ส้มถูกขายหมดแล้วและมีไม่พอขายด้วยซ้ำ อู๋จางิ่ไม่ได้โง่ถึงขนาดขายหมดจริงๆ เธอไม่ได้เห็นแก่เงินจนเกินไป ส้มยังเหลือเก็บไว้กินเองประมาณ 10 จิน เพราะมีลูกค้าหลายคนยืนต่อแถวท้ายๆและ้าจะซื้อส้ม เธอกับสามีได้แต่ขอโทษขอโพยที่ทำให้ยืนรอนานจนเสียเวลาของพวกเขา พวกเธอยังบอกอีกว่าถ้ามีผลไม้คุณภาพสูงจะเอามาขายที่นี่อีก
ยอดขายของวันนี้คือ 624 หยวน คูปองเนื้อ 5 ใบ คูปองอาหาร 7 ใบ คูปองผ้า 2 ใบ ตอนขากลับเธอและสามีแวะซื้อเนื้อติดมัน 2 จิน เนื้อแดง 1 จิน
จากนั้นเดินทางไปร้านสหกรณ์ เธอซื้อผงนมมอลต์ 2 กระป๋อง ลูกอมตรากระต่ายขาว 1 ห่อ กุ้งแห้ง เห็ดหูหนูแห้ง สาหร่ายแห้ง เธอเห็นที่ร้านมีน้ำผึ้ง 1 ไห จึงหยิบมาด้วย หลังจากจ่ายเงินเสร็จเธอและสามีเดินออกจากร้านสหกรณ์ ยอดเงินของเธอจากเงิน 624 เหลือ 601 ใช้จ่ายไป 23 หยวน เธอรู้สึกขนลุกเพราะไม่เคยใช้เงินซื้อของเยอะเท่านี้มาก่อน เธอเริ่มต้องทำตัวให้คุ้นชิน
หลี่ห่าวอี้หยิบของบางส่วนใส่กระเป๋ามิติไว้ เธอและสามีหมดธุระที่อำเภอแล้วจากนั้นรีบนั่งเกวียนเทียมวัวกลับบ้าน เพื่อที่จะได้ไปกินข้าวกลางวันพร้อมลูกน้อยทั้งสองคน หลี่มู่เฉินและหลี่จินเยว่กำลังคงรอพวกเธอสองคนกลับมา
เมื่อกลับมาถึงบ้านหลี่แล้ว อู๋จางิ่กับหลี่ห่าวอี้รีบเอาข้าวของออกมาเก็บไว้ในห้องทันที เธอนั่งพักให้หายเหนื่อย เมื่อดูเวลาใกล้จะเที่ยงแล้ว เธอจึงรีบไปทำอาหาร
“ สะใภ้สามกลับมาจากข้างนอก ไม่รู้จักซื้อของมาฝากหลานๆบ้างเลย ” เสียงของพี่สะใภ้รองดังจนหนวกหู อู๋จางิ่ไม่สนใจใยดี เธอรีบยกอาหารเข้าไปกินในห้อง อาหารเที่ยงมีโจ๊กสาหร่ายกับกุ้งแห้ง ซุปเห็ดหูหนู ผัดกะหล่ำปลี เด็กทั้งสองคนกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย หลังจจากกินข้าวเสร็จเธอหยิบส้มมาปอกเปลือกและป้อนเนื้อส้มให้ลูกน้อยสองคน
“ เฉินเอ๋อร์ เยว่เอ๋อร์ พวกลูกห้ามพูดให้ใครฟังว่าที่บ้านได้กินส้มเข้าใจไหม ” อู๋จางิ่กำชับและเตือนลูกๆ
“ ค่ะ/ครับ ” เด็กทั้งสองคนไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงสั่งห้ามพูด แต่พวกเธอเป็เด็กดีและเชื่อฟังแม่ พวกเธอจึงตกลงรับปาก
“ ถ้าเื่นี้หลุดออกไป พวกลูกจะไม่ได้กินของดีๆแบบนี้อีก ” อู๋จางิ่กล่าวเสียงแข็ง
“ แม่คะ หนูสัญญาจะไม่บอกใคร ” หลี่จินเยว่เอ่ยตอบแม่ทันที ถ้าไม่เอาไปพูดข้างนอก เธอจะได้กินของอร่อยๆ ถึงจะเสียดายนิดๆที่ไม่ได้โอ้อวดกับเพื่อนๆ
“ ผมก็สัญญาครับ ” หลี่มู่เฉินกลืนส้มลงท้องก่อน เขาจึงตอบรับปากอีกครั้ง
“ ดีมาก ” อู๋จางิ่กล่าวอย่างอ่อนโยน
“ เดี๋ยวผมจะไปต้มน้ำร้อน ” หลี่ห่าวอี้กล่าวขึ้นมา เขาลุกเดินออกจากห้อง อู๋จางิ่พยักหน้าเป็การรับรู้ ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีหลี่ห่าวอี้กลับมาพร้อมกับน้ำร้อน เขาเปิดกระเป๋ามิติพร้อมหยิบนมผงมอลต์ออกมา จากนั้นชงนมให้ลูกทั้งสองคนดื่ม
“ คุณก็ชงให้ตัวเองบ้างสิ พวกเราไม่ได้อดยากเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ” อู๋จางิ่บอกด้วยรอยยิ้ม สามีของเธอต้องบำรุงร่างกายอย่างเร่งด่วน เขาทำงานหนักมาหลายปีและสุขภาพของเขาแย่ลงเรื่อยๆ เธอต้องบำรุงฟื้นฟูให้เขากลับมาแข็งแรงกว่าเดิม
“ ได้ ผมจะชงให้คุณด้วย ” หลี่ห่าวอี้ยิ้มเบิกบานอย่างสุขใจ
“ ไม่ต้องเหรอ คุณแค่ชงน้ำผึ้งให้ฉันก็พอแล้ว ” หลี่ห่าวอี้จัดการเทน้ำร้อนใส่แก้ว คนๆให้ละลาย จากนั้นส่งให้ลูกฝาแฝดและภรรยาแสนสวย บ้านสามนั่งดื่มของบำรุงร่างกายและให้เด็กๆนอนพักกลางวัน
“ ห่าวอี้ คุณไม่เหนื่อยเหรอ ” อู๋จางิ่ลูบใบหน้าหล่อเหลาของสามี เธอส่งรอยยิ้มสดใสให้เขา
“ เพื่อคุณกับลูก ผมไม่เหนื่อยเหรอ ” หลี่ห่าวอี้จับมือที่ลูบใบหน้าของเขา
“ ลืมไปซะสนิทเลย มีของรางวัลจากระบบ ” อู๋จางิ่เพิ่งนึกคิดได้
“ จริงด้วย พวกเราคงตื่นเต้นกับการค้าขายครั้งนี้มาก ” หลี่ห่าวอี้กล่าวเสียงเบา เขาเห็นเงินหลายร้อยหยวนจนสมองเบลอไปหมด อู๋จางิ่ถามหาของรางวัลจากระบบมือวิเศษ
“ โฮสต์ได้รับเงิน 200 หยวน คูปองอุุตสาหกรรมจำนวน 5 ใบ ของรางวัลอยู่ในกระเป๋ามิติ โฮสต์โปรดตรวจดู ” อู๋จางิ่ตรวจกระเป๋ามิติ เธอเห็นของรางวัล
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องบ้านสาม ในเวลาพักผ่อนแบบนี้ ใครมารบกวนพวกเธอ อู๋จางิ่ไม่สนใจและไม่คิดลุกไปเปิดประตู
“ เดี๋ยวผมเปิดประตูเอง ” หลี่ห่าวอี้เห็นภรรยาไม่แยแสจึงรีบลุกขึ้น เขาเปิดประตูเจอกับพี่ใหญ่
“ พี่ใหญ่ มีอะไรเหรอ ” หลี่ห่าวอี้ถามด้วยความสงสัย
“ น้องสาม พรุ่งนี้ไปล่าสัตว์กันเถอะ ” หลี่เจียวจิ้นเอ่ยชวน น้องสามของเขาล่าสัตว์เก่งมาก
“ ได้สิ แล้วพี่รองไปด้วยไหม ” หลี่ห่าวอี้ถามดู เพราะเขาจะได้ทำใจก่อนล่วงหน้า
“ ไม่ล่ะ ่นี้น้องรองอารมณ์แปลกๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ค่อยหาเื่ทะเลาะกับพี่ทุกวี่ทุกวัน ” หลี่เจียวจิ้นบ่นให้น้องสามฟัง
“ เฮ้อ ” ทั้งสองคนถอนหายใจพร้อมกันอย่างแรง