จะเป็เช่นนี้ เธอยังไม่ทันได้กล่าวสาธยายข้ออ้างที่ตนเตรียมไว้ แต่หูหมินก็ตอบตกลงเสียแล้ว
นั่นทำให้เธอตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกอิจฉาเ้าของร่างเดิมที่มีแม่ที่รักนางมาก
ในโลกความจริง เธอมาจากพื้นที่ชนบทและครอบครัวของเธอก็เป็ครอบครัวหัวโบราณที่มักจะกดขี่ผู้หญิง จนถึงขั้นบังคับให้เธอแต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รัก เพื่อที่จะนำสินสอดไปให้น้องชายของเธอสู่ขอเ้าสาว
ตอนนั้นหญิงสาวไม่เห็นด้วยจึงหนีออกจากบ้านมาแล้วไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลย
“ลูกรัก ใครมันกล้าทำกับเ้าอย่างนี้ ใครเป็คนพังบ้านเ้า บอกพ่อมา พ่อจะช่วยล้างแค้นให้เ้าเอง!” ชายวัยกลางคนถามขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นบ้านไม้ที่ถูกทำลายจนพังไปทั้งแถบ
ใบหน้าแบบชาวจีนแท้ ๆ ของ ‘หูเฉียง’ เต็มไปด้วยความโกรธ ซึ่งบ่งบอกได้ว่าตราบใดที่หูเจียวเจียวเอ่ยชื่อคนคนนั้นออกมา เขาจะไปล้างแค้นถึงบ้านอีกฝ่ายทันที
หญิงสาวจำได้ว่าในนิยายบอกว่าพ่อของเ้าของร่างเดิมเป็คนอารมณ์ร้าย
เนื่องจากหูเจียวเจียวคนเก่าคอยสร้างปัญหาอยู่เสมอ หูเฉียงจึงมักจะตามไปล้างแค้นให้กับลูกสาว ซึ่งเื่นี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของหูเฉียงและคนในเผ่าตึงเครียดมากยิ่งขึ้น
เมื่อจิ้งจอกสาวนึกถึงเื่นี้ เธอก็แย้มยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหัวตอบผู้เป็พ่อว่า “ท่านพ่อ ไม่ต้องให้ถึงมือท่านหรอก ข้าได้สั่งสอนพวกมันไปแล้ว”
การมีพ่อแม่ที่ใส่ใจลูกก็ดีเช่นนี้ เธอไม่ควรปล่อยให้พวกเขาต้องมาเดือดร้อนเพราะเธออีกต่อไป
หากหญิงสาวอยากจะล้างแค้น เธอก็จะลงมือด้วยตัวเอง แบบนั้นมันสะใจกว่าเป็ไหน ๆ
“น้องเล็ก ถ้าพวกมันข่มขู่เ้า เ้าก็อย่ากลัวไปเลย พี่ใหญ่อยู่นี่แล้ว พี่จะสั่งสอนบทเรียนให้พวกมันเอง!” จู่ ๆ ก็มีชายคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมา
หูเจียวเจียวหันศีรษะไปมองและเห็นเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากด้านหลังของผู้าุโทั้ง 2
เมื่อเธอฟังจากคำพูดนั้น คนคนนี้น่าจะเป็พี่ชายคนโตของเ้าของร่างเดิมซึ่งมีนามว่า ‘หูชิงซาน’
“ขอบคุณพี่ใหญ่มาก ข้าได้สั่งสอนพวกมันไปแล้วจริง ๆ ฉะนั้นท่านอย่ากังวลกับเื่นี้อีกเลย” หูเจียวเจียวยิ้มตอบกลับ
สมาชิกในครอบครัวของร่างเดิมนั้นใจดีกับนางจริง ๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พวกเขาพร้อมที่จะช่วยนางระบายความโกรธได้ทุกเมื่อ
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่และพี่ชายที่แสนดีเช่นนั้นกลับทำให้หูเจียวเจียวคนเก่าเสียนิสัย
“ก็ได้ ถ้าเ้า้าอย่างนั้น พี่ก็จะปล่อยพวกมันไปก่อน แต่เ้าสามารถมาหาพี่ได้ทุกเมื่อหากมีใครมารังแกเ้าอีก พี่สัญญาว่าจะช่วยล้างแค้นแทนเ้าเอง!” หูชิงซานตบหน้าอกของเขาพร้อมกับให้คำมั่น
ชายผู้นี้เองก็ฟังคำพูดของเธอโดยธรรมชาติและไม่สงสัยอะไรเลยเช่นเดียวกับผู้เป็แม่
แม้ว่าในนิยายเล่มนี้จะไม่ได้แนะนำครอบครัวของเ้าของร่างเดิมอย่างละเอียด แต่มีวรรคหนึ่งเคยบรรยายถึงพี่ชายของนางว่าเป็เสาหลักของครอบครัวและเขาก็แข็งแกร่งมากที่สุด
เนื้อเื่บอกไว้ว่าพี่ชาย 4 คนของหูเจียวเจียวเป็ซิสค่อน*ที่คอยปกป้องน้องสาวอยู่เสมอ แต่ครอบครัวที่สมบูรณ์แบบนี้กลับต้องพังพินาศเพราะนางเพียงคนเดียว นางเป็คนทำให้สมาชิกในครอบครัวต้องตายอย่างอนาถ
*ซิสค่อน = อาการของคนที่ติดพี่สาว/น้องสาวมากจนเกินไป
ในที่สุดหญิงสาวก็สามารถชักจูงเปลี่ยนบรรยากาศตึงเครียดไปพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุขดิบได้
“ลูกรัก ถึงยังไงเ้าก็อยู่บ้านหลังนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว หลังจากนี้เ้าจะไปอาศัยอยู่ที่ไหนกัน” หูหมิน้าให้ลูกสาวกลับบ้านกับนาง
“ท่านแม่ ตรงนี้มีท่านพ่อกับข้าอยู่ไม่ใช่หรือ งั้นตอนนี้เรามาช่วยกันซ่อมบ้านให้น้องกันเถอะ!”
หูชิงซานเสนอความคิดขึ้นมาทันที เขาที่เป็ซิสค่อนพยายามจะสร้างความประทับใจต่อหน้าน้องสาวผู้เป็ที่รักทุกครั้งที่มีโอกาส
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปาก ผู้เป็แม่ก็ตวัดสายตามองลูกชายเขม็ง
ข้าให้กำเนิดลูกที่โง่เขลาเช่นนี้ออกมาได้ยังไงกัน!
หูเจียวเจียวนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วคิดว่าเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลากี่ปีถึงจะซ่อมแซมบ้านหลังนี้ด้วยตัวเองจนเสร็จ ดังนั้นเธอจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธความช่วยเหลือนี้
“ตกลง งั้นข้าขอรบกวนท่านพ่อกับท่านพี่ซ่อมแซมบ้านให้ข้าด้วย”
ด้วยความช่วยเหลือของชายที่แข็งแรง 2 คน จิ้งจอกสาวจึงไม่ได้มีส่วนร่วมในการซ่อมแซมบ้านเลยสักนิด
หลังจากพูดคุยกับครอบครัวเรียบร้อยแล้ว หูเจียวเจียวก็สังเกตเห็นว่าลูกทั้ง 5 คนกำลังหลบอยู่ในบ้านไม้ที่พังไปครึ่งแถบด้วยท่าทางหวาดกลัวพ่อแม่ของเ้าของร่างเดิม ดังนั้นเธอจึงบอกให้พวกเขาออกไปเล่นข้างนอกกันก่อน
แต่พอหูหมินเห็นว่าลูกสาวมีเหยื่อมากมาย นางก็แอบดีใจก่อนจะพับแขนเสื้อขึ้นแล้วลากเหยื่อไปจัดการที่แม่น้ำ
“ท่านแม่ ส่งมันมาให้ข้าทำเถอะ ท่านไปนั่งพักผ่อนรออยู่เฉย ๆ ดีกว่า” หูเจียวเจียวรีบเข้าไปช่วยหญิงวัยกลางคน
ในฐานะลูกสาว เธอจะปล่อยให้ผู้เป็แม่ทำงานแทนได้อย่างไร
แต่เธอไม่คาดคิดว่าหูหมินจะผลักเธอออกไปเบา ๆ ด้วยใบหน้าที่ใจดี “เอาน่า เ้าไปรออยู่ตรงนั้นเลย ั้แ่ยังเล็กเ้าไม่เคยทำงานพวกนี้มาก่อน ปล่อยให้แม่เป็คนทำเถอะ!”
ความเอาใจใส่ของหญิงวัยกลางคนท่านนี้ทำให้หูเจียวเจียวน้ำตารื้นอยู่พักหนึ่ง
เธอไม่เคยได้ััถึงความรู้สึกของการได้รับการดูแลเอาใจใส่จากแม่มาก่อน
ปรากฎว่าในโลกนี้ยังมีแม่ที่ดีอยู่ แต่เธอคนก่อนที่อยู่ในโลกแห่งความเป็จริงไม่ได้โชคดีขนาดนั้น
ในเมื่อตอนนี้หญิงสาวได้พบกับพวกเขาแล้ว เธอจะต้องทำดีกับพวกเขาให้ได้มากที่สุด!
แคว่ก!
ทันใดนั้นก็มีเสียงของเนื้อถูกฉีกออกจากกันดังขึ้น
หูเจียวเจียวหันไปมองที่มาของเสียงก่อนจะเห็นว่าที่มือของหูหมินเปลี่ยนเป็กรงเล็บของสัตว์
ทันทีที่นางเฉือนกรงเล็บแหลมของสุนัขจิ้งจอกลงไป มันก็สามารถฉีกเนื้อของเหยื่อได้อย่างง่ายดาย จากนั้นอวัยวะภายในปนเืก็พุ่งกระฉูดออกมา...
“...!”
มือของผู้หญิงคนนั้น...กลายเป็กรงเล็บจิ้งจอก!
หญิงสาวที่เคยอ่านแต่นิยาย แต่ไม่เคยเห็นปีศาจกลายร่างเป็สัตว์ด้วยตาของตัวเอง การได้เห็นฉากแบบนี้อย่างกะทันหัน มันจึงเป็เื่ที่เกินจินตนาการของเธอไปมาก
เธอต้องใช้เวลาตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะรวบรวมมันกลับมาได้
ตอนนี้เธอเองก็เป็ภูตแล้ว นั่นหมายความว่าเธอสามารถกลายร่างเป็จิ้งจอกได้ด้วยใช่ไหม?
เมื่อหูเจียวเจียวนึกภาพตัวเองกลายเป็สุนัขจิ้งจอก เธอก็รีบส่ายหัวสลัดความคิดนั้นทิ้งไป
เธอยังอยากจะเป็มนุษย์อยู่!
ต่อมา หูเจียวเจียวหยิบมีดออกมาจากมิติแล้วนั่งลง “ท่านแม่ ท่านลองใช้สิ่งนี้ดูสิ มันใช้ถลกหนังแล้วก็แล่เหยื่อได้ง่ายมากเลยนะ”
“นี่คืออะไร?” หูหมินมองมีดในมือของหญิงสาวอย่างประหลาดใจ
เนื่องด้วยตามธรรมชาติแล้ว เหล่าภูตมีกรงเล็บและฟันที่คมมาก
มีเพียงภูตอ่อนแอที่ไม่มีกรงเล็บเท่านั้นที่จะใช้เครื่องมือ อย่างเช่น มีดที่ทำมาจากกระดูกหรือหิน
“มันคือมีด ข้าบังเอิญเก็บมันมาได้ ดูสิ มันคมมากเลยนะ คมจนตัดกระดูกได้เลย” หูเจียวเจียวโกหกหน้าตาย
เธอคิดเอาไว้แล้วว่าจะใช้เหตุผลนี้เพื่ออธิบายที่มาของสิ่งของที่ได้มาจากในมิติ
ก่อนหน้านี้เธอบอกเด็กทั้ง 5 ไปว่าของพวกนี้เธอเอามาจากบ้านท่านยาย แต่ถ้าหูหมินไม่รู้จักของพวกนี้ เหตุผลที่เธออ้างไปก็จะไม่สมเหตุสมผลแล้วความแตกทันที
ดังนั้นหญิงสาวจึงคิดไว้ว่าจะมอบมีดเล่มหนึ่งให้กับผู้เป็แม่
โดยปกติแล้วเผ่าจิ้งจอกไม่เก่งเื่การต่อสู้เท่าเผ่าพันธุ์อื่น หากพวกเขามีอาวุธที่สามารถใช้ป้องกันตัวเองในยามที่ต้องเผชิญกับอันตรายได้ก็คงเป็เื่ที่ดีกว่า
“มีดมันคมขนาดนั้นเลยหรือ? มีดเล่มนี้ดูบางขนาดนี้ มันจะไม่หักหรือไง?” หูหมินยังคงแสดงสีหน้าประหลาดใจไม่หยุด
มีดบาง ๆ แบบนี้จะตัดกระดูกได้อย่างไร?