ต่อให้เขาจะเป็นักศึกษาที่เรียนสายวิทยาศาสตร์มาก่อน แต่กู้หลานขอบอกเลยว่า เขาไม่ได้สนใจหนังสือเกษตรกรรมพวกนี้หรอก
หากไม่ใช่เพราะการสอบในชาติก่อน และเพื่อรางวัลจากระบบในชาตินี้... เขาก็คงไม่มีวันเอาตัวไปยุ่งเกี่ยวกับตำราเกษตรพวกนี้แน่นอน
“ท่านพี่ ท่านกลับมาแล้ว” มู่อวี่เยียนได้สติกลับมาจากหน้าหนังสือ นางช้อนสายตามองใบหน้าที่หล่อเหลาของกู้หลาน พลางพึมพำว่า “วันนี้ข้ามาช่วยปัดกวาดห้องหนังสือให้ท่านพี่ บังเอิญทำหนังสือเล่มนี้ตกลงมา เห็นข้างในมีภาพแปลก ๆ เลยอดใจไม่ไหวหยิบขึ้นมาดูสักหน่อย...
หนังสือเล่มนี้ ข้าอ่านได้หรือไม่เ้าคะ?”
ดวงตาใสซื่อของนางกะพริบถี่ ๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความเกรงใจ
ราวกับกลัวว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็ความลับส่วนตัวของกู้หลาน
“อ่านได้สิ” เขาลูบเส้นผมสีดำขลับของนางด้วยความเอ็นดู พลางยิ้ม “หนังสือเขียนไว้ก็เพื่อให้คนอ่านนั่นแหละ หากเ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามพี่ได้เลยนะ”
‘ได้คุยเื่ตำราจากชาติก่อนทั้งที เื่นี้เราพอจะมีของดีอยู่บ้าง ถึงของในหัวจะมีไม่เยอะก็เถอะ…’
“ขอบคุณท่านพี่เ้าค่ะ”
มู่อวี่เยียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง พลิกไปที่หน้ากระดาษแผ่นหนึ่งแล้วถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ท่านพี่พอจะอธิบายได้หรือไม่เ้าคะ ว่า ‘วงล้อใหญ่’ อันนี้คืออะไร?”
กู้หลานก้มลงมอง
นั่นเป็ภาพวาดโครงสร้าง ‘ระหัดวิดน้ำ’ ที่เขาเคยวาดเล่นไว้ตอนว่าง ๆ
ข้าง ๆ ยังกำกับข้อความไว้ว่า “หากพื้นที่สูง ให้ใช้วงล้อน้ำดึงน้ำขึ้นมา จะทำให้การชลประทานสะดวกยิ่งขึ้น”
“สิ่งนี้เรียกว่าระหัดวิดน้ำ เป็เครื่องมือชลประทานชนิดหนึ่งที่ติดตั้งไว้บนแม่น้ำ” กู้หลานอธิบาย “มันอาศัยแรงน้ำ ช่วยประหยัดแรงคนในการนำน้ำจากแม่น้ำขึ้นไปบนพื้นที่เกษตรกรรม”
“ประหยัดแรงคน? หรือว่าเป็วิชาเซียนชนิดหนึ่ง?”
มู่อวี่เยียนถามด้วยความฉงน
นางไม่เข้าใจว่าการใช้แรงน้ำหมายความว่าอย่างไร
ในโลกนี้ย่อมมีวิชาเซียนที่สามารถเคลื่อนูเาถมทะเลได้
ทว่าเหล่าผู้ฝึกตนที่บรรลุถึงระดับนั้น ย่อมไม่นำวิชาเซียนมาใช้กับเื่จิ๊บจ๊อยอย่างการรดน้ำต้นไม้ในทุ่งนาแน่นอน
“ไม่ใช่วิชาเซียนหรอก ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปก็สามารถทำได้” เขาส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม แล้วค่อย ๆ อธิบายอย่างใจเย็น
“เ้าระหัดนี้จะถูกยึดไว้กับแม่น้ำ กระแสน้ำจะผลักให้วงล้อหมุน และบนวงล้อจะมีกระบอกไม้ติดไว้ เมื่อวงล้อหมุนลงไปในน้ำที่ต่ำ กระบอกไม้จะเต็มไปด้วยน้ำ จากนั้นพอมันหมุนขึ้นสู่ที่สูง น้ำจะเทลงไปในรางไม้ที่ต่อไว้ส่งไปยังทุ่งนาที่อยู่ไกลออกไป...”
กู้หลานชี้ไปที่ภาพวาดวาดไม้ขีดเขียนอธิบายไปเรื่อย ๆ อย่างตั้งใจ
มู่อวี่เยียนขยับศีรษะเข้ามาใกล้ ซบไหล่เขาอย่างตั้งใจฟัง บนใบหน้าประดับด้วยความกระหายใคร่รู้ ช่างดูเหมือนนักศึกษาเกียรตินิยมสาวสวยในชาติก่อนของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ครู่เดียว
ก่อนที่กู้หลานจะทันได้อธิบายหลักการเื่พลังงานจลน์หรือพลังงานศักย์จบ มู่อวี่เยียนก็ตาเป็ประกายเข้าใจแจ่มแจ้ง
ด้วยสติปัญญาของนาง การอธิบายเพียงรอบเดียวก็เข้าใจการทำงานของเครื่องมือเกษตรเรียบง่ายนี้ได้ไม่ยาก
ทว่าเครื่องมือแปลกใหม่เช่นนี้ เป็สิ่งที่นางไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน!
“ท่านพี่ ท่านคิดเครื่องมือที่ชาญฉลาดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?!” มู่อวี่เยียนประหลาดใจอย่างยิ่ง สายตาที่มองกู้หลานเต็มไปด้วยความสนใจ
ผู้ชายคนนี้... ช่างลึกลับและมีเสน่ห์ เขาทำให้คนรอบข้างประหลาดใจได้เสมอ
“เอ่อ... มันชาญฉลาดขนาดนั้นเลยหรือ?”
กู้หลานเลิกคิ้วถามกลับ
มู่อวี่เยียน “...??”
“มันสามารถช่วยให้คนธรรมดาข้ามผ่านช่องว่างระหว่างมนุษย์กับเซียน ทำในสิ่งที่ผู้ฝึกตนทั่วไปยังไม่ยอมทำ... เพียงเท่านี้ยังไม่เรียกว่าชาญฉลาดอีกหรือ?”
ดวงตาของมู่อวี่เยียนเบิกกว้าง
นางมองเครื่องมือนี้ด้วยความทึ่งในความชาญฉลาดที่เหนือคำบรรยาย ด้วยในโลกใบนี้ ไม่เคยมีสิ่งของที่มนุษย์สร้างขึ้นชิ้นใด สามารถทำหน้าที่แทนวิชาเซียนได้อย่างน่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้!
แต่สายตาที่ดูเรียบเฉยของกู้หลานกลับทำให้จักรพรรดินีเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองเสียแล้ว!
‘ดูเหมือนวิชาเซียนในโลกแฟนตาซีจะปิดกั้นการพัฒนาของอารยธรรมเทคโนโลยีไปไม่น้อยเลยสินะ…’ กู้หลานคิดในใจ ‘เพราะนี่เป็แค่ภูมิปัญญาการใช้แรงงานขั้นพื้นฐานที่สุดในห้าพันปีของบ้านเกิดเราเท่านั้นเอง’
“เอาล่ะ น้องหญิง ลองดูภาพพวกนี้สิ แล้วเ้าจะเข้าใจว่าเครื่องมือเมื่อครู่นี้ก็แค่เื่เล็กน้อย”
กู้หลานยิ้มเดินไปที่โต๊ะหยิบกองกระดาษวาดภาพออกมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็สิ่งที่เขาเคยวาดเก็บไว้เพราะเบื่อและคิดถึงของใช้ในโลกเดิม
“ท่านพี่ นี่คือ... ต้นไม้ แมลง และบ่อปลาหรือเ้าคะ?”
มู่อวี่เยียนใช้นิ้วเรียวสวยแตะที่ริมฝีปาก ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสงสัย
นางไม่เข้าใจว่าสามสิ่งที่ดูไม่น่าจะเกี่ยวกันเลยนี้ เมื่อนำมารวมกันแล้วจะมีจุดประสงค์อะไร
ในตอนนั้นเอง กู้หลานถือพู่กันวาดลูกศรสามทางเชื่อมให้ทั้งสามสิ่งเป็วงจรปิด
"น้องหญิงดูนี่นะ ใบไม้เอาไว้ให้หนอนกิน หนอนกับดักแด้เอาไปเลี้ยงปลา แล้วขี้ปลาก็เอามาทำปุ๋ยบำรุงต้นไม้ ทั้งสามอย่างนี้พึ่งพากันและกันอย่างลงตัวเลยล่ะ..."
กู้หลานอธิบายอย่างตั้งใจ
สิ่งที่เขาอธิบายมีชื่อเรียกง่าย ๆ ว่า ‘บ่อปลาใต้ต้นหม่อน!’
ขอแค่เคยเรียนวิชาชีววิทยาระดับมัธยมต้น ก็ต้องรู้จักวงจรนี้!
การใช้ระบบการเลี้ยงที่เฉพาะเจาะจงเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ให้สูงสุด... สิ่งนี้ถือว่าล้ำสมัยกว่าเครื่องมือทุ่นแรงทั่วไปมากนัก
เมื่อฟังจบ มู่อวี่เยียนก็เริ่มเข้าใจถึงความล้ำลึก!
ั้แ่ตอนที่กู้หลานวาดลูกศรนางก็เริ่มสังหรณ์ใจ แต่พอฟังจบ ดวงตาของนางก็เบิกกว้าง ราวกับมีภาพพิมพ์เขียวที่ยอดเยี่ยมที่สุดปรากฏขึ้นตรงหน้า!
‘เขาคิดได้อย่างไรว่าทั้งสามสิ่งจะเกื้อหนุนกันเอง แถมยังเก็บเกี่ยวได้พร้อมกันอีก…’
มู่อวี่เยียนเผลอป้องปากด้วยความใ
แต่นั่นยังไม่จบ!
มู่อวี่เยียนที่ยังไม่ทันหายใ ก็ต้องเจอกับภาพวาดถัด ๆ ไปที่ทำให้สมองของนางแทบะเิ!
“นี่คือ ‘วัวไม้ม้าเลื่อน’ ช่วยผ่อนแรงในการแบกหามของหนัก อันนั้นเรียกว่า ‘เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์’ ช่วยวัดความละเอียดป้องกันความผิดพลาดของสายตาได้จนถึงระดับมิลลิเมตร...”
“อันนี้คือ ‘กังหันลม’ ไม่เหมือนกับกังหันน้ำหรอกนะ...”
“เอ่อ... อันนั้นเรียกว่า ‘มือถือ’ แต่ไม่ใช่ไก่หรอกนะ เป็อุปกรณ์สื่อสารและเล่นเกม ซึ่งถ้าจะสร้างขึ้นมาในตอนนี้คงยากพอสมควร...”
กู้หลานร่ายยาวราวกับเปิดคลังสมบัติของล้ำค่า
มู่อวี่เยียนฟังจนมึนไปหมด!
นวัตกรรมทางภูมิปัญญาที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน!
ทำให้นางรู้สึกว่า ่เวลาที่นางปกครองใต้หล้ามานานกว่ายี่สิบปีนั้น ราวกับว่านางเป็เพียงกบในกะลา!
นี่ไม่เกี่ยวกับพลังตบะ
แต่นางผู้เป็จักรพรรดินีผู้หยิ่งทะนงและเฉลียวฉลาด กลับรู้สึกยอมสยบให้กู้หลานอย่างสิ้นเชิง ทั้งในด้านความรู้และสติปัญญา!
ครู่ใหญ่ให้หลัง เมื่อกู้หลานหยุดอธิบาย มู่อวี่เยียนจึงรีบรินน้ำชาอุ่น ๆ ให้
บนใบหน้าที่สวยงามไร้ที่ตินั้น นอกจากความใแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมบูชา!
“ท่านพี่... สิ่งเหล่านี้ท่านคิดขึ้นมาได้อย่างไรกันเ้าคะ?!”
สำหรับมู่อวี่เยียน ทุกสิ่งที่ได้ยินภายในครึ่งชั่วยามนี้ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
นางไม่เคยคิดเลยว่า ห้องหนังสือเล็ก ๆ ของกู้หลาน จะเก็บงำองค์ความรู้มหาศาลที่ปราชญ์ทั่วแผ่นดินยังไม่เคยแม้แต่จะเฉียดเข้าไปใกล้!
เมื่อเทียบกับกู้หลานแล้ว การบอกว่าเหล่าขุนนางในกรมโยธาเป็พวกถุงข้าวถุงน้ำยังถือว่าเป็การให้เกียรติพวกเขาเกินไปเสียด้วยซ้ำ!
เมื่อต้องเผชิญกับความเลื่อมใสที่เปี่ยมล้นของฮูหยินผู้นี้ กู้หลานเพียงโบกมือยิ้มอย่างอ่อนโยน “แหงนมองจักรวาลที่กว้างใหญ่ ก้มมองสรรพสิ่งที่งดงาม หากน้องหญิงสนใจ วันหน้าพี่จะวาดภาพออกมาให้เ้าดูอย่างละเอียดอีกที”
เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยที่พราวระยับไปด้วยความรักของมู่อวี่เยียน กู้หลานก็รู้สึกว่าชีวิตการกักตัวอยู่ในหลางโจวไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด
ความรู้ที่เคยพูดไปแล้วถูกหาว่าน่ารำคาญในชาติก่อน พอมาพูดต่อหน้าฮูหยินกลับกลายเป็การ ‘โชว์เทพ’ ที่แเี
แบบนี้ใครจะไปอดใจไหว?
กู้หลานหัวใจเบิกบาน ยิ่งกว่าท่าทีที่ดูสงบนิ่งภายนอกเสียอีก
ในตอนนั้นเอง เสียงเรียกไปกินข้าวของลุงหยางและเสี่ยวซีก็ดังขึ้น
ทั้งคู่เก็บหนังสือและกระดาษ แล้วจูงมือกันเดินออกจากห้องหนังสือภายใต้แสงจันทร์
ในขณะเดียวกัน เสียงกลไกก็ดังขึ้นในหัวของกู้หลาน
[คุณได้อธิบาย ‘การสร้างสรรค์แห่งสรวง์’ และ ‘ศาสตร์การเกษตร’ และตำราโบราณอื่น ๆ ]
[คุณได้อธิบายทฤษฎีชีววิทยา]
[คุณได้...]
[ได้รับรางวัล]
[น้ำพุิญญา x1]
[ตบะ +5,000 ปี]
[สูตรโอสถระดับเซียน · โอสถเก้าเปลี่ยนเพลิงิญญา]
[โชคชะตากายาเซียน +1,000 (ระดับโชคชะตาปัจจุบัน สีเขียว) ]
[สมบัติระดับเซียน · ขนเฟิ่งหวงเพลิงแดง]
[ของล้ำค่าระดับเซียน...]