บทที่ 24 สามีภรรยาสูงวัย
อันหลิงอวี่ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาจ้องมองร่างตรงหน้าราวกับเป็สัตว์ร้าย
ต่างจากครั้งล่าสุดที่พวกเขาพบกัน คราวนี้เฉินย่าแผ่รังสีเยือกเย็นน่ากลัวออกมาทั่วร่าง
ดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากจ้องมองมา
แต่ดูเหมือนจะมีเพียงอันหลิงอวี่เท่านั้นที่ััได้ถึงแรงกดดันนี้ ส่วนจิ่งเหมียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
เธอกลับรู้สึกว่าวันนี้เฉินย่าดูแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย ความเ็าเช่นนี้ดูเท่กว่าปกติ!
เพศชายเป็สิ่งมีชีวิตที่ชอบการแข่งขัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อหน้าเพศตรงข้ามที่หมายปอง
เฉินย่าเดินเข้ามาหาพวกเขาเหมือนเสือดาวล่าเหยื่อ อันหลิงอวี่ไม่ยอมแพ้ ทั้งสองสบตากันราวกับมีประกายไฟกำลังปะทุ
ทันใดนั้นสมาร์ตวอทช์ของอันหลิงอวี่ก็ดังขึ้น
"อะไรนะ" เขาเบิกตากว้างด้วยความใ เหลือบมองจิ่งเหมียนแล้วพูดว่า "ลู่เหม่ยอี๋ตายแล้ว"
"หา?" จิ่งเหมียนก็ใเช่นกัน
ลู่เหม่ยอี๋ตายแล้ว? ก่อนที่เธอจะได้แก้แค้นด้วยซ้ำ?
จิ่งเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ "กะทันหันจริง ๆ"
"เซียวเฝ่ยถูกพาตัวไปเพราะเื่เมื่อคืนนี้ เธอไปพบลู่เหม่ยอี๋ที่สถานกักขัง"
"เธอไปทำอะไร"
"เหมือนเธอรู้เื่ที่คุณถูกกลั่นแล้ง เลยไปสั่งสอนพวกเธอทั้งสามคน" อันหลิงอวี่พูดอย่างไม่แน่ใจ
จู่ ๆ จิ่งเหมียนก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ ไม่คิดว่าเซียวเฝ่ยจะปกป้องเธอถึงขนาดฆ่าคนพวกนั้นเลย
เธอหันไปมองอันหลิงอวี่ "ฉันต้องไปดูพี่เซียวเฝ่ย"
"ไม่เป็ไรหรอกครับ ตอนนี้ไม่มีหลักฐานว่าเซียวเฝ่ยเป็คนทำ" อันหลิงอวี่พูดด้วยสีหน้าที่ดูแปลกไป "ไม่มีาแบนร่างกาย เธอ... ตายบนถนน เพราะความกลัว"
วิธีการตายช่างแปลกประหลาด
จิ่งเหมียนก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน
เฉินย่านั่งนิ่งอยู่ด้านข้าง ราวกับว่าเขาไม่สนใจเื่ที่พวกเขากำลังพูดถึงเลยแม้แต่น้อย
อันหลิงอวี่มีธุระต้องไปจัดการจึงรีบออกจากลวี่อินไป เมื่อเดินไปถึงประตู เขาก็หันกลับมามองเฉินย่า ชายคนนี้ต้องเป็ผู้มีพลังวิเศษแน่ ๆ
เฉินย่านั่งลงข้าง ๆ จิ่งเหมียน "อย่าไปคิดมากเลย เธอได้รับกรรมแล้ว"
จิ่งเหมียนยอมรับเหตุผลนั้นในทันที รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้ง เธอเริ่มแกะกล่องของขวัญ
"ผมจะปกป้องคุณเอง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาถูกกลืนหายไปกับเสียงแกะกล่อง
“เฉินย่า นี่ให้คุณค่ะ!” จิ่งเหมียนแกะกล่อง นำแก้วน้ำลายประณีตออกมาแล้วยื่นให้เฉินย่า
ทั้งสองแบ่งของขวัญจากอันหลิงอวี่กัน เฉินย่ารับมันไว้ด้วยความรู้สึกสบายใจ
…
เช้าวันรุ่งขึ้นไป๋หย่งเจินพาพ่อแม่มาที่บ้าน พวกเขาไม่ได้เอาสัมภาระมาด้วยมากนัก
ทั้งคู่รู้ว่าลูกชายเป็ห่วง เพียงแค่รับความหวังดีก็ไว้พอ ไม่อยากให้เขาต้องสิ้นเปลือง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมมา จนกระทั่งลูกชายบอกว่าจ่ายค่าเช่าบ้านไปแล้วทั้งปี ไม่สามารถคืนเงินได้ พ่อแม่สูงวัยทั้งสองจึงยอมย้ายเข้ามาอยู่
เห็นสภาพแวดล้อมที่ดีเช่นนี้ สามีภรรยาก็ใจสั่นระรัว ที่นี่จะต้องแพงแค่ไหนกัน?
แล้วยังจ่ายไปทั้งปีอีก!
พวกเขาดึงแขนจิ่งเหมียนแล้วพูดว่า “แม่หนู บอกป้ามาตามตรงเถอะ บ้านหลังนี้เช่าปีละเท่าไหร่?"
จิ่งเหมียนทำอะไรไม่ถูก เธอมองคุณป้าสลับกับมองไป๋หย่งเจิน
เห็นไป๋หย่งเจินพยักหน้าให้เธอพูดไปตามตรง เธอจึงบอกราคาทั้งหมด 180,000 เครดิต
คุณป้าทำสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “แม่หนูไม่ได้หลอกป้าใช่ไหม? ป้าได้ยินมาว่า บ้านพักคนงานทรุดโทรมในเขตอันติ้งยังต้องเช่าปีละ 100,000 เครดิตเลยนะ!"
“ฉันไม่ได้หลอกคุณป้าหรอกค่ะ พวกเรามีสัญญาเป็ลายลักษณ์อักษร ไม่สามารถโกหกได้”
สามีภรรยาสูงวัยจึงเบาใจ เดินตามจิ่งเหมียนไปที่ห้องเดี่ยวหมายเลข 2
ระหว่างทางพวกเขาก็บ่นพึมพำ “ลูกก็ลำบากมาตั้งนาน กว่าจะได้เป็ผู้ดูแลกลุ่มปศุสัตว์ นับว่าเป็คนมีหน้ามีตาในระดับหนึ่งแล้ว ทำไมไม่พาซูเฟินกับเสี่ยวมู่ย้ายมาอยู่ด้วยล่ะ พ่อกับแม่เป็แค่ชาวไร่ชาวนา ใช้ชีวิตติดดินมาทั้งชีวิต จะสนใจอะไรกับ่สุดท้ายไม่กี่ปีนี้กัน"
“แม่อย่าพูดแบบนั้นสิ พ่อกับแม่ยังต้องใช้ชีวิตอีกนาน"
จิ่งเหมียนพาพวกเขามาส่งที่หน้าประตู เมื่อส่งมอบกุญแจบ้านให้แล้วก็หันหลังกลับ ไม่ฟังบทสนทนาของพวกเขาอีก พ่อแม่ของแต่ละคนช่างแตกต่างกันจริง ๆ
โชคดีที่หลังจากนี้ไปเธอจะมีชีวิตที่ดี นั่นก็เพียงพอแล้ว
กลับมาถึงห้องรับรองแขก เธอก็พบกับบุคคลที่คาดไม่ถึงยืนอยู่ที่ประตูใหญ่
นี่ไม่ใช่ผู้หญิงที่สาดน้ำใส่เธอหรอกเหรอ! เธอยังไม่ได้ไปหา อีกฝ่ายกลับมาหาเธอถึงที่นี่แล้ว
แต่อันเป้ยเอ๋อร์เห็นจิ่งเหมียนแล้วก็รีบคุกเข่าลงทันที!
เธอะโว่า “คุณจิ่งคะ ฉันรู้ว่าฉันผิดไปแล้ว! ทั้งหมดเป็ความคิดของลู่เหม่ยอี๋ คุณยกโทษให้ฉันเถอะ! ฉันเสียใจจริง ๆ ฉันจะยอมเป็วัวเป็ม้าให้คุณ คุณปล่อยฉันไปเถอะ!”
จิ่งเหมียนรู้สึกงุนงงมาก “เธอมาทำแบบนี้ที่หน้าประตูบ้านฉันทำไม ถ้าคนอื่นเห็นแล้วจะคิดยังไงกับฉัน? ฉันไม่ได้บังคับให้เธอมานะ”
“ใช่ ๆ ๆ!” อันเป้ยเอ๋อร์ลุกขึ้นยืน “คุณพูดอะไรก็ถูกหมด ให้ฉันทำอะไรก็ได้”
“เอาละ งั้นเธอกำลังทำอะไรอยู่”
อันเป้ยเอ๋อร์มองไปรอบ ๆ อย่างกระวนกระวาย ลู่เหม่ยอี๋ตายแล้ว ทุกคนบอกว่าเธอเสียสติไปแล้ว!
แต่เธอรู้อยู่แก่ใจว่าไม่ใช่
เพราะเธอก็รู้สึกเหมือนกันว่าเงาของเธอ้าฆ่าเธอ!
เหมือนกับที่ลู่เหม่ยอี๋ะโก่อนตายไม่มีผิดเพี้ยน! การตายของลู่เหม่ยอี๋ไม่ใช่เื่ธรรมดา แต่หาสาเหตุไม่ได้
เธอหวาดกลัวและรู้สึกว่าคนต่อไปต้องเป็เธอ คิดไปคิดมาก็เลยนึกถึงคำพูดของเซียวเฝ่ย จึงมาที่ลวี่อินเพื่อคุกเข่าขอโทษจิ่งเหมียน
เฉินย่ายืนอยู่ข้างหลังจิ่งเหมียนอย่างเงียบ ๆ มองอันเป้ยเอ๋อร์ขอโทษพลางตบหน้าตัวเองอย่างแรง มือเธอหนักมาก สักพักใบหน้าก็บวมเป่งเหมือนหัวหมู!
เธอยังเตรียมมีดเล่มเล็ก ๆ มาเพื่อกรีดตัวเอง เืไหลนองเปรอะเสื้อผ้า รู้สึกว่าถ้าปล่อยไว้อีกสักพัก อันเป้ยเอ๋อร์คงเสียเืมากจนตายแน่
จิ่งเหมียนทนไม่ไหวกับเธอแล้ว จะตายก็อย่ามาตายในฐานลวี่อินของฉันสิ
“พอแล้ว ๆ ฉันไม่เอาเื่เธอแล้ว รีบไสหัวไปซะ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
ทันใดนั้นอันเป้ยเอ๋อร์ก็รู้สึกว่าความเย็นยะเยียบที่ติดตัวเธอมาตลอดได้หายไปแล้ว!
เธอตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้ออกมา เธอพนันถูกแล้ว! คนที่สามารถคุกคามชีวิตเธอได้จริง ๆ คือจิ่งเหมียน!
อันเป้ยเอ๋อร์แทบจะคุกเข่าเพื่อขอบคุณ
จิ่งเหมียนรีบไล่เธอออกไป ไม่อยากให้เืเปรอะเปื้อนพื้น
ถึงอย่างนั้นเฉินย่าก็ยังคงไร้สีหน้า “คุณน่ะใจอ่อนเกินไป นี่มันยุควันสิ้นโลกนะ”
“คุณควรจะฆ่าเธอซะ เพื่อตัดปัญหาในภายหลัง”
จิ่งเหมียนเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาที่มืดมนประหนึ่งยามค่ำคืนของเฉินย่า เขาผ่านอะไรมาบ้างถึงได้พูดแบบนี้ออกมา?
“ทำไมล่ะ กลัวผมหรือไง”
จิ่งเหมียนส่ายหัวอย่างไม่ใส่ใจ “เปล่าค่ะ แค่สงสัยเื่อดีตของคุณเท่านั้น”
เฉินย่ามองไปทางอื่น ไม่พูดอะไรอีก
ดูเหมือนเขายังไม่อยากพูด จิ่งเหมียนจึงเปลี่ยนเื่ “พรุ่งนี้ฉันมีลูกค้ามาตรวจสินค้านะ อีกไม่นานฉันก็จะใช้หนี้คุณหมดแล้ว!”
เฉินย่าพยักหน้า “พรุ่งนี้ผมจะไปกับคุณ”
เช้าวันถัดมา จางเวินเหยียนและไห่หลิงมาถึงลวี่อินตรงเวลา พร้อมกับเซียวเฝ่ยที่คอยดูแลพวกเขา
“นึกไม่ถึงเลยว่าที่พักจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบนี้”
ไห่หลิงถอดแว่นกันแดดออก มองดูผนังโลหะผสมของลวี่อินอย่างประหลาดใจ แม้แต่หน้าต่างก็ยังทำจากวัสดุพิเศษซึ่งหนามาก
“ผมคิดว่าแม้จะมีฝูงซอมบี้บุกมาก็น่าจะอยู่ที่นี่ได้อย่างปลอดภัย มันแข็งแกร่งเหมือนูเา” จางเวินเหยียนลูบผนังเย็น ๆ “ไม่แปลกใจที่ลวี่อินจะสามารถจัดหาน้ำและข้าวคุณภาพสูงได้”
เซียวเฝ่ยเองก็มาเยือนลวี่อินด้วยตัวเองเป็ครั้งแรก เธอรู้สึกว่าการทำความรู้จักกับจิ่งเหมียนเป็การตัดสินใจที่ชาญฉลาดมาก