บทที่ 11 รักแล้วทำไมจะหย่า
“ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนเลยนะ อย่ามาพูดว่านายน้อยของฉันจะต้องตายอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาหาว่าฉันหยาบคายหากฉันทุบตีเธอขึ้นมา” ถึงโม่เชียนจะถูกเตือน แต่สีหน้าของเธอก็ยังคงดูไร้อารมณ์ หญิงสาวเพียงแค่ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดอย่างช้า ๆ
“ถ้าฉันพูดว่าเขาจะตายภายในหนึ่งปีมันก็จะเป็ไปตามนั้น หรือต่อให้ฉันไม่พูด เขาก็จะตายภายในหนึ่งปีอยู่ดี เขาเป็ผีอายุสั้นด้วยตัวเองไม่ใช่ฉันที่ฆ่าเขาให้ตายสักหน่อย คุณจะมาโทษฉันได้ยังไง”
“...” เยี่ยเฟยพูดไม่ออกได้แต่กัดฟันกรอด ทนไว้! อดทนไว้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ทนจนตายกันไปข้าง รอนายน้อยหายดีเมื่อไหร่ เขาจะชำระบัญชีกับผู้หญิงคนนี้แน่นอน
โม่เชียนเมินเยี่ยเฟยและไม่ได้กลับเข้าไปในห้อง เธอกำลังจะไปหาเสี่ยวเฮยและเตือนมันว่าอย่าไปกัดใครอีก เพราะเธอไม่แน่ใจว่าครั้งหน้าจะออกตัวได้เหมือนครั้งนี้หรือไม่
ทางด้านของกู้ไป๋เหยี่ยยังคงยืนแข็งอยู่บนทางเดินไม่สามารถขยับได้ เมื่อบอดี้การ์ดของเขาเห็นโม่เชียน ทัศนคติของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
“สาวน้อย คุณช่วยปล่อยนายน้อยหกของเราได้ไหม” โม่เชียนหยุดและเหลือบมองกู้ไป๋เหยี่ย
“ให้เขาสำนึกตัวเองแบบนี้สักพักเถอะ ก่อนหน้านี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้องสาวของตัวเองเป็ตัวปลอม เขาควรไตร่ตรองตัวเองให้รอบคอบและดูว่าสมองของเขาผิดปกติั้แ่ยังเด็กหรือเปล่า”
“...” กู้ไป๋เหยี่ยมีคำพูดอยากจะพูดเป็หมื่นคำ ช่วยให้ปากเขาเปล่งเสียงได้แล้วปล่อยให้เขาพูดได้ไหม
โม่เชียนไม่สนใจสีหน้าท่าทางของกู้ไป๋เหยี่ย ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้พี่ชายคนที่หกของเธอไม่เหลือแม้แต่หน้าให้รักษาแล้ว ก่อนที่ความสนใจของเธอจะถูกดึงออกไปโดยสิ่งใหม่ ๆ ในบ้าน
โม่เชียนเดินเล่นพลางมองหาเสี่ยวเฮยตามทาง บอดี้การ์ดของตระกูลกู้กังวลมาก แต่พวกเขาก็ทำได้แต่มองดูเธอะโขึ้นลงอย่างมีความสุข
สิบสองชั่วโมงต่อมา เฉียวเหอก็ตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบสี่ทุ่มของวันเดียวกัน และเขาสามารถลุกขึ้นนั่งจากเตียงด้วยตัวเองได้ ทั้งที่ก่อนหน้าชายหนุ่มสูญเสียความรู้สึกที่ขามาครึ่งปีแล้ว และกล้ามเนื้อบริเวณขาก็ลีบแบน
แต่หลังจากตื่นนอนก็รู้สึกปวดชาที่ขาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะอึดอัดแต่ก็น่าพึงพอใจมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกครั้งก่อน เฉียวเหอพยายามนั่งอยู่บนขอบเตียงอย่างทุลักทุเล
การกระทำของเขาทำให้ทุกคนในห้องใมากจนอ้าปากกว้างชนิดที่ว่าสามารถกลืนไข่ได้ทั้งฟอง ไม่ใช่เื่เกินจริงที่จะพูดว่าตระกูลเฉียวได้เชิญแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงทุกคนเท่าที่ทำได้ แต่ก็ยังไม่มีแพทย์คนใดสามารถทำให้เฉียวเหอมีอาการดีขึ้นได้แม้แต่น้อย
ร่างกายของเขาแย่ลงทุกวัน ไม่เคยเห็นดีขึ้นเลย โดยพื้นฐานแล้วทุกคนยอมแพ้ในการรักษาาเขาแล้ว และพวกเขาก็ทำได้แค่ช่วยให้ชายหนุ่มมีลมหายใจอยู่ต่อไปได้อีกสักหนึ่งวันก็เท่านั้น
ใครจะกล้าคิดว่าสักวันเขาจะลุกขึ้นได้เองแบบนี้ เหล่าแพทย์ผลัดกันตรวจร่างกายของเฉียวเหอ และพวกเขาก็ใมากจนพูดไม่ออก ถ้าเฉียวเหอไม่ป่วยมานานแล้ว ด้วยสภาพภายในร่างกายภายในปัจจุบัน เขาน่าจะวิ่ง ะโ และขึ้นไปบนูเาเพื่อต่อสู้กับเสือได้ด้วยซ้ำ
แพทย์หลายคนกลืนน้ำลายและมองดูโม่เชียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้รังเกียจหรือนึกดูถูกอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความชื่นชมและยกย่อง พวกเขาพยักหน้าให้โม่เชียนด้วยความเคารพและพูดว่า
“สาวน้อย เธอเก่งกาจมากจริง ๆ ฉันสงสัยว่าเธอให้ยาชนิดใดแก่นายน้อยงั้นหรอ ช่วยขายยานั้นเพิ่มอีกสองสามเม็ดให้เราได้ไหม เพื่อที่เราจะได้เก็บไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินในอนาคต” พวกเขาไม่เพียงแต่้าเก็บเผื่อไว้ให้นายน้อยเฉียว แต่ยัง้าเก็บไว้สำหรับการวิจัยของพวกเขาเองด้วย ยาสูตรอะไรมหัศจรรย์ขนาดนี้ น่าเสียดายที่โม่เชียนทำลายความฝันของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
“ไม่มีแล้ว” เธอพูดอย่างสบาย ๆ พลางกระดิกนิ้วให้พวกเขา
“หรือต่อให้ทำใหม่ไปก็ไม่มีประโยชน์ พวกคุณไม่มีความสามารถพอ เอาไปก็ไร้ประโยชน์เปล่า ๆ ”
“...” พวกเขาเป็แพทย์ระดับหัวกะทิในแขนงต่าง ๆ แต่วันนี้พวกเขากลับถูกสาวน้อยคนนี้พูดจาเหยียบย่ำแทบจมดิน แต่ไม่มีใครกล้าโต้แย้งเธอ เพราะความสามารถมันก็เห็นกันชัด ๆ ไปแล้ว …ดังนั้นจะไม่ยอมรับได้ไง
เยี่ยเฟยช่วยเฉียวเหอลุกขึ้น และชายหนุ่มก็เคลื่อนไหวช้ามาก ขาทั้งสองข้างไม่ได้ใช้งานเป็เวลาเกือบเดือน ส่งผลให้เขาไม่คุ้นเคยกับการใช้ขาเลย เขาใช้เวลานานมากในการเดินเข้าหาโม่เชียนและแสดงความขอบคุณ
“ขอบคุณนะ คุณโม่เชียน”
“ไม่เป็ไร เพราะคุณสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงปีเดียว และคุณจะตายในปีหน้า”
“...” เฉียวเหออึ้ง
“!!!” ทุกคนตะลึง โชคดีที่สาวน้อยคนนี้มีความสามารถอย่างแท้จริง หากคำพูดเหล่านี้ออกจากปากคนอื่น คน ๆ นั้นคงถูกเย็บปากเป็ร้อยเข็มแน่นอน
เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน ในที่สุดโม่เชียนก็แสดงความเมตตายอมปล่อยพี่ชายคนที่หกของเธอ
กู้ไป๋เหยี่ยยุ่งอยู่กับการค้นหาฝูเสวี่ย เขาไม่ได้กินข้าวเลยทั้งวันทั้งคืน นอกจากนี้ยังไม่ได้นอนพักและถูกบังคับให้ยืนนานกว่าสิบชั่วโมง เมื่อขยับตัวได้ เขาก็รู้สึกเวียนหัวเกือบจะเป็ลม
โชคดีที่ลูกน้องของเขาอยู่เคียงข้างและช่วยประคอง ทำให้เขาไม่ล้มหน้าทิ่มไปกับพื้น ใบหน้าของกู้ไป๋เหยี่ยมืดลงราวกับว่ามีเมฆดำมืดปกคลุม
เขามองไปที่โม่เชียนด้วยสีหน้าเ็า เื่การช่วยชีวิตเฉียวเหอสามารถมองข้ามไปได้ แต่มันเป็อาชญากรรมที่ร้ายแรงมากที่รั้งไม่ให้เขาออกไปตามหาฝูเสวี่ยตลอดทั้งวัน
ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมามีฝนตกหนักในหมู่บ้านต้าต้าว และอาจมีอันตรายจากดินไม่ก็โคลนถล่มได้ตลอดเวลา การที่เขาพาฝูเสวี่ยซึ่งเป็คนใบ้มายังสถานที่กันดารแห่งนี้ไม่ใช่เพราะว่าเขา้าฆ่าเมียตัวเองสักหน่อย ดวงตาของกู้ไป๋เหยี่ยเต็มไปด้วยความโกนธจนอยากจะฉีกโม่เชียนออกเป็ชิ้น ๆ
“เธอคิดบ้างไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฝูเสวี่ยหลังจากเวลาผ่านไปนานขนาดนี้ คิดว่าตัวเองเก่งกาจมากจนใครทำอะไรไม่ได้หรือไงที่เธอทำมันคือการทำร้ายฝูเสวี่ยอยู่รู้ไหม”
“ถ้าฝูเสวี่ยกลับมาได้อย่างปลอดภัย ฉันจะขอบคุณอย่างสุดซึ้งในบุญคุณที่ช่วยฝูเสวี่ยเอาไว้ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฝูเสวี่ย... ก็อย่าได้มาโทษฉันที่โเี้แล้วกัน” กู้ไป๋เหยี่ยชี้ไปที่โม่เชียนเพื่อเป็การเตือน อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าคำเตือนของเขาไม่ได้ทำให้หญิงสาวหวาดกลัวเลย เธอเอียงหัวดูสับสน
“คุณรักภรรยาของคุณมาก แล้วทำไมถึง้าหย่ากับเธอล่ะ” ได้ยินเช่นนี้กู้ไป๋เหยี่ยก็กลอกตาไปที่โม่เชียนอย่างดุเดือด
“ไม่ใช่เื่ของเธอ!” เมื่อพูดถึงการหย่าร้าง เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปอีก หลังจากแต่งงานได้สองปี ฝูเสวี่ยไม่สามารถเข้ากับน้องสาวของเขาได้แถมยังลงมือทำร้ายน้องสาวของเขาด้วยซ้ำ ตอนนี้กู้เซียงเวยยังคงมีรอยแผลเป็บนแขนของเธอเพราะถูกฝูเสวี่ยผลักตกลงไปในสระน้ำด้วยซ้ำ
แม้ว่าน้องสาวคนเล็กก็ไม่ได้พูดอะไรมากเกี่ยวกับเื่นี้ แต่ฝูเสวี่ยกลับยังคงดื้อรั้นไม่ยอมถอย สุดท้ายเมื่อปัญหาหนักข้อเข้าเขาจึงตัดสินใจ้าหย่าให้จบ ๆ กันไป
ในเมื่อเธออยากจะจากไป มันคงจะเป็การดีกว่าที่เขาจะทำตามความปรารถนาของเธอ สีหน้าของกู้ไป๋เหยี่ยเ็าลง แล้วทั้งร่างของเขาก็เดือดดาล ชายหนุ่มชกอากาศอย่างแรงจนมีเสียงผ่านอากาศดังขึ้น
โม่เชียนไม่เข้าใจความหมายของการแสดงออกของเขา เธอรู้เพียงแค่ว่าถ้าพวกเขาหย่าร้างกัน มันจะส่งผลกระทบสำคัญต่อเธออย่างแน่นอนซึ่งมันเป็เื่ที่เธอยอมรับไม่ได้!